๓. อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทวณฺณนา

ตติเย เยน วจเนน อุชฺฌาเปนฺติ ‘‘ฉนฺทาย อิตฺถนฺนาโม อิทํ นาม กโรตี’’ติอาทีนิ วทนฺตา อุปสมฺปนฺนํ สงฺเฆน สมฺมตํ เสนาสนปญฺญาปกาทิเภทํ ตสฺส อยสกามา หุตฺวา ภิกฺขูหิ อวชานาเปนฺติ, อวญฺญาย โอโลกาเปนฺติ, ลามกโต วา จินฺตาเปนฺติ, ตํ วจนํ อุชฺฌาปนกํ. เยน จ ตเถว วทนฺตา ขิยฺยนฺติ, สพฺพตฺถ ตสฺส อวณฺณํ ปกาเสนฺติ, ตํ ขิยฺยนกํ, ตสฺมึ อุชฺฌาปนเก ขิยฺยนเก. ปาจิตฺติยนฺติ วตฺถุทฺวเย ปาจิตฺติยทฺวยํ วุตฺตํ. ตสฺมา โย สมฺมตสฺส ภิกฺขุโน อยสกามตาย อุปสมฺปนฺนสฺส วทนฺโต อุชฺฌาเปติ วา ขิยฺยติ วา, ตสฺส ปาจิตฺติยํ โหติ.

ราชคเห เมตฺติยภูมชเก ภิกฺขู อารพฺภ อุชฺฌาปนขิยฺยนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, สาธารณปญฺญตฺติ, อนาณตฺติกํ, ยํ ตสฺส อุปสมฺปนฺนสฺส สมฺมุติกมฺมํ กตํ, ตสฺมึ ธมฺมกมฺเม ติกปาจิตฺติยํ, อธมฺมกมฺเม ติกทุกฺกฏํ, อนุปสมฺปนฺนสฺส ปน สนฺติเก ตถา ภณนฺตสฺส, อสมฺมตสฺส จ อวณฺณํ ยสฺส กสฺสจิ สนฺติเก ภณนฺตสฺส, อนุปสมฺปนฺนสฺส ปน สมฺมตสฺส วา อสมฺมตสฺส วา อวณฺณํ ยสฺส กสฺสจิเทว สนฺติเก ภณนฺตสฺส จ ทุกฺกฏเมว. ปกติยาว ฉนฺทาทิวเสน กโรนฺตํ อุชฺฌาเปนฺตสฺส วา ขิยฺยนฺตสฺส วา, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. ธมฺมกมฺเมน สมฺมตตา, อุปสมฺปนฺนตา, อคติคมนาภาโว, ตสฺส อวณฺณกามตา, ยสฺส สนฺติเก วทติ, ตสฺส อุปสมฺปนฺนตา, อุชฺฌาปนํ วา ขิยฺยนํ วาติ อิมาเนตฺถ ฉ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ อทินฺนาทานสทิสานิ, อิทํ ปน ทุกฺขเวทนเมวาติ.

อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.