๙. ปริวตฺตนหารวิภงฺควณฺณนา

๓๕. สมฺมาทิฏฺฐิสฺส…เป… นิชฺชิณฺณา ภวตีติ เอตฺถ ยถา มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิวเสนตฺโถ วุตฺโต, เอวํ กมฺมสฺสกตากมฺมปถสมฺมาทิฏฺฐีนมฺปิ วเสน อตฺโถ ลพฺภเตว. กมฺมปถกถา เหสา. ยถาวุตฺเตนากาเรนาติ ‘‘อวิมุตฺตาว สมานา’’ติ, ‘‘อวิมุตฺติย’’นฺติ จ วุตฺตปฺปกาเรน. มิจฺฉาภินิเวสวเสนาติ อสมฺมาสมฺพุทฺธํ เอว สมฺมาสมฺพุทฺโธติ, อนิยฺยานิกํ เอว นิยฺยานิโกติ, อสนฺตํ เอว ปน สนฺตนฺติ, อนริยํ เอว อริโยติ วิปรีตาภินิเวสวเสน. มิจฺฉาธิโมกฺโขติ อยาถาวปสาโท, อยาถาวสนฺนิฏฺฐานํ วา. อุปฺปนฺนโมโห มิจฺฉาวิมุตฺติญาณทสฺสนนฺติ สมฺพนฺโธ.

๓๖. วาทานํ วา อนุวาทา วาทานุวาทา, เตสํ วาทานํ อุปาทาติ อตฺโถ. วาทานุปวตฺติโยติ วาทานํ โทสานํ อนุปวตฺติโย.

อนฺตทฺวยปริวตฺตนนฺติ กามสุขอตฺตกิลมถานุโยคสงฺขาตสฺส อนฺตทฺวยสฺส ปฏิปกฺขวเสน ปริวตฺตนํ.

เอเตสุปิ วาเรสูติ ‘‘นิยฺยานิโก ธมฺโม เตสํ อธมฺโม, สุโข เตสํ อธมฺโม’’ติ จ อิเมสุ วาเรสุ. วุตฺตนเยนาติ ยทิ อตฺตปริตาปนํ อตฺตโน ทุกฺขาปนํ ธมฺโม, ธมฺมสฺส ปฏิวิรุทฺโธ อธมฺโม สิยา, ทุกฺขสฺส จ สุขปฏิวิรุทฺธนฺติ ฌานมคฺคผลสุขสฺส, อนวชฺชปจฺจยปริโภคสุขสฺส จ เตสํ อธมฺมภาโว อาปชฺชตีติ เอวํ วตฺตพฺพา. ‘‘ยํ ยํ วา ปนาติอาทินา’’ติ อิทํ อวเสสปาฐามสนํ. เอตฺถ ยํ ยํ วา ปน ธมฺมนฺติ ยํ วา ตํ วา ธมฺมํ, กุสลํ วา อกุสลํ วา อิฏฺฐํ วา อนิฏฺฐํ วาติ วุตฺตํ โหติ. โรจยติ วา อุปคจฺฉติ วาติ จิตฺเตน โรจติ, ทิฏฺฐิยา อุปคจฺฉตีติ. ตสฺส ตสฺส ธมฺมสฺส โย ปฏิปกฺโขติ ตสฺส ตสฺส รุจิตสฺส, อุปคตสฺส วา ธมฺมสฺส โย ปฏิปกฺโข นาม. สฺวสฺส อนิฏฺฐโต อชฺฌาปนฺโน ภวตีติ โย ธมฺโม อสฺส รุจิตสฺส, อุปคตสฺส วา ธมฺมสฺส อนิฏฺฐโต ปจฺจนีกโต อพฺภุปคโต โหติ, เตน ปฏิปกฺเขน เทสนาย ปริวตฺตนํ ปริวตฺตโน หาโรติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปฏิปกฺขสฺส ลกฺขณํ วิภาเวตี’’ติ.

ปริวตฺตนหารวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.