๓. ตติยปาฏิเทสนียสิกฺขาปทวณฺณนา
ลทฺธเสกฺขสมฺมุติกานีติ ญตฺติทุติเยน กมฺเมน ลทฺธเสกฺขสมฺมุติกานิ. ยญฺหิ กุลํ สทฺธาย วฑฺฒติ, โภเคน หายติ, เอวรูปสฺส กุลสฺส ญตฺติทุติเยน กมฺเมน เสกฺขสมฺมุตึ เทนฺติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.
ฆรโต นีหริตฺวาติ ฆรโต อาสนสาลํ วา วิหารํ วา อาเนตฺวา. เตนาห ‘‘อาสนสาลาทีสุ วา’’ติ. อิมสฺส ‘‘เทนฺตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. ทฺวารมูเล วา ฐปิตํ เทนฺตีติ ทฺวารมูเล ฐปิตํ ปจฺฉา สมฺปตฺตสฺส เทนฺติ. ภิกฺขุํ ปน ทิสฺวา อนฺโตเคหโต นีหริตฺวา ทิยฺยมานํ น วฏฺฏติ. นิจฺจภตฺตเกติ นิจฺจํ ทาตพฺพภตฺตเก. สลากภตฺเตติ รุกฺขสารมยาย สลากาย วา เวฬุวิลีวตาลปณฺณาทิมยาย ปฏฺฏิกาย วา ‘‘อสุกสฺส นาม สลากภตฺต’’นฺติ เอวํ อกฺขรานิ อุปนิพนฺธิตฺวา คาหาเปตฺวา ทาตพฺพภตฺเต. ปกฺขิเกติ เอกสฺมึ ปกฺเข เอกทิวเส ทาตพฺพภตฺเต. อุโปสถิเกติ อุโปสเถ ทาตพฺพภตฺเต. ปาฏิปทิเกติ ปาฏิปททิวเส ทาตพฺพภตฺเต.
ตติยปาฏิเทสนียสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.