๑. ปาถิกสุตฺตวณฺณนา
สุนกฺขตฺตวตฺถุวณฺณนา
๑. อปุพฺพปทวณฺณนาติ อตฺถสํวณฺณนาวเสน เหฏฺฐา อคฺคหิตตาย อปุพฺพสฺส อภินวสฺส ปทสฺส วณฺณนา อตฺถวิภาวนา. ‘‘หิตฺวา ปุนปฺปุนาคตมตฺถ’’นฺติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.คนฺถารมฺภกถา) หิ วุตฺตํ. มลฺเลสูติ เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว. ฉายูทกสมฺปนฺเน วนสณฺเฑ วิหรตีติ อนุปิยสามนฺตา กตสฺส วิหารสฺส อภาวโต. ยทิ น ตาว ปวิฏฺโฐ, กสฺมา ‘‘ปาวิสี’’ติ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ปวิสิสฺสามี’’ติอาทิ, เตน อวสฺสํ ภาวินิ ภูเต วิย อุปจารา โหนฺตีติ ทสฺเสติ. อิทานิ ตมตฺถํ อุปมาย วิภาเวนฺโต ‘‘ยถา กิ’’นฺติอาทิมาห. เอตนฺติ เอตํ ‘‘อติปฺปโค โข’’ติอาทิกํ จินฺตนํ อโหสิ. อติวิย ปโค โขติ อติวิย ปาโตว. ฉนฺนโกปีนตาย, ปริพฺพาชกปพฺพชฺชุปคเมน จ ฉนฺนปริพฺพาชกํ, น นคฺคปริพฺพาชกํ.
๒. ยสฺมา ภควโต อุจฺจากุลปฺปสุตตํ, มหาภินิกฺขมนนิกฺขนฺตตํ, อนญฺญสาธารณทุกฺกรจรณํ, วิเวกวาสํ, โลกสมฺภาวิตตํ, โอวาทานุสาสนีหิ โลกสฺส พหุปการตํ, ปรปฺปวาทมทฺทนํ, มหิทฺธิกตํ, มหานุภาวตนฺติ เอวมาทิกํ ตํตํอตฺตปจฺจกฺขคุณวิเสสํ นิสฺสาย เยภุยฺเยน อญฺญติตฺถิยาปิ ภควนฺตํ ทิสฺวา อาทรคารวพหุมานํ ทสฺเสนฺติเยว, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘ภควนฺตํ ทิสฺวา มานถทฺธตํ อกตฺวา’’ติอาทิ. โลกสมุทาจารวเสนาติ โลโกปจารวเสน. จิรสฺสนฺติ จิรกาเลน. อาทีนิ วทนฺติ อุปจารวเสน. ตสฺสาติ ภคฺควโคตฺตสฺส ปริพฺพาชกสฺส. คิหิสหาโยติ คิหิกาลโต ปฏฺฐาย สหาโย. ปจฺจกฺขาโตติ เยนากาเรน ปจฺจกฺขานา, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปจฺจกฺขามี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
๓. อุทฺทิสฺสาติ สตฺถุการภาเวน อุทฺทิสฺสาติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโยติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภควา เม’’ติอาทิมาห. ยทา สุนกฺขตฺตสฺส ‘‘ภควนฺตํ ปจฺจกฺขามี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ, วาจา ภินฺนา, ตทา เอวสฺส ภควตา สทฺธึ โกจิ สมฺพนฺโธ นตฺถิ อสกฺยปุตฺติยภาวโต สาสนโต ปริพาหิรตฺตา. อยํ ตาเวตฺถ สาสนยุตฺติ, สา ปนายํ ฐเปตฺวา สาสนยุตฺติโกวิเท อญฺเญสํ น สมฺมเทว วิสโยติ ภควา สพฺพสาธารณวเสนสฺส อตฺตนา สมฺพนฺธาภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิ นู’’ติ อาทึ วตฺวา สุนกฺขตฺตํ ‘‘โก สนฺโต กํ ปจฺจาจิกฺขสี’’ติ อาห. ยสฺมา มุขาคโตยํ สมฺพนฺโธ, น ปูชาคตาทิโก, โย จ ยาจกยาจิตพฺพตาวเสน โหติ, ตทุภยญฺเจตฺถ นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต ภควา สุนกฺขตฺตํ ‘‘โก สนฺโต กํ ปจฺจาจิกฺขสี’’ติ อโวจ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยาจโก วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยาจิตโก วา ยาจกํ ปจฺจาจิกฺเขยฺยาติ สมฺพนฺโธ. ตฺวํ ปน เนว ยาจโก ‘‘อหํ ภนฺเต ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส วิหริสฺสามี’’ติ เอวํ มม สนฺติกํ อนุปคตตฺตา. น ยาจิตโก ‘‘เอหิ ตฺวํ สุนกฺขตฺต มมํ อุทฺทิสฺส วิหราหี’’ติ เอวํ มยา อปตฺถิตตฺตา.
โก สมาโนติ ยาจกยาจิตเกสุ โก นาม โหนฺโต. กนฺติ ยาจกยาจิตเกสุ เอว กํ นาม โหนฺตํ มํ ปจฺจาจิกฺขสิ. ตุจฺฉปุริสาติ ฌานมคฺคาทิอุตฺตริมนุสฺสธมฺเมสุ กสฺสจิปิ อภาวา ริตฺตปุริสา. นนุ จายํ สุนกฺขตฺโต โลกิยชฺฌานานิ, เอกจฺจาภิญฺญญฺจ อุปฺปาเทสีติ? กิญฺจาปิ อุปฺปาเทสิ, ตโต ปน ภควติ อาฆาตุปฺปาทเนน สเหว ปริหีโน อโหสิ. อปราโธ นาม สุปฺปฏิปตฺติยา วิรชฺฌนเหตุภูโต กิเลสุปฺปาโทติ อาห ‘‘ยตฺตโก เต อปราโธ, ตตฺตโก โทโส’’ติ. ยาวญฺจาติ อวธิปริจฺเฉทภาวทสฺสนํ ‘‘ยาวญฺจ เตน ภควตา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๓) วิย. เตติ ตยา. อิทนฺติ นิปาตมตฺตํ. อปรทฺธนฺติ อปรชฺฌิตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘ปจฺจาจิกฺขามิทานาหํ ภนฺเต ภควนฺต’’นฺติอาทีนิ วทนฺเตน ตุจฺฉปุริส ตยา ยาวญฺจิทํ อปรทฺธํ, น ตสฺส อปราธสฺส ปมาณํ อตฺถีติ.
๔. มนุสฺสธมฺมาติ ภาวนานุโยเคน วินา มนุสฺเสหิ อนุฏฺฐาตพฺพธมฺมา. โส หิ มนุสฺสานํ จิตฺตาธิฏฺฐานมตฺเตน อิชฺฌนโต เตสํ สมฺภาวิตธมฺโม วิย ฐิโต ตถา วุตฺโต, มนุสฺสคฺคหณญฺเจตฺถ เตสุ พหุลํ ปวตฺตนโต. อิทฺธิภูตํ ปาฏิหาริยํ, น อาเทสนานุสาสนีปาฏิหาริยนฺติ อธิปฺปาโย. กเตติ ปวตฺติเต. นิยฺยาตีติ นิคฺคจฺฉติ, วฏฺฏทุกฺขโต นิคฺคมนวเสน ปวตฺตตีติ อตฺโถ. ธมฺเม หิ นิคฺคจฺฉนฺเต ตํสมงฺคิปุคฺคโล ‘‘นิคฺคจฺฉตี’’ติ วุจฺจติ, อฏฺฐกถายํ ปน นิ-สทฺโท อุปสคฺคมตฺตํ, ยาติ อิจฺเจว อตฺโถติ ทสฺเสตุํ คจฺฉตีติ อตฺโถ วุตฺโต. ตตฺราติ ปธานภาเวน วุตฺตสฺส อตฺถสฺส ภุมฺมวเสน ปฏินิทฺเทโสติ ตสฺมึ ธมฺเม สมฺมา ทุกฺขกฺขยาย นิยฺยนฺเตติ อยเมตฺถ อตฺโถติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตสฺมึ…เป… สํวตฺตมาเน’’ติ.
๕. อคฺคนฺติ ญายตีติ อคฺคญฺญํ. โลกปญฺญตฺตินฺติ โลกสฺส ปญฺญาปนํ. โลกสฺส อคฺคนฺติ โลกุปฺปตฺติสมเย ‘‘อิทํ นาม โลกสฺส อคฺค’’นฺติ เอวํ ชานิตพฺพํ พุชฺฌิตพฺพํ. อคฺคมริยาทนฺติ อาทิมริยาทํ.
๖. เอตฺตกํ วิปฺปลปิตฺวาติ ‘‘น ทานาหํ ภนฺเต ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส วิหริสฺสามี’’ติ, ‘‘น หิ ปน เม ภนฺเต ภควา อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา อิทฺธิปาฏิหาริยํ กโรตี’’ติ, ‘‘น หิ ปน เม ภนฺเต ภควา อคฺคญฺญํ ปญฺญเปตี’’ติ จ เอตฺตกํ วิปฺปลปิตฺวา. อิทํ กิร โส ภควา สตฺถุกิจฺจํ อิทฺธิปาฏิหาริยํ, อคฺคญฺญปญฺญาปนญฺจ กาตุํ น สกฺโกตีติ ปกาเสนฺโต กเถสิ. เตนาห ‘‘สุนกฺขตฺโต กิรา’’ติอาทิ. อุตฺตรวจนวเสน ปติฏฺฐาภาวโต อปฺปติฏฺโฐ. ตโต เอว นิรโว นิสฺสทฺโท.
อาทีนวทสฺสนตฺถนฺติ ทิฏฺฐธมฺมิกสฺส อาทีนวสฺส ทสฺสนตฺถํ. เตนาห ‘‘สยเมว ครหํ ปาปุณิสฺสสี’’ติ. สมฺปรายิกา ปน อาทีนวา อเนกวิธา, เต ทสฺเสนฺโต สุนกฺขตฺโต น สทฺทเหยฺยาติ ทิฏฺฐธมฺมิกสฺเสว คหณํ. อเนกการเณนาติ ‘‘อิติปิ โส ภควา อรห’’นฺติอาทินา (ที. นิ. ๑.๑๕๗, ๒๕๕) อเนกวิเธน วณฺณการเณน. เอวํ เม อวณฺโณ น ภวิสฺสตีติ อชฺฌาสเยน อตฺตโน พาลตาย วณฺณารหานํ อวณฺณํ กเถตฺวา. เอวํ ภควา มกฺขิภาเว อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา ปุน ตสฺส กถเน การณํ วิภาเวตุํ ‘‘อิติ โข เต’’ติอาทิมาหาติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตโต’’ติอาทิ วุตฺตํ. เอวญฺหิ สุนกฺขตฺตสฺส อปฺปโกปิ วจโนกาโส น ภวิสฺสตีติ. อปกฺกมีติ อตฺตนา ยถาฐิตา วุฏฺฐาย อปสกฺกิ. อปกฺกนฺโต สาสนโต ภฏฺโฐ. เตนาห ‘‘จุโต’’ติ. เอวเมวาติ อปกฺกมนฺโต จ น ยถา ตถา อปกฺกมิ, ยถา ปน กายสฺส เภทา อปาเย นิพฺพตฺเตยฺย, เอวเมว อปกฺกมิ.
โกรขตฺติยวตฺถุวณฺณนา
๗. ทฺวีหิ ปเทหีติ ทฺวีหิ วาเกฺยหิ อารทฺธํ พฺยติเรกวเสน ตทุภยตฺถนิทฺเทสวเสน อุปริเทสนาย ปวตฺตตฺตา. อนุสนฺธิทสฺสนวเสนาติ ยถานุสนฺธิสงฺขาตอนุสนฺธิทสฺสนวเสน.
เอกํ สมยนฺติ จ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘เอกสฺมึ สมเย’’ติ จ. ถูลู นาม ชนปโทติ ชนปทีนํ ราชกุมารานํ วเสน ตถาลทฺธนาโม. กุกฺกุรวตํ สมาทานวเสน เอตสฺมึ อตฺถีติ กุกฺกุรวติโกติ อาห ‘‘สมาทินฺนกุกฺกุรวโต’’ติ. อญฺญมฺปีติ ‘‘จตุกฺโกณฺฑิกสฺเสว วิจรณํ, ตถา กตฺวาว ขาทนํ, ภุญฺชนํ, วามปาทํ อุทฺธริตฺวา มุตฺตสฺส วิสฺสชฺชน’’นฺติ เอวมาทิกํ อญฺญมฺปิ สุนเขหิ กาตพฺพกิริยํ. จตูหิ สรีราวยเวหิ กุณฺฑนํ คมนํ จตุกฺโกณฺโฑ, โส เอตสฺมึ อตฺถีติ จตุกฺโกณฺฑิโก. โส ปน ยสฺมา จตูหิ สรีราวยเวหิ สงฺฆฏฺฏิตคมโน โหติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘จตุสงฺฆฏฺฏิโต’’ติ. เตเนวาห ‘‘เทฺว ชณฺณูนี’’ติอาทิ. ภกฺขสนฺติ วา ภกฺขิตพฺพํ, อสิตพฺพญฺจ. เตเนวาห ‘‘ยํ กิญฺจิ ขาทนียํ โภชนีย’’นฺติ. กามํ ขาทนญฺจ นาม มุเขน กาตพฺพํ, หตฺเถน ปน ตตฺถ อุปนามนํ นิวาเรตุํ อวธารณํ กตนฺติ อาห ‘‘หตฺเถน อปรามสิตฺวา’’ติ, อคฺคเหตฺวาติ อตฺโถ. สุนฺทรรูโปติ สุนฺทรภาโว. วตาติ ปตฺถนตฺเถ นิปาโต ‘‘อโห วตาหํ ลาภี อสฺส’’นฺติอาทีสุ วิย. ‘‘สมเณน นาม เอวรูเปน ภวิตพฺพํ อโห วตาหํ เอทิโส ภเวยฺย’’นฺติ เอวํ ตสฺส ปตฺถนา อโหสิ. เตนาห ‘‘เอวํ กิรา’’ติอาทิ.
ครหตฺเถ อปิ-กาโร ‘‘อปิ สิญฺเจ ปลณฺฑก’’นฺติอาทีสุ วิย. อรหนฺเต จ พุทฺเธ, พุทฺธสาวเก ‘‘อรหนฺโต ขีณาสวา น โหนฺตี’’ติ เอวํ ตสฺส ทิฏฺฐิ อุปฺปนฺนา. ยถาห มหาสีหนาทสุตฺเต ‘‘นตฺถิ สมณสฺส โคตมสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสสา’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๔๖). สตฺตมํ ทิวสนฺติ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ. อลสเกนาติ อชีรเณน อามโรเคน.
อฏฺฐิตจมตฺตตาย ปุราณปณฺณสทิโส.พีรณตฺถมฺพกนฺติ พีรณคจฺฉา.
มตฺตา เอตสฺส อตฺถีติ มตฺตํ, โภชนมตฺตวนฺตนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ปมาณยุตฺต’’นฺติ. มนฺตา มนฺตาติ มนฺตาย มนฺตาย.
๘. เอกทฺวีหิกาย คณนาย. นิราหาโรว อโหสิ ภควโต วจนํ อญฺญถา กาตุกาโม, ตถาภูโตปิ สตฺตเม ทิวเส อุปฏฺฐาเกน อุปนีตํ ภกฺขสํ ทิสฺวา ‘‘ธี’’ติ อุปฏฺฐาเปตุํ อสกฺโกนฺโต โภชนตณฺหาย อากฑฺฒิยมานหทโย ตํ กุจฺฉิปูรํ ภุญฺชิตฺวา ภควตา วุตฺตนิยาเมเนว กาลมกาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อถสฺสา’’ติอาทิ. สเจปิ…เป… จินฺเตยฺยาติ ยทิ เอโส อเจโล ‘‘ธี’’ติ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ‘‘อชฺชปิ อหํ น ภุญฺเชยฺย’’นฺติ จินฺเตยฺย, ตถาจินฺตเน สติปิ เทวตาวิคฺคเหน ตํ ทิวสํ…เป… กเรยฺย. กสฺมา? อเทฺวชฺฌวจนา หิ ตถาคตา, น เตสํ วจนํ วิตถํ โหติ.
คตคตฏฺฐานํ องฺคณเมว โหตีติ เตหิ ตํ กฑฺฒิตฺวา คจฺฉนฺเตหิ คตคตปฺปเทโส อุตฺตรกสามนฺตา วิวฏงฺคณเมว หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. เตติ ติตฺถิยา. สุสานํเยว คนฺตฺวาติ ‘‘พีรณตฺถมฺพกํ อติกฺกมิสฺสามา’’ติ คจฺฉนฺตาปิ อเนกวารํ ตํ อนุสํยายิตฺวา ปุนปิ ตํเยว สุสานํ อุปคนฺตฺวา.
๙. อิทนฺติ อิทํ มตสรีรํ. ‘‘ตเมว วา สรีรํ กถาเปสีติ ตํ สรีรํ อธิฏฺฐหิตฺวา ฐิตเปเตน กถาเปสี’’ติ เกจิ. โกรขตฺติยํ วา อสุรโยนิโต อาเนตฺวา กถาเปตุ อญฺญํ วา เปตํ, โก เอตฺถ วิเสโส. ‘‘อจินฺเตยฺโย หิ พุทฺธวิสโย’’ติ ปน วจนโต ตเทว สรีรํ สุนกฺขตฺเตน ปหตมตฺตํ พุทฺธานุภาเวน อุฏฺฐาย ตมตฺถํ ญาเปสีติ ทฏฺฐพฺพํ. ปุริโมเยว ปน อตฺโถ อฏฺฐกถาสุ วินิจฺฉิโต. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘นิพฺพตฺตฏฺฐานโต’’ติอาทิ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๑๐).
๑๐. วิปากนฺติ ผลํ, อตฺถนิพฺพตฺตีติ อตฺโถ.
สมาเนตพฺพานีติ สมฺมา อาเนตพฺพานิ, สรูปโต อาเนตฺวา ทสฺเสตพฺพานีติ อตฺโถ. ปาฏิหาริยานํ ปฐมาทิตา ภควตา วุตฺตานุปุพฺพิยา เวทิตพฺพา. เกจิ ปเนตฺถ ‘‘ปรจิตฺตวิภาวนํ, อายุปริจฺเฉทวิภาวนํ, พฺยาธิวิภาวนํ, คติวิภาวนํ, สรีรนิกฺเขปวิภาวนํ, สุนกฺขตฺเตน สทฺธึ กถาวิภาวนญฺจาติ ฉ ปาฏิหาริยานี’’ติ วทนฺติ, ตํ ยทิ สุนกฺขตฺตสฺส จิตฺตวิภาวนํ สนฺธาย วุตฺตํ, เอวํ สติ ‘‘สตฺตา’’ติ วตฺตพฺพํ ตสฺส ภาวิอวณฺณวิภาวนาย สทฺธึ. อถ อเจลสฺส มรณจิตฺตวิภาวนํ, ตํ ‘‘สตฺตมํ ทิวสํ กาลํ กริสฺสตี’’ติ อิมินา สงฺคหิตนฺติ วิสุํ น วตฺตพฺพํ, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ วุตฺตนเยเนว คเหตพฺพํ.
อเจลกฬารมฏฺฏกวตฺถุวณฺณนา
๑๑. นิกฺขนฺตทนฺตมฏฺฏโกติ นิกฺขนฺตทนฺโต มฏฺฏโก. โส กิร อเจลกภาวโต ปุพฺเพ มฏฺฏกิโต หุตฺวา วิจริ วิวรทนฺโต จ, เตน นํ ‘‘โกรมฏฺฏโก’’ติ สญฺชานนฺติ. ยํ กิญฺจิ ตสฺส เทนฺโต ‘‘สาธุรูโป อยํ สมโณ’’ติ สมฺภาเวนฺโต อคฺคํ เสฏฺฐํเยว เทนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ลาภคฺคํ ปตฺโต, อคฺคลาภํ ปตฺโต’’ติ. พหู อเจลกา ตํ ปริวาเรตฺวา วิจรนฺติ, คหฏฺฐา จ ตํ พหู อฑฺฒา วิภวสมฺปนฺนา กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปยิรุปาสนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยสคฺคํ อคฺคปริวารํ ปตฺโต’’ติ. วตานิเยว ปชฺชิตพฺพโต ปทานิ. อญฺญมญฺญํ อสงฺกรโต วตโกฏฺฐาสา วา.สมตฺตานีติ สมํ อตฺตนิ คหิตานิ. ปุรตฺถิเมนาติ เอน-สทฺทสมฺพนฺเธน ‘‘เวสาลิ’’นฺติ อุปโยควจนํ, อวิทูรตฺเถ จ เอน-สทฺโท ปญฺจมฺยนฺโตติ อาห ‘‘เวสาลิโต อวิทูเร’’ติ.
๑๒. สาสเน ปริจยวเสน ติลกฺขณาหตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ.น สมฺปายาสีติ นาวพุชฺฌิ น สมฺปาเทสิ. เตนาห ‘‘สมฺมา ญาณคติยา’’ติอาทิ. สมฺปายนํ วา สมฺปาทนํ. ปญฺหํ ปุฏฺฐสฺส จ สมฺปาทนํ นาม สมฺมเทว กถนนฺติ ตทภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห. โกปวเสน ตสฺส อกฺขีนิ กมฺปนภาวํ อาปชฺชึสูติ อาห ‘‘กมฺปนกฺขีนิปิ ปริวตฺเตตฺวา’’ติ. โกปนฺติ โกธํ, โส ปน จิตฺตสฺส ปกุปฺปนวเสน ปวตฺตตีติ อาห ‘‘กุปฺปนาการ’’นฺติ. โทสนฺติ อาฆาตํ, โส ปน อารมฺมเณ ทุสฺสนวเสน ปวตฺตีติ อาห ‘‘ทุสฺสนาการ’’นฺติ. อตุฏฺฐาการนฺติ ตุฏฺฐิยา ปีติยา ปฏิปกฺขภูตปฺปวตฺติอาการํ. กายวจีวิกาเรหิ ปากฏมกาสิ. มา วต โนติ เอตฺถ มาติ ปฏิกฺเขโป, โนติ มยฺหนฺติ อตฺโถติ อาห ‘‘อโห วต เม น ภเวยฺยา’’ติ. มํ วต โนติ เอตฺถ ปน โนติ สํสเยติ อาห ‘‘อโหสิ วต นุ มมา’’ติ.
๑๔. ปริปุพฺโพ ทหิต-สทฺโท วตฺถนิวาสนํ วทตีติ อาห ‘‘ปริทหิโต นิวตฺถวตฺโถ’’ติ. ยสนิมิตฺตกตาย ลาภสฺส ยสปริหานิยาว ลาภปริหานิ วุตฺตา โหตีติ ปาฬิยํ ‘‘ยสา นิหีโน’’ติ วุตฺตํ.
อเจลปาถิกปุตฺตวตฺถุวณฺณนา
๑๕. ‘‘อหํ สพฺพํ ชานามี’’ติ เอวํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ วทติ ปฏิชานาตีติ ญาณวาโท, เตน มยา ญาณวาเทน สทฺธึ.อติกฺกมฺม คจฺฉโตติ อุปฑฺฒภาเคน ปริจฺฉินฺนํ ปเทสํ อติกฺกมิตฺวา อิทฺธิปาฏิหาริยํ กาตุํ คจฺฉโต. กึ ปนายํ อเจโล ปาถิกปุตฺโต อตฺตโน ปมาณํ น ชานาตีติ? โน น ชานาติ. ยทิ เอวํ, กสฺมา สุกฺขคชฺชิตํ คชฺชีติ? ‘‘เอวาหํ โลเก ปาสํโส ภวิสฺสามี’’ติ โกหญฺเญ กตฺวา สุกฺขคชฺชิตํ คชฺชิ. เตน วุตฺตํ ‘‘นครวาสิโน’’ติอาทิ. ปฏฺฐเปตฺวาติ ยุคคฺคาหํ อารภิตฺวา.
๑๖. หีนชฺฌาสยตฺตา…เป… อุทปาทิ. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘หีนาธิมุตฺติกา สตฺตา หีนาธิมุตฺติเก เอว สตฺเต เสวนฺติ ภชนฺติ ปยิรุปาสนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๙๘).
ยสฺมา ตถาวุตฺตา วาจา ตถารูปจิตฺตเหตุกา, ตญฺจ จิตฺตํ ตถารูปทิฏฺฐิจิตฺตเหตุกํ, ตสฺมา ‘‘ตํ วาจํ อปฺปหายา’’ติ วตฺวา ยถา ตสฺสา อปฺปหานํ โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตํ จิตฺตํ อปฺปหายา’’ติ อาห, ตสฺส จ ยถา อปฺปหานํ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ ทิฏฺฐึ อปฺปฏินิสฺสชฺชิตฺวา’’ติ อโวจ. ยสฺมา วา ตถารูปา วาจา มหาสาวชฺชา, จิตฺตํ ตโต มหาสาวชฺชตรํ ตํสมุฏฺฐาปกภาวโต, ทิฏฺฐิ ปน ตโต มหาสาวชฺชตมา ตทุภยสฺส มูลภาวโต, ตสฺมา เตสํ มหาสาวชฺชตาย อิมํ วิภาคํ ทสฺเสตฺวา อยํ อนุกฺกโม ฐปิโตติ เวทิตพฺโพ. เตสํ ปน ยถา ปหานํ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อห’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘นาหํ พุทฺโธ’’ติ วทนฺโตติ สาเฐยฺเยน วินา อุชุกเมว ‘‘อหํ พุทฺโธ น โหมี’’ติ วทนฺโต. จิตฺตทิฏฺฐิปฺปหาเนปิ เอเสว นโย. วิปเตยฺยาติ เอตฺถ วิ-สทฺโท ปฐเม วิกปฺเป อุปสคฺคมตฺตํ, ทุติเย ปน วิสรณตฺโถติ อาห ‘‘สตฺตธา วา ปน ผเลยฺยา’’ติ.
๑๗. เอกํเสนาติ เอกนฺเตน, เอกนฺติกํ ปน วจนปริยายวินิมุตฺตํ โหตีติ อาห ‘‘นิปฺปริยาเยนา’’ติ. โอธาริตาติ อวธาริตา นิยเมตฺวา ภาสิตา. วิคตรูเปนาติ อปคตสภาเวน. เตนาห ‘‘วิคจฺฉิตสภาเวนา’’ติ, อิทฺธานุภาเวน อปนีตสกภาเวน. เตน วุตฺตํ ‘‘อตฺตโน’’ติอาทิ.
๑๘. ทฺวยํ คจฺฉตีติ ทฺวยคามินี. กีทิสํ ทฺวยนฺติ อาห ‘‘สรูเปนา’’ติอาทิ. อยญฺหิ โส คณฺฑสฺสุปริโผฏฺฐพฺพาโทสํ.
๑๙. อชิตสฺส ลิจฺฉวิเสนาปติสฺส มหานิรเย นิพฺพตฺติตฺวา ตโต อาคนฺตฺวา อเจลสฺส ปาถิกปุตฺตสฺส สนฺติเก ปโรทนํ. อภาวาติ ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการสฺส ปาฏิหาริยกรณสฺส อภาวา. ภควา ปน สนฺนิปติตปริสายํ ปสาทชนนตฺถํ ตทนุรูปํ ปาฏิหาริยมกาสิเยว. ยถาห ‘‘เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา’’ติอาทิ.
อิทฺธิปาฏิหาริยกถาวณฺณนา
๒๐. นิจยนํ ธนธญฺญานํ สญฺจยนํ นิจโย, ตตฺถ นิยุตฺตาติ เนจยิกา, คหปติ เอว เนจยิกา คหปติเนจยิกา. เอตฺตกานิ ชงฺฆสหสฺสานีติ ปริมาณาภาวโต สหสฺเสหิปิ อปริมาณคณนา. เตเนวาติ อิมสฺส วเสน สนฺนิปติตาย เอวํ มหติยา ปริสาย พนฺธนโมกฺขํ กาตุํ ลพฺภติ, เอเตเนว การเณน.
๒๑. จิตฺตุตฺราสภยนฺติ จิตฺตสฺส อุตฺราสนากาเรน ปวตฺตภยํ, น ญาณภยํ, นาปิ ‘‘ภายติ เอตสฺมา’’ติ เอวํ วุตฺตํ อารมฺมณภยํ. ฉมฺภิตตฺตนฺติ เตเนว จิตฺตุตฺราสภเยน สกลสรีรสฺส ฉมฺภิตภาโว. โลมหํโสติ เตเนว ภเยน, เตน จ ฉมฺภิตตฺเตน สกลสรีเร โลมานํ หฏฺฐภาโว, โส ปน เตสํ ภิตฺติยํ นาคทนฺตานํ วิย อุทฺธํมุขตาติ อาห ‘‘โลมานํ อุทฺธคฺคภาโว’’ติ. อนฺตนฺเตน อาวิชฺฌิตฺวาติ อตฺตโน นิสีทนตฺถํ นิคูฬฺหฏฺฐานํ อุปปริกฺขนฺโต ปริพฺพาชการามํ ปริยนฺเตน อนุสํยายิตฺวา, กสฺสจิเทว สุนกฺขตฺตสฺส วา สุนกฺขตฺตสทิสสฺส วา สพฺพญฺญุปฏิญฺญํ อปฺปหาย สตฺถุ สมฺมุขีภาเว สตฺตธา ตสฺส มุทฺธาผลนํ ธมฺมตา. เตน วุตฺตํ ‘‘มา นสฺสตุ พาโล’’ติอาทิ.
๒๒. สํสปฺปตีติ ตตฺเถว ปาสาณผลเก พาลทารโก วิย อุฏฺฐาตุํ อสกฺโกนฺโต อวสีทนวเสน อิโต จิโต จ สํสปฺปติ. เตนาห ‘‘โอสีทตี’’ติ. ตตฺเถว สญฺจรตีติ ตสฺมึเยว ปาสาเณ อานิสทุปฏฺฐิโน สญฺจลนํ นิสชฺชวเสเนว สญฺจรติ, น อุฏฺฐาย ปทสา.
๒๓. วินฏฺฐรูโปติ สมฺภาวนาย วินาเสน, ลาภสฺส วินาเสน จ วินฏฺฐสภาโว.
ปฐมภาณวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒๕. โคยุตฺเตหีติ พลวนฺตพลีพทฺทโยชิเตหิ.
๒๖. ตสฺสาติ ชาลิยสฺส. อยญฺหิ มณฺฑิเสน ปริพฺพาชเกน สทฺธึ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุณิ, ตโต ปุเรตรํ ภควโต คุณานํ อชานนกาเล อยํ ปวตฺติ. เตเนวาห ‘‘ติฏฺฐตุ ตาว ปาฏิหาริยํ…เป… ปราชโย ภวิสฺสตี’’ติ.
๒๗. ติณสีโหติ ติณสทิสหริตวณฺโณ สีโห. กาฬสีโหติ กาฬวณฺโณ สีโห. ปณฺฑุสีโหติ ปณฺฑุวณฺโณ สีโห. เกสรสีโหติ เกสรวนฺโต เสตวณฺโณ, โลหิตวณฺโณ วา สีโห. มิครญฺโญติ เอตฺถ มิค-สทฺโท กิญฺจาปิ ปสทกุรุงฺคาทีสุ เกสุจิเทว จตุปฺปเทสุ นิรุโฬฺห, อิธ ปน สพฺพสาธารณวเสนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘มิครญฺโญติ สพฺพจตุปฺปทานํ รญฺโญ’’ติ วุตฺตํ. อาคนฺตฺวา เสติ เอตฺถาติ อาสโย, นิวาสนฏฺฐานํ. สีหนาทนฺติ ปริสฺสยานํ สหนโต, ปฏิปกฺขสฺส จ หนนโต ‘‘สีโห’’ติ ลทฺธนามสฺส มิคาธิปสฺส โฆสํ, โส ปน เตน ยสฺมา กุโตจิปิ อภีตภาเวน ปวตฺตียติ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘อภีตนาท’’นฺติ. ตตฺถ ตตฺถ ตาสุ ตาสุ ทิสาสุ คนฺตฺวา จริตพฺพตาย ภกฺขิตพฺพตาย โคจโร ฆาโสติ อาห ‘‘โคจรายาติ อาหารตฺถายา’’ติ. วรํ วรนฺติ มิคสงฺเฆ มิคสมูเห มุทุมํสตาย วรํ วรํ มหึสวนวราหาทึ วธิตฺวาติ โยชนา. เตนาห ‘‘ถูลํ ถูล’’นฺติ. วรวรภาเวน หิ ตสฺส วรภาโว อิจฺฉิโต. สูรภาวํ สนฺนิสฺสิตํ สูรภาวสนฺนิสฺสิตํ, เตน. สูรภาเวนาปิ หิ ‘‘กึ อิเม ปาณเก ทุพฺพเล หนฺตฺวา’’ติ อปฺปถาเมสุ ปาเณสุ การุญฺญํ อุปติฏฺฐติ.
๒๘. วิฆาโสติ ปรสฺส ภกฺขิตเสสตาย วิรูโป ฆาโส วิฆาโส, อุจฺฉิฏฺฐํ. เตนาห ‘‘ภกฺขิตาติริตฺตมํส’’นฺติ, ตสฺมึ วิฆาเส, วิฆาสนิมิตฺตนฺติ อตฺโถ. อสฺมิมานโทเสนาติ อสฺมิมานโทสเหตุ, อหํการนิมิตฺตนฺติ อตฺโถ. โส ปนสฺส อสฺมิมาโน ยถา อุปฺปชฺชิ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺราย’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
‘‘เสคาลกํเยวา’’ติปิ ปาโฐ, ยถาวุตฺโตว อตฺโถ. เภรณฺฑกํเยวาติ เภรณฺฑสกุณรวสทิสํเยว, เภรณฺโฑ นาม เอโก ปกฺขี ทฺวิมุโข, ตสฺส กิร สทฺโท อติวิย วิรูโป อมนาโป. เตนาห ‘‘อปฺปิยอมนาปสทฺทเมวา’’ติ. สมฺมาปฏิปตฺติยา วิเสสโต สุฏฺฐุ คตาติ สุคตา, สมฺมาสมฺพุทฺธา. เต อปทายนฺติ โสเธนฺติ สตฺตสนฺตานํ เอเตหีติ สุคตาปทานานิ, ติสฺโส สิกฺขา. ยสฺมา ตาหิ เต ‘‘สุคตา’’ติ ลกฺขียนฺติ, ตา จ เตสํ โอวาทภูตา, ตสฺมา ‘‘สุคตลกฺขเณสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ยทิ ตา สุคตสฺส ลกฺขณภูตา, สาสนภูตา จ, กถํ ปเนส ปาถิกปุตฺโต ตตฺถ ตาสุ สิกฺขาสุ ชีวติ, โก ตสฺส ตาหิ สมฺพนฺโธติ อาห ‘‘เอตสฺส หี’’ติอาทิ. สมฺพุทฺธานํ เทมาติ เทนฺตีติ พุทฺธสญฺญาย เทนฺตีติ อธิปฺปาโย. เตน เอส…เป… ชีวติ นาม น สุคตนฺวยอชฺฌุปคมนโต. ‘‘ตถาคเต’’ติอาทิ เอกตฺเต ปุถุวจนนฺติ อาห ‘‘ตถาคต’’นฺติอาทิ. พหุวจนํ เอว ครุสฺมึ เอกสฺมิมฺปิ พหุวจนปฺปโยคโต เอกวจนํ วิย วุตฺตํ วจนวิปลฺลาเสน.
๒๙. สเมกฺขิตฺวาติ สมํ กตฺวา มิจฺฉาทสฺสเนน อเปกฺขิตฺวา, ตํ ปน อเปกฺขนํ ตถา มญฺญนเมวาติ อาห ‘‘มญฺญิตฺวา’’ติ. ปุพฺเพ วุตฺตํ สเมกฺขนมฺปิ มญฺญนํ เอวาติ วุตฺตํ ‘‘อมญฺญีติ ปุน อมญฺญิตฺถา’’ติ, เตน อปราปรํ ตสฺส มญฺญนปฺปวตฺตึ ทสฺเสติ. เภรณฺฑกรวํ โกสติ วิกฺโกสตีติ โกตฺถุ.
๓๐. เต เต ปาเณ พฺยาปาเทนฺโต ฆสตีติ พฺยคฺโฆติ อิมินา นิพฺพจเนน ‘‘พฺยคฺโฆ’’ติ มิคราชสฺสปิ สิยา นามนฺติ อาห ‘‘พฺยคฺโฆติ มญฺญตีติ สีโหหมสฺมีติ มญฺญตี’’ติ. ยทิปิ ยถาวุตฺตนิพฺพจนวเสน สีโหปิ ‘‘พฺยคฺโฆ’’ติ วตฺตพฺพตํ อรหติ, พฺยคฺฆ-สทฺโท ปน มิคราเช เอว นิรุโฬฺหติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สีเหน วา’’ติอาทิมาห.
๓๑. สีเหน วิจริตวเน สํวฑฺฒตฺตา วุตฺตํ ‘‘มหาวเน สุญฺญวเน วิวฑฺโฒ’’ติ.
๓๔. กิเลสพนฺธนาติ ตณฺหาพนฺธนโต. ตณฺหาพนฺธนญฺหิ ถิรํ ทฬฺหพนฺธนํ ทุมฺโมจนียํ. ยถาห –
‘‘สารตฺตรตฺตา มณิกุณฺฑเลสุ,
ปุตฺเตสุ ทาเรสุ จ ยา อเปกฺขา;
เอตํ ทฬฺหํ พนฺธนมาหุ ธีรา,
โอหารินํ สิถิลํ ทุปฺปมุญฺจ’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๔๖; ชา. ๑.๒.๑๐๒);
กิเลสพนฺธนาติ วา ทสวิธสํโยชนโต. มหาวิทุคฺคํ นาม จตฺตาโร โอฆา มหนฺตํ ชลวิทุคฺคํ วิย อนุปจิตกุสลสมฺภาเรหิ ทุคฺคมฏฺเฐน.
อคฺคญฺญปญฺญตฺติกถาวณฺณนา
๓๖. อิมสฺส ปทสฺส. อิทํ นาม โลกสฺส อคฺคนฺติ ชานิตพฺพํ, ตํ อคฺคญฺญํ, โส ปน โลกสฺส อุปฺปตฺติกฺกโม ปวตฺติ ปเวณี จาติ อาห ‘‘โลกุปฺปตฺติจริยวํส’’นฺติ. สมฺมาสมฺโพธิโต อุตฺตริตรํ นาม กิญฺจิ นตฺถิ ปชานิตพฺเพสุ, ตํ ปน โกฏึ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ยาว สพฺพญฺญุตญฺญาณา ปชานามี’’ติ อาห. ‘‘มม ปชานนา’’ติ อสฺสาเทนฺโต ตณฺหาวเสน, ‘‘อหํ ปชานามี’’ติ อภินิวิสนฺโต ทิฏฺฐิวเสน, ‘‘สุฏฺฐุ ปชานามิ สมฺมา ปชานามี’’ติ ปคฺคณฺหนฺโต มานวเสน น ปรามสามีติ โยชนา. ‘‘ปจฺจตฺตญฺเญวา’’ติ ปทํ ‘‘นิพฺพุติ วิทิตา’’ติ ปททฺวเยนาปิ โยเชตพฺพํ ‘‘ปจฺจตฺตํเยว อุปฺปาทิตา นิพฺพุติ จ ปจฺจตฺตํเยว วิทิตา’’ติ, สยมฺภุญาเณน นิพฺพตฺติตา นิพฺพุติ สยเมว วิทิตาติ อตฺโถ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘ปจฺจตฺต’’นฺติ ปทํ วิวิธวิภตฺติกํ หุตฺวา อาวุตฺตินเยน อาวตฺตตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อตฺตนาเยว อตฺตนี’’ติ วุตฺตํ. อวิทิตนิพฺพานาติ อปฺปฏิลทฺธนิพฺพานา มิจฺฉาปฏิปนฺนตฺตา. ปชานนมฺปิ หิ ตทธิคมวเสเนว เวทิตพฺพํ. เอติ อิฏฺฐภาเวน ปวตฺตตีติ อโย, สุขํ. ตปฺปฏิกฺเขเปน อนโย, ทุกฺขํ. ตเทว หิตสุขสฺส พฺยสนโต พฺยสนํ.
๓๗. ตํ ทสฺเสนฺโตติ ภควาปิ ‘‘อญฺญติตฺถิโย ตตฺถ สารสญฺญี’’ติ ตํ ทสฺเสนฺโต. อาธิปจฺจภาเวนาติ อาธิปจฺจสภาเวน. ยสฺส อาจริยวาทสฺส วเสน ปุริโส ‘‘อาจริโย’’ติ วุจฺจติ, โส อาจริยวาโท อาจริยภาโวติ อาห ‘‘อาจริยภาวํ อาจริยวาท’’นฺติ. เอตฺถาติ อาจริยวาเท. อิติ กตฺวาติ อิมินา การเณน. โสติ อาจริยวาโท. ‘‘อคฺคญฺญํ’’ เตฺวว วุตฺโต อคฺคญฺญวิสยตฺตา. เกน วิหิตนฺติ เกน ปกาเรน วิหิตํ. เตนาห ‘‘เกน วิหิตํ กินฺติ วิหิต’’นฺติ. พฺรหฺมชาเลติ พฺรหฺมชาลสํวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๘). ตตฺถ หิ วิตฺถารโต วุตฺตวิธึ อิธ อติทิสติ, ปาฬิ ปน ตตฺถ เจว อิธ จ เอกสทิสา วาติ.
๔๑. ขิฑฺฑา ปโทสิกา มูลภูตา เอตฺถ สนฺตีติ ขิฑฺฑาปโทสิกํ, อาจริยกํ. เตเนวาห ‘‘ขิฑฺฑาปโทสิกมูลก’’นฺติ. มโนปโทสิกนฺติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย.
๔๗. เยน วจเนน อพฺภาจิกฺขนฺติ, ตสฺส อวิชฺชมานตา นาม อตฺถวเสเนวาติ อาห ‘‘อสํวิชฺชมานฏฺเฐนา’’ติ. ตุจฺฉา, มุสาติ จ กรณตฺเถ ปจฺจตฺตวจนนฺติ อาห ‘‘ตุจฺเฉน, มุสาวาเทนา’’ติ. วจนสฺส อนฺโตสารํ นาม อวิปรีโต อตฺโถติ ตทภาเวนาห ‘‘อนฺโตสารวิรหิเตนา’’ติ. อภิอาจิกฺขนฺตีติ อภิภวิตฺวา ฆฏฺเฏนฺตา กเถนฺติ, อกฺโกสนฺตีติ อตฺโถ. วิปรีตสญฺโญติ อยาถาวสญฺโญ. สุภํ วิโมกฺขนฺติ ‘‘สุภ’’นฺติ วุตฺตวิโมกฺขํ. วณฺณกสิณนฺติ สุนีลกสุปีตกาทิวณฺณกสิณํ. สพฺพนฺติ ยํ สุภํ, อสุภญฺจ วณฺณกสิณํ, ตญฺจ สพฺพํ. น อสุภนฺติ อสุภมฺปิ ‘‘อสุภ’’นฺติ ตสฺมึ สมเย น สญฺชานาติ, อถ โข ‘‘สุภํ’’ เตฺวว สญฺชานาตีติ อตฺโถ. วิปรีตา อยาถาวคาหิตาย, อยาถาววาทิตาย จ.
๔๘. ยสฺมา โส ปริพฺพาชโก อวิสฺสฏฺฐมิจฺฉาคาหิตาย สมฺมา อปฺปฏิปชฺชิตุกาโม สมฺมาปฏิปนฺนํ วิย มํ สมโณ โคตโม, ภิกฺขโว จ สญฺชานนฺตูติ อธิปฺปาเยน ‘‘ตถา ธมฺมํ เทเสตุ’’นฺติอาทิมาห, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘มยา เอตสฺส…เป… วฏฺฏตี’’ติ. มมฺมนฺติ มมฺมปฺปเทสํ ปีฬาชนนฏฺฐานํ. สุฏฺฐูติ สกฺกจฺจํ. ยถา น วินสฺสติ, เอวํ อนุรกฺข.
วาสนายาติ กิเลสกฺขยาวหาย ปฏิปตฺติยา วาสนาย. เสสํ สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.
ปาถิกสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.