๑. ปฐมปาราชิกวณฺณนา

โย ปนาติ รสฺสทีฆาทินา ลิงฺคาทิเภเทน โย โกจิ. ภิกฺขูติ เอหิภิกฺขุอุปสมฺปทา, สรณคมนูปสมฺปทา, โอวาทปฺปฏิคฺคหณูปสมฺปทา, ปญฺหาพฺยากรณูปสมฺปทา, อฏฺฐครุธมฺมปฺปฏิคฺคหณูปสมฺปทา, ทูเตนูปสมฺปทา, อฏฺฐวาจิกูปสมฺปทา, ญตฺติจตุตฺถกมฺมูปสมฺปทาติ อิมาสุ อฏฺฐสุ อุปสมฺปทาสุ ญตฺติจตุตฺเถน อุปสมฺปทากมฺเมน อกุปฺเปน ฐานารเหน อุปสมฺปนฺโน. ตสฺส ปน กมฺมสฺส วตฺถุญตฺติอนุสฺสาวน สีมา ปริสาสมฺปตฺติวเสน อกุปฺปตา เวทิตพฺพา.

ตตฺถ วตฺถูติ อุปสมฺปทาเปกฺโข ปุคฺคโล, โส ฐเปตฺวา อูนวีสติวสฺสํ อนฺติมวตฺถุอชฺฌาปนฺนปุพฺพํ, ปณฺฑกาทโย จ เอกาทส อภพฺพปุคฺคเล เวทิตพฺโพ. ตตฺถ อูนวีสติวสฺโส นาม ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย อปริปุณฺณวีสติวสฺโส. อนฺติมวตฺถุอชฺฌาปนฺนปุพฺโพ นาม จตุนฺนํ ปาราชิกานํ อญฺญตรํ อชฺฌาปนฺนปุพฺโพ. ปณฺฑกาทโย วชฺชนียปุคฺคลกถายํ วุตฺตา. เตสุ อาสิตฺตปณฺฑกญฺจ อุสูยปณฺฑกญฺจ ฐเปตฺวา โอปกฺกมิกปณฺฑโก นปุํสกปณฺฑโก ปณฺฑกภาวปกฺเข ฐิโต ปกฺขปณฺฑโก จ อิธ อธิปฺเปโต.

เถยฺยสํวาสโก ปน ติวิโธ ลิงฺคตฺเถนโก สํวาสตฺเถนโก อุภยตฺเถนโกติ. ตตฺถ โย สยํ ปพฺพชิตฺวา น ภิกฺขุวสฺสานิ คเณติ, น ยถาวุฑฺฒํ ภิกฺขูนํ วา สามเณรานํ วา วนฺทนํ สาทิยติ, น อาสเนน ปฏิพาหติ, น อุโปสถาทีสุ สนฺทิสฺสติ, อยํ อสุทฺธจิตฺตตาย ลิงฺคมตฺตสฺเสว เถนิตตฺตา ลิงฺคตฺเถนโก นาม. โย ปน ภิกฺขูหิ ปพฺพชิโต สามเณโร สมาโน กาสายานิ อปเนตฺวา เตสุ สอุสฺสาโหว เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวิตฺวา ปุน นิวาเสตฺวา สามเณรภาวํ ปฏิชานาติ, อยํ ภิกฺขูหิ ทินฺนลิงฺคสฺส อปริจฺจตฺตตฺตา น ลิงฺคตฺเถนโก, น ลิงฺคานุรูปสฺส สํวาสสฺส สาทิตตฺตา นาปิ สํวาสตฺเถนโก. อนฺติมวตฺถุอชฺฌาปนฺนเกปิ เอเสว นโย. โย จ โข สามเณโร สมาโน วิเทสํ คนฺตฺวา ภิกฺขุวสฺสานิ คเณติ, ยถาวุฑฺฒํ วนฺทนํ สาทิยติ, อาสเนน ปฏิพาหติ, อุโปสถาทีสุ สนฺทิสฺสติ, อยํ สํวาสมตฺตสฺเสว เถนิตตฺตา สํวาสตฺเถนโก นาม. ภิกฺขุวสฺสคณนาทิโก หิ สพฺโพปิ กิริยเภโท อิมสฺมึ อตฺเถ ‘‘สํวาโส’’ติ เวทิตพฺโพ. สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย ‘‘น มํ โกจิ ชานาตี’’ติ ปุน เอวํ ปฏิปชฺชนฺเตปิ เอเสว นโย. โย ปน สยํ ปพฺพชิตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา ยถาวุฑฺฒํ วนฺทนํ สาทิยติ, อาสเนน ปฏิพาหติ, ภิกฺขุวสฺสานิ คเณติ, อุโปสถาทีสุ สนฺทิสฺสติ, อยํ ลิงฺคสฺส เจว สํวาสสฺส จ เถนิตตฺตา อุภยตฺเถนโก นาม. ธุรนิกฺเขปวเสน กาสายานิ อปเนตฺวา อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปชฺชิตฺวา ปุน ตานิ อจฺฉาเทตฺวา เอวํ ปฏิปชฺชนฺเตปิ เอเสว นโย, อยํ ติวิโธปิ เถยฺยสํวาสโก อิธ อธิปฺเปโต. ฐเปตฺวา ปน อิมํ ติวิธํ.

‘‘ราช ทุพฺภิกฺข กนฺตาร-โรค เวรี ภเยน วา;

จีวราหรณตฺถํ วา, ลิงฺคํ อาทิยตีธ โย.

‘‘สํวาสํ นาธิวาเสติ, ยาว โส สุทฺธมานโส;

เถยฺยสํวาสโก นาม, ตาว เอส น วุจฺจตี’’ติ. (มหาว. อฏฺฐ. ๑๑๐);

โย ปน อุปสมฺปนฺโน ติตฺถิยภาวํ ปตฺถยมาโน สยํ วา กุสจีราทิกํ ติตฺถิยลิงฺคํ อาทิยติ, เตสํ วา สนฺติเก ปพฺพชติ, นคฺโค วา หุตฺวา อาชีวกานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา เตสํ วตานิ อาทิยติ, อยํ ติตฺถิยปกฺกนฺตโก นาม. ฐเปตฺวา ปน มนุสฺสชาติกํ อวเสโส สพฺโพปิ ติรจฺฉานคโต นาม. เยน มนุสฺสชาติกา ชเนตฺติ สยมฺปิ มนุสฺสภูเตเนว สญฺจิจฺจ ชีวิตา โวโรปิตา, อยํ มาตุฆาตโก นาม. ปิตุฆาตเกปิ เอเสว นโย. เยน อนฺตมโส คิหิลิงฺเค ฐิโตปิ มนุสฺสชาติโก ขีณาสโว สญฺจิจฺจ ชีวิตา โวโรปิโต, อยํ อรหนฺตฆาตโก นาม. โย ปน ปกตตฺตํ ภิกฺขุนึ ติณฺณํ มคฺคานํ อญฺญตรสฺมึ มคฺเค ทูเสติ, อยํ ภิกฺขุนิทูสโก นาม. โย เทวทตฺโต วิย สาสนํ อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ กตฺวา จตุนฺนํ กมฺมานํ อญฺญตรวเสน สงฺฆํ ภินฺทติ, อยํ สงฺฆเภทโก นาม. โย เทวทตฺโต วิย ทุฏฺฐจิตฺเตน วธกจิตฺเตน ตถาคตสฺส ชีวมานกสรีเร ขุทฺทกมกฺขิกาย ปิวนมตฺตมฺปิ โลหิตํ อุปฺปาเทติ, อยํ โลหิตุปฺปาทโก นาม. ยสฺส อิตฺถินิมิตฺตุปฺปาทนกมฺมโต จ ปุริสนิมิตฺตุปฺปาทนกมฺมโต จ อุภโต ทุวิธมฺปิ พฺยญฺชนํ อตฺถิ, อยํ อุภโตพฺยญฺชนโก นาม. อิติ อิเม เตรส ปุคฺคลา อุปสมฺปทาย อวตฺถู, อิเม ปน ฐเปตฺวา อญฺญสฺมึ อุปสมฺปทาเปกฺเข สติ อุปสมฺปทากมฺมํ วตฺถุสมฺปตฺติวเสน อกุปฺปํ โหติ.

กถํ ญตฺติสมฺปตฺติวเสน อกุปฺปํ โหติ? วตฺถุสงฺฆปุคฺคลญตฺตีนํ อปรามสนานิ, ปจฺฉา ญตฺติฏฺฐปนญฺจาติ อิเม ตาว ปญฺจ ญตฺติโทสา. ตตฺถ ‘‘อยํ อิตฺถนฺนาโม’’ติ อุปสมฺปทาเปกฺขสฺส อกิตฺตนํ วตฺถุอปรามสนํ นาม. ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ’’ติเอตฺถ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต’’ติ วตฺวา ‘‘สงฺโฆ’’ติ อภณนํ สงฺฆอปรามสนํ นาม. ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส อุปสมฺปทาเปกฺโข’’ติ อุปชฺฌายสฺส อกิตฺตนํ ปุคฺคลอปรามสนํ นาม. สพฺเพน สพฺพํ ญตฺติยา อนุจฺจารณํ ญตฺติอปรามสนํ นาม. ปฐมํ กมฺมวาจํ นิฏฺฐาเปตฺวา ‘‘เอสา ญตฺตี’’ติ วตฺวา ‘‘ขมติ สงฺฆสฺสา’’ติ เอวํ ญตฺติกิตฺตนํ ปจฺฉา ญตฺติฏฺฐปนํ นาม. อิติ อิเมหิ โทเสหิ วิมุตฺตาย ญตฺติยา สมฺปนฺนํ ญตฺติสมฺปตฺติวเสน อกุปฺปํ โหติ.

อนุสฺสาวนวเสน อกุปฺปตายปิ วตฺถุสงฺฆปุคฺคลานํ อปรามสนานิ, สาวนาย หาปนํ, อกาเล สาวนนฺติ อิเม ปญฺจ อนุสฺสาวนโทสา. ตตฺถ วตฺถาทีนํ อปรามสนานิ ญตฺติยํ วุตฺตสทิสาเนว. ตีสุ ปน อนุสฺสาวนาสุ ยตฺถ กตฺถจิ เอเตสํ อปรามสนํ อปรามสนเมว. สพฺเพน สพฺพํ ปน กมฺมวาจํ อวตฺวา จตุกฺขตฺตุํ ญตฺติกิตฺตนเมว, อถ วา ปน กมฺมวาจาพฺภนฺตเร อกฺขรสฺส วา ปทสฺส วา อนุจฺจารณํ วา ทุรุจฺจารณํ วา สาวนาย หาปนํ นาม. สาวนาย อโนกาเส ปฐมํ ญตฺตึ อฏฺฐเปตฺวา อนุสฺสาวนกรณํ อกาเล สาวนํ นาม. อิติ อิเมหิ โทเสหิ วิมุตฺตาย อนุสฺสาวนาย สมฺปนฺนํ อนุสฺสาวนสมฺปตฺติวเสน อกุปฺปํ โหติ.

ปุพฺเพ วุตฺตํ วิปตฺติสีมาลกฺขณํ สมติกฺกนฺตาย ปน สีมาย กตํ สีมาสมฺปตฺติวเสน อกุปฺปํ โหติ. ยาวติกา ภิกฺขู กมฺมปฺปตฺตา, เตสํ อนาคมนํ, ฉนฺทารหานํ ฉนฺทสฺส อนาหรณํ, สมฺมุขีภูตานํ ปฏิกฺโกสนนฺติ อิเม ปน ตโย ปริสาโทสา, เตหิ วิมุตฺตาย ปริสาย กตํ ปริสาสมฺปตฺติวเสน อกุปฺปํ โหติ. การณารหตฺตา ปน สตฺถุ สาสนารหตฺตา ฐานารหํ นาม โหติ. อิติ โย อิมินา เอวํ อกุปฺเปน ฐานารเหน ญตฺติจตุตฺเถน อุปสมฺปทากมฺเมน อุปสมฺปนฺโน, อยํ อิธ ‘‘ภิกฺขู’’ติ อธิปฺเปโต. ปณฺณตฺติวชฺเชสุ ปน อญฺเญปิ สงฺคหํ คจฺฉนฺติ.

ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโนติ ยา ภิกฺขูนํ อธิสีลสงฺขาตา สิกฺขา, ตญฺจ, ยตฺถ เจเต สห ชีวนฺติ, เอกชีวิกา สภาควุตฺติโน โหนฺติ, ตํ ภควตา ปญฺญตฺตํ สิกฺขาปทสงฺขาตํ สาชีวญฺจ, ตตฺถ สิกฺขนภาเวน สมาปนฺโนติ ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมอาปนฺโน. สมาปนฺโนติ สิกฺขญฺจ ปริปูเรนฺโต สาชีวญฺจ อวีติกฺกมนฺโต หุตฺวา ตทุภยํ อุปคโตติ อตฺโถ. สิกฺขํ อปจฺจกฺขาย ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวาติ ยํ สิกฺขํ สมาปนฺโน, ตํ อปฏิกฺขิปิตฺวา, ยญฺจ สาชีวํ สมาปนฺโน, ตสฺมึ ทุพฺพลภาวํ อปฺปกาเสตฺวา. ตตฺถ จิตฺตเขตฺตกาลปโยคปุคฺคลวิชานนวเสน สิกฺขาย ปจฺจกฺขานํ ญตฺวา ตทภาเวน อปจฺจกฺขานํ เวทิตพฺพํ. กถํ? อุปสมฺปนฺนภาวโต จวิตุกามตาจิตฺเตเนว หิ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ, น ทวา วา รวา วา ภณนฺตสฺส. เอวํ จิตฺตวเสน สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน. ตถา ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามิ, ธมฺมํ ปจฺจกฺขามิ, สงฺฆํ ปจฺจกฺขามิ, สิกฺขํ, วินยํ, ปาติโมกฺขํ, อุทฺเทสํ, อุปชฺฌายํ, อาจริยํ, สทฺธิวิหาริกํ, อนฺเตวาสิกํ, สมานุปชฺฌายกํ, สมานาจริยกํ, สพฺรหฺมจารึ ปจฺจกฺขามี’’ติ เอวํ วุตฺตานํ พุทฺธาทีนํ จุทฺทสนฺนํ, ‘‘คิหีติ มํ ธาเรหิ, อุปาสโก, อารามิโก, สามเณโร, ติตฺถิโย, ติตฺถิยสาวโก, อสมโณ, ‘อสกฺยปุตฺติโย’ติ มํ ธาเรหี’’ติ เอวํ วุตฺตานํ คิหิอาทีนํ อฏฺฐนฺนญฺจาติ อิเมสํ ทฺวาวีสติยา เขตฺตปทานํ ยสฺส กสฺสจิ สเววจนสฺส วเสน เตสุ ยํกิญฺจิ วตฺตุกามสฺส ยํกิญฺจิ วทโต สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ, น รุกฺขาทีนํ อญฺญตรสฺส นามํ คเหตฺวา ปจฺจาจิกฺขนฺตสฺส. เอวํ เขตฺตวเสน ปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน.

ตตฺถ ยเทตํ ‘‘ปจฺจกฺขามี’’ติ จ, ‘‘มํ ธาเรหี’’ติ (ปารา. ๕๑) จ วุตฺตํ วตฺตมานกาลวจนํ, ยานิ จ ‘‘อลํ เม พุทฺเธน, กึ นุ เม พุทฺเธน, น มมตฺโถ พุทฺเธน, สุมุตฺตาหํ พุทฺเธนา’’ติอาทินา (ปารา. ๕๒) นเยน อาขฺยาตวเสน กาลํ อนามสิตฺวา ปุริเมหิ จุทฺทสหิ ปเทหิ สทฺธึ โยเชตฺวา วุตฺตานิ ‘‘อลํ เม’’ติอาทีนิ จตฺตาริ ปทานิ, เตสํเยว จ สเววจนานํ วเสน ปจฺจกฺขานํ โหติ, น ‘‘ปจฺจกฺขาสิ’’นฺติ วา ‘‘ปจฺจกฺขิสฺส’’นฺติ วา ‘‘มํ ธาเรสี’’ติ วา ‘‘มํ ธาเรสฺสตี’’ติ วา ‘‘ยํนูนาหํ ปจฺจกฺเขยฺย’’นฺติ (ปารา. ๔๕) วาติอาทีนิ อตีตานาคตปริกปฺปวจนานิ ภณนฺตสฺส. เอวํ วตฺตมาน กาลวเสน เจว อนามฏฺฐกาลวเสน จ ปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน.

ปโยโค ปน ทุวิโธ กายิโก จ วาจสิโก จ. ตตฺถ ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’’ติอาทินา (ปารา. ๕๑) นเยน ยาย กายจิ ภาสาย วจีเภทํ กตฺวา วาจสิกปฺปโยเคเนว ปจฺจกฺขานํ โหติ, น อกฺขรลิขนํ วา หตฺถมุทฺทาทิทสฺสนํ วา กายปฺปโยคํ กโรนฺตสฺส. เอวํ วาจสิกปฺปโยเคเนว ปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน.

ปุคฺคโล ปน ทุวิโธ – โย จ ปจฺจกฺขาติ, ยสฺส จ ปจฺจกฺขาติ. ตตฺถ โย ปจฺจกฺขาติ, โส สเจ อุมฺมตฺตกขิตฺตจิตฺตเวทนาฏฺฏานํ อญฺญตโร น โหติ. ยสฺส ปน ปจฺจกฺขาติ, โส สเจ มนุสฺสชาติโก โหติ, น จ อุมฺมตฺตกาทีนํ อญฺญตโร, สมฺมุขีภูโต จ สิกฺขาปจฺจกฺขานํ โหติ. น หิ อสมฺมุขีภูตสฺส ทูเตน วา ปณฺเณน วา อาโรจนํ รุหติ. เอวํ ยถาวุตฺตปุคฺคลวเสน ปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน.

วิชานนมฺปิ นิยมิตานิยมิตวเสน ทุวิธํ. ตตฺถ ยสฺส เยสํ วา นิยเมตฺวา ‘‘อิมสฺส, อิเมสํ วา อาโรเจมี’’ติ วทติ, สเจ เต ยถา ปกติยา โลเก มนุสฺสา วจนํ สุตฺวา อาวชฺชนสมเย ชานนฺติ, เอวํ ตสฺส วจนานนฺตรเมว ตสฺส ‘‘อยํ อุกฺกณฺฐิโต’’ติ วา ‘‘คิหิภาวํ ปตฺถยตี’’ติ วา เยน เกนจิ อากาเรน สิกฺขาปจฺจกฺขานภาวํ ชานนฺติ, ปจฺจกฺขาตาว โหติ สิกฺขา. อถ อปรภาเค ‘‘กึ อิมินา วุตฺต’’นฺติ จินฺเตตฺวา ชานนฺติ, อญฺเญ วา ชานนฺติ, อปจฺจกฺขาตาว โหติ สิกฺขา. อนิยเมตฺวา อาโรเจนฺตสฺส ปน สเจ วุตฺตนเยน โย โกจิ มนุสฺสชาติโก วจนตฺถํ ชานาติ, ปจฺจกฺขาตาว โหติ สิกฺขา. เอวํ วิชานนวเสน ปจฺจกฺขานํ โหติ, น ตทภาเวน. โย ปน อนฺตมโส ทวายปิ ปจฺจกฺขาติ, เตน อปจฺจกฺขาตาว โหติ สิกฺขา. อิติ อิเมสํ วุตฺตปฺปการานํ จิตฺตาทีนํ วา วเสน, สพฺพโส วา ปน อปจฺจกฺขาเนน สิกฺขํ อปจฺจกฺขาย สิกฺขาปจฺจกฺขานสฺเสว จ อตฺถภูตํ เอกจฺจํ ทุพฺพลฺยํ อนาวิกตฺวา.

เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺยาติ เอตฺถ เมถุนํ ธมฺมนฺติ ราคปริยุฏฺฐาเนน สทิสานํ อุภินฺนํ ธมฺมํ. ปฏิเสเวยฺยาติ ปฏิเสเวยฺย อชฺฌาปชฺเชยฺย. อนฺตมโสติ สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน. ติรจฺฉานคตายปีติ ปฏิสนฺธิวเสน ติรจฺฉาเนสุ คตายปิ, อยเมตฺถ อนุปญฺญตฺติ. ปาราชิโก โหตีติ ปราชิโต โหติ, ปราชยํ อาปนฺโน. อสํวาโสติ ปกตตฺตา ภิกฺขู สห วสนฺติ เอตฺถาติ เอกกมฺมาทิโกว ติวิโธปิ วิธิ สํวาโส นาม, โส เตน สทฺธึ นตฺถีติ อสํวาโส. สงฺฆกมฺเมสุ หิ เอส คณปูรโกปิ น โหติ, อยํ ตาว ปทวณฺณนา.

อยํ ปเนตฺถ วินิจฺฉโย – มนุสฺสามนุสฺสติรจฺฉานคตวเสน หิ ติสฺโส อิตฺถิโย, ตาสํ วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคมุขมคฺควเสน ตโย ตโย กตฺวา นว มคฺคา, ตถา อุภโตพฺยญฺชนกานํ. ปุริสานํ ปน วจฺจมคฺคมุขมคฺควเสน เทฺว เทฺว กตฺวา ฉ มคฺคา, ตถา ปณฺฑกานนฺติ เอวํ ตึส มคฺคา. เตสุ อตฺตโน วา ปเรสํ วา ยสฺส กสฺสจิ มคฺคสฺส สนฺถตสฺส วา อสนฺถตสฺส วา, ปเรสํ ปน มตานมฺปิ อกฺขายิตสฺส วา เยภุยฺเยน อกฺขายิตสฺส วา ปกติวาเตน อสํผุฏฺเฐ อลฺโลกาเส โย ภิกฺขุ เอกติลพีชมตฺตมฺปิ อตฺตโน องฺคชาตํ สนฺถตํ วา อสนฺถตํ วา เสวนจิตฺเตน ปเวเสติ, ปเรน วา ปเวสิยมาเน ปเวสนปวิฏฺฐฏฺฐิตอุทฺธรเณสุ ยํกิญฺจิ สาทิยติ, อยํ ปาราชิกาปตฺตึ อาปนฺโน นาม โหติ, อยํ ตาเวตฺถ อสาธารณวินิจฺฉโย. สพฺพสิกฺขาปทานํ ปน สาธารณวินิจฺฉยตฺถํ อยํ มาติกา –

นิทานํ ปุคฺคลํ วตฺถุํ, ปญฺญตฺติวิธิเมว จ;

อาณตฺตาปตฺตินาปตฺติ-วิปตฺตึ องฺคเมว จ.

สมุฏฺฐานวิธึ กิริยา-สญฺญาจิตฺเตหิ นานตฺตํ;

วชฺชกมฺมปฺปเภทญฺจ, ติกทฺวยวิธึ ตถา.

ลกฺขณํ สตฺตรสธา, ฐิตํ สาธารณํ อิทํ;

ญตฺวา โยเชยฺย เมธาวี, ตตฺถ ตตฺถ ยถารหนฺติ.

ตตฺถ นิทานํ นาม เวสาลิ-ราชคห-สาวตฺถิ-อาฬวิ-โกสมฺพิ-สคฺค-ภคฺคานํ วเสน สตฺตวิธํ ปญฺญตฺติฏฺฐานํ, อิทญฺหิ สพฺพสิกฺขาปทานํ นิทานํ. ปุคฺคโล นาม ยํ ยํ อารพฺภ ตํ ตํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ. วตฺถุ นาม ตสฺส ตสฺส ปุคฺคลสฺส อชฺฌาจาโร วุจฺจติ. ปญฺญตฺติวิธินฺติ ปญฺญตฺติอนุปญฺญตฺติอนุปฺปนฺนปญฺญตฺติสพฺพตฺถปญฺญตฺติปเทสปญฺญตฺติสาธารณปญฺญตฺติ อสาธารณปญฺญตฺติเอกโตปญฺญตฺติอุภโตปญฺญตฺติวเสน นววิธา ปญฺญตฺติ. ตตฺถ อนุปฺปนฺนปญฺญตฺติ นาม อนุปฺปนฺเน โทเส ปญฺญตฺตา, สา อฏฺฐครุธมฺมปฺปฏิคฺคหณวเสน (จูฬว. ๔๐๓) ภิกฺขุนีนํเยว อาคตา, อญฺญตฺร นตฺถิ. วินยธรปญฺจเมน (มหาว. ๒๕๙) คเณน อุปสมฺปทา, คณงฺคณูปาหนา (มหาว. ๒๕๙) ธุวนฺหานํ จมฺมตฺถรณนฺติ เอเตสํ วเสน จตุพฺพิธา ปเทสปญฺญตฺติ นาม. มชฺฌิมเทเสเยว หิ เอเตหิ อาปตฺติ โหติ, เตสุปิ ธุวนฺหานํ ปฏิกฺเขปมตฺตเมว ปาติโมกฺเข อาคตํ, ตโต อญฺญา ปเทสปญฺญตฺติ นาม นตฺถิ. สพฺพานิ สพฺพตฺถปญฺญตฺติเยว โหนฺติ, สาธารณปญฺญตฺติทุกญฺจ เอกโตปญฺญตฺติทุกญฺจ อตฺถโต เอกํ, ตสฺมา อนุปฺปนฺนปญฺญตฺติญฺจ สพฺพตฺถปญฺญตฺติทุกญฺจ เอกโตปญฺญตฺติทุกญฺจ ฐเปตฺวา เสสานํ จตสฺสนฺนํ ปญฺญตฺตีนํ วเสน สพฺพตฺถ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. อาณตฺตาปตฺตินาปตฺติวิปตฺตินฺติเอตฺถ อาณตฺตีติอาณาปนา วุจฺจติ. อาปตฺตีติ ปุพฺพปฺปโยคาทิวเสน อาปตฺติเภโท. อนาปตฺตีติ อชานนาทิวเสน อนาปตฺติ. วิปตฺตีติ สีลอาจารทิฏฺฐิอาชีววิปตฺตีนํ อญฺญตรา. อิติ อิมาสํ อาณตฺตาทีนมฺปิ วเสน สพฺพตฺถ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. องฺคนฺติ สพฺพสิกฺขาปเทสุ อาปตฺตีนํ องฺคํ เวทิตพฺพํ.

สมุฏฺฐานวิธินฺติ สพฺพาปตฺตีนํ กาโย วาจา กายวาจา กายจิตฺตํ วาจาจิตฺตํ กายวาจาจิตฺตนฺติ อิมานิ เอกงฺคิกทฺวงฺคิกติวงฺคิกานิ. ฉ สมุฏฺฐานานิ นาม ยานิ ‘‘สิกฺขาปทสมอุฏฺฐานานี’’ติปิ วุจฺจนฺติ. ตตฺถ ปุริมานิ ตีณิ อจิตฺตกานิ, ปจฺฉิมานิ สจิตฺตกานิ. เตสุ เอเกน วา ทฺวีหิ วา ตีหิ วา จตูหิ วา ฉหิ วา สมุฏฺฐาเนหิ อาปตฺติโย สมุฏฺฐหนฺติ, ปญฺจสมุฏฺฐานา นาม นตฺถิ. ตตฺถ เอกสมุฏฺฐานา นาม จตุตฺเถน จ ปญฺจเมน จ ฉฏฺเฐน จ สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ, น อญฺเญน. ทฺวิสมุฏฺฐานา นาม ปฐมจตุตฺเถหิ จ ทุติยปญฺจเมหิ จ ตติยฉฏฺเฐหิ จ จตุตฺถฉฏฺเฐหิ จ ปญฺจมฉฏฺเฐหิ จ สมุฏฺฐาเนหิ, สมุฏฺฐาติ, น อญฺเญหิ. ติสมุฏฺฐานา นาม ปฐเมหิ จ ตีหิ, ปจฺฉิเมหิ จ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ, น อญฺเญหิ. จตุสมุฏฺฐานา นาม ปฐมตติยจตุตฺถฉฏฺเฐหิ จ ทุติยตติยปญฺจมฉฏฺเฐหิ จ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ, น อญฺเญหิ. ฉ สมุฏฺฐานา นาม ฉหิปิ สมุฏฺฐาติ.

เอวํ –

ติธา เอกสมุฏฺฐานา, ปญฺจธา ทฺวิสมุฏฺฐิตา;

ทฺวิธา ติจตุโร ฐานา, เอกธา ฉสมุฏฺฐิตาติ.

สมุฏฺฐานวเสน สพฺพาว เตรส อาปตฺติโย โหนฺติ (จูฬว. ๑๖๕ อาทโย), ตา ปฐมปญฺญตฺติสิกฺขาปทวเสน สมุฏฺฐานโต เตรส นามานิ ลภนฺติ ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานา, อทินฺนาทาน-สญฺจริตฺต-สมนุภาสน-กถิน-เอฬกโลม-ปทโสธมฺม-อทฺธาน-เถยฺยสตฺถ-ธมฺมเทสนาภูตาโรจน-โจริวุฏฺฐาปน-อนนุญฺญาตสมุฏฺฐานาติ. ตตฺถ ยา กายจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ, อยํ ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานา นาม. ยา สจิตฺตเกหิ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ, อยํ อทินฺนาทานสมุฏฺฐานา นาม. ยา ฉหิปิ สมุฏฺฐาติ, อยํ สญฺจริตฺตสมุฏฺฐานา นาม. ยา ฉฏฺเฐเนว สมุฏฺฐาติ, อยํ สมนุภาสนสมุฏฺฐานา นาม. ยา ตติยฉฏฺเฐหิ สมุฏฺฐาติ, อยํ กถินสมุฏฺฐานา นาม. ยา ปฐมจตุตฺเถหิ สมุฏฺฐาติ, อยํ เอฬกโลมสมุฏฺฐานา นาม. ยา ทุติยปญฺจเมหิ สมุฏฺฐาติ, อยํ ปทโสธมฺมสมุฏฺฐานา นาม. ยา ปฐมตติยจตุตฺถฉฏฺเฐหิ สมุฏฺฐาติ, อยํ อทฺธานสมุฏฺฐานา นาม. ยา จตุตฺถฉฏฺเฐหิ สมุฏฺฐาติ, อยํ เถยฺยสตฺถสมุฏฺฐานา นาม. ยา ปญฺจเมเนว สมุฏฺฐาติ, อยํ ธมฺมเทสนาสมุฏฺฐานา นาม. ยา อจิตฺตเกหิ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ, อยํ ภูตาโรจนสมุฏฺฐานา นาม. ยา ปญฺจมฉฏฺเฐหิ สมุฏฺฐาติ, อยํ โจริวุฏฺฐาปนสมุฏฺฐานา นาม. ยา ทุติยตติยปญฺจมฉฏฺเฐหิ สมุฏฺฐาติ, อยํ อนนุญฺญาตสมุฏฺฐานา นามาติ. อิติ อิมสฺส สมุฏฺฐานวิธิโนปิ วเสน สพฺพตฺถ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.

กิริยาสญฺญาจิตฺเตหิ นานตฺตนฺติ เอเตหิ กิริยาทีหิ สพฺพาปตฺตีนํ นานาภาวํ ญตฺวา สพฺพตฺถ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. สพฺพาปตฺติโย หิ กิริยาวเสน ปญฺจวิธา โหนฺติ, เสยฺยถิทํ – อตฺถาปตฺติ กิริยโต สมุฏฺฐาติ, อตฺถิ อกิริยโต, อตฺถิ กิริยากิริยโต, อตฺถิ สิยา กิริยโต สิยา อกิริยโต, อตฺถิ สิยา กิริยโต สิยา กิริยากิริยโตติ. ตตฺถ ยา กาเยน วา วาจาย วา ปถวิขณนาทีสุ (ปจิ. ๘๔) วิย วีติกฺกมํ กโรนฺตสฺส โหติ, อยํ กิริยโต สมุฏฺฐาติ นาม. ยา กายวาจาหิ กตฺตพฺพํ อกโรนฺตสฺส โหติ ปฐมกถินาปตฺติ (ปารา. ๔๕๙ อาทโย) วิย, อยํ อกิริยโต สมุฏฺฐาติ นาม. ยา กโรนฺตสฺส จ อกโรนฺตสฺส จ โหติ อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา หตฺถโต จีวรปฺปฏิคฺคหณาปตฺติ (ปารา. ๕๐๘-๕๑๑) วิย, อยํ กิริยากิริยโต สมุฏฺฐาติ นาม. ยา สิยา กโรนฺตสฺส จ, สิยา อกโรนฺตสฺส จ โหติ รูปิยปฺปฏิคฺคหณาปตฺติ (ปารา. ๕๘๒) วิย, อยํ สิยา กิริยโต สิยา อกิริยโต สมุฏฺฐาติ นาม. ยา สิยา กโรนฺตสฺส จ สิยา กโรนฺตากโรนฺตสฺส จ โหติ กุฏิการาปตฺติ (ปารา. ๓๔๒ อาทโย) วิย, อยํ สิยา กิริยโต สิยา กิริยากิริยโต สมุฏฺฐาติ นาม.

สพฺพาปตฺติโย จ สญฺญาวเสน ทุวิธา โหนฺติ สญฺญาวิโมกฺขา โนสญฺญาวิโมกฺขาติ. ตตฺถ ยโต วีติกฺกมสญฺญาย อภาเวน มุจฺจติ, อยํ สญฺญาวิโมกฺขา, อิตรา โนสญฺญาวิโมกฺขา. ปุน จ สพฺพาปิ จิตฺตวเสน ทุวิธา โหนฺติ สจิตฺตกา อจิตฺตกา จาติ. ตตฺถ ยา สจิตฺตกสมุฏฺฐานวเสเนว สมุฏฺฐาติ อยํ สจิตฺตกา. ยา อจิตฺตเกน วา สจิตฺตกมิสฺสเกน วา สมุฏฺฐาติ อยํ อจิตฺตกา.

วชฺชกมฺมปฺปเภทนฺติ เอตฺถ สพฺพาปตฺติโย วชฺชวเสน ทุวิธา โหนฺติ โลกวชฺชา ปณฺณตฺติวชฺชา จาติ. ตตฺถ ยสฺสา สจิตฺตกปกฺเข จิตฺตํ อกุสลเมว โหติ, อยํ โลกวชฺชา, เสสา ปณฺณตฺติวชฺชา. สพฺพา จ กายกมฺมวจีกมฺมตทุภยวเสน ติวิธา โหนฺติ. ตตฺถ กายทฺวาเร อาปชฺชิตพฺพา กายกมฺมนฺติ วุจฺจติ, วจีทฺวาเร อาปชฺชิตพฺพา วจีกมฺมนฺติ วุจฺจติ, อุภยตฺถ อาปชฺชิตพฺพา กายกมฺมํ วจีกมฺมญฺจาติ, มโนทฺวาเร อาปตฺติ นาม นตฺถิ. อิติ อิมินา วชฺชกมฺมปฺปเภเทนาปิ สพฺพตฺถ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ.

ติกทฺวยวิธินฺติ กุสลตฺติกเวทนาตฺติกวิธึ. อาปตฺตึ อาปชฺชมาโน หิ อกุสลจิตฺโต วา อาปชฺชติ กุสลาพฺยากตจิตฺโต วา, ตถา ทุกฺขเวทนาสมงฺคี วา อิตรเวทนาทฺวยสมงฺคี วา. เอวํ สนฺเตปิ สพฺพสิกฺขาปเทสุ อกุสลจิตฺตวเสน เอกํ จิตฺตํ, กุสลาพฺยากตจิตฺตวเสน เทฺว จิตฺตานิ, สพฺเพสํ วเสน ตีณิ จิตฺตานิ. ทุกฺขเวทนาวเสน เอกา เวทนา, สุขอุเปกฺขาวเสน เทฺว, สพฺพาสํ วเสน ติสฺโส เวทนาติ. อยเมว ปเภโท ลพฺภติ, น อญฺโญ.

ลกฺขณํ สตฺตรสธา, ฐิตํ สาธารณํ อิทํ, ญตฺวาติ อิทํ นิทานาทิเวทนาตฺติกปริโยสานํ สตฺตรสปฺปการํ ลกฺขณํ ชานิตฺวา โยเชยฺย เมธาวี. ตตฺถ ตตฺถ ยถารหนฺติ ปณฺฑิโต ภิกฺขุ ตสฺมึ ตสฺมึ สิกฺขาปเท อิทํ ลกฺขณํ ยถานุรูปํ โยเชยฺยาติ อตฺโถ. ตํ ปน อโยชิตํ ทุพฺพิชานํ โหติ, ตสฺมา นํ สพฺพสิกฺขาปทานํ อสาธารณวินิจฺฉยปริโยสาเน อิมํ มาติกํ อนุทฺธริตฺวาว โยเชตฺวา ทสฺสยิสฺสาม.

อิธ ปนสฺส อยํ โยชนา – อิทํ เวสาลิยํ สุทินฺนตฺเถรํ อารพฺภ เมถุนวีติกฺกมวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ. ‘‘เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺยา’’ติ อยเมตฺถ ปญฺญตฺติ, ‘‘สิกฺขํ อปจฺจกฺขายา’’ติ จ ‘‘อนฺตมโส ติรจฺฉานคตายปี’’ติ จ เทฺว อนุปญฺญตฺติโย. อนุปญฺญตฺติ จ นาเมสา อาปตฺติกรา จ โหติ อญฺญวาทกสิกฺขาปทาทีสุ (ปาจิ. ๙๕ อาทโย) วิย, อนาปตฺติกรา จ อญฺญตฺร สุปินนฺตาติอาทีสุ (ปารา. ๒๓๖-๒๓๗) วิย, อาปตฺติอุปตฺถมฺภกรา จ อทินฺนาทานาทีสุ (ปารา. ๙๑) วิย, อิธ ปน อุปตฺถมฺภกราติ เวทิตพฺพา. อิโต ปรํ ปน ยตฺถ อนุปญฺญตฺติ อตฺถิ, ตตฺถ ‘‘อยํ อนุปญฺญตฺตี’’ติ เอตฺตกเมว ทสฺสยิสฺสาม. ฐเปตฺวา ปน อนุปญฺญตฺตึ อวเสสา ปญฺญตฺติเยวาติ สพฺพตฺถ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. ภิกฺขุํ อารพฺภ อุปฺปนฺนวตฺถุสฺมึเยว ‘‘ยา ปน ภิกฺขุนี ฉนฺทโส เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺยา’’ติ เอวํ ภิกฺขุนีนมฺปิ ปญฺญตฺติโต สาธารณปญฺญตฺติ. อาณตฺติยา อนาปชฺชนโต อนาณตฺติกํ. ภิกฺขุํ ปน อาณาเปนฺโต อกปฺปิยสมาทานาปตฺติโต น มุจฺจติ, เมถุนราเคน กายสํสคฺเค ทุกฺกฏํ, ชีวมานกสรีรสฺส วุตฺตปฺปกาเร มคฺเค สเจปิ ตจาทีนิ อนวเสเสตฺวา สพฺพโส ฉินฺเน นิมิตฺตสณฺฐานมตฺตํ ปญฺญายติ, ตตฺถ อนฺตมโส องฺคชาเต อุฏฺฐิตํ อนฏฺฐกายปฺปสาทํ ปีฬกํ วา จมฺมขิลํ วา ปเวเสนฺตสฺสาปิ เสวนจิตฺเต สติ ปาราชิกํ, นฏฺฐกายปฺปสาทํ สุกฺขปีฬกํ วา มตจมฺมํ วา โลมํ วา ปเวเสนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, สเจ นิมิตฺตสณฺฐานมตฺตมฺปิ อนวเสเสตฺวา สพฺพโส มคฺโค อุปฺปาฏิโต, ตตฺถ อุปกฺกมโต วณสงฺเขปวเสน ถุลฺลจฺจยํ, ตถา มนุสฺสานํ อกฺขินาสากณฺณจฺฉิทฺทวตฺถิโกเสสุ สตฺถเกน กตวเณ วา, หตฺถิอสฺสาทีนญฺจ ติรจฺฉานานํ วตฺถิโกสนาสาปุเฏสุ ถุลฺลจฺจยํ. ติรจฺฉานานํ ปน อกฺขิกณฺณนาสาวเณสุ อหิมจฺฉาทีนํ ปเวสนปฺปมาณวิรหิเต อณุนิมิตฺเต สพฺเพสญฺจ อุปกจฺฉกาทีสุ เสสสรีเรสุ ทุกฺกฏํ. มตสรีเร นิมิตฺเต อุปฑฺฒกฺขายิตโต ปฏฺฐาย ยาว น กุถิตํ โหติ, ตาว ถุลฺลจฺจยํ. กุถิเต ทุกฺกฏํ, ตถา วฏฺฏกเต มุเข อจฺฉุปนฺตํ องฺคชาตํ ปเวเสนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. โอฏฺฐโต พหิ นิกฺขนฺตชิวฺหาย วา ทนฺเตสุ วา ถุลฺลจฺจยํ. นิมิตฺตโต พหิ ปติตมํสเปสิยํ ทุกฺกฏนฺติ อยเมตฺถ อาปตฺติเภโท.

อชานนฺตสฺส อสาทิยนฺตสฺส อุมฺมตฺตกสฺส ขิตฺตจิตฺตสฺส เวทนาฏฺฏสฺส อาทิกมฺมิกานญฺจ อนาปตฺติ. เอตฺถ ปน โย นิทฺทํ โอกฺกนฺตตฺตา ปเรน กตมฺปิ อุปกฺกมํ น ชานาติ, โส อชานนฺโต. โย ชานิตฺวาปิ น สาทิยติ, โส อสาทิยนฺโต. โย ปิตฺตวเสน อเตกิจฺฉํ อุมฺมาทํ ปตฺโต, โส อุมฺมตฺตโก. ยกฺเขหิ กตจิตฺตวิกฺเขโป ขิตฺตจิตฺโต. ทฺวินฺนมฺปิ จ เอเตสํ อคฺคิสุวณฺณคูถจนฺทนาทีสุ สมปฺปวตฺติภาเวน อชานนภาโวว ปมาณํ. โย อธิมตฺตเวทนาย อาตุรตฺตา กิญฺจิ น ชานาติ, โส เวทนาฏฺโฏ. โย ตสฺมึ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ อาทิภูโต, โส อาทิกมฺมิโก. อยํ ปน อนาปตฺติ. จตูสุ วิปตฺตีสุ สีลวิปตฺติ. ตสฺสา เทฺว องฺคานิ เสวนจิตฺตญฺจ มคฺเคน มคฺคปฏิปาทนญฺจาติ. สมุฏฺฐานาทิโต อิทํ สิกฺขาปทํ ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทฺวิเวทนนฺติ, อิมานิ จ สมุฏฺฐานาทีนิ นาม อาปตฺติยา โหนฺติ, น สิกฺขาปทสฺส. โวหารสุขตฺถํ ปน สพฺพฏฺฐกถาสุ สิกฺขาปทสีเสน เทสนา อาคตา, ตสฺมา อญฺเญสุปิ เอวรูเปสุ ฐาเนสุ พฺยญฺชเน อาทรํ อกตฺวา อธิปฺเปตเมว คเหตพฺพํ.

อตฺถญฺหิ นาโถ สรณํ อโวจ;

น พฺยญฺชนํ โลกหิโต มเหสี.

ตสฺมา อกตฺวา รติมกฺขเรสุ;

อตฺเถ นิเวเสยฺย มตึ มุตีมาติ.

ปฐมปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.