๖. ปฐมสงฺฆิกเจตาปนสิกฺขาปทวณฺณนา
ฉฏฺเฐ อญฺญทตฺถิเกนาติ อญฺญสฺสตฺถาย ทินฺเนน. อญฺญุทฺทิสิเกนาติ อญฺญํ อุทฺทิสิตฺวา ทินฺเนน. สงฺฆิเกนาติ สงฺฆสฺส ปริจฺจตฺเตน. ปริกฺขาเรนาติ กปฺปิยภณฺเฑน. อญฺญํ เจตาเปยฺยาติ ‘‘อิทํ นาม ปริภุญฺเชยฺยาถา’’ติ ยํ อุทฺทิสิตฺวา นิยเมตฺวา โย ปริกฺขาโร ทินฺโน, ตโต อญฺญํ ปริวตฺตาเปยฺย, ตสฺสา ปโยเค ทุกฺกฏํ, ปฏิลาเภน นิสฺสคฺคิยํ.
สาวตฺถิยํ สมฺพหุลา ภิกฺขุนิโย อารพฺภ ตาทิเสน ปริกฺขาเรน อญฺญํ เจตาปนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, ติกปาจิตฺติยํ, อนญฺญทตฺถิเก ทฺวิกทุกฺกฏํ. ตสฺมึ ปน อนญฺญทตฺถิกสญฺญาย, เสสกํ อุปเนนฺติยา, ‘‘ตุเมฺหหิ เอตทตฺถาย ทินฺโน, อมฺหากญฺจ อิมินา นาม อตฺโถ’’ติ สามิเก อปโลเกตฺวา อุปเนนฺติยา, ยทา ภิกฺขุนิโย วิหารมฺปิ ฉฑฺเฑตฺวา ปกฺกมนฺติ, เอวรูปาสุ อาปทาสุ อุปเนนฺตีนํ, อุมฺมตฺติกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. เสสํ จตุตฺถสทิสเมวาติ.
ปฐมสงฺฆิกเจตาปนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.