๑. ลสุณวคฺโค

๑. ลสุณสิกฺขาปทวณฺณนา

‘‘ลสุณ’’นฺติ กิญฺจาปิ อวิเสเสน วุตฺตํ, ตถาปิ มคเธสุ ชาตํ ลสุณเมว อิธาธิปฺเปตํ, ตมฺปิ ภณฺฑิกลสุณเมวาติ อาห มคธรฏฺเฐ ชาต’’นฺติอาทิ.

ภณฺฑิกลสุณนฺติ โปฏฺฏลิกลสุณเมว, สมฺปุณฺณมิญฺชานเมตํ อธิวจนํ. เตนาห ‘‘น เอกทฺวิติมิญฺชก’’นฺติ. อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเรติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๗๙๕) เอตฺถ สเจ เทฺว ตโย ภณฺฑิเก เอกโตเยว สงฺขาทิตฺวา อชฺโฌหรติ, เอกํ ปาจิตฺติยํ. ภญฺชิตฺวา เอเกกมิญฺชกํ ขาทนฺติยา ปน ปโยคคณนาย ปาจิตฺติยานิ.

ปลณฺฑุกาทีนํ วณฺเณน วา มิญฺชาย วา นานาตฺตํ เวทิตพฺพํ – วณฺเณน ตาว ปลณฺฑุโก นาม ปณฺฑุวณฺโณ โหติ, ภญฺชนโก โลหิตวณฺโณ, หริตโก หริตปณฺณวณฺโณ. มิญฺชาย ปน ปลณฺฑุกสฺส เอกา มิญฺชา โหติ, ภญฺชนกสฺส เทฺว, หริตกสฺส ติสฺโส. จาปลสุโณ อมิญฺชโก. องฺกุรมตฺตเมว หิ ตสฺส โหติ. มหาปจฺจริยาทีสุ ปน ‘‘ปลณฺฑุกสฺส ตีณิ มิญฺชานิ, ภญฺชนกสฺส เทฺว, หริตกสฺส เอก’’นฺติ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๗๙๗) วุตฺตํ. เอเต ปลณฺฑุกาทโย สภาเวเนว วฏฺฏนฺติ. สูปสมฺปากาทีสุ ปน มาคธกมฺปิ วฏฺฏติ. ตญฺหิ ปจฺจมาเนสุ มุคฺคสูปาทีสุ วา มจฺฉมํสวิกติยา วา เตเล วา พทรสาฬวาทีสุ วา อมฺพิลสากาทีสุ วา อุตฺตริภงฺเคสุ วา ยตฺถ กตฺถจิ อนฺตมโส ยาคุภตฺเตปิ ปกฺขิตฺตํ วฏฺฏติ. พทรสาฬวํ (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๗๙๓-๗๙๗) นาม พทรผลานิ สุกฺขาเปตฺวา จุณฺเณตฺวา กตฺตพฺพา ขาทนียวิกติ.

ลสุณสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สมฺพาธโลมสิกฺขาปทวณฺณนา

‘‘ปฏิจฺฉนฺโนกาเส’’ติ เอตสฺส วิภาคทสฺสนตฺถํ ‘‘อุปกจฺฉเกสุ จ มุตฺตกรเณ จาติ อตฺโถ’’ติ วุตฺตํ.

อาพาธปจฺจยาติ กณฺฑุกจฺฉุอาทิอาพาธปจฺจยา สํหราเปนฺติยา อนาปตฺติ. ‘‘ภิกฺขุสฺส เอตฺถ จ ลสุเณ จ ทุกฺกฏ’’นฺติ (วชิร. ฏี. ปาจิตฺติย ๘๐๐) โปราณา.

สมฺพาธโลมสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ตลฆาตกสิกฺขาปทวณฺณนา

ตลฆาตเกติ มตฺถเก ปหารทาเน, ตญฺจ โข ตลํ ‘‘มุตฺตกรเณ ปหารํ เทตี’’ติ (ปาจิ. ๘๐๔) ปทภาชนิยํวุตฺตตฺตา ‘‘มุตฺตกรณสฺสา’’ติ วิญฺญายตีติ อาห ‘‘มุตฺตกรณสฺส ตลฆาตเน’’ติ. ปุริมนเยเนว สาณตฺติกนฺติ อตฺตโน อตฺถาย อญฺญํ อาณาเปนฺติยา สาณตฺติกํ.

ตลฆาตกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ชตุมฏฺฐกสิกฺขาปทวณฺณนา

วตฺถุวเสเนตํ วุตฺตนฺติ ‘‘ชตุมฏฺฐเก’’ติ เอตํ นิทานวเสน อุปฺปนฺนสฺส วตฺถุโน วเสเนว วุตฺตํ. ยํ กิญฺจิ ปน ทณฺฑกํ ปเวเสนฺติยา อาปตฺติเยว. เตนาห ‘‘กามราเคน ปนา’’ติอาทิ.

ชตุมฏฺฐกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. อุทกสุทฺธิกสิกฺขาปทวณฺณนา

อาทาตพฺพนฺติ ปเวเสตพฺพํ. อคฺคปพฺพนฺติ เกสคฺคมตฺตมฺปิ อคฺคปพฺพํ. ตติยํ ปพฺพํ ปเวเสตีติ เกสคฺคมตฺตมฺปิ ตติยํ ปพฺพํ ปเวเสติ. วุตฺตเญฺหตํ สมนฺตปาสาทิกายํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๘๑๒) ‘‘คมฺภีรโต ทฺวินฺนํ ปพฺพานํ อุปริ เกสคฺคมตฺตมฺปิ ปเวเสนฺติยา ปาจิตฺติย’’นฺติ.

อติคมฺภีรํ อุทกสุทฺธิกํ อาทิยนวตฺถุสฺมินฺติ อติอนฺโต ปเวเสตฺวา อุทกโธวนกรณวตฺถุสฺมึ. อุทกสุทฺธิปจฺจเยน (สารตฺถ. ฏี. ปาจิตฺติย ๓.๘๑๒) ปน สติปิ ผสฺสสฺสาทิยเน ยถาวุตฺตปริจฺเฉเท อนาปตฺติ.

อุทกสุทฺธิกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. อุปติฏฺฐนสิกฺขาปทวณฺณนา

ตกฺกาทีสุ วา อญฺญตเรนาติ ตกฺกทธิมตฺถุรสขีราทีสุ อญฺญตเรน. ยาย กายจิ พีชนิยาติ อนฺตมโส จีวรกณฺณํ อุปาทาย ยาย กายจิ พีชนิยา.

อิมํ ปิวถาติ อิมํ ปานียํ วา สูปาทึ วา ปิวถ. อิมินา พีชถาติ อิมินา ตาลวณฺเฏน พีชถ. ทาเปนฺติยาติ อญฺเญน อุภยมฺปิ ทาเปนฺติยา.

อุปติฏฺฐนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. อามกธญฺญสิกฺขาปทวณฺณนา

ตสฺมาติ ยสฺมา วิญฺญตฺติ เจว โภชนญฺจ ปมาณํ, ตสฺมา. น เกวลญฺเจตฺถ ปฏิคฺคหเณเยว ทุกฺกฏํ โหติ, ปฏิคฺคณฺหิตฺวา ปน อรญฺญโต อาหรเณปิ สุกฺขาปเนปิ วทฺทลิทิวเส ภชฺชนตฺถาย อุทฺธนสชฺชเนปิ กปลฺลสชฺชเนปิ ทพฺพิสชฺชเนปิ ทารูนิ อาทาย อคฺคิกรเณปิ กปลฺลมฺหิ ธญฺญปกฺขิปเนปิ ทพฺพิยา สงฺฆฏฺฏเนสุปิ โกฏฺฏนตฺถํ อุทุกฺขลมุสลาทิสชฺชเนสุปิ โกฏฺฏนปปฺโผฏนโธวนาทีสุปิ ยาว มุเข ฐเปตฺวา อชฺโฌหรณตฺถํ ทนฺเตหิ สงฺขาทติ, ตาว สพฺพปฺปโยเคสุ ทุกฺกฏานีติ อาห ‘‘ปฏิคฺคหณโต ปฏฺฐาย ยาว ทนฺเตหิ สํขาทนํ, ตาว ปุพฺพปฺปโยเคสุ ทุกฺกฏานี’’ติ.

อามกธญฺญสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. ปฐมอุจฺจารฉฑฺฑนสิกฺขาปทวณฺณนา

ติโรกุฏฺเฏติ ฆรกุฏฺฏสฺส ปรภาเค. ติโรปากาเรติ ปริกฺเขปปาการสฺส ติโรภาเค, เต จ โข กุฏฺฏปาการา อิฏฺฐกสิลทารูนํ วเสน ติปฺปการาติ อาห ‘‘ยสฺส กสฺสจิ กุฏฺฏสฺส วา ปาการสฺส วา ปรโต’’ติ. สพฺพานิเปตานิ เอกโต ฉฑฺเฑนฺติยาติ เอตานิ จตฺตาริปิ วตฺถูนิ เอกโต ฉฑฺเฑนฺติยา. ปาเฏกฺกํ ปน ฉฑฺเฑนฺติยา วตฺถุคณนาย อาปตฺติโย. อาณตฺติยมฺปิ เอเสว นโย.

ภิกฺขุสฺส ทุกฺกฏนฺติ ภิกฺขุสฺส สพฺพตฺถ ทุกฺกฏํ.

ปฐมอุจฺจารฉฑฺฑนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. ทุติยอุจฺจารฉฑฺฑนสิกฺขาปทวณฺณนา

ภิกฺขุนิยาปีติ ปิ-สทฺเทน ภิกฺขุํ สมุจฺจิโนติ. อนิกฺขิตฺตพีเชสุ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๘๓๐) ปน เขตฺเตสุ โกณาทีสุ วา อสญฺชาตโรปิเมสุ เขตฺตมริยาทาทีสุ วา ฉฑฺเฑตุํ วฏฺฏติ. มนุสฺสานํ กจวรฉฑฺฑนฏฺฐาเนปิ วฏฺฏติเยว. ฉฑฺฑิตเขตฺเตติ มนุสฺเสสุ สสฺสํ อุทฺธริตฺวา คเตสุ ฉฑฺฑิตเขตฺตํ นาม โหติ, ตตฺถ วฏฺฏติ. ยตฺถ ปน ‘‘ลายิตมฺปิ ปุพฺพณฺณาทิ ปุน อุฏฺฐหิสฺสตี’’ติ รกฺขนฺติ, ตตฺถ ยถาวตฺถุกเมว. สามิเก อปโลเกตฺวาติ เอตฺถ เขตฺตปาลกา, อารามาทิโคปกา จ สามิกาว. อิมินา จ สงฺฆสนฺตเก ภิกฺขุสฺส ฉฑฺเฑตุํ วฏฺฏติ สงฺฆปริยาปนฺนตฺตา, น ภิกฺขุนีนํ. ภิกฺขุนีนํ ปน อตฺตโน สนฺตเก ภิกฺขุสนฺตเก วุตฺตนเยเนว วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ, เอวํ สนฺเตปิ สารุปฺปวเสน กาตพฺพํ.

ทุติยอุจฺจารฉฑฺฑนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. นจฺจคีตสิกฺขาปทวณฺณนา

นจฺจนฺติ นฏาทโย วา นจฺจนฺตุ, โสณฺฑา วา อนฺตมโส โมรสุวมกฺกฏาทโยปิ, สพฺพเมตํ นจฺจเมว. เตนาห ‘‘นจฺจนฺติ อนฺตมโส โมรนจฺจมฺปี’’ติ. คีตนฺติ นฏาทีนํ วา คีตํ โหตุ, อริยานํ ปรินิพฺพานกาเล รตนตฺตยคุณูปสํหิตํ สาธุกีฬิตคีตํ วา, อนฺตมโส ‘‘ทนฺตคีตมฺปิ คายิสฺสามา’’ติ ปุพฺพภาเค โอกูชนฺตา กโรนฺติ, สพฺพเมตํ คีตเมว. เตนาห ‘‘คีตนฺติ อนฺตมโส ธมฺมภาณกคีตมฺปี’’ติ. ตตฺถ ธมฺมภาณกคีตํ นาม อสญฺญตภิกฺขูนํ ตํ ตํ วตฺตํ ภินฺทิตฺวา อติทีฆํ กตฺวา คีตสฺสเรน ธมฺมภณนํ, ตมฺปิ เนว ภิกฺขุโน, น ภิกฺขุนีนํ วฏฺฏติ. ตถา หิ วุตฺตํ ปรมตฺถโชติกาย ขุทฺทกฏฺฐกถาย (ขุ. ปา. อฏฺฐ. ๒.ปจฺฉิมปญฺจสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘ธมฺมูปสํหิตํ คีตํ วฏฺฏติ, คีตูปสํหิโต ปน ธมฺโม น วฏฺฏตี’’ติ. ตสฺมา ธมฺมํ ภณนฺเตน ชาตกวตฺตาทึ ตํ ตํ วตฺตํ อวินาเสตฺวา จตุรสฺเสน (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๔๙) วตฺเตน ปริมณฺฑลานิ ปทพฺยญฺชนานิ ทสฺเสตพฺพานิ. วาทิตนฺติ ตนฺติพทฺธาทิวาทนียภณฺฑวาทิตํ วา โหตุ, กุฏเภริวาทิตํ วา อนฺตมโส อุทกเภริวาทิตมฺปิ, สพฺพเมเวตํ วาทิตเมว. เตนาห ‘‘วาทิตนฺติ อนฺตมโส อุทกเภริวาทิต’’นฺติ. ยํ ปน นิฏฺฐุภนฺตี วา สาสงฺเก วา ฐิตา อจฺฉริกํ วา โผเฏติ, ปาณึ วา ปหรติ, ตตฺถ อนาปตฺติ. ทสฺสเนน เจตฺถ สวนมฺปิ สงฺคหิตํ วิรูเปกเสสนเยน. อาโลจนสภาวตาย วา ปญฺจนฺนํ วิญฺญาณานํ สวนกิริยายปิ ทสฺสนสงฺเขปสพฺภาวโต ‘‘ทสฺสนาย’’อิจฺเจว วุตฺตนฺติ อาห ‘‘เอเตสุ ยํ กิญฺจิ ทสฺสนาย คจฺฉนฺติยา’’ติ. ยตฺถ ฐิตาติ เอวํ คนฺตฺวา ยสฺมึ ปเทเส ฐิตา.

นนุ จ สยํนจฺจนาทีสุ ปาจิตฺติยํ ปาฬิยํ น วุตฺตํ, อถ กถํ คเหตพฺพนฺติ อาห ‘‘สพฺพอฏฺฐกถาสุ วุตฺต’’นฺติ, อิมินา ปาฬิยํ อวุตฺเตปิ อฏฺฐกถาปมาเณน คเหตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. สมุฏฺฐานาทีนิ เอฬกโลมสทิสานีติ ปน มาติกาคตปาจิตฺติยสฺเสว วเสน วุตฺตํ, สพฺเพสํ วเสน ปน ฉสมุฏฺฐานนฺติ คเหตพฺพํ. ‘‘อาราเม ฐตฺวา’’ติ อิทํ นิทสฺสนมตฺตํ เสสอิริยาปเถหิ ยุตฺตาย ปสฺสนฺติยา อนาปตฺติยา อิจฺฉิตพฺพตฺตา. อิตรถา หิ นิสินฺนาปิ ปสฺสิตุํ น ลเภยฺย. ‘‘ปสฺสิสฺสามี’’ติ วิหารโต วิหารํ คจฺฉนฺติยา อาปตฺติเยว. อาสนสาลาย นิสินฺนา ปสฺสติ, อนาปตฺติ, ‘‘ปสฺสิสฺสามี’’ติ อุฏฺฐหิตฺวา คจฺฉนฺติยา อาปตฺติ. วีถิยํ ฐตฺวา คีวํ ปริวตฺเตตฺวา ปสฺสนฺติยาปิ อาปตฺติเยว. ภิกฺขุสฺสาปิ เอเสว นโย, อาปตฺติเภโทว นานํ.

นจฺจคีตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ลสุณวคฺโค ปฐโม.