ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทวณฺณนา

๙๓. ทิฏฺฐธมฺโมติ ทสฺสนภูเตน ญาเณน อุปลทฺธธมฺโม. ตตฺถ โย อนินฺทฺริยวิสโย, โสปิ สุปากฏภาเวน อินฺทฺริยวิสโย วิย โหตีติ อาห ‘‘ทิฏฺฐธมฺโมติ ปจฺจกฺขธมฺโม วุจฺจตี’’ติ. เตเนว จ ‘‘ตตฺถ ตตฺถ ปฏิลทฺธตฺตภาวสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ วุตฺตํ.

๙๕. อนฺโตนิชฺฌายนลกฺขโณติ ญาติโภคโรคสีลทิฏฺฐิพฺยสเนหิ ผุฏฺฐสฺส เจตโส อนฺโต อพฺภนฺตรํ นิชฺฌายนํ โสจนํ อนฺโตนิชฺฌายนํ, ตํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ อนฺโตนิชฺฌายนลกฺขโณ. ตนฺนิสฺสิตลาลปฺปนลกฺขโณติ ตํ โสกํ สมุฏฺฐานเหตุํ นิสฺสิตํ ตนฺนิสฺสิตํ, ภุสํ วิลาปนํ ลาลปฺปนํ, ตนฺนิสฺสิตญฺจ ลาลปฺปนญฺจ ตนฺนิสฺสิตลาลปฺปนํ, ตํ ลกฺขณํ เอตสฺสาติ ตนฺนิสฺสิตลาลปฺปนลกฺขโณ. ญาติพฺยสนาทินา ผุฏฺฐสฺส ปริเทเวนาปิ อสกฺกุณนฺตสฺส อนฺโตคตโสกสมุฏฺฐิโต ภุโส อายาโส อุปายาโส. โส ปน ยสฺมา เจตโส อปฺปสนฺนากาโร โหติ, ตสฺมา ‘‘วิสาทลกฺขโณ’’ติ วุตฺโต.

๙๖. วิตกฺกนํ วิตกฺกิตํ, ตํ ปน อภินิโรปนสภาโว วิตกฺโกเยวาติ อาห ‘‘อภิ…เป… วิตกฺโก’’ติ. เอส นโย วิจาริตนฺติ เอตฺถาปิ. โขภกรสภาวตฺตา วิตกฺกวิจารานํ ตํสหิตํ ฌานํ สอุพฺพิลนํ วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘สกณฺฑกํ วิย ขายตี’’ติ.

๙๗. ยาย อุพฺพิลาปนปีติยา อุปฺปนฺนาย จิตฺตํ ‘‘อุพฺพิลาวิต’’นฺติ วุจฺจติ, สา ปีติ อุพฺพิลาวิตตฺตํ ยสฺมา ปน จิตฺตสฺส อุพฺพิลภาโว ตสฺสา ปีติยา สติ โหติ, นาสติ, ตสฺมา สา ‘‘อุพฺพิลภาวการณ’’นฺติ วุตฺตา.

๙๘. อาโภโคติ วา จิตฺตสฺส อาภุคฺคภาโว, อารมฺมเณ โอณตภาโวติ อตฺโถ. สุเขน หิ จิตฺตํ อารมฺมเณ อภินตํ โหติ, น ทุกฺเขน วิย อปนตํ, นาปิ อทุกฺขมสุเขน วิย อนภินตํ อนปนตญฺจ. ตตฺถ ‘‘ขุปฺปิปาสาทิอภิภูตสฺส วิย มนุญฺญโภชนาทีสุ กาเมหิ วิเวจิยมานสฺสุปาทารมฺมณปตฺถนา วิเสสโต อภิวฑฺฒติ, อุฬารสฺส ปน กามรสสฺส ยาวทตฺถํ ติตฺตสฺส มนุญฺญรสโภชนํ ภุตฺตาวิโน วิย สุหิตสฺส โภตฺตุกามตา กาเมสุ ปาตพฺยตา น โหติ, วิสยสฺสาคิทฺธตาย วิสเยหิ ทุมฺโมจิเยหิปิ ชลูกา วิย สยเมว มุญฺจตี’’ติ จ อโยนิโส อุมฺมุชฺชิตฺวา กามคุณสนฺตปฺปิตตาย สํสารทุกฺขวูปสมํ พฺยากาสิ ปฐมวาที. กามาทีนํ อาทีนวทสฺสิตาย, ปฐมาทิชฺฌานสุขสฺส สนฺตภาวทสฺสิตาย จ ปฐมาทิชฺฌานสุขติตฺติยา สํสารทุกฺขุปจฺเฉทํ พฺยากํสุ ทุติยาทิวาทิโน, อิธาปิ อุจฺเฉทวาเท วุตฺตปฺปกาโร วิจาโร ยถาสมฺภวํ อาเนตฺวา วตฺตพฺโพ. อยํ ปเนตฺถ วิเสโส – เอกสฺมิญฺหิ อตฺตภาเว ปญฺจ วาทา ลพฺภนฺติ. เตเนว หิ ปาฬิยํ ‘‘อญฺโญ อตฺตา’’ติ อญฺญคฺคหณํ น กตํ. กถํ ปเนตฺถ อจฺจนฺตนิพฺพานปญฺญาปกสฺส อตฺตโน ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทสฺส สสฺสตทิฏฺฐิยา สงฺคโห, น ปน อุจฺเฉททิฏฺฐิยาติ? ตํตํสุขวิเสสสมงฺคิตาปฏิลทฺเธน พนฺธวิโมกฺเขน สุทฺธสฺส อตฺตโน สกรูเป อวฏฺฐานทีปนโต.

เสสาติ เสสา ปญฺจปญฺญาส ทิฏฺฐิโย. ตาสุ อนฺตานนฺติกวาทาทีนํ สสฺสตทิฏฺฐิภาโว ตตฺถ ตตฺถ ปกาสิโตเยว.

๑๐๑-๓. กึ ปน การณํ ปุพฺพนฺตาปรนฺตา เอว ทิฏฺฐาภินิเวสสฺส วิสยภาเวน ทสฺสิตา, น ปน ตทุภยเมกชฺฌนฺติ? อสมฺภวโต. น หิ ปุพฺพนฺตาปรนฺเตสุ วิย ตทุภยวินิมุตฺเต มชฺฌนฺเต ทิฏฺฐิกปฺปนา สมฺภวติ อิตฺตรกาลตฺตา, อถ ปน ปจฺจุปฺปนฺนภโว ตทุภยเวมชฺฌํ, เอวํ สติ ทิฏฺฐิกปฺปนกฺขโม ตสฺส อุภยสภาโว ปุพฺพนฺตาปรนฺเตสุเยว อนฺโตคโธติ กถมทสฺสิตํ. อถ วา ปุพฺพนฺตาปรนฺตวนฺตตาย ‘‘ปุพฺพนฺตาปรนฺโต’’ติ มชฺฌนฺโต วุจฺจติ, โส จ ‘‘ปุพฺพนฺตาปรนฺตกปฺปิกา วา ปุพฺพนฺตาปรนฺตานุทิฏฺฐิโน’’ติ วทนฺเตน ปุพฺพนฺตาปรนฺเตหิ วิสุํ กตฺวา วุตฺโตเยวาติ ทฏฺฐพฺโพ. อฏฺฐกถายมฺปิ ‘‘สพฺเพปิ เต อปรนฺตกปฺปิเก ปุพฺพนฺตาปรนฺตกปฺปิเก’’ติ เอเตน สามญฺญนิทฺเทเสน, เอกเสเสน วา สงฺคหิตาติ ทฏฺฐพฺพํ, อญฺญถา สงฺกฑฺฒิตฺวา วุตฺตวจนสฺส อนตฺถกตา อาปชฺเชยฺยาติ. เก ปน เต ปุพฺพนฺตาปรนฺตกปฺปิกา? เย อนฺตานนฺติกา หุตฺวา ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทาติ เอวํ ปการา เวทิตพฺพา.

เอตฺถ จ ‘‘สพฺเพ เต อิเมเหว ทฺวาสฏฺฐิยา วตฺถูหิ, เอเตสํ วา อญฺญตเรน, นตฺถิ อิโต พหิทฺธา’’ติ วจนโต, ปุพฺพนฺตกปฺปิกาทิตฺตยวินิมุตฺตสฺส จ กสฺสจิ ทิฏฺฐิคติกสฺส อภาวโต ยานิ ตานิ สามญฺญผลาทิ (ที. นิ. ๑.๑๖๖) สุตฺตนฺตเรสุ วุตฺตปฺปการานิ อกิริยาเหตุกนตฺถิกวาทาทีนิ, ยานิ จ อิสฺสรปชาปติปุริสกาลสภาวนิยติยทิจฺฉาวาทาทิปฺปเภทานิ ทิฏฺฐิคตานิ (วิสุทฺธิ. ฏี. ๒.๕๖๓; วิภ. อนุฏี. ๑๘๙ ปสฺสิตพฺพํ) พหิทฺธาปิ ทิสฺสมานานิ, เตสํ เอตฺเถว สงฺคโห, อนฺโตคธตา จ เวทิตพฺพา. กถํ? อกิริยวาโท ตาว ‘‘วญฺโฌ กูฏฏฺโฐ’’ติอาทินา กิริยาภาวทีปนโต สสฺสตวาเท อนฺโตคโธ, ตถา ‘‘สตฺติเม กายา’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๑๗๔) นยปฺปวตฺโต ปกุธวาโท, ‘‘นตฺถิ เหตุ นตฺถิ ปจฺจโย สตฺตานํ สํกิเลสายา’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๑๖๘) วจนโต อเหตุกวาโท อธิจฺจสมุปฺปนฺนิกวาเท อนฺโตคโธ. ‘‘นตฺถิ ปโร โลโก’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๑๗๑) วจนโต นตฺถิกวาโท อุจฺเฉทวาเท อนฺโตคโธ. ตถา หิ ตตฺถ ‘‘กายสฺส เภทา อุจฺฉิชฺชตี’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๘๖) วุตฺตํ. ปฐเมน อาทิ-สทฺเทน นิคณฺฐวาทาทโย สงฺคหิตา.

ยทิปิ ปาฬิยํ นาฏปุตฺตวาท (ที. นิ. ๑.๑๗๘) ภาเวน จาตุยามสํวโร อาคโต, ตถาปิ สตฺตวตาติกฺกเมน วิกฺเขปวาทิตาย นาฏปุตฺตวาโทปิ สญฺจยวาโท วิย อมราวิกฺเขปวาเทสุ อนฺโตคโธ. ‘‘ตํ ชีวํ ตํ สรีรํ, อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีร’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๓๗๗; ม. นิ. ๒.๑๒๒; สํ. นิ. ๒.๓๕) เอวํ ปการา วาทา ‘‘รูปี อตฺตา โหติ อโรโค ปรํ มรณา’’ติอาทิวาเทสุ สงฺคหํ คจฺฉนฺติ, ‘‘โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา, ‘‘อตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา’’ติ เอวํ ปการา สสฺสตวาเท. ‘‘น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา, นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา’’ติ เอวํ ปการา อุจฺเฉทวาเทน สงฺคหิตา. ‘‘โหติ จ น โหติ จ ตถาคโต ปรํ มรณา, อตฺถิ จ นตฺถิ จ สตฺตา โอปปาติกา’’ติ เอวํ ปการา เอกจฺจสสฺสตวาเท อนฺโตคธา. ‘‘เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณา, เนวตฺถิ น นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา’’ติ จ เอวํ ปการา อมราวิกฺเขปวาเท อนฺโตคธา. อิสฺสรปชาปติปุริสกาลวาทา เอกจฺจสสฺสตวาเท อนฺโตคธา, ตถา กณาทวาโท. สภาวนิยติยทิจฺฉาวาทา อธิจฺจสมุปฺปนฺนิกวาเทน สงฺคหิตา. อิมินา นเยน สุตฺตนฺตเรสุ, พหิทฺธา จ ทิสฺสมานานํ ทิฏฺฐิคตานํ อิมาสุ ทฺวาสฏฺฐิยา ทิฏฺฐีสุ อนฺโตคธตา เวทิตพฺพา.

อชฺฌาสยนฺติ ทิฏฺฐิชฺฌาสยํ. สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิวเสน หิ สตฺตานํ สํกิเลสปกฺเข ทุวิโธ อชฺฌาสโย, ตญฺจ ภควา อปริมาณาสุ โลกธาตูสุ อปริมาณานํ สตฺตานํ อปริมาเณ เอว เญยฺยวิเสเส อุปฺปชฺชนวเสน อเนกเภทภินฺนานมฺปิ ‘‘จตฺตาโร ชนา สสฺสตวาทา’’ติอาทินา ทฺวาสฏฺฐิยา ปเภเทหิ สงฺคณฺหนวเสน สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา ทสฺเสนฺโต ปมาณภูตาย ตุลาย ธารยมาโน วิย โหตีติ อาห ‘‘ตุลาย ตุลยนฺโต วิยา’’ติ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘อนฺโต ชาลีกตา’’ติอาทิ (ที. นิ. ๑.๑๔๖). ‘‘สิเนรุปาทโต วาลุกํ อุทฺธรนฺโต วิยา’’ติ เอเตน สพฺพญฺญุตญฺญาณโต อญฺญสฺส อิมิสฺสา เทสนาย อสกฺกุเณยฺยตํ ทสฺเสติ.

อนุสนฺธานํ อนุสนฺธิ, ปุจฺฉาย กโต อนุสนฺธิ ปุจฺฉานุสนฺธิ. อถ วา อนุสนฺธยตีติ อนุสนฺธิ, ปุจฺฉา อนุสนฺธิ เอตสฺสาติ ปุจฺฉานุสนฺธิ. ปุจฺฉาย อนุสนฺธิยตีติ วา ปุจฺฉานุสนฺธิ. อชฺฌาสยานุสนฺธิมฺหิปิ เอเสว นโย. ยถานุสนฺธีติ เอตฺถ ปน อนุสนฺธียตีติ อนุสนฺธิ, ยา ยา อนุสนฺธิ ยถานุสนฺธิ, อนุสนฺธิอนุรูปํ วา ยถานุสนฺธีติ สทฺทตฺโถ เวทิตพฺโพ, โส ‘‘เยน ปน ธมฺเมน อาทิมฺหิ เทสนา อุฏฺฐิตา, ตสฺส ธมฺมสฺส อนุรูปธมฺมวเสน วา ปฏิปกฺขวเสน วา เยสุ สุตฺเตสุ อุปริ เทสนา อาคจฺฉติ, เตสํ วเสน ยถานุสนฺธิ เวทิตพฺโพ. เสยฺยถิทํ? อากงฺเขยฺยสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๖๔-๖๙) เหฏฺฐา สีเลน เทสนา อุฏฺฐิตา, อุปริ ฉ อภิญฺญา อาคตา…เป… กกจูปเม (ม. นิ. ๑.๒๒๒) เหฏฺฐา อกฺขนฺติยา อุฏฺฐิตา, อุปริ กกจูปมา อาคตา’’ติอาทินา อฏฺฐกถายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๐-๑๐๔) วุตฺโต.

อิติ กิราติ ภควโต ยถาเทสิตาย อตฺตสุญฺญตาย อตฺตโน อรุจฺจนภาวทีปนํ. โภติ ธมฺมาลปนํ. อนตฺตกตานีติ อตฺตนา น กตานิ, อนตฺตเกหิ วา ขนฺเธหิ กตานิ. กมตฺตานํ ผุสิสฺสนฺตีติ อสติ อตฺตนิ ขนฺธานญฺจ ขณิกตฺตา กมฺมานิ กํ อตฺตานํ อตฺตโน ผเลน ผุสิสฺสนฺติ, โก กมฺมผลํ ปฏิสํเวเทตีติ อตฺโถ. อวิทฺวาติ สุตาทิวิรเหน อริยธมฺมสฺส อโกวิทตาย น วิทฺวา. อวิชฺชาคโตติ อวิชฺชาย อุปคโต, อริยธมฺเม อวินีตตาย อปฺปหีนาวิชฺโชติ อตฺโถ. ตณฺหาธิปเตยฺเยน เจตสาติ ‘‘ยทิ อหํ นาม โกจิ นตฺถิ, มยา กตสฺส กมฺมสฺส โก ผลํ ปฏิสํเวเทติ, สติ ปน ตสฺมึ สิยา ผลูปโภโค’’ติ ตณฺหาธิปติโต อาคโต ตณฺหาธิปเตยฺโย, เตน. อตฺตวาทุปาทานสหคต เจตสา. อติธาวิตพฺพนฺติ ขณิกตฺเตปิ สงฺขารานํ ยสฺมึ สนฺตาเน กมฺมํ กตํ, ตตฺเถว ผลุปฺปตฺติโต ธมฺมปุญฺชมตฺตสฺเสว จ สิทฺเธ กมฺมผลสมฺพนฺเธ เอกตฺตนยํ มิจฺฉา คเหตฺวา เอเกน การกเวทกภูเตน ภวิตพฺพํ, อญฺญถา ‘‘กมฺมผลานํ สมฺพนฺโธ น สิยา’’ติ อตฺตตฺตนิยสุญฺญตาปกาสนํ สตฺถุสาสนํ อติกฺกมิตพฺพํ มญฺเญยฺยาติ อตฺโถ.

‘‘อุปริ ฉ อภิญฺญา อาคตา’’ติ อนุรูปธมฺมวเสน ยถานุสนฺธึ ทสฺเสติ, อิตเรหิ ปฏิปกฺขวเสน. กิเลเสนาติ ‘‘โลโภ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส’’ติอาทินา กิเลสวเสน. อิมสฺมิมฺปีติ ปิ-สทฺเทน ยถา วุตฺตสุตฺตาทีสุ ปฏิปกฺขวเสน ยถานุสนฺธิ, เอวํ อิมสฺมิมฺปิ สุตฺเตติ ทสฺเสติ. ตถา หิ นิจฺจสาราทิปญฺญาปกานํ ทิฏฺฐิคตานํ วเสน อุฏฺฐิตา อยํ เทสนา นิจฺจสาราทิสุญฺญตาปกาสเนน นิฏฺฐาปิตาติ.