๙. นวมวคฺควณฺณนา

ตติเย ‘‘เสสํ วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ, อิทํ ปน อกุสลจิตฺต’’นฺติ ปาโฐ.

จตุตฺเถ วุตฺตนเยนาติ ตติเย วุตฺตนเยน.

เอกาทสเม ‘‘สมุฏฺฐานาทีนิ กถินสทิสานิ, อิทํ ปน กิริยากิริย’’นฺติ ปาโฐ.

ทฺวาทสเม ‘‘สมุฏฺฐานาทีนิ ปทโสธมฺมสทิสานิ, อิทํ ปน กิริยากิริย’’นฺติ ปาโฐ.

เตรสเม ‘‘สํกจฺจิกํ นาม อธกฺขกํ อุพฺภนาภิ, ตสฺสา ปฏิจฺฉาทนตฺถายา’’ติ (ปาจิ. ๑๒๒๖) ปาฬิยํ วุตฺตตฺตา อิธาปิ ‘‘อธกฺขกอุพฺภนาภิสงฺขาตสฺส สรีรสฺส ปฏิจฺฉาทนตฺถ’’นฺติ ปาโฐ. อปริกฺเขเป อาปตฺติปริจฺเฉทํ สมนฺตปาสาทิกวเสน อคฺคเหตฺวา อิธ วุตฺตนเยน คเหตพฺพนฺติ ลิขิตํ.

นวมวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สุทฺธปาจิตฺติยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สมุฏฺฐานวินิจฺฉยวณฺณนา

สมุฏฺฐานานํ วินิจฺฉเย ปน คิรคฺคสมชฺชาทีนิ ‘‘อจิตฺตกานิ โลกวชฺชานี’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘นจฺจ’’นฺติ วา ‘‘คนฺธ’’นฺติ วา อชานิตฺวาปิ ทสฺสเนน, วิลิมฺปเนน วา อาปชฺชนโต วตฺถุอชานนจิตฺเตน อจิตฺตกานิ. ‘‘นจฺจ’’นฺติ วา ‘‘คนฺธ’’นฺติ วา ชานิตฺวา ปสฺสนฺติยา, วิลิมฺปนฺติยา วา อกุสลตฺตา เอว โลกวชฺชานิ. โจริวุฏฺฐาปนาทีนิ ‘‘โจรี’’ติอาทินา วตฺถุํ ชานิตฺวา กรเณเยว อาปชฺชนตฺตา สจิตฺตกานิ. อุปสมฺปทาทีนํ เอกนฺตากุสลจิตฺเตเนว อกตฺตพฺพตฺตา ปณฺณตฺติวชฺชานิ. ‘‘อิธ สจิตฺตกาจิตฺตกตา ปณฺณตฺติชานนาชานนตาย อคฺคเหตฺวา วตฺถุชานนาชานนตาย คเหตพฺพ’’นฺติ ลิขิตํ. อธิปฺเปตตฺตา สงฺเขปโต ทสฺสนาภาวา –

อจิตฺตกตฺตํ ทฺวิธา มตํ, วตฺถุปณฺณตฺติอญฺญาณา;

วุตฺตํ ญาณํ ทฺวิธา อิธ, สกนาเมน อญฺญาตํ.

ปรนามญฺจ ชานนํ, วตฺถุสฺเสกํ พลกฺกาเร;

เอกธา สมจาริเก, ตสฺมึ ตปฺปฏิพนฺโธติ.

ปรนาเมน ชานนํ, ทฺวิธา มุตฺตาทิเก เอกํ;

เอกํ โลมาทิเก มตนฺติ, อยํ เภโท เวทิตพฺโพ.

เสสเมตฺถ อุตฺตานํ, อนุตฺตานตฺเถ วุตฺตวินิจฺฉยตฺตา น อุทฺธฏนฺติ;

สมุฏฺฐานวินิจฺฉยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ภิกฺขุนีปาติโมกฺขวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

กงฺขาวิตรณีปุราณฏีกา นิฏฺฐิตา.

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส