อฏฺฐวิโมกฺขวณฺณนา
๑๒๙. เอกสฺส ภิกฺขุโนติ สตฺตสุ อริยปุคฺคเลสุ เอกสฺส ภิกฺขุโน. วิญฺญาณฏฺฐิติอาทินา ปริชานนาทิวสปฺป วตฺตนิคฺคมนญฺจ ปญฺญาวิมุตฺตนามญฺจ. อิตรสฺสาติ อุภโตภาควิมุตฺตสฺส. อิเม สนฺธาย หิ ปุพฺเพ ‘‘ทฺวินฺนํ ภิกฺขูน’’นฺติ วุตฺตํ. เกนฏฺเฐนาติ เกน สภาเวน. สภาโว หิ ญาเณน ยาถาวโต อรณียโต ญาตพฺพโต ‘‘อตฺโถ’’ติ วุจฺจติ, โส เอว ตฺถ-การสฺส ฏฺฐ-การํ กตฺวา ‘‘อฏฺโฐ’’ติ วุตฺโต. อธิมุจฺจนฏฺเฐนาติ อธิกํ สวิเสสํ มุจฺจนฏฺเฐน, เอเตน สติปิ สพฺพสฺสาปิ รูปาวจรชฺฌานสฺส วิกฺขมฺภนวเสน ปฏิปกฺขโต วิมุตฺตภาเว เยน ภาวนาวิเสเสน ตํ ฌานํ สาติสยํ ปฏิปกฺขโต วิมุจฺจิตฺวา ปวตฺตติ, โส ภาวนาวิเสโส ทีปิโต. ภวติ หิ สมานชาติยุตฺโตปิ ภาวนาวิเสเสน ปวตฺติอาการวิเสโส, ยถา ตํ สทฺธาวิมุตฺตตา ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส. ตถา ปจฺจนีกธมฺเมหิ สุฏฺฐุ วิมุตฺตตาย, เอวํ อนิคฺคหิตภาเวน นิราสงฺกตาย อภิรติวเสน สุฏฺฐุ อธิมุจฺจนฏฺเฐนปิ วิโมกฺโข. เตนาห ‘‘อารมฺมเณ จา’’ติอาทิ. อยํ ปนตฺโถติ อยํ อธิมุจฺจนฏฺโฐ ปจฺฉิเม วิโมกฺเข นิโรเธ นตฺถิ, เกวโล วิมุตฺตฏฺโฐ เอว ตตฺถ ลพฺภติ, ตํ สยเมว ปรโต วกฺขติ.
รูปีติ เยนายํ สสนฺตติปริยาปนฺเนน รูเปน สมนฺนาคโต, ตํ ยสฺส ฌานสฺส เหตุภาเวน วิสิฏฺฐํ รูปํ โหติ, เยน วิสิฏฺเฐน รูเปน ‘‘รูปี’’ติ วุจฺเจยฺย รูปี-สทฺทสฺส อติสยตฺถทีปนโต, ตเทว สสนฺตติปริยาปนฺนรูปวเสน ปฏิลทฺธํ ฌานํ อิธ ปรมตฺถโต รูปีภาวสาธกนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. เตนาห ‘‘อชฺฌตฺต’’นฺติอาทิ. รูปชฺฌานํ รูปํ อุตฺตรปทโลเปน. รูปานีติ ปเนตฺถ ปุริมปทโลโป ทฏฺฐพฺโพ. เตน วุตฺตํ ‘‘นีลกสิณาทิรูปานี’’ติ. รูเป กสิณรูเป สญฺญา รูปสญฺญา, สา เอตสฺส อตฺถีติ รูปสญฺญี, สญฺญาสีเสน ฌานํ วทติ. ตปฺปฏิกฺเขเปน อรูปสญฺญี. เตนาห ‘‘อชฺฌตฺตํ น รูปสญฺญี’’ติอาทิ.
‘‘อนฺโต อปฺปนายํ สุภนฺติ อาโภโค นตฺถี’’ติ อิมินา ปุพฺพาโภควเสน ตถา อธิมุตฺติ สิยาติ ทสฺเสติ. เอวเญฺหตฺถ ตถาวตฺตพฺพตาปตฺติโจทนา สมตฺถิตา โหติ. ยสฺมา สุวิสุทฺเธสุ นีลาทีสุ วณฺณกสิเณสุ ตตฺถ กตาธิการานํ อภิรติวเสน สุฏฺฐุ อธิมุจฺจนฏฺโฐ สมฺภวติ, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ ตถา ตติโย วิโมกฺโข สํวณฺณิโต, ยสฺมา ปน เมตฺตาวเสน ปวตฺตมานา ภาวนา สตฺเต อปฺปฏิกูลโต ทหนฺติ เตสุ ตโต อธิมุจฺจิตฺวาว ปวตฺตติ, ตสฺมา ปฏิสมฺภิทามคฺเค (ปฏิ. ม. ๒๑๒) ‘‘พฺรหฺมวิหารภาวนา สุภวิโมกฺโข’’ติ วุตฺตา, ตยิทํ อุภยมฺปิ เตน เตน ปริยาเยน วุตฺตตฺตา น วิรุชฺฌตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
สพฺพโสติ อนวเสสโต. น หิ จตุนฺนํ อรูปกฺขนฺธานํ เอกเทโสปิ ตตฺถ อวสฺสิสฺสติ. วิสุทฺธตฺตาติ ยถาปริจฺฉินฺนกาเล นิโรธิตตฺตา. อุตฺตโม วิโมกฺโข นาม อริเยเหว สมาปชฺชิตพฺพโต, อริยผลปริโยสานตฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม นิพฺพานปฺปตฺติภาวโต จ.
๑๓๐. อาทิโต ปฏฺฐายาติ ปฐมสมาปตฺติโต ปฏฺฐาย. ยาว ปริโยสานา สมาปตฺติ, ตาว. อฏฺฐตฺวาติ กตฺถจิ สมาปตฺติยํ อฏฺฐิโต เอว, นิรนฺตรเมว ปฏิปาฏิยา, อุปฺปฏิปาฏิยา จ สมาปชฺชเตวาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อิโต จิโต จ สญฺจรณวเสน วุตฺต’’นฺติ. อิจฺฉติ สมาปชฺชิตุํ. ตตฺถ ‘‘สมาปชฺชติ ปวิสตี’’ติ สมาปตฺติสมงฺคีปุคฺคโล ตํ ตํ ปวิฏฺโฐ วิย โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ.
ทฺวีหิ ภาเคหิ วิมุตฺโตติ อรูปชฺฌาเนน วิกฺขมฺภนวิโมกฺเขน, มคฺเคน สมุจฺเฉทวิโมกฺเขนาติ ทฺวีหิ วิมุจฺจนภาเคหิ, อรูปสมาปตฺติยา รูปกายโต, มคฺเคน นามกายโตติ ทฺวีหิ วิมุจฺจิตพฺพภาเคหิ จ วิมุตฺโต. เตนาห ‘‘อรูปสมาปตฺติยา’’ติอาทิ. วิมุตฺโตติ หิ กิเลเสหิ วิมุตฺโต, วิมุจฺจนฺโต จ กิเลสานํ วิกฺขมฺภนสมุจฺฉินฺทเนหิ กายทฺวยโต วิมุตฺโตติ อยเมตฺถ อตฺโถ. คาถาย จ อากิญฺจญฺญายตนลาภิโน อุปสิวพฺราหฺมณสฺส ภควตา ‘‘นามกายา วิมุตฺโต’’ติ อุภโตภาควิมุตฺโต มุนิ อกฺขาโต. ตตฺถ อตฺถํ ปเลตีติ อตฺถํ คจฺฉติ. น อุเปติ สงฺขนฺติ ‘‘อสุกํ นาม ทิสํ คโต’’ติ โวหารํ น คจฺฉติ. เอวํ มุนิ นามกายา วิมุตฺโตติ เอวํ อรูปํ อุปปนฺโน เสกฺขมุนิ ปกติยา ปุพฺเพว รูปกายา วิมุตฺโต, ตตฺถ จ จตุตฺถมคฺคํ นิพฺพตฺเตตฺวา นามกายสฺส ปริญฺญาตตฺตา ปุน นามกายาปิ วิมุตฺโต. อุภโตภาควิมุตฺโต ขีณาสโว หุตฺวา อนุปาทาย ปรินิพฺพานสงฺขาตํ อตฺถํ ปเลติ น อุเปติ สงฺขํ, ‘‘ขตฺติโย พฺราหฺมโณ’’ติ เอวํ อาทิกํ สมญฺญํ น คจฺฉตีติ อตฺโถ.
‘‘อญฺญตรโต วุฏฺฐายา’’ติ อิทํ กึ อากาสานญฺจายตนาทีสุ อญฺญตรลาภีวเสน วุตฺตํ, อุทาหุ สพฺพารุปฺปลาภีวเสนาติ ยถิจฺฉสิ, ตถา โหตุ, ยทิ สพฺพารุปฺปลาภีวเสน วุตฺตํ, น โกจิ วิโรโธ. อถ ตตฺถ อญฺญตรลาภีวเสน วุตฺตํ, ‘‘ยโต โข, อานนฺท, ภิกฺขุ อิเม อฏฺฐ วิโมกฺเข อนุโลมมฺปิ สมาปชฺชตี’’ติอาทิวจเนน วิรุชฺเฌยฺยาติ? ยสฺมา อรูปาวจรชฺฌาเนสุ เอกสฺสาปิ ลาภี ‘‘อฏฺฐวิโมกฺขลาภี’’ เตฺวว วุจฺจติ อฏฺฐวิโมกฺเข เอกเทสสฺสาปิ ตํนามทานสมตฺถตาสมฺภวโต. อยญฺหิ อฏฺฐวิโมกฺขสมญฺญา สมุทาเย วิย ตเทกเทเสปิ นิรุฬฺหาปตฺติสมญฺญา วิยาติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อากาสานญฺจายตนาทีสุ อญฺญตรโต วุฏฺฐายา’’ติ. ‘‘ปญฺจวิโธ โหตี’’ติ วตฺวา ฉพฺพิธตํปิสฺส เกจิ ปริกปฺเปนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ, นิจฺฉิโตวายํ ปโญฺห ปุพฺพาจริเยหีติ ทสฺเสตุํ ‘‘เกจิ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เกจีติ อุตฺตรวิหารวาสิโน, สารสมาสาจริยา จ. เต หิ ‘‘อุภโตภาควิมุตฺโตติ อุภยภาควิมุตฺโต สมาธิวิปสฺสนาโต’’ติ วตฺวา รูปาวจรสมาธินาปิ สมาธิปริปนฺถโต วิมุตฺตึ มญฺญนฺติ. เอวํ รูปชฺฌานภาเคน, อรูปชฺฌานภาเคน จ อุภโต วิมุตฺโตติ ปายสมาโน. ‘‘ตาทิสเมวา’’ติ อิมินา ยาทิสํ อรูปาวจรชฺฌานํ กิเลสวิกฺขมฺภเน, ตาทิสํ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานํ ปีติ อิมมตฺถํ อุลฺลงฺเคติ. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ.
อุภโตภาควิมุตฺตปโญฺหติ อุภโตภาควิมุตฺตสฺส ฉพฺพิธตํ นิสฺสาย อุปฺปนฺนปโญฺห. วณฺณนํ นิสฺสายาติ ตสฺส ปทสฺส อตฺถวจนํ นิสฺสาย. จิเรนาติ เถรสฺส อปรภาเค จิเรน กาเลน. วินิจฺฉยนฺติ สํสยเฉทกํ สนฺนิฏฺฐานํ ปตฺโต.ตํ ปญฺหนฺติ ตมตฺถํ. ญาตุํ อิจฺฉิโต หิ อตฺโถ ปโญฺห. น เกนจิ สุตปุพฺพนฺติ เกนจิ กิญฺจิ น สุตปุพฺพํ, อิทํ อตฺถชาตนฺติ อธิปฺปาโย. กิญฺจาปิ อุเปกฺขาสหคตํ, กิญฺจาปิ กิเลเส วิกฺขมฺเภตีติ ปจฺเจกํ กิญฺจาปิ-สทฺโท โยเชตพฺโพ. สมุทาจรตีติ ปวตฺตติ. ตตฺถ การณมาห ‘‘อิเม หี’’ติอาทินา, เตน รูปาวจรภาวนโต อารุปฺปภาวนา สวิเสสํ กิเลเส วิกฺขมฺเภติ รูปวิราคภาวนาภาวโต, อุปริภาวนาภาวโต จาติ ทสฺเสตีติ. เอวญฺจ กตฺวา อฏฺฐกถายํ อารุปฺปภาวนานิทฺเทเส ยํ วุตฺตํ ‘‘ตสฺเสวํ ตสฺมึ นิมิตฺเต ปุนปฺปุนํ จิตฺตํ จาเรนฺตสฺส นีวรณานิ วิกฺขมฺภนฺติ สติ สนฺติฏฺฐตี’’ติอาทิ, (วิสุทฺธิ. ๑.๒๘๑) ตํ สมตฺถตํ โหตีติ. อิทํ สุตฺตนฺติ ปุคฺคลปญฺญตฺติปาฐมาห (ปุ. ป. นิทฺเทส ๒๗). สพฺพญฺหิ พุทฺธวจนํ อตฺถสูจนาทิอตฺเถน สุตฺตนฺติ วุตฺโต วายมตฺโถ. ยํ ปน ตตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. อฏฺฐนฺนํ วิโมกฺขานํ อนุโลมาทิโต สมาปชฺชเนน สาติสยํ สนฺตานสฺส อภิสงฺขตตฺตา, อฏฺฐมญฺจ อุตฺตมํ วิโมกฺขํ ปทฏฺฐานํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อคฺคมคฺคาธิคเมน อุภโตภาควิมุจฺจนโต จ อิมาย อุภโตภาควิมุตฺติยา สพฺพเสฏฺฐตา เวทิตาติ ทฏฺฐพฺพา.
มหานิทานสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปฺปกาสนา.