๓. ปตฺตวคฺโค

๑. ปตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา

เทฺว อปตฺตา, ตสฺมา เอเต ภาชนปริโภเคน ปริภุญฺชิตพฺพา, นอธิฏฺฐานูปคานวิกปฺปนูปคตาติ อตฺโถติ จ. สมณสารุปฺเปน ปกฺกนฺติ อโยปตฺโต ปญฺจหิ ปาเกหิ ปกฺโก โหติ, มตฺติกาปตฺโต ทฺวีหิ. ‘‘ภิกฺขุนิยา ปตฺตสนฺนิจฺจยสฺส วาริตตฺตา (วชิร. ฏี. ปาราชิก ๖๐๒) ภิกฺขุสฺสปิ ตํ ‘อนนุรูป’นฺติ กตฺวา ‘ปุราณปตฺตํ ปจฺจุทฺธริตฺวา’ติ วุตฺต’’นฺติ จ ลิขิตํ, ตํ น ยุตฺตํ ปาฬิยํ ‘‘สนฺนิจฺจยํ กเรยฺยาติ อนธิฏฺฐิโต อวิกปฺปิโต’’ติ (ปาจิ. ๗๓๕) วุตฺตตฺตา. โส หิ กถินกฺขนฺธเก (มหาว. ๓๐๖ อาทโย) นิจฺจยสนฺนิธิ วิย เอโกปิ ปุนทิวเส ‘‘สนฺนิจฺจโย’’ติ วุจฺจติ. อนนฺตรสิกฺขาปเท ปน ‘‘ทุติโย วาริโต’’ติ อธิฏฺฐานํ นิยตํ. ตสฺมา เทฺว ปตฺเต อธิฏฺฐาตุํ น ลภติ. สเจ เอกโต อธิฏฺฐาติ, เทฺวปิ อนธิฏฺฐิตา โหนฺติ. วิสุํ วิสุํ อธิฏฺฐาติ, ทุติโย อนธิฏฺฐิโต. วิกปฺเปตุํ ปน พหูปิ ลภติ. กากณิกมตฺตมฺปีติ เอตฺถ ปิ-กาโร ‘‘เอกปากมฺปิ ชเนตี’’ติ ปากํ สมฺปิณฺเฑติ. อถ วา สเจ เอกปาเกเนว สารุปฺโป, วฏฺฏตีติ ปากปริมาณํ น วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. อปตฺตตฺตา อธิฏฺฐานูปโค น โหติ. อปจฺจุทฺธรนฺเตน วิกปฺเปตพฺโพติ ปุราณปตฺตํ อปจฺจุทฺธรนฺเตน โส ปตฺโต วิกปฺเปตพฺโพติ อตฺโถติ ลิขิตํ.

ปตฺตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อูนปญฺจพนฺธนสิกฺขาปทวณฺณนา

ปวาริเตติ เอตฺถ สงฺฆวเสน ปวาริตฏฺฐาเน ปญฺจพนฺธเนเนว วฏฺฏติ, ปุคฺคลิกวเสน ปวาริตฏฺฐาเน อูนปญฺจพนฺธเนนาปิ วฏฺฏตีติ ลิขิตํ.

โย อูนปญฺจพนฺธนตฺถํ, วุตฺตมฺปิ เจตํ กโร โส;

อูนปญฺจพนฺธนตฺถํ, ปตฺวาน สนฺติเก.

อูนปญฺจพนฺธนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. เภสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา

‘‘ปฏิสายนียานิ ปฏิคฺคเหตฺวา’’ติ วทนฺเตน ปาทมกฺขนาทีนํ อตฺถาย ปฏิคฺคเหตฺวา ฐเปตุํ วฏฺฏตีติ ทีปิตนฺติ ลิขิตํ. ‘‘เยสํ มํสํ กปฺปตี’’ติ วจเนน เยสํ มํสํ น กปฺปติ, เตสํ สปฺปิอาทิ น กปฺปตีติ วทนฺตา อชานิตฺวา วทนฺติ. เยสญฺหิ มํสํ กปฺปติ, เตสํ สปฺปีติอาทิ สตฺตาหกาลิกนิสฺสคฺคิยวตฺถุปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตถา ปณีตโภชนสิกฺขาปเท เยสํ มํสํ กปฺปติ, เตสํเยว ขีราทิ ปณีตโภชนํ, เนตรนฺติ ทสฺเสตุํ วุตฺตนฺติ. มธุ นาม มธุกริภมรมกฺขิกานํ อาสเยสุ นิยฺยาสสทิสํ มหามธุ โหติ, ตํ ยาวชีวิกนฺติ จ ลิขิตํ.

เภสชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปตฺตวคฺโค ตติโย.

นิสฺสคฺคิยปาจิตฺติยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.