๒. เอฬกโลมวคฺโค
๑. โกสิยสิกฺขาปทวณฺณนา
การาเปยฺยาติ อตฺตโน จ ปรสฺส จ อุภินฺนญฺจ โกสิยํ เอกโต คณฺหิตฺวา วุตฺตํ, อุโภ วา เอกโต กโรนฺตีติ อตฺถโต เวทิตพฺพํ. ตตฺถ อตฺตนา กตํ เจ, ‘‘นิสฺสชฺชนกาเล สยํ กตํ นิสฺสคฺคิย’’นฺติ วตฺตพฺพํ. อุโภหิ เจ กตํ, ยถาปาฬิเมว.
โกสิยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. สุทฺธกาฬกสิกฺขาปทวณฺณนา
ยถา ปฐเม ‘‘เอเกนปิ โกสิยํสุนา’’ติ (กงฺขา. อฏฺฐ. โกสิยสิกฺขาปทวณฺณนา) วุตฺตํ, ตถา อิธ ‘‘เอเกนปิ อญฺเญน อมิสฺสิตาน’’นฺติ วจนาภาวโต อญฺเญน มิสฺสภาเว สติปิ อปญฺญายมานรูปกํ เจ, ‘‘สุทฺธกาฬก’’มิจฺเจว วุจฺจตีติ วทนฺติ.
สุทฺธกาฬกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. เทฺวภาคสิกฺขาปทวณฺณนา
‘‘ตุลยิตฺวา’’ติ วจนโต ยถา ตุลาธารณาย กาฬกาธิกา น โหนฺติ, ตถา กาฬกานํ เทฺว ภาคา คเหตพฺพา อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน. ‘‘เอกสฺสาปิ กาฬกโลมสฺส อติเรกภาเว นิสฺสคฺคิยนฺติ วจนํ ตุลาธารณาย กิญฺจาปิ น สเมติ, อจิตฺตกตฺตา ปน สิกฺขาปทสฺส ปุพฺเพ ตุลาย ธารยิตฺวา ฐปิเตสุ เอกมฺปิ โลมํ ตตฺถ ปเตยฺย, นิสฺสคฺคิยนฺติ อยมธิปฺปาโยติ โน ตกฺโก’’ติ อาจริโย. วุตฺตปริจฺเฉเทน อคฺคหณํ อกิริยา, สนฺถตกรณํ กิริยา.
เทฺวภาคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. ฉพฺพสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา
‘‘โอเรน เจ ฉนฺนํ วสฺสาน’’นฺติ วุตฺตตฺตา ฉพฺพสฺเส ปริปุณฺเณ กาตุํ วฏฺฏตีติ นิฏฺฐานทิวสโต ปฏฺฐาย ฉนฺนํ วสฺสานํ ปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ. ยานิ ปเนตฺถ อติเรกฉพฺพสฺสวเสน วา สมฺมุติวเสน วา กตานิ, สพฺพานิ ตานิ เอกโต ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏนฺตีติ. คิลานสฺส จ เอกํ นปฺปโหตีติ อเนกมฺปิ วฏฺฏติ. ยโต ปฏฺฐาย โรคสฺส มนฺทตาย สนฺถตํ อาทาย คนฺตุํ สกฺโกติ, ตโต ปฏฺฐาย สมฺมุติ วา โรโค วา น รกฺขตีติ เอเก. อปิจ ฉวสฺสพุทฺธนิมฺมลํ สิกฺขาปทํ วิจาเรตุํ คมฺภีรตฺตา. ตสฺมา ฉวสฺเส กมฺมํ กตนฺติ.
ฉพฺพสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. นิสีทนสิกฺขาปทวณฺณนา
กสฺมา ปเนตฺถ ‘‘สนฺถตํ ปน ภิกฺขุนา’’ติ สิกฺขาปทํ อปญฺญเปตฺวา ‘‘นิสีทนสนฺถต’’นฺติ ปญฺญตฺตํ, นนุ เอตฺถ การเณน ภวิตพฺพนฺติ? อตฺถิ การณํ, จีวรสญฺญิตาย สนฺถตานํ อุชฺฌิตตฺตา เตสํ อจีวรภาวทสฺสนตฺถํ ตถา ปญฺญตฺตํ ภควตาติ วุตฺตํ โหติ. ตสฺมา เต ภิกฺขู เตจีวริกธุตงฺคเภทภยา สนฺถเต จตุตฺถจีวรสญฺญิตาย สนฺถตานิ อุชฺฌิตฺวา เตรส ธุตงฺคานิ สมาทยึสุ, ภควา จ เตสํ สนฺถตํ อนุชานิ. ตโต เตสํ ภิกฺขูนํ เอวํ โหติ ‘‘นิสีทนจีวรสณฺฐานมฺเปตํ นิสีทนสนฺถตํ โน ภควตา อนุญฺญาตํ จตุตฺถจีวรภาเวน, ปเคว กตสนฺถตํ วา’’ติ. ตโต ‘‘สนฺถเต เตสํ จีวรสญฺญิตา น ภวิสฺสตี’’ติ ตทตฺถํ ภควตา ‘‘สนฺถต’’นฺติ อปญฺญเปตฺวา ‘‘นิสีทนสนฺถต’’นฺติ ปญฺญตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. อิเมสุ ปน ปญฺจสุ สนฺถเตสุ ปุริมานิ ตีณิ วินยกมฺมํ กตฺวา ปฏิลภิตฺวาปิ ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏนฺติ อกปฺปิยตฺตา, ปจฺฉิมานิ เทฺว วฏฺฏนฺตีติ (วชิร. ฏี. ปาราชิก ๕๖๖-๕๖๗) ลิขิตํ. กถํ ปญฺญายตีติ เจ? ‘‘อนาปตฺติ อญฺเญน กตํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชตี’’ติ (ปารา. ๕๗๐) วจนโตติ เวทิตพฺพํ.
นิสีทนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. เอฬกโลมสิกฺขาปทวณฺณนา
‘‘อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนสฺสา’’ติ อิมินา ปกติยา ทีฆมคฺคํ ปฏิปนฺนสฺส อุปฺปนฺนานิปิ ติโยชนปรมเมว หริตพฺพานิ, ปเคว อปฺปฏิปนฺนสฺสาติ ทสฺเสติ. ปฏิปนฺนสฺส เจ, อทฺธานํ นาม ปฏิปนฺนสฺส อกามา วสฺสํวุฏฺฐภิกฺขุนิยา มคฺคปฺปฏิปตฺติ วิยาติ ทสฺเสติ. อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนสฺส นิสฺสคฺคิยนฺติ วา สมฺพนฺโธ. เตเนว วาสาธิปฺปายสฺส ปฏิปฺปสฺสทฺธคมนุสฺสาหตฺตา ‘‘อปฺปฏิปนฺโน’’ติ สงฺขํ คตสฺส อนาปตฺตีติ สิทฺธํ. อิมสฺมึ ปน อตฺถวิกปฺเป ‘‘ภิกฺขุโน ปเนว เอฬกโลมานิ อุปฺปชฺเชยฺยุํ…เป… อสนฺเตปิ หารเก อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนสฺส นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ โยชนา เวทิตพฺพา. ยสฺมา วา เอฬกโลมานํ อุปฺปตฺติฏฺฐานโต ปฏฺฐาย ติโยชนปรมตา อธิปฺเปตา, มคฺคํ อปฺปฏิปนฺนสฺส จ ติโยชนปรมตา นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺนสฺส อุปฺปชฺเชยฺยุ’’นฺติ วุตฺตํ. เตน อจฺฉินฺนํ ปฏิลภิตฺวา หรโต จ อนาปตฺตีติ สิทฺธํ. ปฏิลาโภ หิ เตสํ อุปฺปตฺติ นามาติ.
‘‘อากงฺขมาเนน ภิกฺขุนา ปฏิคฺคเหตพฺพานี’’ติ อิมินา อตฺตนา ปฏิคฺคหิตานํเยว ติโยชนาติกฺกเม อาปตฺตีติ ทสฺเสติ. เตน อนากงฺขมาเนน ปรสนฺตกานิ ปฏิคฺคหิตานิ หรนฺตสฺส อนาปตฺตีติ สิทฺธํ.
องฺเคสุ ‘‘อตฺตโน สนฺตกตา’’ติ นตฺถิ, อยมตฺโถ ‘‘ภิกฺขุโน อุปฺปชฺเชยฺยุ’’นฺติ อิมินา, ‘‘อจฺฉินฺนํ ปฏิลภิตฺวา’’ติ อิมินา จ ทีปิโต โหตีติ เวทิตพฺโพ. โปราณคณฺฐิปเท จ ‘‘อญฺญํ ภิกฺขุํ หราเปนฺโต คจฺฉติ เจ, ทฺวินฺนมฺปิ อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺมา เทฺว ภิกฺขู ติโยชนปรมํ ปตฺวา อญฺญมญฺญสฺส ภณฺฑํ ปริวตฺเตตฺวา เจ หรนฺติ, อนาปตฺตีติ สิทฺธํ.
ติโยชนปรมํ สหตฺถา หริตพฺพานีติ ติโยชนปรมเมว อตฺตนา หริตพฺพานิ, ตํ กิมตฺถนฺติ? สีมาย เอตปรมโต. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติโยชนปรมํ สีมํ สมฺมนฺนิตุ’’นฺติ (มหาว. ๑๔๐). วาสาธิปฺปาเยน, ปจฺจาคมนาธิปฺปาเยน วา คจฺฉโต เอตปรมตา จ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อติมหติโย สีมาโย สมฺมนฺนนฺติ…เป… ภิกฺขู อุโปสถํ อาคจฺฉนฺตา อุทฺทิสฺสมาเนปิ ปาติโมกฺเข อาคจฺฉนฺติ, อุทฺทิฏฺฐมตฺเตปิ อาคจฺฉนฺติ, อนฺตราปิ ปริวสนฺตี’’ติ (มหาว. ๑๔๐).
อสนฺเต หารเกติ อาณตฺติยา หารเก อสติ. กมฺพลสฺส อุปริ นิสีทิตฺวา คจฺฉนฺตสฺส สเจ เอกมฺปิ โลมํ จีวเร ลคฺคํ โหติ, ติโยชนาติกฺกเม อาปตฺติ เอว กมฺพลโต วิชฏิตตฺตาติ ลิขิตํ. ตํ กมฺพลสฺส ปฏิคฺคหิตตฺตา อตฺตโน อตฺถาย ปฏิคฺคหิตเมว โหตีติ ยุตฺตํ.
เอฬกโลมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๘. ชาตรูปสิกฺขาปทวณฺณนา
‘‘นิพฺพตฺตรุกฺขจฺฉายาปิ รุกฺขปริจฺเฉทํ อนติกฺกนฺตา’’ติ ลิขิตํ.
ชาตรูปสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๙. รูปิยสํโวหารสิกฺขาปทวณฺณนา
ชาตรูปรชตปริวตฺตนนฺติ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน วุตฺตํ.
รูปิยสํโวหารสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๑๐. กยวิกฺกยสิกฺขาปทวณฺณนา
อสนฺเต ปาจิตฺติยํ เทเสตพฺพเมวาติ เอตฺถ กึ สุทฺธิกํ ปาจิตฺติยํ, อุทาหุ นิสฺสคฺคิยนฺติ? นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยเมว.
กยวิกฺกยสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ตตฺริทํ ปกิณฺณกํ
อฏฺฐมสิกฺขาปทํ ปเรน อตฺตโน อตฺถาย ทิยฺยมานสฺส วา ปาริวตฺตกภาเวน ทิยฺยมานสฺส วา ปํสุกูลสฺส วา รูปิยสฺส อุคฺคณฺหนอุคฺคณฺหาปนสาทิยนานิ ปฏิกฺขิปติ.
นวมํ ปรสฺส วา อตฺตโน วา รูปิยปริวตฺตนํ ปฏิกฺขิปติ.
ทสมํ อรูปิยปริวตฺตนํ. ‘‘อรูปิเย อรูปิยสญฺญี ปญฺจนฺนํ สห อนาปตฺตี’’ติ (ปารา. ๕๙๑; วิ. วิ. ฏี. ๑.๕๙๑; วชิร. ฏี. ปาราชิก ๕๘๗) จ วจนํ อิตเรหิ สห อาปตฺตีติ ทีเปติ. อรูปิยญฺจ ทุกฺกฏวตฺถุ. ตสฺมา ตสฺส ปริวตฺตเน สติ นิสฺสคฺคิยนฺติ เอกนฺเตน วุตฺตํ. ปญฺจนฺนํ สห ทุกฺกฏวตฺถูนํ ปริวตฺตเน อนาปตฺติปฺปสงฺคโต อนาปตฺติ เอวาติ โปราณาติ เจ? น, กปฺปิยวตฺถูนํเยว ตตฺถ อาคตตฺตา. ยทิ กปฺปิยวตฺถุ นิสฺสคฺคิยํ, ปเคว ทุกฺกฏวตฺถูติ เจ? น, อาปตฺติครุกลหุกภาเวน วตฺถุครุกลหุกนิยมาภาวโต.
นิสฺสคฺคิยวตฺถุโต หิ มุตฺตามณิเวฬุริยาทิ มหคฺฆปฺปโหนกมฺปิ ทุกฺกฏวตฺถูติ กตฺวา นิสฺสคฺคิยวตฺถุโต มุตฺตาทิ ลหุกํ โหติ. ลหุเกปิ วตฺถุสฺมึ ยเถว ทุกฺกฏวตฺถุโน ปฏิคฺคหเณ ทุกฺกฏํ, ตเถว ตสฺส วา เตน วา เจตาปเนปิ ทุกฺกฏํ ยุตฺตนฺติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๘๙) อฏฺฐกถาจริยา.
อถ วา ยํ วุตฺตํ ‘‘กปฺปิยวตฺถูนํเยว ตตฺถ อาคตตฺตา’’ติ, ตตฺถ กิญฺจาปิ ทุกฺกฏวตฺถูนิปิ อธิปฺเปตานิ, น ปน ปาฬิยํ วุตฺตานิ อนาปตฺติวารปฺปสงฺคภยาติ วุตฺตํ โหติ. มุตฺตาทีสุปิ วุตฺเตสุ อนาปตฺติยํ กปฺปิยการกสฺส อาจิกฺขติ, ‘‘อิทํ มุตฺตาทิ อมฺหากํ อตฺถิ, อมฺหากญฺจ อิมินา จ อิมินา จ เวฬุริยาทินา อตฺโถ’’ติ ภณติ, ทสเมน อาปชฺชตีติ อธิปฺปาโย สิยา. ยสฺมา จ อิทํ กปฺปิยการกสฺส อาจิกฺขนาทิสํโวหาโร จ, ตสฺมา ตํ นวเมน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. กิญฺจาปิ กยวิกฺกเยว โหติ กปฺปิยวตฺถูหิ อนุญฺญาตํ, อิมินาว นเยน กิญฺจาปิ ทุกฺกฏวตฺถุปิ ทสเม อธิปฺเปตํ อาปชฺชติ, อฏฺฐกถาวิโรธโต ปน นาธิปฺเปตมิจฺเจว คเหตพฺโพ.
กา ปเนตฺถ การณจฺฉายาติ, ปญฺจนฺนํ สห ตตฺถ อนาปตฺติปฺปสงฺคโต อนาปตฺติ เอวาติ เจ? น, ตตฺถ อนาคตตฺตา. อนาคตการณา วุตฺตนฺติ เจ? น, ปญฺจนฺนํ สห อาปตฺติวตฺถุกสฺส อนาปตฺติวารลาเภ วิเสสการณาภาวา, อกปฺปิยตฺตา ปญฺจนฺนํ สหาปิ อาปตฺติยา ภวิตพฺพนฺติ สิทฺโธ อฏฺฐกถาวาโท.
อปโร นโย – ยทิ ทุกฺกฏวตฺถุนา กยวิกฺกเย นิสฺสคฺคิยํ, กปฺปิยวตฺถุมฺหิ วุตฺตปริยาโย ตตฺถ ลพฺเภยฺย, น ปน ลพฺภตีติ นวเม เอว ตานิ วตฺตพฺพานิ. ตสฺมา สํโวหาโร นาม กยวิกฺกโยปิ อญฺญถา ปริวตฺตนํ ปริยาทิยิตฺวา ปวตฺโต, กยวิกฺกยญฺจ โมเจตฺวา ‘‘อิมินา อิมํ เทหี’ติ เจตาเปติ, วฏฺฏตี’’ติ อวตฺวา ทสมสฺส อนาปตฺติวาเร วุตฺตนเยเนว เตสํ ปริวตฺตเน นิสฺสคฺคิยานุมติวิโรธโต อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว ทุกฺกฏวตฺถุนา เจตาปเน ทุกฺกฏเมว. เนสํ กยวิกฺกเยน นิสฺสคฺคิยนฺติ เจ? น, สพฺพสฺสปิ กยวิกฺกยตฺตา. เตเนว วุตฺตํ ‘‘อนฺธกฏฺฐกถายํ ปน ‘สเจ กยวิกฺกยํ สมาปชฺเชยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’นฺติ ภาสิตํ, ตํ ทุพฺภาสิตํ. กสฺมา? น หิ ทานคฺคหณโต อญฺโญ กยวิกฺกโย นาม อตฺถี’’ติ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๘๙), อตฺตโน มติยา กยวิกฺกยลกฺขณสมฺมเต ทสมสฺส อนาปตฺติวาเร วุตฺตนเยเนว เตสํ ปริวตฺตเน นิสฺสคฺคิยานุมติวิโรธโต จ. ภวตุ วา อตฺตโน ปฏิสิทฺธมิทํ การณํ, ทสเม อวสฺสเมว ชานิตพฺพานีติ ตานิ กยวิกฺกยาเนวาติ เตสํ นิสฺสคฺคิยภาวญฺจ คตานีติ เอวมฺปิ สิทฺโธ อฏฺฐกถาวาโท.
เอตฺถาหุ โปราณา – ‘‘อตฺตโน สนฺตกํ รูปิยํ ปรหตฺถคตํ กโรติ อชฺฌาจรติ, ทุกฺกฏํ. ปรสฺส รูปิยํ อตฺตโน หตฺถคตํ กโรติ, อฏฺฐเมน นิสฺสคฺคิยํ. อุคฺคหิตวตฺถุปริวตฺตเน กถํ ชาตํ? อพฺโพหาริกํ ชาตํ. อถ ปรสฺส รูปิยํ อตฺตโน หตฺถคตํ ปฐมํ กโรติ, รูปิยปฺปฏิคฺคหณสฺส กตตฺตา อฏฺฐเมน นิสฺสคฺคิยํ. อตฺตโน สนฺตกํ รูปิยํ ปรสฺส หตฺถคตํ ปจฺฉา กโรติ, สํโวหาเรน นิสฺสคฺคิย’’นฺติ. ‘‘รูปิยสฺส คหณมตฺเตน อฏฺฐเมน อาปตฺติ, ปจฺฉา ปริวตฺตเน นวเมนา’’ติ หิ ตตฺถ วุตฺตํ, ตํ ปน ยุตฺตํ. ‘‘อชฺฌาจรติ, ทุกฺกฏ’’นฺติ ทุวุตฺตํ. ทุกฺกฏสฺส อนิยมปฺปสงฺคโต นิสฺสชฺชนวิธาเนสุ ทสฺสิโตว. กึ วุตฺตํ โหติ – ยทิ ทฺวีหิ นิสฺสคฺคิเยหิ ภวิตพฺพํ, นิสฺสชฺชนวิธาเน ‘‘อหํ, ภนฺเต, รูปิยํ ปฏิคฺคเหสึ, นานาปฺปการกญฺจ รูปิยสํโวหารํ สมาปชฺชิ’’นฺติ วตฺตพฺพํ ภเวยฺย ‘‘รูปิยํ เจตาเปตี’’ติ สพฺพตฺถ ปาฬิยํ รูปิยปฺปฏิคฺคหณสฺส วุตฺตตฺตา.
เอตฺตาวตา ยํ โปราณคณฺฐิปเท วุตฺตํ ‘‘ทุกฺกฏวตฺถุนา กยวิกฺกยํ ปริหรนฺเตน จตูสุ นิสฺสคฺคิยวตฺถูสุ เอเกกสฺมึ คหิเต อฏฺฐเมน นิสฺสคฺคิยํ โหติ. ทุกฺกฏวตฺถุนา ทุกฺกฏวตฺถุนฺติ ‘‘อิมินา อิทํ เทหี’’ติ คหิเต เตเนว นิสฺสคฺคิยํ โหติ. ‘‘กยวิกฺกยมฺปิ นีหริตฺวา คหิเต ทุกฺกฏํ, เจตาปิตรูปิยคฺคหเณ อฏฺฐเมน, ปริวตฺตเน นวเมนาติอาทินา อตฺตนา อนุคฺคเหตฺวา กปฺปิยวเสน นีหริตฺวา ปญฺจหิ สหธมฺมิเกหิ สทฺธึ ปริวตฺเตตุํ วฏฺฏตี’’ติ, ตํ วิโสธิตํ โหติ. อปรมฺปิ ตตฺถ วุตฺตํ ‘‘นิสฺสชฺชิตพฺเพ อสติ กถํ ปาจิตฺติยํ, ทุนฺนิสฺสฏฺฐรูปิยมฺปิ ‘น ฉฑฺเฑตี’ติ วทนฺตสฺส วิสฺสฏฺโฐ อุปาสโก ตํ คเหตฺวา อญฺญํ เจ ภิกฺขุโน เทติ, กปฺปตี’’ติ, ตญฺจ ทุวุตฺตํ. น หิ คหิตตฺตา ตโต อญฺญํ วตฺถุ โหติ. ปุน อปรญฺจ ตตฺถ วุตฺตํ ‘‘อิมํ ‘คณฺหาหี’ติ วทนฺตสฺส สทฺธาเทยฺยวินิปาตทุกฺกฏํ, ‘เอตํ เทหี’ติ วทนฺตสฺส วิญฺญตฺติทุกฺกฏ’’นฺติ, ตญฺจ ทุวุตฺตํ. ตตฺถ หิ ปโยคทุกฺกฏํ ยุตฺตํ วิย ปญฺญายติ.
ปกิณฺณกํ นิฏฺฐิตํ.
เอฬกโลมวคฺโค ทุติโย.