๖. ปาสาทิกสุตฺตวณฺณนา

นิคณฺฐนาฏปุตฺตกาลงฺกิริยวณฺณนา

๑๖๔. ลกฺขสฺส สรเวธํ อวิรชฺฌิตฺวาน วิชฺฌนวิธึ ชานนฺตีติ เวธญฺญา. เตนาห ‘‘ธนุมฺหิ กตสิกฺขา’’ติ. สิปฺปํ อุคฺคหณตฺถายาติ ธนุสิปฺปาทิสิปฺปสฺส อุคฺคหณตฺถาย. มชฺฌิเมน ปมาเณน สรปาตโยคฺยตาวเสน กตตฺตา ทีฆปาสาโท.

สมฺปติ กาลํ กโตติ อจิรกาลํ กโต. เทฺวธิกชาตาติ ชาตเทฺวธิกา สญฺชาตเภทา. เทฺวชฺฌชาตาติ ทุวิธภาวปฺปตฺตา. ภณฺฑนฺติ ปริภาสนฺติ เอเตนาติ ภณฺฑนํ, วิรุทฺธจิตฺตํ. ตนฺติ ภณฺฑนํ. ‘‘อิทํ นหานาทิ น กตฺตพฺพ’’นฺติ ปญฺญตฺตวตฺตํ ปณฺณตฺติ. ธมฺมวินยนฺติ ปาวจนํ สิทฺธนฺตํ. วิชฺฌนฺตา มุขสตฺตีหิ. สหิตํ เมติ มยฺหํ วจนํ สหิตํ สิลิฏฺฐํ ปุพฺพาปรสมฺพนฺธํ อตฺถยุตฺตํ การณยุตฺตํ. เตนาห ‘‘อตฺถสํหิต’’นฺติ. อธิจิณฺณนฺติ อาจิณฺณํ. วิปราวตฺตนฺติ วิโรธทสฺสนวเสน ปราวตฺติตํ, ปราวตฺตํ ทูสิตนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘จิรกาลวเสน ปคุณํ, ตํ มม วาทํ อาคมฺม นิวตฺต’’นฺติ. ปริเยสมาโน วิจร ตตฺถ คนฺตฺวา สิกฺขาติ อตฺโถ. สเจ สกฺโกสิ, อิทานิเยว มยา เวฐิตํ โทสํ นิพฺเพเฐหิ. มรณเมวาติ อญฺญมญฺญฆาตนวเสน มรณเมว. นาฏปุตฺตสฺส อิเมติ นาฏปุตฺติยา, เต ปน ตสฺส สิสฺสาติ อาห ‘‘อนฺเตวาสิเกสู’’ติ. ปุริมปฏิปตฺติโต ปฏินิวตฺตนํ ปฏิวานํ, ตํ รูปํ สภาโว เอเตสนฺติ ปฏิวานรูปา. เตนาห ‘‘นิวตฺตนสภาวา’’ติ. กถนํ อตฺถสฺส อาจิกฺขนํ. ปเวทนํ เหตุทาหรณานิ อาหริตฺวา โพธนํ. เตนาห ‘‘ทุปฺปเวทิเตติ ทุวิญฺญาปิเต’’ติ. น อุปสมาย สํวตฺตตีติ อนุปสมสํวตฺตนํ, ตเทว อนุปสมสํวตฺตนิกํ, ตสฺมึ. สมุสฺสิตํ หุตฺวา ปติฏฺฐาเหตุภาวโต ถูปํ, ปติฏฺฐาติ อาห ‘‘ภินฺนถูเปติ ภินฺนปติฏฺเฐ’’ติ, ถูโปติ วา ธมฺมสฺส นิยฺยานภาโว เวทิตพฺโพ อญฺเญ ธมฺเม อภิภุยฺย สมุสฺสิตฏฺเฐน, โส นิคณฺฐสฺส สมเย. เกหิจิ อภินฺนสมฺมโตปิ ภินฺโน วินฏฺโฐ เอว สพฺเพน สพฺพํ อภาวโตติ โส ภินฺนถูโป, โส เอว นิยฺยานภาโว วฏฺฏทุกฺขโต มุจฺจิตุกามานํ ปฏิสรณํ, ตเมตฺถ นตฺถีติ อปฺปฏิสรโณ, ตสฺมึ ภินฺนถูเป อปฺปฏิสรเณติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อาจริยปฺปมาณนฺติ อาจริยมุฏฺฐิ หุตฺวา ปมาณภูตํ. นานานีหาเรนาติ นานากาเรน.

๑๖๕. ตเถว สมุทาจรึสุ ภูตปุพฺพคติยา. สามากานนฺติ สามากธญฺญานํ.

‘‘เยนสฺส อุปชฺฌาโย’’ติ วตฺวา ยถาสฺส อายสฺมโต จุนฺทสฺส ธมฺมภณฺฑาคาริโก อุปชฺฌาโย อโหสิ, ตํ วิตฺถาเรน ทสฺเสตุํ ‘‘พุทฺธกาเล กิรา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ พุทฺธกาเลติ ภูตกถนเมตํ, น วิเสสนํ. สตฺถุ ปรินิพฺพานโต ปุเรตรเมว หิ ธมฺมเสนาปติ ปรินิพฺพุโต.

ธมฺมรตนปูชาวณฺณนา

สทฺธิวิหาริกํ อทาสีติ สทฺธิวิหาริกํ กตฺวา อทาสิ.

กถาย มูลนฺติ ภควโต สนฺติกา ลภิตพฺพธมฺมกถาย การณํ. สมุฏฺฐาเปตีติ อุฏฺฐาเปติ, ทาลิทฺทิยปงฺกโต อุทฺธรตีติ อธิปฺปาโย. สนฺธมนฺติ สมฺมเทว ธมนฺโต. เอเกกสฺมึ ปหาเรเยว ตโย ตโย วาเร กตฺวา ทิวา นววาเร รตฺตึ นววาเร.อุปฏฺฐานเมว คจฺฉติ พุทฺธุปฏฺฐานวเสน, ปญฺหาปุจฺฉนาทิวเสน ปน อนฺตรนฺตราปิ คจฺฉเตว, คจฺฉนฺโต จ ทิวสสฺส…เป… คจฺฉติ. ญาตุํ อิจฺฉิตสฺส อตฺถสฺส อุทฺธรณภาวโต ปโญฺหว ปญฺหุทฺธาโร, ตํ คเหตฺวาว คจฺฉติ อตฺตโน มหาปญฺญตาย, สตฺถุ จ ธมฺมเทสนายํ อกิลาสุภาวโต.

อสมฺมาสมฺพุทฺธปฺปเวทิตธมฺมวินยวณฺณนา

๑๖๖. อาโรจิเตปิ ตสฺมึ อตฺเถ. สามิโก โหติ, ตสฺส สามิกภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘โสว ตสฺสา อาทิมชฺฌปริโยสานํ ชานาตี’’ติ อาห. เอวนฺติ วจนสมฺปฏิจฺฉนํ. จุนฺทตฺเถเรน หิ อานีตํ กถาปาภตํ ภควา สมฺปฏิจฺฉนฺโต ‘‘เอว’’นฺติ อาห. ‘‘เอว’’นฺติ ทุรกฺขาเต ธมฺมวินเย สาวกานํ เทฺวธิกาทิภาเวน วิหรณกิริยาปรามสนเญฺหตํ.

ยสฺมา …เป… ปากฏํ โหติ พฺยติเรกมุเขน จ เนยฺยสฺส อตฺถสฺส วิภูตภาวาปตฺติโต. อถ วา ยสฺมา…เป… ปากฏํ โหติ โทเสสุ อาทีนวทสฺสเนน ตปฺปฏิปกฺเขสุ คุเณสุ อานิสํสสฺส วิภูตภาวาปตฺติโต. โวกฺกมฺมาติ อปสกฺเกตฺวา. อาเมฑิตโลเปน จายํ นิทฺเทโส, โวกฺกมฺม โวกฺกมฺมาติ วุตฺตํ โหติ, เตน ตสฺส โวกฺกมนสฺส อนฺตรนฺตราติ อยมตฺโถ ลพฺภตีติ อาห ‘‘น นิรนฺตร’’นฺติอาทิ. ธมฺมานุธมฺมปฏิปตฺติอาทโยติ เตน สตฺถารา วุตฺตมุตฺติธมฺมสฺส อนุธมฺมํ อปฺปฏิปชฺชนาทโย. อาทิ-สทฺเทน ปาฬิยํ อาคตา อสามีจิปฏิปทาทโย จ สงฺคยฺหนฺติ. มนุสฺสตฺตมฺปีติ ปิ-สทฺเทน ‘‘วิจารณปญฺญาย อสมฺภโว, โทเสสุ อนภินิเวสิตา, อสนฺทิฏฺฐิปรามาสิตา’’ติ เอวมาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘ตถา เอว’’นฺติ ปเทหิ ยถากฺกมํ ปการสฺส กามํ ติโรกฺขตา, ปจฺจกฺขตา วุจฺจติ, ตถาปิ ยถา ‘‘ตถา ปฏิปชฺชตู’’ติ ปเทน ปฏิปชฺชนากาโร นิยเมตฺวา วิหิโต, ตถา ‘‘เอวํ ปฏิปชฺชตู’’ติ อิมินาปีติ อิทํ ตสฺส อตฺถทสฺสนภาเวน วุตฺตํ. สมาทปิตตฺตา มิจฺฉาปฏิปทาย อปุญฺญํ ปสวติ.

๑๖๗. ญายติ มุตฺติธมฺโม เอเตนาติ ญาโย, เตน สตฺถารา วุตฺโต ธมฺมานุธมฺโม, ตํ ปฏิปนฺโนติ ญายปฺปฏิปนฺโน, โส ปน ยสฺมา ตสฺส มุตฺติธมฺมสฺส อธิคเม การณสมฺมโต, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘การณปฺปฏิปนฺโน’’ติ. นิปฺผาเทสฺสตีติ สาเธสฺสติ, สิทฺธึ คมิสฺสตีติ วุตฺตํ โหติ. ทุกฺขนิพฺพตฺตกนฺติ สมฺปติ, อายติญฺจ ทุกฺขสฺส นิพฺพตฺตกํ. วีริยํ กโรติ มิจฺฉาปฏิปนฺนตฺตา.

สมฺมาสมฺพุทฺธปฺปเวทิตธมฺมวินยาทิวณฺณนา

๑๖๘. นิยฺยาตีติ วตฺตติ, สํวตฺตตีติ วา อตฺโถ.

๑๗๐. อิธ สาวกสฺส สมฺมาปฏิปตฺติยา เอกนฺติกอปสฺสยทสฺสนตฺถํ สตฺถุ สมฺมาสมฺพุทฺธตา, ธมฺมสฺส จ สฺวากฺขาตตา กิตฺติตาติ ‘‘สมฺมาปฏิปนฺนสฺส กุลปุตฺตสฺส ปสํสํ ทสฺเสตฺวา’’ติ วุตฺตํ. เอวญฺหิ อิมิสฺสา เทสนาย สํกิเลสภาคิยภาเวน อุฏฺฐิตาย โวทานภาคิยภาเวน ยถานุสนฺธินา ปวตฺติ ทีปิตา โหติ. อโพธิตตฺถาติ อปฺปเวทิตตฺถา, ปรมตฺถํ จตุตฺถสจฺจปฏิเวธํ อปาปิตาติ อตฺโถ. ปาฬิยํ ‘‘อสฺสา’’ติ ปทํ ‘‘สาวกา สทฺธมฺเม’’ติ ทฺวีหิ ปเทหิ โยเชตพฺพํ ‘‘อสฺส สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สาวกา, อสฺส สทฺธมฺเม’’ติ. สพฺพสงฺคหปเทหิ กตนฺติ สพฺพสฺส สาสนตฺถสฺส สงฺคณฺหนปเทหิ เอกชฺฌํ กตํ. เตนาห ‘‘สพฺพสงฺคาหิกํ กตํ น โหตีติ อตฺโถ’’ติ. ปุพฺเพนาปรํ สมฺพนฺธตฺถภาเวน สงฺคเหตพฺพตาย วา สงฺคหานิ ปทานิ กตานิ เอตสฺสาติ สงฺคหปทกตํ, พฺรหฺมจริยํ. ตปฺปฏิกฺเขเปน น จ สงฺคหปทกตนฺติ โยชนา. ราคาทิปฏิปกฺขหรณํ, ยถานุสิฏฺฐํ วา ปฏิปชฺชมานานํ วฏฺฏทุกฺขโต ปฏิหรณํ นิพฺพานปาปนํ ปฏิหาโร, โส เอว อา-การสฺส อิ-การํ กตฺวา ปฏิหิโร, ปฏิหิโร เอว ปาฏิหิโร, สห ปาฏิหิเรนาติ สปฺปาฏิหิรํ, ตถา สุปฺปเวทิตตาย สปฺปาฏิหิรํ กตนฺติ สปฺปาฏิหิรกตํ. ตาทิสํ ปน วฏฺฏโต นิยฺยาเน นิยุตฺตํ, นิยฺยานปฺปโยชนญฺจ โหตีติ อาห ‘‘นิยฺยานิก’’นฺติ. เทวโลกโตติ เทวโลกโต ปฏฺฐาย รูปีเทวนิกายโต ปภุติ. สุปฺปกาสิตนฺติ สุฏฺฐุ ปกาสิตํ. ยาว เทวมนุสฺเสหีติ วา ยาว เทวมนุสฺเสหิ ยตฺตกา เทวา มนุสฺสา จ, ตาว เต สพฺเพ อภิพฺยาเปตฺวา สุปฺปกาสิตํ. อนุตาปาย โหตีติ อนุตปฺโป, โส ปน อนุตาปํ กโรนฺโต วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อนุตาปกโร โหตี’’ติ.

๑๗๒. ถิโรติ ฐิตธมฺโม เกนจิ อสํหาริโย, อเสกฺขา สีลกฺขนฺธาทโย เถรการกา ธมฺมา.

๑๗๓. โยเคหิ เขมตฺตาติ โยเคหิ อนุปทฺทุตตฺตา. สทฺธมฺมสฺสาติ อสฺส สทฺธมฺมสฺส. อสฺสาติ จ อสฺส สตฺถุโน.

๑๗๔. อุปาสกา พฺรหฺมจาริโน นาม วิเสสโต อนาคามิโน. โสตาปนฺนสกทาคามิโนปิ ตาทิสา ตถา วุจฺจนฺตีติ ‘‘พฺรหฺมจริยวาสํ วสมานา อริยสาวกา’’ อิจฺเจว วุตฺตํ.

๑๗๖. สพฺพการณสมฺปนฺนนฺติ ยตฺตเกหิ การเณหิ สมฺปนฺนํ นาม โหติ, เตหิ สพฺเพหิ การเณหิ สมฺปนฺนํ สมฺปตฺตํ อุปคตํ ปริปุณฺณํ, สมนฺนาคตํ วา. อิมเมว ธมฺมนฺติ อิมเมว สาสนธมฺมํ.

อุทเกน ปเทสญฺญุนา อตฺตโน ปญฺญาเวยฺยตฺติยตํ ทสฺเสตุํ อนิยฺยานิเก อตฺเถ ปยุตฺตํ ปเหฬิกสทิสํ วจนํ, ภควตา อตฺตโน สพฺพญฺญุตาย นิยฺยานิเก อตฺเถ โยเชตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘อุทโก สุท’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘โส กิรา’’ติอาทิมาห.

สงฺคายิตพฺพธมฺมาทิวณฺณนา

๑๗๗. สงฺคมฺม สมาคมฺมาติ ตสฺมึเยว ฐาเน ลพฺภมานานํ คติวเสน สงฺคมฺม ฐานนฺตรโต ปกฺโกสเนน สมาคตานํ วเสน สมาคมฺม. เตนาห ‘‘สงฺคนฺตฺวา สมาคนฺตฺวา’’ติ. อตฺเถน อตฺถนฺติ ปทนฺตเร อาคตอตฺเถน สห ตตฺถ ตตฺถ อาคตมตฺถํ. พฺยญฺชเนน พฺยญฺชนนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. สมาเนนฺเตหีติ สมานํ กโรนฺเตหิ, โอปมฺมํ วา อาเนนฺเตหิ. สงฺคายิตพฺพนฺติ สมฺมเทว คายิตพฺพํ กเถตพฺพํ, ตํ ปน สงฺคายนํ วาจนามคฺโคติ อาห ‘‘วาเจตพฺพ’’นฺติ.

๑๗๘. ตสฺส วา ภาสิเตติ ตสฺส ภิกฺขุโน ภาสิเต อตฺเถ เจว พฺยญฺชเน จ. อตฺถมิจฺฉาคหณโรปนานิ ยถา โหนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อารมฺมณํ ‘‘สติปฏฺฐาน’’นฺติ คณฺหาติ, น สติเยว ‘‘สติปฏฺฐาน’’นฺติ. ‘‘สติปฏฺฐานานี’’ติ พฺยญฺชนํ โรเปติ ตสฺมึ อตฺเถ, น ‘‘สติปฏฺฐานา’’ติ. อุปปนฺนตรานีติ ยุตฺตตรานิ. อลฺลีนตรานีติ สิลิฏฺฐตรานิ. ยา เจวาติ ลิงฺควิปลฺลาเสน วุตฺตํ, วิภตฺติโลเปน วา. ปุน ยา เจวาติ ลิงฺควิปลฺลาเสเนว นิทฺเทโส. เนว อุสฺสาเทตพฺโพติ น อุกฺกํเสตพฺโพ วิรชฺฌิตฺวา วุตฺตตฺตา. น อปสาเทตพฺโพติ น สนฺตชฺเชตพฺโพ วิวาทปริหรณตฺถํ. ธารณตฺถนฺติ อุปธารณตฺถํ สลฺลกฺขณตฺถํ.

๑๘๑. อตฺเถน อุเปตนฺติ อวิปรีเตน อตฺเถน อุเปตํ ตํ ‘‘อยเมตฺถ อตฺโถ’’ติ อุเปจฺจ ปฏิชานิตฺวา ฐิตํ. ตถารูโป จ ตสฺส พุชฺฌิตา นาม โหตีติ อาห ‘‘อตฺถสฺส วิญฺญาตาร’’นฺติ. เอวเมตํ ภิกฺขุํ ปสํสถาติ วุตฺตนเยน ธมฺมภาณกํ อมุํ ภิกฺขุํ ‘‘เอวํ ลาภา โน อาวุโส’’ติอาทิอากาเรน ปสํสถ. อิทานิสฺส ปสํสภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอโส หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอสาติ ปริยตฺติธมฺมสฺส สตฺถุกิจฺจกรณโต, ตตฺถ จสฺส สมฺมเทว อวฏฺฐิตภาวโต ‘‘พุทฺโธ นาม เอสา’’ติ วุตฺโต. ‘‘ลาภา โน’’ติอาทินา จสฺส ภิกฺขูนํ ปิยครุภาวํ วิภาเวนฺโต สตฺถา ตํ อตฺตโน ฐาเน ฐเปสีติ วุตฺโต.

ปจฺจยานุญฺญาตการณาทิวณฺณนา

๑๘๒. ตโตปิ อุตฺตริตรนฺติ ยา ปุพฺเพ สมฺมาปฏิปนฺนสฺส ภิกฺขุโน ปสํสนวเสน ‘‘อิธ ปน จุนฺท สตฺถา จ โหติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติอาทินา (ที. นิ. ๓.๑๖๗, ๑๖๙) ปวตฺติตเทสนาย อุปริ ‘‘อิธ จุนฺท สตฺถา จ โลเก อุทปาที’’ติอาทินา (ที. นิ. ๓.๑๗๐, ๑๗๑) เทสนา วฑฺฒิตา. ตโตปิ อุตฺตริตรํ สวิเสสํ เทสนํ วฑฺเฒนฺโต ‘‘ปจฺจยเหตู’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปจฺจยเหตูติ ปจฺจยสํวตฺตนเหตุ. อุปฺปชฺชนกา อาสวาติ ปจฺจยานํ ปริเยสนเหตุ เจว ปริโภคเหตุ จ อุปฺปชฺชนกา กามาสวาทโย. เตสํ ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก มิจฺฉาอาชีวํ ปหาย สมฺมาอาชีเวน ชีวิตํ กปฺเปตี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๘) ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปฏิสงฺขา โยนิโส จีวรํ ปฏิเสวตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๒๓; อ. นิ. ๖.๕๘) จ สมฺมาปฏิปตฺตึ อุปทิสนฺโต ภควา ปฏิฆาตาย ธมฺมํ เทเสติ นาม. ‘‘โย ตุเมฺหสุ ปาฬิยา อตฺถพฺยญฺชนานิ มิจฺฉา คณฺหาติ, โส เนว อุสฺสาเทตพฺโพ, น อปสาเทตพฺโพ, สาธุกํ สญฺญาเปตพฺโพ ตสฺเสว อตฺถสฺส นิสนฺติยา’’ติ เอวํ ปริยตฺติธมฺเม มิจฺฉาปฏิปนฺเน สมฺมาปฏิปตฺติยํ ภิกฺขู นิโยเชนฺโต ภควา ภณฺฑนเหตุ อุปฺปชฺชนกานํ สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย ธมฺมํ เทเสติ นาม. ยถา เต น ปวิสนฺตีติ เต อาสวา อตฺตโน จิตฺตสนฺตานํ ยถา น โอตรนฺติ. มูลฆาเตน ปฏิหนนายาติ ยถา มูลฆาโต โหติ, เอวํ มูลฆาตวเสน ปชหนาย. ตนฺติ จีวรํ. ยถา จีวรํ อิทมตฺถิกตเมว อุปาทาย อนุญฺญาตํ, เอวํ ปิณฺฑปาตาทโยปิ.

สุขลฺลิกานุโยคาทิวณฺณนา

๑๘๓. สุขิตนฺติ สญฺชาตสุขํ. ปีณิตนฺติ ธาตํ สุหิตํ. ตถาภูโต ปน ยสฺมา ถูลสรีโร โหติ, ตสฺมา ‘‘ถูลํ กโรตี’’ติ วุตฺตํ.

๑๘๖. นฐิตสภาวาติ อนวฏฺฐิตสภาวา, เอวรูปาย กถาย อนวฏฺฐานภาวโต สภาโวปิ เตสํ อนวฏฺฐิโตติ อธิปฺปาโย. เตนาห ‘‘ชิวฺหา โน อตฺถี’’ติอาทิ. กามํ ‘‘ปญฺจหิ จกฺขูหี’’ติ วุตฺตํ, อคฺคหิตคฺคหเณน ปน จตฺตาริ จกฺขูนิ เวทิตพฺพานิ. สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺหิ สมนฺตจกฺขูติ. ตสฺส วา เญยฺยธมฺเมสุ ชานนวเสน ปวตฺตึ อุปาทาย ‘‘ชานตา’’ติ วุตฺตํ. หตฺถามลกํ วิย ปจฺจกฺขโต ทสฺสนวเสน ปวตฺตึ อุปาทาย ‘‘ปสฺสตา’’ติ วุตฺตํ. เนมํ วุจฺจติ ถมฺภาทีหิ อนุปวิฏฺฐภูมิปฺเปเทโสติ อาห ‘‘คมฺภีรภูมึ อนุปวิฏฺโฐ’’ติ. สุฏฺฐุ นิขาโตติ ภูมึ นิขนิตฺวา สมฺมเทว ฐปิโต. ตสฺมินฺติ ขีณาสเว. อนชฺฌาจาโร อจโล อสมฺปเวธี, ยสฺมา อชฺฌาจาโร เสตุฆาโต ขีณาสวานํ. โสตาปนฺนาทโยติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน คหิเตสุ อนาคามิโน ตาว นวสุปิ ฐาเนสุ ขีณาสวา วิย อภพฺพา, โสตาปนฺนสกทาคามิโน ปน ‘‘ตติยปญฺจมฏฺฐาเนสุ อภพฺพา’’ติ น วตฺตพฺพา, อิตเรสุ สตฺตสุ ฐาเนสุ อภพฺพาว.

ปญฺหพฺยากรณวณฺณนา

๑๘๗. คิหิพฺยญฺชเนนาติ คิหิลิงฺเคน. ขีณาสโว ปน คิหิพฺยญฺชเนน อรหตฺตํ ปตฺโตปิ น ติฏฺฐติ วิเวกฏฺฐานสฺส อภาวาติ อธิปฺปาโย. ตสฺส วเสนาติ ภุมฺมเทวตฺตภาเว ฐตฺวา อรหตฺตปฺปตฺตสฺส วเสน. อยํ ปโญฺหติ ‘‘อภพฺโพ โส นว ฐานานิ อชฺฌาจริตุ’’นฺติ อยํ ปโญฺห อาคโต อิตรสฺส ปพฺพชฺชาย, ปรินิพฺพาเนน วา อภพฺพตาย อวุตฺตสิทฺธตฺตา. ยทิ เอวํ กถํ ภิกฺขุคหณนฺติ อาห ‘‘ภินฺนโทสตฺตา’’ติอาทิ. อปริจฺเฉทนฺติ อปริยนฺตํ, ตยิทํ สุวิปุลนฺติ อาห ‘‘มหนฺต’’นฺติ. เญยฺยสฺส หิ วิปุลตาย ญาณสฺส วิปุลตา เวทิตพฺพา, เอเตน ‘‘อปริจฺเฉท’’นฺติ วุจฺจมานมฺปิ เญยฺยํ สตฺถุ ญาณสฺส วเสน ปริจฺเฉทเมวาติ ทสฺสิตํ โหติ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ญาณปริยนฺติกํ เนยฺย’’นฺติ (มหานิ. ๖๙, ๑๕๖; จูฬนิ. ๘๕; ปฏิ. ม. ๓.๕) อนาคเต อปญฺญาปนนฺติ อนาคเต วิสเย ญาณสฺส อปญฺญาปนํ. ‘‘ปจฺจกฺขํ วิย กตฺวา’’ติ กสฺมา วิย-สทฺทคฺคหณํ กตํ, นนุ พุทฺธานํ สพฺพมฺปิ ญาณํ อตฺตโน วิสยํ ปจฺจกฺขเมว กตฺวา ปวตฺตติ เอกปฺปมาณภาวโตติ? สจฺจเมตํ, ‘‘อกฺข’’นฺติ ปน จกฺขาทิอินฺทฺริยํ วุจฺจติ, ตํ อกฺขํ ปติ วตฺตตีติ จกฺขาทินิสฺสิตํ วิญฺญาณํ, ตสฺส จ อารมฺมณํ ‘‘ปจฺจกฺข’’นฺติ โลเก นิรุฬฺหเมตนฺติ ตํ นิทสฺสนํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ปจฺจกฺขํ วิย กตฺวา’’ติ อโวจ, น ปน ภควโต ญาณสฺส อปฺปจฺจกฺขากาเรน ปวตฺตนโต. ตถา หิ วทนฺติ –

‘‘อาวิภูตํ ปกาสนํ, อนุปทฺทุตเจตสํ;

อตีตานาคเต ญาณํ, ปจฺจกฺขานํ วสิสฺสตี’’ติ.

อญฺญตฺถ วิหิตเกนาติ อญฺญสฺมึ วิสเย ปวตฺติเตน. สงฺคาเหตพฺพนฺติ สมํ กตฺวา กถยิตพฺพํ, กถนํ ปน ปญฺญาปนํ นาม โหตีติ ปญฺญาเปตพฺพนฺติ อตฺโถ วุตฺโต. ตาทิสนฺติ สตตํ สมิตํ ปวตฺตกํ. ญาณํ นาม นตฺถีติ อาวชฺชเนน วินา ญาณุปฺปตฺติยา อสมฺภวโต. เอกากาเรน จ ญาเณ ปวตฺตมาเน นานาการสฺส วิสยสฺส อวโพโธ น สิยา. อถาปิ สิยา, อนิรุปิตรูเปเนว อวโพโธ สิยา, เตน จ ญาณํ เญยฺยํ อญฺญาตสทิสเมว สิยา. น หิ ‘‘อิทํ ต’’นฺติ วิเวเกน อนวพุทฺโธ อตฺโถ ญาโต นาม โหติ, ตสฺมา ‘‘จรโต จ ติฏฺฐโต จา’’ติอาทิ พาลลาปนมตฺตํ. เตนาห ‘‘ยถริว พาลา อพฺยตฺตา, เอวํ มญฺญนฺตี’’ติ.

สตึ อนุสฺสรตีติ สตานุสาริ, สติยานุวตฺตนวเสน ปวตฺตญาณํ. เตนาห ‘‘ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติสมฺปยุตฺตก’’นฺติ. ญาณํ เปเสสีติ ญาณํ ปวตฺเตสิ. สพฺพตฺถกเมว เญยฺยาวรณสฺส สุปฺปหีนตฺตา อปฺปฏิหตํ อนิวาริตํ ญาณํ คจฺฉติ ปวตฺตติจฺเจว อตฺโถ. ‘‘โพธิ วุจฺจติ จตูสุ มคฺเคสุ ญาณ’’นฺติ (จูฬนิ. ๒๑๑) วจนโต จตุมคฺคญาณํ โพธิ, ตโต ตสฺส อธิคตตฺตา อุปฺปชฺชนกํ ปจฺจเวกฺขณญาณํ ‘‘โพธิชํ ญาณํ อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ. โพธิชํ โพธิมูเล ชาตํ จตุมคฺคญาณํ, ตญฺจ โข อนาคตํ อารพฺภ อุทฺทิสฺส ตสฺส อปฺปวตฺติอตฺถํ ตถาคตสฺส อุปฺปชฺชติ ตสฺส อุปฺปนฺนตฺตา อายตึ ปุนพฺภวาภาวโต. กถํ ตถาคโต อนาคตมทฺธานํ อารพฺภ อตีรกํ ญาณทสฺสนํ ปญฺญาเปตีติ? อตีตสฺส ปน อทฺธุโน มหนฺตตาย อตีรกํ ญาณทสฺสนํ ตตฺถ ปญฺญาเปตีติ โก เอตฺถ วิโรโธ. ติตฺถิยา ปน อิมมตฺถํ ยาถาวโต อชานนฺตา – ‘‘ตยิทํ กึ สุ, ตยิทํ กถํสู’’ติ อตฺตโน อญฺญาณเมว ปากฏํ กโรนฺติ. ตสฺมา ภควตา สสนฺตติปริยาปนฺนธมฺมปฺปวตฺตึ สนฺธาย ‘‘อญฺญวิหิตกํ ญาณทสฺสน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อิตรํ ปน สนฺธาย วุจฺจมาเน สติ ตถารูเป ปโยชเน อนาคตมฺปิ อทฺธานํ อารพฺภ อตีรกเมว ญาณทสฺสนํ ปญฺญาเปยฺย ภควาติ อนตฺถสํหิตนฺติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘น อิธโลกตฺถํ วา ปรโลกตฺถํ วา นิสฺสิต’’นฺติ. ยํ ปน สตฺตานํ อนตฺถาวหตฺตา อนตฺถสํหิตํ, ตตฺถ เสตุฆาโต ตถาคตสฺส. ‘‘ภารตยุทฺธสีตาหรณสทิส’’นฺติ อิมินา ตสฺสา กถาย เยภุยฺเยน อภูตตฺถตํ ทีเปติ. สเหตุกนฺติ ญาปเกน เหตุนา สเหตุกํ. โส ปน เหตุ เยน นิทสฺสเนน สาธียติ, ตํ ตสฺส การณนฺติ เตน สการณํ กตฺวา. ยถา หิ ปฏิญฺญาตตฺถสาธนโต เหตุ, เอวํ สาธกํ นิทสฺสนนฺติ. ยุตฺตปตฺตกาเลเยวาติ ยุตฺตานํ ปตฺตกาเล เอว. เย หิ เวเนยฺยา ตสฺสา กถาย ยุตฺตา อนุจฺฉวิกา, เตสํเยว โยชเน สนฺธาย วา กถาย ปตฺโต อุปการาวโห กาโล, ตทา เอว กเถตีติ อตฺโถ.

๑๘๘. ‘‘ตถา ตเถว คทนโต’’ติ อิมินา ‘‘ตถาคโต’’ติ อาเมฑิตโลเปนายํ นิทฺเทโสติ ทสฺเสติ. ตถา ตเถวาติ จ ธมฺมอตฺถสภาวานุรูปํ, เวเนยฺยชฺฌาสยานุรูปญฺจาติ อธิปฺปาโย. ทิฏฺฐนฺติ รูปายตนํ ทฏฺฐพฺพโต, เตน ยํ ทิฏฺฐํ, ยํ ทิสฺสติ, ยํ ทกฺขติ, ยํ สติ สมวาเย ปสฺเสยฺยํ, ตํ สพฺพํ ‘‘ทิฏฺฐํ’’ เตฺวว คหิตํ กาลวิเสสสฺส อนามฏฺฐภาวโต. ‘‘สุต’’นฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. สุตนฺติ สทฺทายตนํ โสตพฺพโต. มุตนฺติ สนิสฺสเยน ฆานาทิอินฺทฺริเยน สยํ ปตฺวา ปาปุณิตฺวา คเหตพฺพํ. เตนาห ‘‘ปตฺวา คเหตพฺพโต’’ติ. วิญฺญาตนฺติ วิชานิตพฺพํ, ตํ ปน ทิฏฺฐาทิวินิมุตฺตํ วิญฺเญยฺยนฺติ อาห ‘‘สุขทุกฺขาทิธมฺมายตน’’นฺติ. ปตฺตนฺติ ยถา ตถา ปตฺตํ, หตฺถคตํ อธิคตนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปริเยสิตฺวา วา อปริเยสิตฺวา วา’’ติ. ปริเยสิตนฺติ ปตฺติยามตฺถํ ปริยิฏฺฐํ, ตํ ปน ปตฺตํ วา สิยา อปฺปตฺตํ วา อุภยถาปิ ปริเยสิตเมวาติ อาห ‘‘ปตฺตํ วา อปฺปตฺตํ วา’’ติ. ปททฺวเยนาปิ ทฺวิปฺปการมฺปิ ปตฺตํ, ทฺวิปฺปการมฺปิ ปริเยสิตํ, เตน เตน ปกาเรน ตถาคเตน อภิสมฺพุทฺธนฺติ ทสฺเสติ. จิตฺเตน อนุสญฺจริตนฺติ โจปนํ อปาเปตฺวา จิตฺเตเนว อนุสํจริตํ, ปริวิตกฺกิตนฺติ อตฺโถ. ปีตกนฺติ อาทีติ อาทิ-สทฺเทน โลหิตกโอทาตาทิ สพฺพํ รูปารมฺมณวิภาคํ สงฺคณฺหาติ. สุมโนติ ราควเสน, โลภวเสน, สทฺธาทิวเสน วา สุมโน. ทุมฺมโนติ พฺยาปาทวิตกฺกวเสน, วิหึสาวิตกฺกวเสน วา ทุมฺมโน. มชฺฌตฺโตติ อญฺญาณวเสน วา ญาณวเสน วา มชฺฌตฺโต. เอเสว นโย สพฺพตฺถ. ตตฺถ ตตฺถ อาทิ-สทฺเทน สงฺขสทฺโท ปณวสทฺโท, ปตฺตคนฺโธ ปุปฺผคนฺโธ, ปตฺตรโส ผลรโส, อุปาทินฺนํ อนุปาทินฺนํ, มชฺฌตฺตเวทนา กุสลกมฺมํ อกุสลกมฺมนฺติ เอวํ อาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ.

อปฺปตฺตนฺติ ญาเณน อสมฺปตฺตํ, อวิทิตนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ญาเณน อสจฺฉิกต’’นฺติ. ตเถว คตตฺตาติ ตเถว ญาตตฺตา อภิสมฺพุทฺธตฺตา. คต-สทฺเทน เอกตฺถํ พุทฺธิอตฺถนฺติ อตฺโถ. ‘‘คติอตฺถา หิ ธาตโว พุทฺธิอตฺถา ภวนฺตี’’ติ อกฺขรจินฺตกา.

อพฺยากตฏฺฐานาทิวณฺณนา

๑๘๙. ‘‘อสมตํ กเถตฺวา’’ติ วตฺวา สโมปิ นาม โกจิ นตฺถิ, กุโต อุตฺตริตโรติ ทสฺเสตุํ ‘‘อนุตฺตรต’’นฺติ วุตฺตํ. สา ปนายํ อสมตา, อนุตฺตรตา จ สพฺพญฺญุตํ ปูเรตฺวา ฐิตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘สพฺพญฺญุต’’นฺติ วุตฺตํ. สา สพฺพญฺญุตา สทฺธมฺมวรจกฺกวตฺติภาเวน โลเก ปากฏา ชาตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ธมฺมราชภาวํ กเถตฺวา’’ติ วุตฺตํ. ตถา สพฺพญฺญุภาเวน จ สตฺถา อิเมสุ ทิฏฺฐิคตวิปลฺลาเสสุ เอวํ ปฏิปชฺชตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิทานี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สีหนาทนฺติ อภีตนาทํ เสฏฺฐนาทํ. เสฏฺฐนาโท เหส, ยทิทํ ฐปนียสฺส ปญฺหสฺส ฐปนียภาวทสฺสนํ. ฐปนียตา จสฺส ปาฬิอารุฬฺหา เอว ‘‘น เหต’’นฺติอาทินา. ยถา อุปจิตกมฺมกิเลเสน อิตฺถตฺตํ อาคนฺตพฺพํ, ตถา นํ อาคโตติ ตถาคโต, สตฺโต. ตถา หิ โส รูปาทีสุ สตฺโต วิสตฺโตติ กตฺวา ‘‘สตฺโต’’ติ จ วุจฺจติ. อิตฺถตฺตนฺติ จ ปฏิลทฺธตฺตา ตถา ปจฺจกฺขภูโต อตฺตภาโวติ เวทิตพฺโพ.

‘‘อตฺถสํหิตํ น โหตี’’ติ อิมินา อุภยตฺถ วิธุรตาทสฺสเนน นิรตฺถกวิปฺปลาปตํ ตสฺส วาทสฺส วิภาเวติ, อุภยโลกตฺถวิธุรมฺปิ สมานํ ‘‘กึ นุ โข วิวฏฺฏนิสฺสิต’’นฺติ โกจิ อาสงฺเกยฺยาติ ตทาสงฺกานิวตฺตนตฺถํ ‘‘น จ ธมฺมสํหิต’’นฺติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘นวโลกุตฺตรธมฺมนิสฺสิตํ น โหตี’’ติ. ยทิปิ ตํ น วิวฏฺโฏคตํ โหติ, วิวฏฺฏสฺส ปน อธิฏฺฐานภูตํ นุ โขติ โกจิ อาสงฺเกยฺยาติ ตทาสงฺกานิวตฺตนตฺถํ ‘‘น อาทิพฺรหฺมจริยก’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

๑๙๐. กามํ ตณฺหาปิ ทุกฺขสภาวตฺตา ‘‘ทุกฺข’’นฺติ พฺยากาตพฺพา, ปภวภาเวน ปน สา ตโต วิสุํ กาตพฺพาติ ‘‘ตณฺหํ ฐเปตฺวา’’ติ วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ตสฺเสว ทุกฺขสฺส ปภาวิกา’’ติอาทิ. นนุ จ อวิชฺชาทโยปิ ทุกฺขสฺส สมุทโยติ? สจฺจํ สมุทโย, ตสฺสา ปน กมฺมสฺส วิจิตฺตภาวเหตุโต, ทุกฺขุปฺปาทเน วิเสสปจฺจยภาวโต จ สาติสโย สมุทยฏฺโฐติ สา เอว สุตฺเตสุ ตถา วุตฺตา. เตนาห ‘‘ตณฺหา ทุกฺขสมุทโยติ พฺยากต’’นฺติ. อุภินฺนํ อปฺปวตฺตีติ ทุกฺขสมุทยานํ อปฺปวตฺตินิมิตฺตํ. ‘‘ทุกฺขปริชานโน’’ติอาทิ มคฺคกิจฺจทสฺสนํ, เตน มคฺคสฺส ภาวนตฺโถปิ อตฺถโต ทสฺสิโตวาติ ทฏฺฐพฺพํ. น หิ ภาวนาภิสมเยน วินา ปริญฺญาภิสมยาทโย สมฺภวนฺตีติ. สจฺจววตฺถาปนํ อปฺปมาทปฏิปตฺติภาวโต อสมฺโมหกลฺยาณกิตฺติสทฺทาทินิมิตฺตตาย ยถา สาติสยํ อิธโลกตฺถาวหํ, เอวํ ยาว ญาณสฺส ติกฺขวิสทภาวปฺปตฺติยา อภาเวน นวโลกุตฺตรธมฺมสมฺปาปกํ น โหติ, ตาว ตตฺถ ตตฺถ สมฺปตฺติภเว อพฺภุทยสมฺปตฺติ อนุคตเมว สิยาติ วุตฺตํ ‘‘เอตํ อิธโลกปรโลกตฺถนิสฺสิต’’นฺติ. นวโลกุตฺตรธมฺมนิสฺสิตนฺติ นววิธมฺปิ โลกุตฺตรธมฺมํ นิสฺสาย ปวตฺตํ ตทธิคมูปายภาวโต. ยสฺมา สจฺจสมฺโพธํ อุทฺทิสฺส สาสนพฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ, น อญฺญทตฺถํ, ตสฺมา เอตํ สจฺจววตฺถาปนํ ‘‘อาทิปธาน’’นฺติ วุตฺตํ ปฐมตรํ จิตฺเต อาทาตพฺพโต.

ปุพฺพนฺตสหคตทิฏฺฐินิสฺสยวณฺณนา

๑๙๑. ตํ มยา พฺยากตเมวาติ ตํ มยา ตถา พฺยากตเมว, พฺยากาตพฺพํ นาม มยา อพฺยากตํ นตฺถีติ พฺยากรณาเวกลฺเลน อตฺตโน ธมฺมสุธมฺมตาย พุทฺธสุพุทฺธตํ วิภาเวติ. เตนาห ‘‘สีหนาทํ นทนฺโต’’ติ. ปุริมุปฺปนฺนา ทิฏฺฐิโย อปราปรุปฺปนฺนานํ ทิฏฺฐีนํ อวสฺสยา โหนฺตีติ ‘‘ทิฏฺฐิโยว ทิฏฺฐินิสฺสยา’’ติ วุตฺตํ. ทิฏฺฐิคติกาติ ทิฏฺฐิคติโย, ทิฏฺฐิปฺปวตฺติโยติ อตฺโถ. อิทเมว ทสฺสนํ สจฺจนฺติ ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’’ติ อิทเมว ทสฺสนํ สจฺจํ อโมฆํ อวิปรีตํ. อญฺเญสํ วจนํ โมฆนฺติ ‘‘อสสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’’ติ เอวมาทิกํ อญฺเญสํ สมณพฺราหฺมณานํ วจนํ โมฆํ ตุจฺฉํ, มิจฺฉาติ อตฺโถ. น สยํ กาตพฺโพติ อสยํกาโรติ อาห ‘‘อสยํกโต’’ติ, ยาทิจฺฉิกตฺตาติ อธิปฺปาโย.

๑๙๒. อตฺถิ โขติ เอตฺถ โข-สทฺโท ปุจฺฉายํ, อตฺถิ นูติ อยเมตฺถ อตฺโถติ อาห ‘‘อตฺถิ โข อิทํ อาวุโส วุจฺจตี’’ติอาทิ. อาวุโส ยํ ตุเมฺหหิ ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จา’’ติ วุจฺจติ, อิทมตฺถิ โข อิทํ วาจามตฺตํ, โน นตฺถิ, ตสฺมา วาจาวตฺถุมตฺตโต ตสฺส ยํ โข เต เอวมาหํสุ ‘‘อิทเมว สจฺจํ โมฆํ อญฺญ’’นฺติ, ตํ เตสํ นานุชานามีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ จ โยชนา จ เวทิตพฺพา. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ พฺรหฺมชาลฏีกายํ (ที. นิ. ฏี. ๑.๓๐) วุตฺตเมว. ทิฏฺฐิปญฺญตฺติยาติ ทิฏฺฐิยา ปญฺญาปเน ‘‘เอวํ เอสา ทิฏฺฐิ อุปฺปนฺนา’’ติ ตสฺสา ทิฏฺฐิยา สมุทยโต, อตฺถงฺคมโต, อสฺสาทโต, อาทีนวโต, นิสฺสรณโต จ ยาถาวโต ปญฺญาปเน. อวิปรีตวุตฺติยา สเมน ญาเณน สมํ กญฺจิ เนว สมนุปสฺสามิ. อธิปญฺญตฺตีติ อภิญฺเญยฺยธมฺมปญฺญาปนา. ยํ อชานนฺตา พาหิรกา ทิฏฺฐิปญฺญตฺติเยว อลฺลีนาติ ตญฺจ ปญฺญตฺติโต อชานนฺตา ถามสา ปรามาสา อภินิวิสฺส โวหรนฺติ. เอตฺถ จ ยายํ ‘‘ทิฏฺฐิปญฺญตฺติ นามา’’ติ วุตฺตา ทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิคติเกหิ เอวํ คหิตตาย วิภาวนา, ตตฺถ จ ภควโต อุตฺตริตโร นาม โกจิ นตฺถิ, สฺวายมตฺโถ พฺรหฺมชาเล (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๓๐) วิภาวิโต เอว. ‘‘อธิปญฺญตฺตี’’ติ วุตฺตา ปน วิภาวิยมานา โลกสฺส นิพฺพิทาเหตุภาเวน พหุลีการาติ ตสฺสา วเสน ภควา อนุตฺตรภาวํ ปเวเทนฺโต ‘เนว อตฺตนา สมสมํ สมนุปสฺสามี’ติ สีหนาทํ นที’’ติ เกจิ. อฏฺฐกถายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๑๙๒) ปน ‘‘ยญฺจ วุตฺตํ ‘ปญฺญตฺติยา’ติ ยญฺจ ‘อธิปญฺญตฺตี’ติ, อุภยเมตํ อตฺถโต เอก’’นฺติ ‘‘อิธ ปน ปญฺญตฺติยาติ เอตฺถาปิ ปญฺญตฺติ เจว อธิปญฺญตฺติ จ อธิปฺเปตา, อธิปญฺญตฺตีติ เอตฺถาปี’’ติ จ วุตฺตา, อุภยสฺสปิ วเสเนตฺถ ภควา สีหนาทํ นทีติ วิญฺญายติ. อุภยํ เปตํ อตฺถโต เอกนฺติ จ ปญฺญตฺติภาวสามญฺญํ สนฺธาย วุตฺตํ, น เภทาภาวโต. เตนาห ‘‘เภทโต หี’’ติอาทิ. ขนฺธปญฺญตฺตีติ ขนฺธานํ ‘‘ขนฺธา’’ติ ปญฺญาปนา ทสฺสนา ปกาสนา ฐปนา นิกฺขิปนา. ‘‘อาจิกฺขติ ทสฺเสติ ปญฺญาเปติ ปฏฺฐเปตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒๐, ๙๗) อาคตฏฺฐาเน หิ ปญฺญาปนา ทสฺสนา ปกาสนา ปญฺญตฺติ นาม, ‘‘สุปญฺญตฺตํ มญฺจปีฐ’’นฺติ (ปารา. ๒๖๙) อาคตฏฺฐาเน ฐปนา นิกฺขิปนา ปญฺญตฺติ นาม, อิธ อุภยมฺปิ ยุชฺชติ.

ทิฏฺฐินิสฺสยปฺปหานวณฺณนา

๑๙๖. ปชหนตฺถนฺติ อจฺจนฺตาย ปฏินิสฺสชฺชนตฺถํ. ยสฺมา เตน ปชหเนน สพฺเพ ทิฏฺฐินิสฺสยา สมฺมเทว อติกฺกนฺตา โหนฺติ วีติกฺกนฺตา, ตสฺมา ‘‘สมติกฺกมายาติ ตสฺเสว เววจน’’นฺติ อโวจ. น เกวลํ สติปฏฺฐานา กถิตมตฺตา, อถ โข เวเนยฺยสนฺตาเน ปติฏฺฐาปิตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘เทสิตา’’ติ วตฺวา ‘‘ปญฺญตฺตา’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘เทสิตาติ กถิตา. ปญฺญตฺตาติ ฐปิตา’’ติ. อิทานิ สติปฏฺฐานเทสนาย ทิฏฺฐินิสฺสยานํ เอกนฺติกํ ปหานาวหภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘สติปฏฺฐานภาวนาย หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สติปฏฺฐานภาวนายาติ อิมินา เตสํ ภาวนาย เอว เนสํ ปหานํ, เทสนา ปน ตทุปนิสฺสยภาวโต ตถา วุตฺตาติ ทสฺเสติ. เสสํ สพฺพํ สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.

ปาสาทิกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.