๑๐. ราชสิกฺขาปทวณฺณนา

ทสเม ราชโภคฺโคติ ราชโต โภคฺคํ ภุญฺชิตพฺพํ อสฺส อตฺถีติ ราชโภคฺโค, ‘‘ราชโภโค’’ติปิ ปาโฐ, ราชโต โภโค อสฺส อตฺถีติ อตฺโถ. จีวรเจตาปนฺนนฺติ หิรญฺญาทิกํ อกปฺปิยํ. ปหิเณยฺยาติ เปเสยฺย. อิมินาติอาทิ อาคมนสุทฺธึ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. สเจ หิ ‘‘อิทํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน เทหี’’ติ เปเสยฺย, อาคมนสฺส อสุทฺธตฺตา อกปฺปิยวตฺถุํ อารพฺภ ภิกฺขุนา กปฺปิยการโกปิ นิทฺทิสิตพฺโพ น ภเวยฺย. อาภตนฺติ อานีตํ. น โข มยนฺติอาทิ อิทํ กปฺปิยวเสน อาภตมฺปิ จีวรมูลํ อีทิเสน ทูตวจเนน อกปฺปิยํ โหติ, ตสฺมา ตํ ปฏิกฺขิปิตพฺพนฺติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. สุวณฺณํ รชตํ กหาปโณ มาสโกติ อิมานิ หิ จตฺตาริ นิสฺสคฺคิยวตฺถูนิ, มุตฺตา มณิ เวฬุริโย สงฺโข สิลา ปวาฬํ โลหิตงฺโก มสารคลฺลํ สตฺต ธญฺญานิ ทาสิทาสเขตฺตวตฺถุปุปฺผารามผลารามาทโยติ อิมานิ ทุกฺกฏวตฺถูนิ จ อตฺตโน วา เจติยสงฺฆคณปุคฺคลานํ วา อตฺถาย สมฺปฏิจฺฉิตุํ น วฏฺฏนฺติ, ตสฺมา ตํ สาทิตุํ น วฏฺฏตีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘น โข มย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

จีวรญฺจ โข มยํ ปฏิคฺคณฺหามาติ อิทํ ปน อตฺตานํ อุทฺทิสฺส อาภตตฺตา วตฺตุํ วฏฺฏติ, ตสฺมา วุตฺตํ. กาเลนาติ ยุตฺตปตฺตกาเลน, ยทา โน อตฺโถ โหติ, ตทา กปฺปิยํ จีวรํ ปฏิคฺคณฺหามาติ อตฺโถ. เวยฺยาวจฺจกโรติ กปฺปิยการโก. นิทฺทิสิตพฺโพติอิทํ ‘‘อตฺถิ ปนายสฺมโต โกจิ เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ กปฺปิยวจเนน วุตฺตตฺตา อนุญฺญาตํ. สเจ ปน ทูโต ‘‘โก อิมํ คณฺหาตี’’ติ วา ‘‘กสฺส เทมี’’ติ วา วทติ, น นิทฺทิสิตพฺโพ. อารามิโก วา อุปาสโก วาติอิทํ สารุปฺปตาย วุตฺตํ, ฐเปตฺวา ปน ปญฺจ สหธมฺมิเก โย โกจิ กปฺปิยการโก วฏฺฏติ. เอโส โข, อาวุโสติอิทํ ภิกฺขุสฺส กปฺปิยวจนทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ, เอวเมว หิ วตฺตพฺพํ, ‘‘เอตสฺส เทหี’’ติอาทิ น วตฺตพฺพํ. สญฺญตฺโต โส มยาติ อาณตฺโต โส มยา, ยถา ตุมฺหากํ จีวเรน อตฺเถ สติ จีวรํ ทสฺสติ, เอวํ วุตฺโตติ อตฺโถ. ทูเตน หิ เอวํ อาโรจิเตเยว ตํ โจเทตุํ วฏฺฏติ, เนว ตสฺส หตฺเถ ทตฺวา คตมตฺตการเณน. สเจ ปน ‘‘อยํ เวยฺยาวจฺจกโร’’ติ สมฺมุขา นิทฺทิฏฺโฐ โหติ, ทูโต จ สมฺมุขา เอว ตสฺส หตฺเถ เจตาปนฺนํ ทตฺวา ‘‘เถรสฺส จีวรํ กิณิตฺวา เทหี’’ติ คจฺฉติ, เอวํ ‘‘สญฺญตฺโต โส มยา’’ติ อวุตฺเตปิ โจเทตุํ วฏฺฏติ. สเจ ปน ทูโต คจฺฉนฺโตว ‘‘อหํ ตสฺส หตฺเถ ทสฺสามิ, ตุเมฺห จีวรํ คเณฺหยฺยาถา’’ติ ภิกฺขุโน วตฺวา วา คจฺฉติ, อญฺญํ วา เปเสตฺวา อาโรจาเปติ, เอวํ สติ อิตรมฺปิ โจเทตุํ วฏฺฏติเยว. เทสนามตฺตเมว เจตํ ‘‘ทูเตนา’’ติ. โยปิ อตฺตนา อาหริตฺวา เอวํ ปฏิปชฺชติ, ตสฺมิมฺปิ อิทเมว ลกฺขณํ. อตฺโถ เม, อาวุโส, จีวเรนาติ โจทนาลกฺขณนิทสฺสนเมตํ. สเจ หิ วาจาย โจเทติ, อิทํ วา วจนํ ยาย กายจิ ภาสาย เอตสฺส อตฺโถ วา วตฺตพฺโพ, ‘‘เทหิ เม, อาหร เม’’ติอาทินา นเยน ปน วตฺตุํ น วฏฺฏติ. อภินิปฺผาเทยฺยาติ เอวํ วจีเภทํ กตฺวา ติกฺขตฺตุํ โจทยมาโน ปฏิลาภวเสน สาเธยฺย. อิจฺเจตํ กุสลนฺติ เอตํ สุนฺทรํ.

ฉกฺขตฺตุปรมนฺติ ภาวนปุํสกวจนเมตํ. ฉกฺขตฺตุปรมญฺหิ เตน จีวรํ อุทฺทิสฺส ตุณฺหีภูเตน ฐาตพฺพํ, น นิสีทิตพฺพํ, น อามิสํ ปฏิคฺคเหตพฺพํ, น ธมฺโม ภาสิตพฺโพ. ‘‘กึการณา อาคโตสี’’ติ วุตฺเต ปน ‘‘ชานาหิ, อาวุโส’’ติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพํ. สเจ นิสชฺชาทีนิ กโรติ, ฐานํ ภญฺชติ, อาคตการณํ วินาเสติ, อิทํ กาเยน โจทนาย ลกฺขณทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. เอตฺถ จ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน ติสฺสนฺนํ โจทนานํ ฉนฺนญฺจ ฐานานํ อนุญฺญาตตฺตา โจทนาย ทิคุณํ ฐานํ อนุญฺญาตํ โหติ, ตสฺมา สเจ โจเทติเยว, น ติฏฺฐติ, ฉ โจทนาโย ลพฺภนฺติ. สเจ ติฏฺฐติเยว, น โจเทติ, ทฺวาทส ฐานานิ ลพฺภนฺติ. สเจ อุภยํ กโรติ, เอกาย โจทนาย เทฺว ฐานานิ หาเปตพฺพานิ. ตตฺถ โย เอกทิวสเมว ปุนปฺปุนํ คนฺตฺวา ฉกฺขตฺตุํ โจเทติ, สกึเยว วา คนฺตฺวา ‘‘อตฺโถ เม, อาวุโส, จีวเรนา’’ติ ฉกฺขตฺตุํ วทติ, ตถา เอกทิวสเมว ปุนปฺปุนํ คนฺตฺวา ทฺวาทสกฺขตฺตุํ ติฏฺฐติ, สกึเยว วา คนฺตฺวา ตตฺร ตตฺร ฐาเน ติฏฺฐติ, โสปิ สพฺพโจทนาโย สพฺพฏฺฐานานิ จ ภญฺชติ, โก ปน วาโท นานาทิวเสสุ เอวํ กโรนฺตสฺสาติ อยเมตฺถ วินิจฺฉโย. เย ปน กปฺปิยการเก ทายโก สยเมว คนฺตฺวา นิสีทติ เต สตกฺขตฺตุมฺปิ โจเทตุํ วฏฺฏติ. โย ปน อุโภหิ ปิ อนิทฺทิฏฺโฐ มุขเววฏิกกปฺปิยการโก จ ปรมฺมุขกปฺปิยการโก จ, โส น กิญฺจิ วตฺตพฺโพ, เอวํ อิธ ทสปิ กปฺปิยการกา ทสฺสิตา โหนฺติ.

ตโต เจ อุตฺตรีติ วุตฺตโจทนาฐานปริมาณโต อุตฺตริ. นิสฺสคฺคิยนฺติ อุตฺตริ วายามมานสฺส สพฺพปฺปโยเคสุ ทุกฺกฏํ, ปฏิลาเภน นิสฺสคฺคิยํ โหติ. เอตฺถ จ ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, จีวรํ อติเรกติกฺขตฺตุํ โจทนาย อติเรกฉกฺขตฺตุํ ฐาเนน อภินิปฺผาทิตํ นิสฺสคฺคิย’’นฺติ (ปารา. ๕๓๙) อิมินา นเยน นิสฺสชฺชนวิธานํ เวทิตพฺพํ. ยตสฺส จีวรเจตาปนฺนํ อาภตนฺติ ยโต ราชโต วา ราชโภคฺคโต วา อสฺส ภิกฺขุโน จีวรเจตาปนฺนํ อานีตํ, ‘‘ยตฺวสฺสา’’ติปิ ปาโฐ, อยเมว อตฺโถ. ตตฺถาติ ตสฺส รญฺโญ วา ราชโภคฺคสฺส วา สนฺติกํ, สมีปตฺเถ หิ อิทํ ภุมฺมวจนํ. น ตํ ตสฺส ภิกฺขุโน กิญฺจิ อตฺถํ อนุโภตีติ ตํ เจตาปนฺนํ ตสฺส ภิกฺขุโน อปฺปมตฺตกมฺปิ กมฺมํ น นิปฺผาเทติ. ยุญฺชนฺตายสฺมนฺโต สกนฺติ อายสฺมนฺโต อตฺตโน สนฺตกํ ธนํ ปาปุณนฺตุ. มา โว สกํ วินสฺสาติ ตุมฺหากํ สนฺตกํ มา วินสฺสตุ. อยํ ตตฺถ สามีจีติ อยํ ตตฺถ อนุธมฺมตา โลกุตฺตรธมฺมํ อนุคตา, วตฺตธมฺมตาติ อตฺโถ, ตสฺมา เอวํ อกโรนฺโต วตฺตเภเท ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ.

สาวตฺถิยํ อุปนนฺทํ อารพฺภ ‘‘อชฺชุโณฺห, ภนฺเต, อาคเมหี’’ติ (ปารา. ๕๓๗) วุจฺจมาโน นาคเมสิ, ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, สาธารณปญฺญตฺติ, อนาณตฺติกํ, ติกปาจิตฺติยํ, อูนเกสุ โจทนาฐาเนสุ อติเรกสญฺญิโน เวมติกสฺส วา ทุกฺกฏํ. อโจทนาย ลทฺเธ, สามิเกหิ โจเทตฺวา ทินฺเน, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. กปฺปิยการกสฺส ภิกฺขุโน นิทฺทิฏฺฐภาโว, ทูเตน อปฺปิตตา, ตตุตฺตริวายาโม, เตน วายาเมน ปฏิลาโภติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ จตุตฺถสทิสาเนวาติ.

ราชสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จีวรวคฺโค ปฐโม.