๙. กาลอติกฺกมนสิกฺขาปทวณฺณนา

นวเม ทุพฺพลจีวรปจฺจาสายาติ ทุพฺพลาย จีวรปจฺจาสาย, ‘‘สเจ สกฺโกม ทสฺสามา’’ติ เอตฺตกมตฺตํ สุตฺวา อุปฺปาทิตาย อาสายาติ อตฺโถ. จีวรกาลสมยํ อติกฺกาเมยฺยาติ วสฺสํวุฏฺฐภิกฺขุนีหิ กาลจีวเร ภาชิยมาเน ‘‘อาคเมยฺยาถ, อยฺเย, อตฺถิ สงฺฆสฺส จีวรปจฺจาสา’’ติ วตฺวา ตํ จีวรวิภงฺคํ จีวรกาลํ อติกฺกาเมยฺย, ตสฺสา อนตฺถเต กถิเน วสฺสานสฺส ปจฺฉิมมาสํ, อตฺถเต กถิเน กถินุพฺภารทิวสํ อติกฺกาเมนฺติยา ปาจิตฺติยํ.

สาวตฺถิยํ ถุลฺลนนฺทํ อารพฺภ ทุพฺพลจีวรปจฺจาสาย จีวรกาลสมยํ อติกฺกมนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, ทุพฺพลจีวเร เวมติกาย, อทุพฺพลจีวเร ทุพฺพลจีวรสญฺญาย เจว เวมติกาย จ ทุกฺกฏํ. อุภยตฺถ อทุพฺพลจีวรสญฺญาย, กิญฺจาปิ ‘น สกฺโกมา’ติ วทนฺติ, ‘‘อิทานิ ปน เตสํ กปฺปาโส วา อุปฺปชฺชิสฺสติ, สทฺโธ วา ปุริโส อาคมิสฺสติ, ตสฺมึ อาคเต อทฺธา ทสฺสนฺตี’’ติ เอวํ อานิสํสํ ทสฺเสตฺวา นิวาเรนฺติยา, อุมฺมตฺติกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. ทุพฺพลจีวรตา, ทุพฺพลสญฺญิตา, วินา อานิสํเสน นิวารณนฺติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ อทินฺนาทานสทิสานีติ.

กาลอติกฺกมนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.