๘. วิภตฺติหารวิภงฺควณฺณนา
๓๓. ธมฺเมสูติ ปุญฺญาทิทานาทิเภทภินฺเนสุ สภาวธมฺเมสุ. ตตฺถ ลพฺภมาโนติ เตสุ ยถาวุตฺเตสุ ธมฺเมสุ ลพฺภมาโน. ภูมิวิภาโคติ กามาวจราทิทสฺสนาทิภูมิปฺปเภโท. ปทฏฺฐานวิภาโคติ เต ปุญฺญาทิธมฺมา เยสํ ปทฏฺฐานํ, เตสํ วา เย ธมฺมา ปทฏฺฐานํ, ตพฺพิภาโค. เยสํ สุตฺตานนฺติ มูลปทฏฺฐานภูตานํ สํกิเลสภาคิยาทีนํ จตุนฺนํ สุตฺตานํ วเสน. อสงฺกรววตฺถาเนน หิ เอเตสุ สุตฺเตสุ สาติสยํ ธมฺมา วิภตฺตา นาม โหนฺติ. เตนาห ‘‘วิเสสโต’’ติ. ยทิ เอวํ กสฺมา วาสนาภาคิยนิพฺเพธภาคิยสุตฺตานิ เอเวตฺถ คหิตานีติ? นยิทเมวํ นิกฺขมนปริโยสานภาเวน อิตเรสมฺปิ คหิตตฺตา. ยโต หิ นิสฺสฏา วาสนาภาคิยา ธมฺมา, เต สํกิเลสภาคิยา. ยํปริโยสานา นิพฺเพธภาคิยา ธมฺมา, เต อเสกฺขภาคิยาติ ทฺวยคฺคหเณเนว อิตรมฺปิ ทฺวยํ คหิตเมว โหติ. เตนาห ‘‘อิเมสํ จตุนฺนํ สุตฺตานํ เทสนายา’’ติ. อิมานิ จตฺตาริ สุตฺตานีติ ปาฬิยา, วกฺขมานาย เทสนาย วา อิตรทฺวยสงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ, น ปฏิกฺเขโป.
เตเนวาติ นิยมสฺส อกตตฺตา, ตโต จ เตน ตนฺนิสฺสิเตน จ พฺรหฺมจารี ภวตีติ สิทฺธํ โหติ. เอว-สทฺโท วา สมุจฺจยตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. สิยา ตสฺส ปฏิกฺเขโปติ ตสฺส อฏฺฐสมาปตฺติพฺรหฺมจริยสฺส สิยา ปฏิกฺเขโป. เอวํ สติ สาวเสสา เทสนา สิยา.
ตทงฺคาทิปฺปหานทฺวยํ ปทฏฺฐานภูตํ อิธ คณนูปคํ น โหตีติ ‘‘สมุจฺเฉทปฏิปฺปสฺสทฺธิปฺปหานานํ วเสนา’’ติ วุตฺตํ. ตถา เหตฺถ เกจิ ‘‘เตเนวา’’ติ ปฐนฺติ. ‘‘เตเนว พฺรหฺมจริเยนาติ ปฐนฺตี’’ติ อิทํ ‘‘สํวรสีเล ฐิโต’’ติ (เนตฺติ. ๓๓) เอตฺถ วุตฺตํ ปาฬิวิกปฺปํ สนฺธาย วทติ. ‘‘ยสฺมา…เป… วกฺขตี’’ติ อิทํ ปจฺฉิมปาฐสฺเสว ยุตฺตตาย การณวจนํ.
กถํ มนฺตาติ? อนิพฺเพธสภาวตฺตา มหคฺคตปุญฺญานํ น นิพฺเพธภาคิยสุตฺเตน สงฺคโห, วาสนาภาคิยตฺตา ปน วาสนาภาคิยสุตฺเตเนว สงฺคโหติ. ตทุปสงฺคา หิ ปจฺฉิโม เอว ปาโฐ ยุตฺตตโร. อิตรถา สาวเสสา เทสนา ภเวยฺย. เตนาห ‘‘น หิ…เป… เทเสตี’’ติ.
สํกิเลสภาคิยอเสกฺขภาคิยานํ ปรโต วกฺขมานตฺตา วุตฺตํ ‘‘วกฺขมานานํ…เป… วเสนา’’ติ. ‘‘สพฺพโต’’ติ อิทํ ปุพฺพปราเปกฺขํ. ตสฺส ปราเปกฺขตาย ‘‘สพฺพโตภาเคน เอกาทสสุ ฐาเนสุ ปกฺขิปิตฺวา’’ติ อฏฺฐกถายํ โยชิตํ. ตตฺถ ปทาทิเก วิจยหารปทตฺเถ สนฺธาย ‘‘เอกาทสสุ ฐาเนสู’’ติ วุตฺตํ. ปุพฺพเปกฺขตาย ปน ‘‘สพฺพโตภาเคน เทสนาย ผเลนา’’ติอาทินา โยเชตพฺพํ.
สํกิเลสภาคิยานํ ตณฺหาสํกิเลสาทินา เทสนานโย เวทิตพฺโพ. ผลํ อปายทุกฺเขน มนุสฺเสสุ โทภคฺคิเยน. อเสกฺขภาคิยานํ อเสกฺเขหิ สีลกฺขนฺธาทีหิ เทสนานโย. ผลํ อคฺคผเลน จ อนุปาทิเสสาย จ นิพฺพานธาตุยา เวทิตพฺพํ. อิตเรสํ ปาฬิยํ วุตฺตเมว. กามราคพฺยาปาทอุทฺธมฺภาคิยสํโยชนคฺคหเณน สํกิเลสภาคิยานํ, วิราคคฺคหเณน อเสกฺขคฺคหเณเนว จ อเสกฺขภาคิยานํ วกฺขมานตฺตา วุตฺตํ ‘‘วกฺขมานานํ…เป… วเสนา’’ติ. ปทปทตฺถวิจารยุตฺตินิทฺธารณมุเขน ธมฺมวิภตฺติอาทิวิจาโร กาตพฺโพติ ทสฺเสตุํ ปาฬิยํ ‘‘วิจเยน…เป… ตพฺพานี’’ติ วุตฺตนฺติ อฏฺฐกถายํ ‘‘วิจเยน…เป… ทสฺเสตี’’ติ วุตฺตํ.
๓๔. เอวนฺติ อิติ. ธมฺเมติ วุตฺตสภาคธมฺเม. สาธารณาสาธารณภาเวหีติ สามญฺญวิเสเสน วิสิฏฺเฐหิ. เทฺว ธมฺมา สาธารณาติ เทฺว อิเม ธมฺมา เยหิ สภาคธมฺมา สาธารณา นาม โหนฺติ. กตเม เทฺว? นามํ, วตฺถุ จ. ตตฺถ นามํ นามปญฺญตฺติ, ตํมุเขเนว สทฺทโต ตทตฺถาวคโม. สทฺเทน จ สามญฺญรูเปเนว ตถารูปสฺส อตฺถสฺส คหณํ, น วิเสสรูเปน, ตสฺมา สทฺทวจนียา อตฺถา สาธารณรูปนามายตฺตคหณียตาย นามสาธารณา วุตฺตา. วตฺถูติ ปวตฺติฏฺฐานํ. ยตฺถ หิ เย ธมฺมา ปวตฺตนฺติ, เตสํ สพฺเพสํ เต ธมฺมา สาธารณาติ ปวตฺติฏฺฐานสงฺขาตานํ วตฺถูนํ สาธารณา. ยสฺมา ปนิทํ ทฺวยํ เตสํ ธมฺมานํ สาธารณภาเว ปกติภูตํ สภาวภูตํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เทฺว ธมฺมาติ ทุเว ปกติโย’’ติ. เอกสนฺตติปติตตายาติ สมานสนฺตติปวตฺติยา. เตนาห ‘‘สมานวตฺถุกา’’ติ. ทสฺสนปหาตพฺพานญฺหิ ยถา มิจฺฉตฺตนิยตสตฺตา ปวตฺติฏฺฐานํ, เอวํ อนิยตาปีติ อุภเย หิ เต สมานวตฺถุกา. เอส นโย อิตเรสุปิ. สกฺกายทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาสีลพฺพตปรามาสา หิ ภินฺนสภาวาเปเต ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพตํ นาติวตฺตนฺตีติ เต นามสามญฺญตํ ปตฺตา, รูปราคาทโย จ ภาวนาย ปหาตพฺพตนฺติ อาห ‘‘ปหาเนกฏฺฐา นามสาธารณา’’ติ. ยถา ปน ‘‘วตฺถูนํ สาธารณา วตฺถุสาธารณา’’ติ อยมตฺโถ ลพฺภติ, เอวํ ‘‘วตฺถุนา สาธารณา วตฺถุสาธารณา’’ติ อยมฺปิ อตฺโถ ลพฺภตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สหเชกฏฺฐา วตฺถุสาธารณา’’ติ อาห. เต หิ อญฺญมญฺญํ ผุสนาทิสภาวโต ภินฺนาปิ ยสฺมึ ปวตฺตนฺติ, เตน วตฺถุนา สาธารณา นาม โหนฺติ. เอตฺถ จ ลพฺภมานมฺปิ กุสลาทินามสาธารณํ อนามสิตฺวา วตฺถุสาธารณา ตาว โยชิตาติ เวทิตพฺพา. ปฏิปกฺขาทีหีติ อาทิสทฺเทน สมานผลตาสหพฺยตาทิเก สงฺคณฺหาติ. เสสปเทสูติ ‘‘ปุถุชฺชนสฺสา’’ติอาทิวาเกฺยสุ. กถํ? ตตฺถ หิ ปุถุชฺชนสฺส, โสตาปนฺนสฺส จ สมฺภวโต อนาคามิโน, อรหโต จ อสมฺภวโตติอาทินา โยเชตพฺพํ.
กถํ เต โอธิโส คหิตาติ เกนากาเรน เต ‘‘สาธารณา’’ติ วุตฺตธมฺมา ภาคโส คหิตา. ‘‘อมุกสฺส, อมุกสฺส จา’’ติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ. สามญฺญภูตา ธมฺมา สาธารณา นาม, เอวํ สนฺเต กถํ เตสํ มิจฺฉตฺตนิยตานิยตาทิวเสน วิภาเคน ปวตฺติฏฺฐานตา วุจฺจติ, น วตฺตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. อถ วิภาเคน ตํ วตฺตพฺพํ, นนุ เต สาธารณาติ น วตฺตพฺพเมวาติ? เอวํ สาธารณาติ มิจฺฉตฺตนิยตานํ, อนิยตานนฺติ อิเมสํ อุภเยสํเยว เต ธมฺมา สาธารณา. เตนาห – ‘‘น สพฺพสตฺตานํ สาธารณตาย สาธารณา’’ติ. ‘‘ยสฺมา’’ติอาทินา ตตฺถ การณมาห, เตเนตํ ทสฺเสติ ‘‘เกจิ ธมฺมา เกสญฺจิเทว ธมฺมานํ สาธารณา โหนฺติ, อญฺเญสํ อสาธารณา’’ติ. เตนาห ‘‘ปฏินิยตญฺหิ เตสํ ปวตฺติฏฺฐาน’’นฺติ.
อิตรถาติ อนิยตปวตฺติฏฺฐานตาย สพฺเพสํ สาธารณา, อสาธารณา วา สิยุํ, ตถา สติ. ตถา โวหาโรติ ‘‘สาธารณา, อสาธารณา’’ติ จ อยํ โวหาโร สามญฺญา เอว น ภเวยฺย. เอเต เอว ธมฺมาติ ‘‘สาธารณา’’ติ วุตฺตธมฺมา เอว. เอวนฺติ ‘‘มิจฺฉตฺตนิยตาน’’นฺติอาทินา วุตฺตปฺปกาเรน. นิยตวิสยา ปริจฺฉินฺนปฺปวตฺติฏฺฐานา. ‘‘โยปี’’ติอาทิ ปุคฺคลาธิฏฺฐาเนน วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส ปากฏกรณํ. ‘‘น หี’’ติอาทินา อนฺวยโต, พฺยติเรกโต จ ตเมวตฺถํ วิภาเวติ. เสเสปีติ ‘‘ภาวนาปหาตพฺพา’’ติ เอวมาทิมฺหิปิ.
ปจฺจตฺตนิยโตติ ปาฏิปุคฺคลิโก. อิตรสฺสาติ อปจฺจตฺตนิยตสฺส. ตถาติ อสาธารณภาเวน. โกจิ ธมฺโม กญฺจิ ธมฺมํ อุปาทาย สาธารโณปิ สมาโน ตทญฺญํ อุปาทาย อสาธารโณปิ โหตีติ อาห ‘‘สาธารณาวิธุรตายา’’ติ. เตนาห ‘‘ตํ ตํ อุปาทายา’’ติอาทิ. ตถา หิ ‘‘ธมฺมตา’’ติ วุตฺตปฐมมคฺคฏฺฐตา ทีปิตา, ตาทิสานํ เอว อเนเกสํ อริยานํ วเสน สาธารณาติ. ปฐมสฺสาติ อฏฺฐมกสฺส. ทุติยสฺสาติ โสตาปนฺนสฺส. ปุน อฏฺฐมกสฺสาติ ‘‘อฏฺฐมกสฺส, อนาคามิสฺส จา’’ติ เอตฺถ วุตฺตอฏฺฐมกสฺส. เตนาห ‘‘อนาคามิมคฺคฏฺฐสฺสา’’ติ. อคฺคผลฏฺฐโต ปฏฺฐาย ปฏิโลมโต คณิยมาโน ปฐมมคฺคฏฺโฐ อฏฺฐมโก, มคฺคฏฺฐตาย, ปหียมานกิเลสตาย จ สพฺเพปิ มคฺคฏฺฐา อฏฺฐมกา วิยาติ อฏฺฐมกา, ‘‘เอกจิตฺตกฺขณโต อุทฺธํ น ติฏฺฐตีติ อฏฺฐมโก’’ติ อปเร นิรุตฺตินเยน. ‘‘เสกฺขา’’ติ นามํ สาธารณนฺติ สมฺพนฺโธ. อิตเรสูติ ‘‘ภพฺพาภพฺพา’’ติ วุตฺเตสุ อนริเยสุ. เตนาห ปาฬิยํ ‘‘หีนุกฺกฏฺฐมชฺฌิมํ อุปาทายา’’ติ.
นิยามาวกฺกนฺติยาติ อวกฺกนฺตนิยามตาย. ญาณุตฺถรสฺสาติ ญาณาธิกสฺส. ตถาวิธปจฺจยสมาโยเคติ ญาณวิเสสปจฺจยสมวาเย. ยถา หิ ญาณพเลน ทนฺธาภิญฺญตา น โหติ, เอวํ ปฏิปทาปฏิปนฺโนปิ สุเขน วิโสสียตีติ. สา หิ สุขาปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา ตํสมงฺคิโน ญาณุตฺตรตฺตา วิปสฺสนาย ปทฏฺฐานนฺติ วุตฺตา.
ธมฺมโต อนเปตา จินฺตา ธมฺมจินฺตา, โยนิโสมนสิกาเรน ปวตฺติตตฺตา ธมฺเมสุ จินฺตา, ธมฺโม วา ญาณํ, ตสฺมา ธมฺมาวหา จินฺตา ธมฺมจินฺตา, จินฺตามยญาณสฺส เหตุภูตา จินฺตาติ อตฺโถ.
ปาฬิยํ สุตมยปญฺญาคฺคหเณน ‘‘เย เต ธมฺมา อาทิกลฺยาณา…เป… ตถารูปาสฺส ธมฺมา พหุสฺสุตา โหนฺตี’’ติอาทิ (อ. นิ. ๘.๒) สุตฺตปทสงฺคโห อตฺโถ ปริคฺคหิโต, ตถา โยนิโสมนสิการคฺคหเณน ‘‘โส ‘อนิจฺจ’นฺติ โยนิโส มนสิ กโรตี’’ติอาทินา วุตฺโต อุปายมนสิกาโร ปริคฺคหิโต. สมฺมาทิฏฺฐิคฺคหเณน ‘‘สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิต’’นฺติอาทินา วุตฺตา สมฺมาทิฏฺฐิ ปริคฺคหิตาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อถ โข…เป… ทสฺเสตุ’’นฺติ. เสสนฺติ ‘‘ธมฺมสฺวากฺขาตตา’’ติ เอวมาทิ.
ยสฺส จ ปุพฺเพ อตฺโถ น สํวณฺณิโต, ตตฺถ กลฺยาณมิตฺตตาย อายตนคโต ปสาโท, จิตฺตวูปสโม จ ผลนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สปฺปุริส…เป… ปทฏฺฐาน’’นฺติ อาห. อตฺตสมฺมาปณิหิตตฺตา ปาปเชคุจฺฉินิพฺพิทาทิพหุโลว โหตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อตฺถ…เป… ปทฏฺฐาน’’นฺติ. ธมฺโม สฺวากฺขาโต อาทิโต ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานา สพฺพสมฺปตฺติปาริปูริเหตูติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ธมฺมสฺวากฺขาตตา…เป… ปทฏฺฐาน’’นฺติ อาห. กุสลมูลโรปนา หิ สมาปตฺติปริโยสานาติ. สงฺฆสุฏฺฐุตาย สงฺฆสฺส สุฏฺฐุภาวาย สงฺฆสฺส สปฺปติสฺสตาย ‘‘สุฏฺฐุ, ภนฺเต’’ติ วจนสมฺปฏิจฺฉนภาวาย. อิตรํ สุวิญฺเญยฺยเมว.
วิภตฺติหารวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.