๑๔. สงฺฆเภทกาทิสิกฺขาปทวณฺณนา
สงฺฆเภทาทีสุ จตูสุ วุตฺตนเยเนว วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. เกวลญฺหิ ภิกฺขุนี สงฺฆํ น ภินฺทติ, เภทาย ปน ปรกฺกมติ เจว อนุวตฺตติ จ. อุทฺทิฏฺฐา โข อยฺยาโย สตฺตรส สงฺฆาทิเสสา ธมฺมาติ ภิกฺขู อารพฺภ ปญฺญตฺตา สาธารณา สตฺต, อสาธารณา ทสาติ เอวํ สตฺตรส. อุภโตสงฺเฆ ปกฺขมานตฺตํ จริตพฺพนฺติ ภิกฺขุนิยา หิ อาปตฺตึ ฉาเทนฺติยาปิ ปริวาโส นาม นตฺถิ, ฉาทนปจฺจยาปิ น ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ, ตสฺมา ฉาเทตฺวาปิ อฉาเทตฺวาปิ เอกํ ปกฺขมานตฺตเมว จริตพฺพํ. ตํ ภิกฺขุนีหิ อตฺตโน สีมํ โสเธตฺวา วิหารสีมาย วา, โสเธตุํ อสกฺโกนฺตีหิ ขณฺฑสีมาย วา สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน จตุวคฺคํ คณํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ทาตพฺพํ. สเจ เอกา อาปตฺติ โหติ, เอกิสฺสา วเสน, สเจ เทฺว วา ติสฺโส วา สมฺพหุลา วา เอกวตฺถุกา วา นานาวตฺถุกา วา, ตาสํ ตาสํ วเสน ภิกฺขุปาติโมกฺขวณฺณนายํ วุตฺตวตฺถุโคตฺตนามอาปตฺติเภเทสุ ยํ ยํ อิจฺฉติ, ตํ ตํ อาทาย โยชนา กาตพฺพา.
ตตฺริทํ ปฐมาปตฺติวเสน มุขมตฺตนิทสฺสนํ – ตาย อาปนฺนาย ภิกฺขุนิยา ภิกฺขุนิสงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขุนีนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺสวจนีโย ‘‘อหํ, อยฺเย, เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชึ อุสฺสยวาทํ, สาหํ, อยฺเย, สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา อุสฺสยวาทาย ปกฺขมานตฺตํ ยาจามี’’ติ, เอวํ ติกฺขตฺตุํ ยาจาเปตฺวา พฺยตฺตาย ภิกฺขุนิยา ปฏิพลาย สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ –
‘‘สุณาตุ เม, อยฺเย, สงฺโฆ, อยํ อิตฺถนฺนามา ภิกฺขุนี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชึ อุสฺสยวาทํ, สา สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา อุสฺสยวาทาย ปกฺขมานตฺตํ ยาจติ, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิตฺถนฺนามาย ภิกฺขุนิยา เอกิสฺสา อาปตฺติยา อุสฺสยวาทาย ปกฺขมานตฺตํ ทเทยฺย, เอสา ญตฺติ.
‘‘สุณาตุ เม, อยฺเย, สงฺโฆ, อยํ อิตฺถนฺนามา ภิกฺขุนี…เป… ทุติยมฺปิ…เป… ตติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ, สุณาตุ เม, อยฺเย, สงฺโฆ…เป… สา ภาเสยฺย. ทินฺนํ สงฺเฆน อิตฺถนฺนามาย ภิกฺขุนิยา เอกิสฺสา อาปตฺติยา อุสฺสยวาทาย ปกฺขมานตฺตํ. ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ.
กมฺมวาจาปริโยสาเน ‘‘วตฺตํ สมาทิยามิ, มานตฺตํ สมาทิยามี’’ติ สมาทิยิตฺวา สงฺฆสฺส อาโรเจตฺวา นิกฺขิตฺตวตฺเตน ตาว วสิตุกามาย ตตฺเถว สงฺฆมชฺเฌ วา ปกฺกนฺตาสุ ภิกฺขุนีสุ เอกภิกฺขุนิยา วา ทุติยิกาย วา สนฺติเก ‘‘วตฺตํ นิกฺขิปามิ, มานตฺตํ นิกฺขิปามี’’ติ นิกฺขิปิตพฺพํ. อญฺญิสฺสา ปน อาคนฺตุกาย สนฺติเก อาโรเจตฺวา นิกฺขิปิตพฺพํ, นิกฺขิตฺตกาลโต ปฏฺฐาย ปกตตฺตฏฺฐาเน ติฏฺฐติ, ตโต ปุเรอรุเณเยว จตูหิ ภิกฺขุนีหิ ตํ ภิกฺขุนึ คเหตฺวา คามูปจารโต จ ภิกฺขูนํ วิหารูปจารโต จ เทฺว เลฑฺฑุปาเต อติกฺกมิตฺวา มหามคฺคา โอกฺกมฺม คุมฺพวติอาทีหิ ปฏิจฺฉนฺเน โอกาเส นิสีทิตพฺพํ. จตูหิ ภิกฺขูหิปิ ตตฺถ คนฺตพฺพํ, คนฺตฺวา ภิกฺขุนีนํ อวิทูเร วิสุํ นิสีทิตพฺพํ. อถ ตาย ภิกฺขุนิยา วุตฺตนเยเนว วตฺตํ สมาทิยิตฺวา ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส ตาว เอวํ อาโรเจตพฺพํ –
‘‘อหํ, อยฺเย, เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชึ อุสฺสยวาทํ, สาหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา อุสฺสยวาทาย ปกฺขมานตฺตํ ยาจึ, ตสฺสา เม สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา อุสฺสยวาทาย ปกฺขมานตฺตํ อทาสิ, สาหํ มานตฺตํ จรามิ, เวทยามหํ, อยฺเย, ‘เวทยตี’ติ มํ สงฺโฆ ธาเรตู’’ติ.
ตโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา เอวํ อาโรเจตพฺพํ ‘‘อหํ, อยฺยา, เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชึ…เป… เวทยามหํ, อยฺยา, ‘เวทยตี’ติ มํ สงฺโฆ ธาเรตู’’ติ. อาโรเจตฺวา ภิกฺขุนิสงฺฆสฺเสว สนฺติเก นิสีทิตพฺพํ, ตโต ปฏฺฐาย ภิกฺขูสุ วา, ทุติยิกํ ฐเปตฺวา ภิกฺขุนีสุ วา ปกฺกนฺตาสุปิ อุภโตสงฺเฆ มานตฺตํ จิณฺณเมว โหติ. ยาว อรุณํ น อุฏฺฐหติ, ตาว ยํ ปฐมํ ปสฺสติ ภิกฺขุํ วา ภิกฺขุนึ วา, ตสฺสา อาโรเจตพฺพํ. อุฏฺฐิเต อรุเณ วตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา อุปสฺสยํ คนฺตพฺพํ, เอวํ ปญฺจทส อรุณา คเหตพฺพา.
อนิกฺขิตฺตวตฺตาย ปน อาคนฺตุเกสุ อสติ จตุนฺนํ ภิกฺขูนญฺจ ภิกฺขุนีนญฺจ เทวสิกํ อาโรเจตฺวา, อาคนฺตุเกสุ สติ สพฺเพสมฺปิ อาคนฺตุกานํ อาโรเจนฺติยา ปญฺจทส ทิวสานิ ปาริวาสิกกฺขนฺธเก (จูฬว. ๗๕ อาทโย) วุตฺตนเยเนว สมฺมา วตฺติตพฺพนฺติ อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน สมนฺตปาสาทิกายํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๗๕ อาทโย) วุตฺโต, จิณฺณมานตฺตาย ภิกฺขุนิยาติ ยทา เอวํ จิณฺณมานตฺตา ภิกฺขุนี โหติ, อถสฺสา ยตฺถ สิยา วีสติคโณ ภิกฺขุนิสงฺโฆติ วุตฺตนเยเนว อพฺภานกมฺมํ กาตพฺพํ, เสสํ อุตฺตานเมวาติ.
กงฺขาวิตรณิยา ปาติโมกฺขวณฺณนาย
ภิกฺขุนิปาติโมกฺเข
สงฺฆาทิเสสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.