๒. อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา
ทุติเย ยมตฺถํ สงฺฆมชฺเฌ วินยธโร ปุจฺฉติ, ตโต อญฺญํ วทตีติ อญฺญวาทโก, อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณสฺเสตํ นามํ. วิเหสตีติ วิเหสโก, ตุณฺหีภาวสฺเสตํ นามํ, ตสฺมึ อญฺญวาทเก วิเหสเก. ปาจิตฺติยนฺติ วตฺถุทฺวเย ปาจิตฺติยทฺวยํ วุตฺตํ. ตสฺมา โย ภิกฺขุ สาวเสสํ อาปตฺตึ อาปนฺโน สงฺฆมชฺเฌ อนุยุญฺชิยมาโน ตํ น กเถตุกาโม อญฺเญน วจเนน อญฺญํ ฉาเทนฺโต ตถา ตถา วิกฺขิปติ, โย จ ตุณฺหีภาเวน วิเหเสติ, เตสํ ยํ ภควตา อญฺญวาทกกมฺมญฺเจว วิเหสกกมฺมญฺจ อนุญฺญาตํ, ตสฺมึ สงฺเฆน กเต ปุน ตถา กโรนฺตานํ ปาจิตฺติยํ.
โกสมฺพิยํ ฉนฺนตฺเถรํ อารพฺภ อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, สาธารณปญฺญตฺติ, อนาณตฺติกํ, ธมฺมกมฺเม ติกปาจิตฺติยํ, อธมฺมกมฺเม ติกทุกฺกฏํ, อนาโรปิเต ปน อญฺญวาทเก วา วิเหสเก วา ตถา กโรนฺตสฺส ทุกฺกฏเมว. อาปตฺตึ อาปนฺนภาวํ วา อชานนฺตสฺส ‘‘กึ ตุเมฺห ภณถา’’ติ ปุจฺฉโต, เคลญฺเญน วา, ‘‘สงฺฆสฺส ภณฺฑนาทีนิ วา ภวิสฺสนฺติ, อธมฺเมน วา วคฺเคน วา นกมฺมารหสฺส วา กมฺมํ กริสฺสนฺตี’’ติ อิมินา อธิปฺปาเยน น กเถนฺตสฺส, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. ธมฺมกมฺเมน อาโรปิตตา, อาปตฺติยา วา วตฺถุนา วา อนุยุญฺชิยมานตา, ฉาเทตุกามตาย อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณํ วา ตุณฺหีภาโว วาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ อทินฺนาทานสทิสานิ, อิทํ ปน สิยา กิริยํ, สิยา อกิริยํ, ทุกฺขเวทนญฺจ โหตีติ.
อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.