๒. อกาลจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา
ทุติเย อกาลจีวรนฺติ อตฺถเต กถิเน กถินมาเสหิ, อนตฺถเต จีวรมาสโต อญฺญสฺมึ กาเล อุปฺปนฺนํ, ยํ วา ปน กาเลปิ อาทิสฺส ทินฺนํ. อาทิสฺส ทินฺนํ นาม ‘‘สมฺปตฺตา ภาเชนฺตู’’ติ วตฺวา วา, ‘‘อิทํ คณสฺส, อิทํ ตุมฺหากํ ทมฺมี’’ติ วตฺวา วา, ทาตุกามตาย ปาทมูเล ฐเปตฺวา วา ทินฺนํ. อิจฺเจตํ อกาลจีวรํ ‘‘กาลจีวร’’นฺติ อธิฏฺฐหิตฺวา ภาชาเปนฺติยา ปโยเค ทุกฺกฏํ, ยํ อตฺตนา ลทฺธํ, ตํ นิสฺสคฺคิยํ โหติ. นิสฺสฏฺฐํ ปฏิลภิตฺวาปิ ยถาทาเนเยว อุปเนตพฺพํ, อญฺญสฺมิมฺปิ เอวรูเป สิกฺขาปเท เอเสว นโย.
สาวตฺถิยํ ถุลฺลนนฺทํ อารพฺภ อกาลจีวรํ ‘‘กาลจีวร’’นฺติ อธิฏฺฐหิตฺวา ภาชนวตฺถุสฺมึ ปญฺญตฺตํ, อกาลจีวเร เวมติกาย, กาลจีวเร อกาลจีวรสญฺญาย เจว เวมติกาย จ ทุกฺกฏํ. อุโภสุ กาลจีวรสญฺญาย, อุมฺมตฺติกาทีนญฺจ อนาปตฺติ. อกาลจีวรตา, ตถาสญฺญิตา, ‘‘กาลจีวร’’นฺติ อธิฏฺฐาย เลเสน ภาชาปนํ, ปฏิลาโภติ อิมาเนตฺถ จตฺตาริ องฺคานิ. สมุฏฺฐานาทีนิ อทินฺนาทานสทิสานีติ.
อกาลจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.