๒. อภิธมฺมภาชนียวณฺณนา
๑๘๓. จกฺขุสฺสาติ วิเสสการณํ อสาธารณสามิภาเวน นิทฺทิฏฺฐํ. ตญฺหิ ปุคฺคลนฺตราสาธารณํ นีลาทิสพฺพรูปสาธารณญฺจ. วิทหตีติ เอวํ เอวญฺจ ตยา ปวตฺติตพฺพนฺติ วินิยุชฺชมานํ วิย อุปฺปาเทตีติ อตฺโถ. วิทหตีติ จ ธาตุอตฺโถ เอว วิสิฏฺโฐ อุปสคฺเคน ทีปิโตติ วินาปิ อุปสคฺเคน ธาตูติ เอโส สทฺโท ตมตฺถํ วทตีติ ทฏฺฐพฺโพ. กตฺตุกมฺมภาวกรณอธิกรเณสุ ธาตุปทสิทฺธิ โหตีติ ปญฺจปิ เอเต อตฺถา วุตฺตา. สุวณฺณรชตาทิธาตุโย สุวณฺณาทีนํ พีชภูตา เสลาทโย.
อตฺตโน สภาวํ ธาเรนฺตีติ ธาตุโยติ เอตฺถาปิ ธาตีติ ธาตูติ ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. ธาตุ-สทฺโท เอว หิ ธารณตฺโถปิ โหตีติ. กตฺตุอตฺโถปิ จายํ ปุริเมน อสทิโสติ นิสฺสตฺตสภาวมตฺตธารณญฺจ ธาตุ-สทฺทสฺส ปธาโน อตฺโถติ วิสุํ วุตฺโต. ธาตุโย วิย ธาตุโยติ เอตฺถ สีห-สทฺโท วิย เกสริมฺหิ นิรุโฬฺห ปุริเสสุ, เสลาวยเวสุ นิรุโฬฺห ธาตุ-สทฺโท จ จกฺขาทีสุ อุปจริโต ทฏฺฐพฺโพ. ญาณญฺจ เญยฺยญฺจ ญาณเญยฺยานิ, เตสํ อวยวา ตปฺปเภทภูตา ธาตุโย ญาณเญยฺยาวยวา. ตตฺถ ญาณปฺปเภทา ธมฺมธาตุเอกเทโส, เญยฺยปฺปเภทา อฏฺฐารสาปีติ ญาณเญยฺยาวยวมตฺตา ธาตุโย โหนฺติ. อถ วา ญาเณน ญาตพฺโพ สภาโว ธาตุสทฺเทน วุจฺจมาโน อวิปรีตโต ญาณเญยฺโย, น ทิฏฺฐิอาทีหิ วิปรีตคฺคาหเกหิ เญยฺโยติ อตฺโถ. ตสฺส ญาณเญยฺยสฺส อวยวา จกฺขาทโย. วิสภาคลกฺขณาวยเวสุ รสาทีสุ นิรุโฬฺห ธาตุ-สทฺโท ตาทิเสสุ อญฺญาวยเวสุ จกฺขาทีสุ อุปจริโต ทฏฺฐพฺโพ, รสาทีสุ วิย วา จกฺขาทีสุ นิรุโฬฺหว. นิชฺชีวมตฺตสฺเสตํ อธิวจนนฺติ เอเตน นิชฺชีวมตฺตปทตฺเถ ธาตุ-สทฺทสฺส นิรุฬฺหตํ ทสฺเสติ. ฉ ธาตุโย เอตสฺสาติ ฉธาตุโย, โย โลเก ‘‘ปุริโส’’ติ ธมฺมสมุทาโย วุจฺจติ, โส ฉธาตุโร ฉนฺนํ ปถวีอาทีนํ นิชฺชีวมตฺตสภาวานํ สมุทายมตฺโต, น เอตฺถ ชีโว ปุริโส วา อตฺถีติ อตฺโถ.
จกฺขาทีนํ กโม ปุพฺเพ วุตฺโตติ อิธ เอเกกสฺมึ ติเก ติณฺณํ ติณฺณํ ธาตูนํ กมํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘เหตุผลานุปุพฺพววตฺถานวเสนา’’ติ. เหตุผลานํ อนุปุพฺพววตฺถานํ เหตุผลภาโวว. ตตฺถ เหตูติ ปจฺจโย อธิปฺเปโต. ผลนฺติ ปจฺจยุปฺปนฺนนฺติ อาห ‘‘จกฺขุธาตู’’ติอาทิ. มโนธาตุธมฺมธาตูนญฺจ มโนวิญฺญาณสฺส เหตุภาโว ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺโพ, ทฺวารภูตมโนวเสน วา ตสฺสา มโนธาตุยา.
สพฺพาสํ วเสนาติ ยถาวุตฺตานํ อาภาธาตุอาทีนํ ปญฺจตึสาย ธาตูนํ วเสน. อปรมตฺถสภาวสฺส ปรมตฺถสภาเวสุ น กทาจิ อนฺโตคธตา อตฺถีติ อาห ‘‘สภาวโต วิชฺชมานาน’’นฺติ. จนฺทาภาสูริยาภาทิกา วณฺณนิภา เอวาติ อาห ‘‘รูปธาตุเยว หิ อาภาธาตู’’ติ. รูปาทิปฏิพทฺธาติ ราควตฺถุภาเวน คเหตพฺพากาโร สุภนิมิตฺตนฺติ สนฺธาย ‘‘รูปาทโยวา’’ติ อวตฺวา ปฏิพทฺธวจนํ อาห. อสติปิ ราควตฺถุภาเว ‘‘กุสลวิปาการมฺมณา สุภา ธาตู’’ติ ทุติโย วิกปฺโป วุตฺโต. วิหึสาธาตุ เจตนา, ปรวิเหฐนฉนฺโท วา. อวิหึสา กรุณา.
อุโภปีติ ธมฺมธาตุมโนวิญฺญาณธาตุโย. หีนาทีสุ ปุริมนเยน หีฬิตา จกฺขาทโย หีนา, สมฺภาวิตา ปณีตา, นาติหีฬิตา นาติสมฺภาวิตา มชฺฌิมาติ ขนฺธวิภงฺเค อาคตหีนทุกโตเยว นีหริตฺวา มชฺฌิมา ธาตุ วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. วิญฺญาณธาตุ ยทิปิ ฉวิญฺญาณธาตุวเสน วิภตฺตา, ตถาปิ ‘‘วิญฺญาณธาตุคฺคหเณน ตสฺสา ปุเรจาริกปจฺฉาจาริกตฺตา มโนธาตุ คหิตาว โหตี’’ติ วุตฺตตฺตา อาห ‘‘วิญฺญาณธาตุ…เป… สตฺตวิญฺญาณสงฺเขโปเยวา’’ติ. อเนเกสํ จกฺขุธาตุอาทีนํ, ตาสุ จ เอเกกิสฺสา นานปฺปการตาย นานาธาตูนํ วเสน อเนกธาตุนานาธาตุโลโก วุตฺโตติ อาห ‘‘อฏฺฐารสธาตุปฺปเภทมตฺตเมวา’’ติ.
‘‘จกฺขุโสตฆานชิวฺหากายมโนมโนวิญฺญาณธาตุเภเทนา’’ติ อฏฺฐกถายํ ลิขิตํ. ตตฺถ น จกฺขาทีนํ เกวเลน ธาตุ-สทฺเทน สมฺพนฺโธ อธิปฺเปโต วิชานนสภาวสฺส ปเภทวจนโต. วิญฺญาณธาตุ-สทฺเทน สมฺพนฺเธ กริยมาเน เทฺว มโนคหณานิ น กตฺตพฺพานิ. น หิ เทฺว มโนวิญฺญาณธาตุโย อตฺถีติ. ‘‘จกฺขุ…เป… กายมโนวิญฺญาณมโนธาตู’’ติ วา วตฺตพฺพํ อตุลฺยโยเค ทฺวนฺทสมาสาภาวโต. อยํ ปเนตฺถ ปาโฐ สิยา ‘‘จกฺขุ…เป… กายวิญฺญาณมโนมโนวิญฺญาณธาตุเภเทนา’’ติ.
ขนฺธายตนเทสนา สงฺเขปเทสนา, อินฺทฺริยเทสนา วิตฺถารเทสนาติ ตทุภยํ อเปกฺขิตฺวา นาติสงฺเขปวิตฺถารา ธาตุเทสนา. อถ วา สุตฺตนฺตภาชนีเย วุตฺตธาตุเทสนา อติสงฺเขปเทสนา, อาภาธาตุอาทีนํ อเนกธาตุนานาธาตุอนฺตานํ วเสน เทเสตพฺพา อติวิตฺถารเทสนาติ ตทุภยํ อเปกฺขิตฺวา อยํ ‘‘นาติสงฺเขปวิตฺถารา’’ติ.
เภรีตลํ วิย จกฺขุธาตุ สทฺทสฺส วิย วิญฺญาณสฺส นิสฺสยภาวโต. เอตาหิ จ อุปมาหิ นิชฺชีวานํ เภรีตลทณฺฑาทีนํ สมาโยเค นิชฺชีวานํ สทฺทาทีนํ วิย นิชฺชีวานํ จกฺขุรูปาทีนํ สมาโยเค นิชฺชีวานํ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ปวตฺตีติ การณผลานํ ธาตุมตฺตตฺตา การกเวทกภาววิรหํ ทสฺเสติ.
ปุเรจรานุจรา วิยาติ นิชฺชีวสฺส กสฺสจิ เกจิ นิชฺชีวา ปุเรจรานุจรา วิยาติ อตฺโถ. มโนธาตุเยว วา อตฺตโน ขณํ อนติวตฺตนฺตี อตฺตโน ขณํ อนติวตฺตนฺตานํเยว จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อวิชฺชมาเนปิ ปุเรจรานุจรภาเว ปุพฺพกาลาปรกาลตาย ปุเรจรานุจรา วิย ทฏฺฐพฺพาติ อตฺโถ. สลฺลมิว สูลมิว ติวิธทุกฺขตาสมาโยคโต ทฏฺฐพฺโพ. อาสาเยว ทุกฺขํ อาสาทุกฺขํ, อาสาวิฆาตํ ทุกฺขํ วา. สญฺญา หิ อภูตํ ทุกฺขทุกฺขมฺปิ สุภาทิโต สญฺชานนฺตี ตํ อาสํ ตสฺสา จ วิฆาตํ อาสีสิตสุภาทิอสิทฺธิยา ชเนตีติ. กมฺมปฺปธานา สงฺขาราติ ‘‘ปฏิสนฺธิยํ ปกฺขิปนโต’’ติอาทิมาห. ชาติทุกฺขานุพนฺธนโตติ อตฺตนา นิพฺพตฺติยมาเนน ชาติทุกฺเขน อนุพนฺธตฺตา. ภวปจฺจยา ชาติ หิ ชาติทุกฺขนฺติ. ปทุมํ วิย ทิสฺสมานํ ขุรจกฺกํ วิย รูปมฺปิ อิตฺถิยาทิภาเวน ทิสฺสมานํ นานาวิธุปทฺทวํ ชเนติ. สพฺเพ อนตฺถา ราคาทโย ชาติอาทโย จ วิสภูตา อสนฺตา สปฺปฏิภยา จาติ ตปฺปฏิปกฺขภูตตฺตา อมตาทิโต ทฏฺฐพฺพา.
มุญฺจิตฺวาปิ อญฺญํ คเหตฺวาวาติ เอเตน มกฺกฏสฺส คหิตํ สาขํ มุญฺจิตฺวาปิ อากาเส ฐาตุํ อสมตฺถตา วิย คหิตารมฺมณํ มุญฺจิตฺวาปิ อญฺญํ อคฺคเหตฺวา ปวตฺติตุํ อสมตฺถตาย มกฺกฏสมานตํ ทสฺเสติ. อฏฺฐิเวธวิทฺโธปิ ทมถํ อนุปคจฺฉนฺโต ทุฏฺฐสฺโส อสฺสขฬุงฺโก. รงฺคคโต นโฏ รงฺคนโฏ.
๑๘๔. จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จาติอาทินา ทฺวารารมฺมเณสุ เอกวจนพหุวจนนิทฺเทสา เอกนานาสนฺตานคตานํ เอกสนฺตานคตวิญฺญาณปจฺจยภาวโต เอกนานาชาติกตฺตา จ.
สพฺพธมฺเมสูติ เอตฺถ สพฺพ-สทฺโท อธิการวเสน ยถาวุตฺตวิญฺญาณสงฺขาเต อารมฺมณสงฺขาเต วา ปเทสสพฺพสฺมึ ติฏฺฐตีติ ทฏฺฐพฺโพ. มโนวิญฺญาณธาตุนิทฺเทเส ‘‘จกฺขุวิญฺญาณธาตุยา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธสมนนฺตรา อุปฺปชฺชติ มโนธาตุ, มโนธาตุยาปิ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธสมนนฺตรา อุปฺปชฺชติ จิตฺต’’นฺติ จกฺขุวิญฺญาณธาตานนฺตรํ มโนธาตุ วิย มโนธาตานนฺตรมฺปิ อุปฺปชฺชติ จิตฺตนฺติ ยาว อญฺญา มโนธาตุ อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตาว ปวตฺตํ สพฺพํ จิตฺตํ เอกตฺเตน คเหตฺวา วุตฺตนฺติ เอวมฺปิ อตฺโถ ลพฺภติ. เอวญฺหิ สติ มโนวิญฺญาณธาตานนฺตรํ อุปฺปนฺนาย มโนธาตุยา มโนวิญฺญาณธาตุภาวปฺปสงฺโค น โหติเยว. ปญฺจวิญฺญาณธาตุมโนธาตุกฺกมนิทสฺสนญฺหิ ตพฺพิธุรสภาเวน อุปฺปตฺติฏฺฐาเนน จ ปริจฺฉินฺนสฺส จิตฺตสฺส มโนวิญฺญาณธาตุภาวทสฺสนตฺถํ, น อนนฺตรุปฺปตฺติมตฺเตนาติ ตพฺพิธุรสภาเว เอกตฺตํ อุปเนตฺวา ทสฺสนํ ยุชฺชติ. อนุปนีเตปิ เอกตฺเต ตพฺพิธุรสภาเว เอกสฺมึ ทสฺสิเต สามญฺญวเสน อญฺญมฺปิ สพฺพํ ตํ สภาวํ ทสฺสิตํ โหตีติ ทฏฺฐพฺพํ. ปิ-สทฺเทน มโนวิญฺญาณธาตุสมฺปิณฺฑเน จ สติ ‘‘มโนวิญฺญาณธาตุยาปิ สมนนฺตรา อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ…เป… ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตู’’ติ มโนวิญฺญาณธาตุคฺคหเณน ภวงฺคานนฺตรํ อุปฺปนฺนํ มโนธาตุจิตฺตํ นิวตฺติตํ โหตีติ เจ? น, ตสฺสา มโนวิญฺญาณธาตุภาวาสิทฺธิโต. น หิ ยํ โจทียติ, ตเทว ปริหาราย โหตีติ.
มโนธาตุยาปิ มโนวิญฺญาณธาตุยาปีติ มนทฺวยวจเนน ทฺวินฺนํ อญฺญมญฺญวิธุรสภาวตา ทสฺสิตาติ เตเนว มโนธาตาวชฺชนสฺส มโนวิญฺญาณธาตุภาโว นิวตฺติโตติ ทฏฺฐพฺโพ. วุตฺโต หิ ตสฺส มโนวิญฺญาณธาตุวิธุโร มโนธาตุสภาโว ‘‘สพฺพธมฺเมสุ วา ปน ปฐมสมนฺนาหาโร อุปฺปชฺชตี’’ติอาทินา. สา สพฺพาปีติ เอตํ มุขมตฺตนิทสฺสนํ. น หิ ชวนปริโยสานา เอว มโนวิญฺญาณธาตุ, ตทารมฺมณาทีนิปิ ปน โหนฺติเยวาติ. เอวํ ปญฺจวิญฺญาณธาตุมโนธาตุวิสิฏฺฐสภาววเสน สพฺพํ มโนวิญฺญาณธาตุํ ทสฺเสตฺวา ปุน มโนทฺวารวเสน สาติสยํ ชวนมโนวิญฺญาณธาตุํ ทสฺเสนฺโต ‘‘มนญฺจ ปฏิจฺจา’’ติอาทิมาห. ยทิ ปน ฉนฺนํ ทฺวารานํ วเสน ชวนาวสานาเนว จิตฺตานิ อิธ ‘‘มโนวิญฺญาณธาตู’’ติ ทสฺสิตานีติ อยมตฺโถ คเยฺหยฺย, จุติปฏิสนฺธิภวงฺคานํ อคฺคหิตตฺตา สาวเสสา เทสนา อาปชฺชติ, ตสฺมา ยถาวุตฺเตน นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ฉทฺวาริกจิตฺเตหิ วา สมานลกฺขณานิ อญฺญานิปิ ‘‘มโนวิญฺญาณธาตู’’ติ ทสฺสิตานีติ เวทิตพฺพานิ.
ปฏิจฺจาติ อาคตฏฺฐาเนติ เอตฺถ ‘‘มโน จ เนสํ โคจรวิสยํ ปจฺจนุโภตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๔๕๕) วิสุํ กาตุํ ยุตฺตํ, อิธ ปน ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจา’’ติอาทีสุ จ-สทฺเทน สมฺปิณฺเฑตฺวา อาวชฺชนสฺสปิ จกฺขาทิสนฺนิสฺสิตตากรณํ วิย มนญฺจ ปฏิจฺจาติ อาคตฏฺฐาเน มโนทฺวารสงฺขาตภวงฺคสนฺนิสฺสิตเมว อาวชฺชนํ กาตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย.
อภิธมฺมภาชนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.