๒. ทุติยปาราชิกวณฺณนา
ทุติเย คามา วา อรญฺญาวาติ เอตฺถ สพฺโพปิ เอกกุฏิกาทิเภโท ปริกฺขิตฺโต วา อปริกฺขิตฺโต วา สมนุสฺโส วา อมนุสฺโส วา อนฺตมโส อติเรกจาตุมาสนิวิฏฺโฐ โย โกจิ สตฺโถปิ ‘‘คาโม’’ติ เวทิตพฺโพ. ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจ อวเสสํ อรญฺญํ นาม. ตตฺถ อสมฺโมหตฺถํ ฆรํ ฆรูปจาโร คาโม คามูปจาโรติ อยํ วิภาโค เวทิตพฺโพ. นิพฺพโกสสฺส หิ อุทกปตนฏฺฐานพฺภนฺตรํ ฆรํ นาม. ยํ ปน ทฺวาเร ฐิโต มาตุคาโม ภาชนโธวนอุทกํ ฉฑฺเฑติ, ตสฺส ปตนฏฺฐานญฺจ มาตุคาเมเนว อนฺโตเคเห ฐิเตน ปกติยา พหิ ขิตฺตสฺส สุปฺปสฺส วา สํมุญฺชนิยา วา ปตนฏฺฐานญฺจ ฆรสฺส ปุรโต ทฺวีสุ โกเณสุ สมฺพนฺธิตฺวา มชฺเฌ รุกฺขสูจิทฺวารํ ฐเปตฺวา โครูปานํ ปเวสนนิวารณตฺถํ กตปริกฺเขโป จ อยํ สพฺโพปิ ฆรูปจาโร นาม. ยํ ปน สพฺพนฺติมํ ฆรํ โหติ, ตสฺส ฆรสฺส ตาทิเส ฆรูปจาเร ฐิตสฺส ถามมชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส ยถา ตรุณมนุสฺสา อตฺตโน พลํ ทสฺเสนฺโต พาหุํ ปสาเรตฺวา เลฑฺฑุํ ขิปนฺติ, เอวํ ขิตฺตสฺส เลฑฺฑุสฺส ปตนฏฺฐานพฺภนฺตรํ คาโม นาม. ตโต อญฺญสฺส เลฑฺฑุปาตสฺส อพฺภนฺตรํ คามูปจาโร นาม. ปติตสฺส ปน เลฑฺฑุโน ปวตฺติตฺวา คตฏฺฐานํ น คเหตพฺพํ. ปริกฺขิตฺตสฺส ปน คามสฺส ปริกฺเขโปเยว คามสฺส ปริจฺเฉโท, ตสฺส สเจ เทฺว อินฺทขิลา โหนฺติ อพฺภนฺตริเม อินฺทขิเล ฐิตสฺส เลฑฺฑุปาตพฺภนฺตรํ คามูปจาโร นาม. ปทภาชเนปิ (ปารา. ๙๒) หิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ยฺวายํ อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจาโร ทสฺสิโต, ตสฺส วเสน วิกาเล คามปฺปเวสนาทีสุ อาปตฺติ ปริจฺฉินฺทิตพฺพา. อิติ อิมํ ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจ อวเสสํ อิมสฺมึ สิกฺขาปเท อรญฺญํ นาม. เทสนามตฺตเมว เจตํ ‘‘คามา วา อรญฺญาวา’’ติ. เย ปน อิเมสํ ปริจฺเฉททสฺสนตฺถํ ฆรฆรูปจารคามูปจารา วุตฺตา, ตโตปิ ปาราชิกวตฺถุํ อวหรนฺตสฺส ปาราชิกํ โหติเยว.
อทินฺนนฺติ อญฺญสฺส มนุสฺสชาติกสฺส สนฺตกํ. เถยฺยสงฺขาตนฺติ เอตฺถ เถโนติ โจโร, เถนสฺส ภาโว เถยฺยํ, อวหรณจิตฺตสฺเสตํ นามํ. สงฺขา สงฺขาตนฺติ อตฺถโต เอกํ, โกฏฺฐาสสฺเสตํ นามํ ‘‘สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขา’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๘๘๐; มหานิ. ๑๐๙) วิย. เถยฺยญฺจ ตํ สงฺขาตญฺจาติ เถยฺยสงฺขาตํ, เถยฺยจิตฺตสงฺขาโต เอโก จิตฺตโกฏฺฐาโสติ อตฺโถ. กรณตฺเถ เจตํ ปจฺจตฺตวจนํ, ตสฺมา เถยฺยสงฺขาเตนาติ อตฺถโต ทฏฺฐพฺพํ. โย จ เถยฺยสงฺขาเตน อาทิยติ, โส ยสฺมา เถยฺยจิตฺโต โหติ, ตสฺมา พฺยญฺชนํ อนาทิยิตฺวา อตฺถเมว ทสฺเสตุํ ‘‘เถยฺยจิตฺโต อวหรณจิตฺโต’’ติ (ปารา. ๙๒) เอวมสฺส ปทภาชนํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
อาทิเยยฺยาติ ปญฺจวีสติยา อวหารานํ อญฺญตรวเสน หเรยฺย. เต ปน อวหารา ปญฺจ ปญฺจกานิ สโมธาเนตฺวา สาธุกํ สลฺลกฺเขตพฺพา. ปญฺจ ปญฺจกานิ นาม นานาภณฺฑปญฺจกํ เอกภณฺฑปญฺจกํ สาหตฺถิกปญฺจกํ ปุพฺพปโยคปญฺจกํ เถยฺยาวหารปญฺจกนฺติ. ตตฺถ ปุริมานิ เทฺว ปญฺจกานิ เอตสฺเสว ปทสฺส ปทภาชเน วุตฺตานํ ‘‘อาทิเยยฺย หเรยฺย อวหเรยฺย อิริยาปถํ วิโกเปยฺย ฐานา จาเวยฺยา’’ติ อิเมสํ ปทานํ วเสน ลพฺภนฺติ. ตตฺถ นานาภณฺฑปญฺจกํ สวิญฺญาณกาวิญฺญาณกวเสน ทฏฺฐพฺพํ, อิตรํ สวิญฺญาณกวเสเนว. กถํ? อาทิเยยฺยาติ อารามํ อภิยุญฺชติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. สามิกสฺส วิมตึ อุปฺปาเทติ, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส. สามิโก ‘‘น มยฺหํ ภวิสฺสตี’’ติ ธุรํ นิกฺขิปติ, อาปตฺติ ปาราชิกสฺส. หเรยฺยาติ อญฺญสฺส ภณฺฑํ หรนฺโต สีเส ภารํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ, ทุกฺกฏํ. ผนฺทาเปติ, ถุลฺลจฺจยํ. ขนฺธํ โอโรเปติ, ปาราชิกํ. อวหเรยฺยาติ อุปนิกฺขิตฺตํ ภณฺฑํ ‘‘เทหิ เม ภณฺฑ’’นฺติ วุจฺจมาโน ‘‘นาหํ คณฺหามี’’ติ ภณติ, ทุกฺกฏํ. สามิกสฺส วิมตึ อุปฺปาเทติ, ถุลฺลจฺจยํ. สามิโก ‘‘น มยฺหํ ภวิสฺสตี’’ติ ธุรํ นิกฺขิปติ, ปาราชิกํ. อิริยาปถํ วิโกเปยฺยาติ ‘‘สห ภณฺฑหารกํ เนสฺสามี’’ติ ปฐมํ ปาทํ อติกฺกาเมติ, ถุลฺลจฺจยํ. ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ, ปาราชิกํ. ฐานา จาเวยฺยาติ ถลฏฺฐํ ภณฺฑํ เถยฺยจิตฺโต อามสติ, ทุกฺกฏํ. ผนฺทาเปติ, ถุลฺลจฺจยํ. ฐานา จาเวติ, ปาราชิกํ. เอวํ ตาว นานาภณฺฑปญฺจกํ เวทิตพฺพํ. สสามิกสฺส ปน ทาสสฺส วา ติรจฺฉานคตสฺส วา ยถาวุตฺเตน อภิโยคาทินา นเยน อาทิยนหรณอวหรณอิริยาปถวิโกปนฐานาจาวนวเสน เอกภณฺฑปญฺจกํ เวทิตพฺพํ.
กตมํ สาหตฺถิกปญฺจกํ? สาหตฺถิโก อาณตฺติโก นิสฺสคฺคิโย อตฺถสาธโก ธุรนิกฺเขโปติ. ตตฺถ สาหตฺถิโก นาม ปรสฺส ภณฺฑํ สหตฺถา อวหรติ. อาณตฺติโก นาม ‘‘อสุกสฺส ภณฺฑํ อวหรา’’ติ อญฺญํ อาณาเปติ. นิสฺสคฺคิโย นาม สุงฺกฆาตกปริกปฺปิโตกาสานํ อนฺโต ฐตฺวา พหิ ปาตนํ. อตฺถสาธโก นาม ‘‘อสุกสฺส ภณฺฑํ ยทา สกฺโกติ, ตทา ตํ อวหรา’’ติ อญฺญํ อาณาเปติ. ตตฺถ สเจ ปโร อนนฺตรายิโก หุตฺวา ตํ อวหรติ, อาณาปกสฺส อาณตฺติกฺขเณเยว ปาราชิกํ. ปรสฺส วา ปน เตลกุมฺภิยา ปาทคฺฆนกเตลํ อวสฺสํ ปิวนกานิ อุปาหนาทีนิ ปกฺขิปติ, หตฺถโต มุตฺตมตฺเตเยว ปาราชิกํ. ธุรนิกฺเขโป ปน อารามาภิโยคอุปนิกฺขิตฺตภณฺฑวเสน เวทิตพฺโพ. ตาวกาลิกภณฺฑเทยฺยานิ อเทนฺตสฺสาปิ เอเสวนโยติ อิทํ สาหตฺถิกปญฺจกํ.
กตมํ ปุพฺพปโยคปญฺจกํ? ปุพฺพปโยโค สหปโยโค สํวิธาวหาโร สงฺเกตกมฺมํ นิมิตฺตกมฺมนฺติ. ตตฺถ อาณตฺติวเสน ปุพฺพปโยโค เวทิตพฺโพ. ฐานา จาวนวเสน, ขิลาทีนิ สงฺกาเมตฺวา เขตฺตาทิคฺคหณวเสน จ สหปโยโค เวทิตพฺโพ. สํวิธาวหาโร นาม ‘‘อสุกํ นาม ภณฺฑํ อวหริสฺสามา’’ติ สํวิทหิตฺวา สํมนฺตยิตฺวา อวหรณํ. เอวํ สํวิทหิตฺวา คเตสุ หิ เอเกนาปิ ตสฺมึ ภณฺเฑ ฐานา จาวิเต สพฺเพสํ อวหารา โหนฺติ. สงฺเกตกมฺมํ นาม สญฺชานนกมฺมํ. สเจ หิ ปุเรภตฺตาทีสุ ยํกิญฺจิ กาลํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ‘‘อสุกสฺมึ กาเล อิตฺถนฺนามํ ภณฺฑํ อวหรา’’ติ วุตฺโต สงฺเกตโต อปจฺฉา อปุเร ตํ อวหรติ, สงฺเกตการกสฺส สงฺเกตกรณกฺขเณเยว อวหาโร. นิมิตฺตกมฺมํ นาม สญฺญุปฺปาทนตฺถํ อกฺขินิกฺขณาทินิมิตฺตกรณํ. สเจ หิ เอวํ กตนิมิตฺตโต อปจฺฉา อปุเร ‘‘ยํ อวหรา’’ติ วุตฺโต, ตํ อวหรติ, นิมิตฺตการกสฺส นิมิตฺตกรณกฺขเณเยว อวหาโรติ อิทํ ปุพฺพปโยคปญฺจกํ.
กตมํ เถยฺยาวหารปญฺจกํ? เถยฺยาวหาโร ปสยฺหาวหาโร ปริกปฺปาวหาโร ปฏิจฺฉนฺนาวหาโร กุสาวหาโรติ. ตตฺถ โย สนฺธิจฺเฉทาทีนิ กตฺวา อทิสฺสมาโน อวหรติ, กูฏมานกูฏกหาปณาทีหิ วา วญฺเจตฺวา คณฺหาติ, ตสฺเสวํ คณฺหโต อวหาโร เถยฺยาวหาโรติ เวทิตพฺโพ. โย ปน ปสยฺห พลกฺกาเรน ปเรสํ สนฺตกํ คณฺหาติ คามฆาตกาทโย วิย, อตฺตโน ปตฺตพลิโต วา วุตฺตนเยเนว อธิกํ คณฺหาติ ราชภฏาทโย วิย, ตสฺเสวํ คณฺหโต อวหาโร ปสยฺหาวหาโรติ เวทิตพฺโพ. ปริกปฺเปตฺวา คหณํ ปน ปริกปฺปาวหาโร นาม. โส ภณฺโฑกาสวเสน ทุวิโธ. ตตฺรายํ ภณฺฑปริกปฺโป – สาฏกตฺถิโก อนฺโตคพฺภํ ปวิสิตฺวา ‘‘สเจ สาฏโก ภวิสฺสติ, คณฺหิสฺสามิ, สเจ สุตฺตํ, น คณฺหิสฺสามี’’ติ ปริกปฺเปตฺวา อนฺธกาเร ปสิพฺพกํ คณฺหาติ, ตตฺร เจ สาฏโก โหติ, อุทฺธาเรเยว ปาราชิกํ. สุตฺตํ เจ โหติ, รกฺขติ. พหิ นีหริตฺวา มุญฺจิตฺวา ‘‘สุตฺต’’นฺติ ญตฺวา ปุน อาหริตฺวา ฐเปติ, รกฺขติเยว. ‘‘สุตฺต’’นฺติ ญตฺวาปิ ‘‘ยํ ลทฺธํ, ตํ คเหตพฺพ’’นฺติ คจฺฉติ, ปทวาเรน กาเรตพฺโพ. ภูมิยํ ฐเปตฺวา คณฺหาติ, อุทฺธาเร ปาราชิกํ. ‘‘โจโร โจโร’’ติ อนุพนฺโธ ฉฏฺเฏตฺวา ปลายติ, รกฺขติ. สามิกา ทิสฺวา คณฺหนฺติ, รกฺขติ เยว. อญฺโญ เจ โกจิ คณฺหาติ, ภณฺฑเทยฺยํ. สามิเกสุ นิวตฺเตสุ สยํ ทิสฺวา ปํสุกูลสญฺญาย ‘‘ปเคเวตํ มยา คหิตํ, มม ทานิ สนฺตก’’นฺติ คณฺหนฺตสฺสาปิ ภณฺฑเทยฺยเมว. ตตฺถ ยฺวายํ ‘‘สเจ สาฏโก ภวิสฺสติ, คณฺหิสฺสามี’’ติอาทินา นเยน ปวตฺโต ปริกปฺโป, อยํ ภณฺฑปริกปฺโป นาม.
โอกาสปริกปฺโป ปน เอวํ เวทิตพฺโพ – เอกจฺโจ ปน ปรปริเวณาทีนิ ปวิฏฺโฐ กิญฺจิ โลภเนยฺยํ ภณฺฑํ ทิสฺวา คพฺภทฺวารปมุขเหฏฺฐาปาสาททฺวารโกฏฺฐกรุกฺขมูลาทิวเสน ปริจฺเฉทํ กตฺวา ‘‘สเจ มํ เอตฺถนฺตเร ปสฺสิสฺสนฺติ, ทฏฺฐุกามตาย คเหตฺวา วิจรนฺโต วิย ทสฺสามิ, โน เจ ปสฺสิสฺสนฺติ, หริสฺสามี’’ติ ปริกปฺเปติ, ตสฺส ตํ อาทาย ปริกปฺปิตปริจฺเฉทํ อติกฺกนฺตมตฺเต อวหาโร โหติ. อิติ ยฺวายํ วุตฺตนเยเนว ปวตฺโต ปริกปฺโป, อยํ โอกาสปริกปฺโป นาม. เอวมิเมสํ ทฺวินฺนมฺปิ ปริกปฺปานํ วเสน ปริกปฺเปตฺวา คณฺหโต อวหาโร ‘‘ปริกปฺปาวหาโร’’ติ เวทิตพฺโพ.
ปฏิจฺฉาเทตฺวา ปน อวหรณํ ปฏิจฺฉนฺนาวหาโร นาม. โส เอวํ เวทิตพฺโพ – โย ภิกฺขุ อุยฺยานาทีสุ ปเรสํ โอมุญฺจิตฺวา ฐปิตองฺคุลิมุทฺทิกาทีนิ ทิสฺวา ‘‘ปจฺฉา คณฺหิสฺสามี’’ติ ปํสุนา วา ปณฺเณน วา ปฏิจฺฉาเทติ, ตสฺส เอตฺตาวตา อุทฺธาโร นตฺถีติ น ตาว อวหาโร โหติ. ยทา ปน สามิกา วิจินนฺตา อปสฺสิตฺวา ‘‘เสฺว ชานิสฺสามา’’ติ สาลยาว คตา โหนฺติ, อถสฺส ตํ อุทฺธรโต อุทฺธาเร อวหาโร. ปฏิจฺฉนฺนกาเลเยว ‘‘เอตํ มม สนฺตก’’นฺติ สกสญฺญาย วา ‘‘คตา ทานิ เต, ฉฏฺฏิตภณฺฑํ อิท’’นฺติ ปํสุกูลสญฺญาย วา คณฺหนฺตสฺส ปน ภณฺฑเทยฺยํ. เตสุ ทุติยตติยทิวเส อาคนฺตฺวา วิจินิตฺวา อทิสฺวา ธุรนิกฺเขปํ กตฺวา คเตสุปิ คหิตํ ภณฺฑเทยฺยเมว. ปจฺฉา ญตฺวา โจทิยมานสฺส อททโต สามิกานํ ธุรนิกฺเขเป อวหาโร โหติ. กสฺมา? ยสฺมา ตสฺส ปโยเคน เตหิ น ทิฏฺฐํ. โย ปน ตถารูปํ ภณฺฑํ ยถาฐาเน ฐิตํเยว อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา เถยฺยจิตฺโต ปาเทน อกฺกมิตฺวา กทฺทเม วา วาลุกาย วา ปเวเสติ, ตสฺส ปเวสิตมตฺเตเยว อวหาโร.
กุสํ สงฺกาเมตฺวา ปน อวหรณํ กุสาวหาโร นาม. โสปิ เอวํ เวทิตพฺโพ – โย ภิกฺขุ วิลีวมยํ วา ตาลปณฺณมยํ วา กตสญฺญาณํ ยํกิญฺจิ กุสํ ปาเตตฺวา จีวเร ภาชียมาเน อตฺตโน โกฏฺฐาสสฺส สมีเป ฐิตํ อปฺปคฺฆตรํ วา มหคฺฆตรํ วา สมสมํ วา อคฺเฆน ปรสฺส โกฏฺฐาสํ หริตุกาโม อตฺตโน โกฏฺฐาเส ปติตํ กุสํ ปรสฺส โกฏฺฐาเส ปาเตตุกามตาย อุทฺธรติ, รกฺขติ ตาว. ปรสฺส โกฏฺฐาเส ปาติเต รกฺขเตว. ยทา ปน ตสฺมึ ปติเต ปรสฺส โกฏฺฐาสโต ปรสฺส กุสํ อุทฺธรติ, อุทฺธตมตฺเต อวหาโร. สเจ ปฐมตรํ ปรโกฏฺฐาสโต ปรสฺส กุสํ อุทฺธรติ, อตฺตโน โกฏฺฐาเส ปาเตตุกามตาย อุทฺธาเร รกฺขติ, ปาตเนปิ รกฺขติ, อตฺตโน โกฏฺฐาสโต ปน อตฺตโน กุสํ อุทฺธรโต อุทฺธาเรเยว รกฺขติ, ตํ อุทฺธริตฺวา ปรโกฏฺฐาเส ปาเตนฺตสฺส หตฺถโต มุตฺตมตฺเต อวหาโร. อยํ กุสาวหาโร. อิติ ยํ วุตฺตํ ‘‘อาทิเยยฺยาติ ปญฺจวีสติยา อวหารานํ อญฺญตรวเสน หเรยฺยา’’ติ, ตสฺสตฺโถ ปกาสิโต โหติ.
ยถารูเปติ ยาทิเส. อทินฺนาทาเนติ อทินฺนสฺส ปรสนฺตกสฺส คหเณ. ราชาโนติอิทํ พิมฺพิสารํเยว สนฺธาย วุตฺตํ, อญฺเญ ปน ตถา กเรยฺยุํ วา น กเรยฺยุํ วาติ เต นปฺปมาณํ. หเนยฺยุํ วาติ หตฺถาทีหิ วา โปเถยฺยุํ, สตฺเถน วา ฉินฺเทยฺยุํ. พนฺเธยฺยุํ วาติ รชฺชุพนฺธนาทีหิ พนฺเธยฺยุํ วา. ปพฺพาเชยฺยุํ วาติ นีหเรยฺยุํ วา. โจโรสิ พาโลสิ มูโฬฺหสิ เถโนสีติ อิเมหิ วจเนหิ ปริภาเสยฺยุํ. กีทิสสฺส ปน อทินฺนสฺส อาทาเน ราชาโน เอวํ กโรนฺติ? ปาทสฺส วา ปาทารหสฺส วา. ตถารูปํ ภิกฺขุ อทินฺนํ อาทิยมาโนติ ตาทิสํ ภิกฺขุ โปราณกสฺส กหาปณสฺส ปาทํ วา ปาทารหํ วา ภณฺฑํ อทินฺนํ ภูมิอาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ ฐิตํ ยํกิญฺจิ สชีวนิชฺชีวํ วุตฺตปฺปการานํ อวหารานํ เยน เกนจิ อวหาเรน อวหรนฺโต ปาราชิโก โหติ, โก ปน วาโท ตโต อติเรกตรสฺมินฺติ.
ราชคเห ธนิยตฺเถรํ อารพฺภ รญฺโญ ทารูนิ อทินฺนํ อาทิยนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, ‘‘คามา วา อรญฺญา วา’’ติ อยเมตฺถ อนุปญฺญตฺติ, สาธารณปญฺญตฺติ, สาณตฺติกํ, หรณตฺถาย คมนาทิเก ปุพฺพปฺปโยเค ทุกฺกฏํ, อามสเน ทุกฺกฏํ, ปาราชิกวตฺถุโน ผนฺทาปเน ถุลฺลจฺจยํ. อาทิยนฺตสฺส มาสเก วา อูนมาสเก วา ทุกฺกฏํ, อติเรกมาสเก วา อูนปญฺจมาสเก วา ถุลฺลจฺจยํ, ปญฺจมาสเก วา อติเรกปญฺจมาสเก วา ปาราชิกํ. สพฺพตฺถ คหณกาลวเสน จ คหณเทสวเสน จ ปริโภคภาชนปริวตฺตนาทีหิ จ ปริหีนาปริหีนวเสน วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. สกสญฺญิสฺส, วิสฺสาสคฺคาเห, ตาวกาลิเก, เปตปริคฺคเห, ติรจฺฉานคตปริคฺคเห, ปํสุกูลสญฺญิสฺส, อุมฺมตฺตกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. สีลวิปตฺติ, อญฺญสฺส มนุสฺสชาติกสฺส วเสน ปรปริคฺคหิตํ, ปรปริคฺคหิตสญฺญิตา, ครุปริกฺขาโร, เถยฺยจิตฺตํ, วุตฺตปฺปการานํ อวหารานํ วเสน อวหรณญฺจาติ อิมาเนตฺถ ปญฺจ องฺคานิ. อทินฺนาทานสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ทุติยปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.