๗. สปฺปาณกวคฺโค

๑. สญฺจิจฺจสิกฺขาปทวณฺณนา

สปฺปาณกวคฺคสฺส ปฐเม ปาโณติ ติรจฺฉานคตปาโณ อธิปฺเปโต. ตํ ขุทฺทกมฺปิ มหนฺตมฺปิ มาเรนฺตสฺส ปาจิตฺติยเมว, มหนฺเต ปน อุปกฺกมมหนฺตตาย อกุสลํ มหนฺตํ โหติ.

สาวตฺถิยํ อุทายิตฺเถรํ อารพฺภ ปาณํ ชีวิตา โวโรปนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, สาธารณปญฺญตฺติ, สาณตฺติกํ, ปาเณ เวมติกสฺส, อปาเณ ปาณสญฺญิโน, เวมติกสฺส วา ทุกฺกฏํ. อปาณสญฺญิสฺส, อสญฺจิจฺจ, อชานนฺตสฺส, นมรณาธิปฺปายสฺส, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. เสสํ มนุสฺสวิคฺคเห วุตฺตนยเมวาติ.

สญฺจิจฺจสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา

ทุติเย สปฺปาณกนฺติ เย ปาณกา ปริโภเคน มรนฺติ, เตหิ สปฺปาณกํ, ตาทิสญฺหิ ชานํ ปริภุญฺชนฺตสฺส ปโยเค ปโยเค ปาจิตฺติยํ.

สาวตฺถิยํ ฉพฺพคฺคิเย อารพฺภ ชานํ สปฺปาณกํ อุทกํ ปริภุญฺชนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, เสสเมตฺถ สิญฺจนสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ.

สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. อุกฺโกฏนสิกฺขาปทวณฺณนา

ตติเย ยถาธมฺมนฺติ โย ยสฺส อธิกรณสฺส วูปสมาย ธมฺโม วุตฺโต, เตเนว ธมฺเมน. นิหตาธิกรณนฺติ นิหตํ อธิกรณํ, สมถกฺขนฺธเก (จูฬว. ๑๘๕ อาทโย) สตฺถารา วุตฺตธมฺเมเนว วูปสมิตนฺติ อตฺโถ, วูปสมนนยํ ปนสฺส อธิกรณสมเถสุ ทสฺสยิสฺสาม. ปุนกมฺมาย อุกฺโกเฏยฺยาติ ตสฺส ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘อกตํ กมฺม’’นฺติอาทีนิ (ปาจิ. ๓๙๔) วทนฺโต ปุนกรณตฺถาย อุจฺจาเลยฺย. ยถาฐิตภาเวน ปติฏฺฐาตุํ น ทเทยฺย, ตสฺเสวํ กโรนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. ยํ ปน ธมฺเมน อธิกรณํ นิหตํ, ตํ สุนิหตเมว. สเจ วิปฺปกเต กมฺเม ปฏิกฺโกสติ, ตํ สญฺญาเปตฺวา กาตพฺพํ. อิตรถา กมฺมญฺจ กุปฺปติ, การกานญฺจ อาปตฺติ.

สาวตฺถิยํ ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู อารพฺภ อุกฺโกฏนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, สาธารณปญฺญตฺติ, อนาณตฺติกํ, ธมฺมกมฺเม เวมติกสฺส, อธมฺมกมฺเม ธมฺมกมฺมสญฺญิโน, เวมติกสฺส วา ทุกฺกฏํ. อุภเยสุ อธมฺมกมฺมสญฺญิสฺส, ‘‘อธมฺเมน วา วคฺเคน วา อกมฺมารหสฺส วา กมฺมํ กต’’นฺติ ชานนฺตสฺส, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. ยถาธมฺมํ นิหตภาโว, ชานนา, อุกฺโกฏนาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ อทินฺนาทานสทิสานิ, อิทํ ปน ทุกฺขเวทนนฺติ.

อุกฺโกฏนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ทุฏฺฐุลฺลสิกฺขาปทวณฺณนา

จตุตฺเถ ทุฏฺฐุลฺลนฺติ สงฺฆาทิเสสํ อธิปฺเปตํ, ตํ เยน เกนจิ อุปาเยน ญตฺวา ปฏิจฺฉาเทนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. สเจปิ ‘‘น ทานิ นํ กสฺสจิ ภิกฺขุโน อาโรเจสฺสามี’’ติ ธุรํ นิกฺขิปิตฺวา ปจฺฉา อาโรเจติ, ปาจิตฺติยํ, อาปชฺชิตฺวาว อาโรเจสฺสติ. สเจ ปน เอวํ ธุรํ นิกฺขิปิตฺวา ปฏิจฺฉาทนตฺถเมว อญฺญสฺส อาโรเจติ, โสปิ อญฺญสฺสาติ เอเตนุปาเยน สมณสตมฺปิ อาปชฺชติเยว ตาว, ยาว โกฏิ น ฉิชฺชติ. กถํ ปน โกฏิ ฉิชฺชติ? สเจ หิ อาปนฺโน เอกสฺส อาโรเจติ, โสปิ อญฺญสฺส อาโรเจติ, โส นิวตฺติตฺวา เยนสฺส อาโรจิตํ, ตสฺเสว อาโรเจติ, เอวํ ตติเยน ปุคฺคเลน ทุติยสฺส อาโรจิเต โกฏิ ฉินฺนา โหติ.

สาวตฺถิยํ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อารพฺภ ทุฏฺฐุลฺลาปตฺติปฏิจฺฉาทนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, อสาธารณปญฺญตฺติ, อนาณตฺติกํ, ทุฏฺฐุลฺลาย อาปตฺติยา อาทิปเท ปาจิตฺติยํ, อิตเรสุ ทฺวีสุ ทุกฺกฏํ, อทุฏฺฐุลฺลาย ติกทุกฺกฏํ, อนุปสมฺปนฺนสฺส ทุฏฺฐุลฺเล วา อทุฏฺฐุลฺเล วา อชฺฌาจาเร ทุกฺกฏเมว. ‘‘สงฺฆสฺส ภณฺฑนาทีนิ ภวิสฺสนฺตี’’ติ (ปาจิ. ๔๐๑) วา ‘‘อยํ กกฺขโฬ ผรุโส ชีวิตนฺตรายํ วา พฺรหฺมจริยนฺตรายํ วา กริสฺสตี’’ติ วา อนาโรเจนฺตสฺส, ปติรูปํ ภิกฺขุํ อปสฺสโต, น ฉาเทตุกามสฺส, ‘‘ปญฺญายิสฺสติ สเกน กมฺเมนา’’ติ อนาโรเจนฺตสฺส, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. อุปสมฺปนฺนสฺส ทุฏฺฐุลฺลาปตฺติชานนํ, ‘‘ปฏิจฺฉาเทตุกามตาย นาโรเจสฺสามี’’ติ ธุรนิกฺเขโปติ อิมาเนตฺถ เทฺว องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ สมนุภาสนสอสาเนวาติ.

ทุฏฺฐุลฺลสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. อูนวีสติวสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา

ปญฺจเม อูนวีสติวสฺสนฺติ ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย อปริปุณฺณวีสติวสฺสํ. อุปสมฺปาเทยฺยาติ อุปชฺฌาโย หุตฺวา อุปสมฺปาเทยฺย. โส จ ปุคฺคโล อนุปสมฺปนฺโนติ ชานนฺเตนาปิ อชานนฺเตนาปิ อุปสมฺปาทิโต อนุปสมฺปนฺโนว. สเจ ปน โส ทสวสฺสจฺจเยน อญฺญํ อุปสมฺปาเทติ, ตญฺเจ มุญฺจิตฺวา คโณ ปูรติ, สูปสมฺปนฺโน. โสปิ ยาว น ชานาติ, ตาว ตสฺส เนว สคฺคนฺตราโย น โมกฺขนฺตราโย, ญตฺวา ปน ปุน อุปสมฺปชฺชิตพฺพํ. เต จ ภิกฺขู คารยฺหาติ ฐเปตฺวา อุปชฺฌายํ อวเสสา คารยฺหา โหนฺติ, สพฺเพ ทุกฺกฏํ อาปชฺชนฺติ. อิทํ ตสฺมึ ปาจิตฺติยนฺติ โย ปน อุปชฺฌาโย หุตฺวา อุปสมฺปาเทติ, ตสฺมึเยว ปุคฺคเล อิทํ ปาจิตฺติยํ เวทิตพฺพํ. ตสฺมา โย ‘‘เอวํ อุปสมฺปาเทสฺสามี’’ติ คณํ วา อาจริยํ วา ปตฺตํ วา จีวรํ วา ปริเยสติ, สีมํ วา สมฺมนฺนติ (ปาจิ. ๔๐๔), อุทกุกฺเขปํ วา ปริจฺฉินฺทติ, โส เอเตสุ สพฺพกิจฺเจสุ ญตฺติยา, ทฺวีสุ จ กมฺมวาจาสุ ทุกฺกฏานิ อาปชฺชิตฺวา กมฺมวาจาปริโยสาเน ปาจิตฺติยํ อาปชฺชติ.

ราชคเห สมฺพหุเล ภิกฺขู อารพฺภ อูนวีสติวสฺสํ อุปสมฺปาทนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, อสาธารณปญฺญตฺติ, อนาณตฺติกํ, อูนวีสติวสฺเส เวมติกสฺส, ปริปุณฺณวีสติวสฺเส อูนกสญฺญิโน, เวมติกสฺส จ ทุกฺกฏํ. อุภยตฺถ ปริปุณฺณสญฺญิสฺส, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. อูนวีสติวสฺสตา, อูนกสญฺญิตา, อุปสมฺปาทนนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ อทินฺนาทานสทิสานิ, อิทํ ปน ปณฺณตฺติวชฺชํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

อูนวีสติวสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. เถยฺยสตฺถสิกฺขาปทวณฺณนา

ฉฏฺเฐ เย ราชานํ วา วญฺเจตฺวา สุงฺกํ วา ปริหริตุกามา โจรา กตกมฺมา เจว อกตกมฺมา จ มคฺคปฺปฏิปนฺนา, เตสุ อิธ เถยฺยสตฺถสญฺญิโน ตสฺส เถยฺยสตฺถภาวํ ญตฺวา เตน สทฺธึ สํวิธาย คจฺฉนฺตสฺส สํวิธาเน จ คมเน จ โอวาทวคฺเค วุตฺตนเยน อาปตฺติวินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.

สาวตฺถิยํ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อารพฺภ เถยฺยสตฺเถน สทฺธึ สํวิธาย เอกทฺธานมคฺคํ ปฏิปชฺชนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, สาธารณปญฺญตฺติ, อนาณตฺติกํ, มนุสฺเสสุ อสํวิทหนฺเตสุ สยเมว สํวิทหิตฺวา คจฺฉนฺตสฺส, เถยฺยสตฺเถ เวมติกสฺส, อเถยฺยสตฺเถ เถยฺยสตฺถสญฺญิโน, เวมติกสฺส จ ทุกฺกฏํ. อเถยฺยสตฺถสญฺญิสฺส, อสํวิทหิตฺวา วา กาลวิสงฺเกเตน วา, อาปทาสุ วา, คจฺฉนฺตสฺส, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. เถยฺยสตฺถภาโว, ชานนํ, สํวิธานํ, อวิสงฺเกเตน คมนนฺติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ. เถยฺยสตฺถสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

เถยฺยสตฺถสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. สํวิธานสิกฺขาปทวณฺณนา

สตฺตเม สาวตฺถิยํ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อารพฺภ มาตุคาเมน สทฺธึ เอกทฺธานมคฺคํ ปฏิปชฺชนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, เสสเมตฺถ ภิกฺขุนิยา สทฺธึ สํวิธานสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพนฺติ.

สํวิธานสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. อริฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา

อฏฺฐเม สคฺคโมกฺขานํ อนฺตรายํ กโรนฺตีติ อนฺตรายิกา, เต กมฺมกิเลสวิปากอุปวาทปญฺญตฺติวีติกฺกมนวเสน ปญฺจวิธา. เตสุ มุทุกานํ อตฺถรณาทีนํ ผสฺโส วิย อิตฺถิสมฺผสฺโสปิ วฏฺฏตีติ เมถุนวีติกฺกมเน โทสํ อทิสฺวา ปญฺญตฺติวีติกฺกมนฺตรายิเก สนฺธาย ‘‘เยเม อนฺตรายิกา ธมฺมา วุตฺตา ภควตา, เต ปฏิเสวโต นาลํ อนฺตรายายา’’ติ วุตฺตํ. อเนกปริยาเยนาติ ‘‘อฏฺฐิกงฺกลูปมา กามา’’ติอาทีหิ (ม. นิ. ๒.๔๒; ปาจิ. ๔๑๗; จูฬนิ. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทส ๑๔๗) เนเกหิ การเณหิ. โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหีติ เย ปสฺสนฺติ วา สุณนฺติ วา, เตหิ ติกฺขตฺตุํ เอวํ วตฺตพฺโพ ‘‘มา อายสฺมา เอวํ อวจ…เป… อลญฺจ ปน เต ปฏิเสวโต อนฺตรายายา’’ติ. เอวํ วุตฺเต อปฺปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, สุตฺวา อวทนฺตานมฺปิ ทุกฺกฏํ. ปุน สงฺฆมชฺฌมฺปิ อากฑฺฒิตฺวา ตเถว วตฺตพฺโพ, ตตฺราปิ ตสฺส อปฺปฏินิสฺสชฺชเน, อิตเรสญฺจ อวจเน ทุกฺกฏเมว. เอวมฺปิ อปฺปฏินิสฺสชฺชนฺโต ปุน ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน ยาวตติยํ สมนุภาสิตพฺโพ, อถสฺส อปฺปฏินิสฺสชฺชโต ปุน ญตฺติยา จ ทฺวีหิ จ กมฺมวาจาหิ ทุกฺกฏํ, กมฺมวาจาปริโยสาเน ปาจิตฺติยํ.

สาวตฺถิยํ อริฏฺฐํ อารพฺภ ปาปิกาย ทิฏฺฐิยา อปฺปฏินิสฺสชฺชนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, สาธารณปญฺญตฺติ, อนาณตฺติกํ, ติกปาจิตฺติยํ, อธมฺมกมฺเม ติกทุกฺกฏํ. อสมนุภาสิยมานสฺส, ปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺส, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. ธมฺมกมฺมตา, สมนุภาสนา, อปฺปฏินิสฺสชฺชนนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ สมนุภาสนสทิสาเนวาติ.

อริฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. อุกฺขิตฺตสมฺโภคสิกฺขาปทวณฺณนา

นวเม ตถาวาทินาติ ‘‘ตถาหํ ภควตา ธมฺม’’นฺติอาทิวาทินา. อกตานุธมฺเมนาติ อนุธมฺโม วุจฺจติ อาปตฺติยา อทสฺสเน วา อปฺปฏิกมฺเม วา ปาปิกาย ทิฏฺฐิยา อปฺปฏินิสฺสคฺเค วา ธมฺเมน วินเยน อุกฺขิตฺตกสฺส อนุโลมวตฺตํ ทิสฺวา กตโอสารณา, โส โอสารณสงฺขาโต อนุธมฺโม ยสฺส น กโต, อยํ อกตานุธมฺโม นาม, ตาทิเสน สทฺธินฺติ อตฺโถ. สมฺภุญฺเชยฺย วาติ อามิสสมฺโภคํ วา ธมฺมสมฺโภคํ วา กเรยฺย. สํวเสยฺย วาติ อุโปสถาทิกํ สงฺฆกมฺมํ กเรยฺย. สห วา เสยฺยํ กปฺเปยฺยาติ นานูปจาเรปิ เอกจฺฉนฺเน นิปชฺเชยฺย. ตตฺถ อามิสปริโภเค เอกปฺปโยเคน พหูปิ ททโต วา คณฺหโต วา เอกํ ปาจิตฺติยํ, วิจฺฉินฺทเน สติ ปโยเค ปโยเค ปาจิตฺติยํ. ธมฺมสมฺโภเค ปทาทีหิ อุทฺทิสนฺตสฺส วา อุทฺทิสาเปนฺตสฺส วา ปทโสธมฺเม วุตฺตนเยน, สํวาเส กมฺมปริโยสานวเสน, สหเสยฺยาย เอกสฺมึ นิปนฺเน อิตรสฺส นิปชฺชนปฺปโยควเสน อาปตฺติปริจฺเฉโท เวทิตพฺโพ.

สาวตฺถิยํ ฉพฺพคฺคิเย อารพฺภ อริฏฺเฐน ภิกฺขุนา สทฺธึ สมฺภุญฺชนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, สาธารณปญฺญตฺติ, อนาณตฺติกํ, อุกฺขิตฺตเก เวมติกสฺส, อนุกฺขิตฺตเก อุกฺขิตฺตกสญฺญิโน เจว เวมติกสฺส จ ทุกฺกฏํ. อุโภสุ อนุกฺขิตฺตกสญฺญิสฺส, ‘‘โอสาริโต’’ติ วา ‘‘ตํ ทิฏฺฐึ ปฏินิสฺสฏฺโฐ’’ติ วา ชานนฺตสฺส, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. อกตานุธมฺมตา, ชานนา, สมฺโภคาทิกรณนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ อทินฺนาทานสทิสานิ, อิทํ ปน ปณฺณตฺติวชฺชํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

อุกฺขิตฺตสมฺโภคสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. กณฺฏกสิกฺขาปทวณฺณนา

ทสเม สมณุทฺเทโสติ สามเณโร. จราติ คจฺฉ. ปิเรติ ปร อมามก. วินสฺสาติ นสฺส, ยตฺถ ตํ น ปสฺสาม, ตตฺถ คจฺฉาติ วุตฺตํ โหติ. ตถานาสิตนฺติเอตฺถ สํวาสนาสนา ลิงฺคนาสนา ทณฺฑกมฺมนาสนาติ ติสฺโส นาสนา. ตตฺถ อาปตฺติยา อทสฺสนาทีสุ อุกฺเขปนา สํวาสนาสนา นาม. ทูสโก นาเสตพฺโพ (ปารา. ๖๖), เมตฺติยํ ภิกฺขุนึ นาเสถาติ (จูฬว. ๑๙๓; ปารา. ๓๘๔) อยํ ลิงฺคนาสนา นาม. ‘‘อชฺชตคฺเค เต, อาวุโส สมณุทฺเทส, น เจว โส ภควา สตฺถา อปทิสิตพฺโพ’’ติ (ปาจิ. ๔๒๙) อยํ ทณฺฑกมฺมนาสนา นาม, อยํ อิธาธิปฺเปตา. เตน วุตฺตํ ‘‘ตถานาสิต’’นฺติ. อุปลาเปยฺยาติ ‘‘ปตฺตํ วา จีวรํ วา อุทฺเทสํ วา ปริปุจฺฉํ วา ทสฺสามี’’ติ สงฺคเณฺหยฺย. อุปฏฺฐาเปยฺยาติ จุณฺณมตฺติกาทีนิ สาทิยนฺโต เตน อตฺตโน อุปฏฺฐานํ การาเปยฺย. สมฺโภคสหเสยฺยา อนนฺตรสิกฺขาปเท วุตฺตนยา เอว, ตสฺมา อาปตฺติปริจฺเฉโทเปตฺถ ตสฺมึ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

สาวตฺถิยํ ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู อารพฺภ กณฺฏกสมณุทฺเทสอุปลาปนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, เสสํ อริฏฺฐสิกฺขาปเท วุตฺตสทิสเมวาติ.

กณฺฏกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สปฺปาณกวคฺโค สตฺตโม.