๑๐. นจฺจคีตสิกฺขาปทวณฺณนา

ทสเม นจฺจนฺติ อนฺตมโส โมรนจฺจมฺปิ. คีตนฺติ อนฺตมโส ธมฺมภาณกคีตมฺปิ. วาทิตนฺติ อนฺตมโส อุทกเภริวาทิตมฺปิ. ทสฺสนายาติ เอเตสุ ยํกิญฺจิ ทสฺสนาย คจฺฉนฺติยา ปเท ปเท ทุกฺกฏํ, ยตฺถ ฐิตา ปสฺสติ วา สุณาติ วา, เอกปฺปโยเค เอกาปตฺติ, ตํ ตํ ทิสํ โอโลเกนฺติยา ปโยเค ปโยเค อาปตฺติ.

ราชคเห ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขุนิโย อารพฺภ นจฺจาทีนิ ทสฺสนาย คมนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, สยํ ตานิ วตฺถูนิ กโรนฺติยา, อญฺญํ วา อาณาเปนฺติยา, ‘‘เจติยสฺส อุปหารํ เทถา’’ติ อีทิเสน ปริยาเยน วา ภณนฺติยา, ‘‘เจติยสฺส อุปหารํ กโรมา’’ติ วา วุตฺเต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉนฺติยา จ ปาจิตฺติยเมวาติ สพฺพอฏฺฐกถาสุ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๘๓๕-๘๓๗) วุตฺตํ, ภิกฺขุโน สพฺพตฺถ ทุกฺกฏํ. ‘‘ตุมฺหากํ เจติยสฺส อุปฏฺฐานํ กโรมา’’ติ วุตฺเต ปน ‘‘อุปฏฺฐานกรณํ นาม สุนฺทร’’นฺติ อีทิสํ ปริยายํ ภณนฺติยา, อาราเม ฐตฺวา ปสฺสนฺติยา วา สุณนฺติยา วา, ตถา อตฺตโน ฐิโตกาสํ อาคนฺตฺวา ปโยชิตํ ปฏิปถํ คจฺฉนฺติยา สมฺมุขีภูตํ สลากภตฺตาทิเก สติ กรณีเย คนฺตฺวา, อาปทาสุ วา สมชฺชฏฺฐานํ ปวิสิตฺวาปิ ปสฺสนฺติยา วา สุณนฺติยา วา, อุมฺมตฺติกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. นจฺจาทีนํ อญฺญตรตา, อญฺญตฺร อนุญฺญาตการณา คมนํ, ทสฺสนํ วา สวนํ วาติ อิมาเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ เอฬกโลมสทิสานิ, อิทํ ปน โลกวชฺชํ, อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

นจฺจคีตสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ลสุณวคฺโค ปฐโม.