๑. สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา

๑๗๒. ยทิปิ ธาตุสํยุตฺตาทีสุ ‘‘ธาตุนานตฺตํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ, กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ธาตุนานตฺตํ? จกฺขุธาตุ…เป… มโนวิญฺญาณธาตู’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๒.๘๕) อฏฺฐารส ธาตุโย อาคตา, ตา ปน อภิธมฺเม จ อาคตาติ สาธารณตฺตา อคฺคเหตฺวา สุตฺตนฺเตเสฺวว อาคเต ตโย ธาตุฉกฺเก คเหตฺวา สุตฺตนฺตภาชนียํ วิภตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. สพฺพา ธาตุโยติ อฏฺฐารสปิ. สุญฺเญ สภาวมตฺเต นิรุโฬฺห ธาตุ-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. อสมฺผุฏฺฐธาตูติ จตูหิ มหาภูเตหิ อพฺยาปิตภาโวติ อตฺโถ.

๑๗๓. ปถวีธาตุทฺวยนฺติ อฏฺฐกถายํ ปทุทฺธาโร กโต, ปาฬิยํ ปน ‘‘เทฺวย’’นฺติ อาคจฺฉติ, อตฺโถ ปน ยถาวุตฺโตว. ทฺวยนฺติ ปน ปาเฐ สติ อยมฺปิ อตฺโถ สมฺภวติ. เทฺว อวยวา เอตสฺสาติ ทฺวยํ, ปถวีธาตูนํ ทฺวยํ ปถวีธาตุทฺวยํ, ทฺวินฺนํ ปถวีธาตูนํ สมุทาโยติ อตฺโถ. เทฺว เอว วา อวยวา สมุทิตา ทฺวยํ, ปถวีธาตุทฺวยนฺติ. ‘‘ตตฺถ กตมา ปถวีธาตุ? ปถวีธาตุทฺวยํ, เอสา ปถวีธาตู’’ติ สงฺเขเปน วิสฺสชฺเชติ. อตฺถิ อชฺฌตฺติกา อตฺถิ พาหิราติ เอตฺถ อชฺฌตฺติกพาหิร-สทฺทา น อชฺฌตฺติกทุเก วิย อชฺฌตฺติกพาหิรายตนวาจกา, นาปิ อชฺฌตฺตตฺติเก วุตฺเตหิ อชฺฌตฺตพหิทฺธา-สทฺเทหิ สมานตฺถา, อินฺทฺริยพทฺธานินฺทฺริยพทฺธวาจกา ปน เอเต. เตน ‘‘สตฺตสนฺตานปริยาปนฺนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. นิยกชฺฌตฺตาติ จ น ปจฺจตฺตํ อตฺตนิ ชาตตํ สนฺธาย วุตฺตํ, อถ โข สพฺพสตฺตสนฺตาเนสุ ชาตตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตนฺติ วจเนน หิ สตฺตสนฺตานปริยาปนฺนตาย อชฺฌตฺติกภาวํ ทสฺเสติ, น ปาฏิปุคฺคลิกตาย. สภาวาการโตติ อาปาทีหิ วิสิฏฺเฐน อตฺตโน เอว สภาวภูเตน คเหตพฺพากาเรน.

เกสา กกฺขฬตฺตลกฺขณาติ กกฺขฬตาธิกตาย วุตฺตา. ปาฏิเยกฺโก โกฏฺฐาโสติ ปถวีโกฏฺฐาสมตฺโต สุญฺโญติ อตฺโถ. มตฺถลุงฺคํ อฏฺฐิมิญฺชคฺคหเณน คหิตนฺติ อิธ วิสุํ น วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

อิมินาติ ‘‘เสยฺยถิทํ เกสา’’ติอาทินา. กมฺมํ กตฺวาติ ปโยคํ วีริยํ อายูหนํ วา กตฺวาติ อตฺโถ. โภคกาเมน กสิยาทีสุ วิย อรหตฺตกาเมน จ อิมสฺมึ มนสิกาเร กมฺมํ กตฺตพฺพนฺติ. ปุพฺพปลิโพธาติ อาวาสาทโย ทีฆเกสาทิเก ขุทฺทกปลิโพเธ อปรปลิโพธาติ อเปกฺขิตฺวา วุตฺตา.

วณฺณาทีนํ ปญฺจนฺนํ วเสน มนสิกาโร ธาตุปฏิกูลวณฺณมนสิการานํ สาธารโณ ปุพฺพภาโคติ นิพฺพตฺติตธาตุมนสิการํ ทสฺเสตุํ ‘‘อวสาเน เอวํ มนสิกาโร ปวตฺเตตพฺโพ’’ติ อาห. อญฺญมญฺญํ อาโภคปจฺจเวกฺขณรหิตาติ การณสฺส จ ผลสฺส จ อพฺยาปารตาย ธาตุมตฺตตํ ทสฺเสติ. อาโภคปจฺจเวกฺขณาทีนมฺปิ เอวเมว อพฺยาปารตา ทฏฺฐพฺพา. น หิ ตานิ, เตสญฺจ การณานิ อาภุชิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา จ อุปฺปชฺชนฺติ กโรนฺติ จาติ. ลกฺขณวเสนาติ ‘‘กกฺขฬํ ขริคต’’นฺติอาทิวจนํ สนฺธาย วุตฺตํ.

เวกนฺตกํ เอกา โลหชาติ. นาคนาสิกโลหํ โลหสทิสํ โลหวิชาติ หลิทฺทิวิชาติ วิย. ติปุตมฺพาทีหิ มิสฺเสตฺวา กตํ กรเณน นิพฺพตฺตตฺตา กิตฺติมโลหํ. โมรกฺขาทีนิ เอวํนามาเนเวตานิ. สามุทฺทิกมุตฺตาติ นิทสฺสนมตฺตเมตํ, สพฺพาปิ ปน มุตฺตา มุตฺตา เอว.

๑๗๔. อปฺเปตีติ อาโป, อาพนฺธนวเสน เสสภูตตฺตยํ ปาปุณาติ สิเลสตีติ อตฺโถ. ยูสภูโตติ รสภูโต. วกฺกหทยยกนปปฺผาสานิ เตเมนฺตนฺติ เอตฺถ ยกนํ เหฏฺฐาภาคปูรเณน, อิตรานิ เตสํ อุปริ โถกํ โถกํ ปคฺฆรเณน เตเมติ. เหฏฺฐา เลฑฺฑุขณฺฑานิ เตมยมาเนติ เตมกเตมิตพฺพานํ อพฺยาปารสามญฺญนิทสฺสนตฺถาเยว อุปมา ทฏฺฐพฺพา, น ฐานสามญฺญนิทสฺสนตฺถาย. สนฺนิจิตโลหิเตน เตเมตพฺพานํ เกสญฺจิ เหฏฺฐา, กสฺสจิ อุปริ ฐิตตญฺหิ สติปฏฺฐานวิภงฺเค วกฺขตีติ, ยกนสฺส เหฏฺฐาภาโค ‘‘ฐิตํ มยิ โลหิต’’นฺติ น ชานาติ, วกฺกาทีนิ ‘‘อเมฺห เตมยมานํ โลหิตํ ฐิต’’นฺติ น ชานนฺตีติ เอวํ โยชนา กาตพฺพา. ยถา ปน เภสชฺชสิกฺขาปเท นิยโม อตฺถิ ‘‘เยสํ มํสํ กปฺปติ, เตสํ ขีร’’นฺติ, เอวมิธ นตฺถิ.

๑๗๕. เตชนวเสนาติ นิสิตภาเวน ติกฺขภาเวน. สรีรสฺส ปกตึ อติกฺกมิตฺวา อุณฺหภาโว สนฺตาโป, สรีรทหนวเสน ปวตฺโต มหาทาโห ปริทาโห. อยเมเตสํ วิเสโส. เยน ชีรียตีติ เอกาหิกาทิชรโรเคน ชีรียตีติปิ อตฺโถ ยุชฺชติ. สตวารํ ตาเปตฺวา อุทเก ปกฺขิปิตฺวา อุทฺธฏสปฺปิ สตโธตสปฺปีติ วทนฺติ. รสโสณิตเมทมํสนฺหารุอฏฺฐิอฏฺฐิมิญฺชา รสาทโย. เกจิ นฺหารุํ อปเนตฺวา สุกฺกํ สตฺตมธาตุํ อโวจุนฺติ. ปากติโกติ โขภํ อปฺปตฺโต สทา วิชฺชมาโน. เปตคฺคิ มุขโต พหิ นิคฺคโตว อิธ คหิโต.

๑๗๖. วายนวเสนาติ สเวคคมนวเสน, สมุทีรณวเสน วา.

๑๗๗. อิมินา ยสฺมึ อากาเส…เป… ตํ กถิตนฺติ อิทํ กสิณุคฺฆาฏิมากาสสฺส อกถิตตํ, อชฏากาสสฺส จ กถิตตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ.

๑๗๙. สุขทุกฺขานํ ผรณภาโว สรีรฏฺฐกอุตุสฺส สุขทุกฺขโผฏฺฐพฺพสมุฏฺฐานปจฺจยภาเวน ยถาพลํ สรีเรกเทสสกลสรีรผรณสมตฺถตาย วุตฺโต, โสมนสฺสโทมนสฺสานํ อิฏฺฐานิฏฺฐจิตฺตชสมุฏฺฐาปเนน ตเถว ผรณสมตฺถตาย. เอวํ เอเตสํ สรีรผรณตาย เอกสฺส ฐานํ อิตรํ ปหรติ, อิตรสฺส จ อญฺญนฺติ อญฺญมญฺเญน สปฺปฏิปกฺขตํ ทสฺเสติ, อญฺญมญฺญปฏิปกฺขโอฬาริกปฺปวตฺติ เอว วา เอเตสํ ผรณํ. วตฺถารมฺมณานิ จ ปพนฺเธน ปวตฺติเหตุภูตานิ ผรณฏฺฐานํ ทฏฺฐพฺพํ, อุภยวโต จ ปุคฺคลสฺส วเสน อยํ สปฺปฏิปกฺขตา ทสฺสิตา สุขทสฺสนียตฺตา.

๑๘๑. กิเลสกามํ สนฺธายาติ ‘‘สงฺกปฺโป กาโม ราโค กาโม’’ติ (มหานิ. ๑; จูฬนิ. อชิตมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๘) เอตฺถ วุตฺตํ สงฺกปฺปํ สนฺธายาติ อธิปฺปาโย. โสปิ หิ วิพาธติ อุปตาเปติ จาติ กิเลสสนฺถวสมฺภวโต กิเลสกาโม วิภตฺโต กิเลสวตฺถุสมฺภวโต วา. กามปฏิสํยุตฺตาติ กามราคสงฺขาเตน กาเมน สมฺปยุตฺตา, กามปฏิพทฺธา วา. อญฺเญสุ จ กามปฏิสํยุตฺตธมฺเมสุ วิชฺชมาเนสุ วิตกฺเกเยว กาโมปปโท ธาตุสทฺโท นิรุโฬฺห เวทิตพฺโพ วิตกฺกสฺส กามปฺปสงฺคปฺปวตฺติยา สาติสยตฺตา. เอส นโย พฺยาปาทธาตุอาทีสุ. ปรสฺส อตฺตโน จ ทุกฺขายนํ วิหึสา. วิหึสนฺตีติ หนฺตุํ อิจฺฉนฺติ.

๑๘๒. อุภยตฺถ อุปฺปนฺโนปิ อภิชฺฌาสํโยเคน กมฺมปถชนนโต อนภิชฺฌากมฺมปถภินฺทนโต จ กามวิตกฺโก ‘‘กมฺมปถเภโท’’ติ วุตฺโต. พฺยาปาโท ปนาติ พฺยาปาทวจเนน พฺยาปาทวิตกฺกํ ทสฺเสติ. โส หิ พฺยาปาทธาตูติ. ตถา วิหึสาย วิหึสาธาตุยา จ พฺยาปาทวเสน ยถาสมฺภวํ ปาณาติปาตาทิวเสน จ กมฺมปถเภโท โยเชตพฺโพ. เอตฺถาติ ทฺวีสุ ติเกสุ. สพฺพกามาวจรสพฺพกุสลสงฺคาหเกหิ อิตเร เทฺว เทฺว สงฺคเหตฺวา กถนํ สพฺพสงฺคาหิกกถา. เอตฺถาติ ปน เอตสฺมึ ฉกฺเกติ วุจฺจมาเน กามธาตุวจเนน กามาวจรานํ เนกฺขมฺมธาตุอาทีนญฺจ คหณํ อาปชฺชติ.

ลภาเปตพฺพาติ จกฺขุธาตาทิภาวํ ลภมานา ธมฺมา นีหริตฺวา ทสฺสเนน ลภาเปตพฺพา. จรติ เอตฺถาติ จาโร, กึ จรติ? สมฺมสนํ, สมฺมสนสฺส จาโร สมฺมสนจาโร, เตภูมกธมฺมานํ อธิวจนํ.

สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.