๔. ทุฏฺฐุลฺลสิกฺขาปทวณฺณนา
จตุตฺเถ ทุฏฺฐุลฺลนฺติ สงฺฆาทิเสสํ อธิปฺเปตํ, ตํ เยน เกนจิ อุปาเยน ญตฺวา ปฏิจฺฉาเทนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. สเจปิ ‘‘น ทานิ นํ กสฺสจิ ภิกฺขุโน อาโรเจสฺสามี’’ติ ธุรํ นิกฺขิปิตฺวา ปจฺฉา อาโรเจติ, ปาจิตฺติยํ, อาปชฺชิตฺวาว อาโรเจสฺสติ. สเจ ปน เอวํ ธุรํ นิกฺขิปิตฺวา ปฏิจฺฉาทนตฺถเมว อญฺญสฺส อาโรเจติ, โสปิ อญฺญสฺสาติ เอเตนุปาเยน สมณสตมฺปิ อาปชฺชติเยว ตาว, ยาว โกฏิ น ฉิชฺชติ. กถํ ปน โกฏิ ฉิชฺชติ? สเจ หิ อาปนฺโน เอกสฺส อาโรเจติ, โสปิ อญฺญสฺส อาโรเจติ, โส นิวตฺติตฺวา เยนสฺส อาโรจิตํ, ตสฺเสว อาโรเจติ, เอวํ ตติเยน ปุคฺคเลน ทุติยสฺส อาโรจิเต โกฏิ ฉินฺนา โหติ.
สาวตฺถิยํ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อารพฺภ ทุฏฺฐุลฺลาปตฺติปฏิจฺฉาทนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, อสาธารณปญฺญตฺติ, อนาณตฺติกํ, ทุฏฺฐุลฺลาย อาปตฺติยา อาทิปเท ปาจิตฺติยํ, อิตเรสุ ทฺวีสุ ทุกฺกฏํ, อทุฏฺฐุลฺลาย ติกทุกฺกฏํ, อนุปสมฺปนฺนสฺส ทุฏฺฐุลฺเล วา อทุฏฺฐุลฺเล วา อชฺฌาจาเร ทุกฺกฏเมว. ‘‘สงฺฆสฺส ภณฺฑนาทีนิ ภวิสฺสนฺตี’’ติ (ปาจิ. ๔๐๑) วา ‘‘อยํ กกฺขโฬ ผรุโส ชีวิตนฺตรายํ วา พฺรหฺมจริยนฺตรายํ วา กริสฺสตี’’ติ วา อนาโรเจนฺตสฺส, ปติรูปํ ภิกฺขุํ อปสฺสโต, น ฉาเทตุกามสฺส, ‘‘ปญฺญายิสฺสติ สเกน กมฺเมนา’’ติ อนาโรเจนฺตสฺส, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. อุปสมฺปนฺนสฺส ทุฏฺฐุลฺลาปตฺติชานนํ, ‘‘ปฏิจฺฉาเทตุกามตาย นาโรเจสฺสามี’’ติ ธุรนิกฺเขโปติ อิมาเนตฺถ เทฺว องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ สมนุภาสนสอสาเนวาติ.
ทุฏฺฐุลฺลสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.