๑. สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา
๑๕๒. วิเสสโตติ อายตน-สทฺทตฺโถ วิย อสาธารณโต จกฺขาทิสทฺทตฺถโตติ อตฺโถ. อสฺสาเทตีติ จกฺขติ-สทฺโท ‘‘มธุํ จกฺขติ พฺยญฺชนํ จกฺขตี’’ติ รสสายนตฺโถ อตฺถีติ ตสฺส วเสน อตฺถํ วทติ. ‘‘จกฺขุํ โข, มาคณฺฑิย, รูปารามํ รูปรตํ รูปสมฺมุทิต’’นฺติ (ม. นิ. ๒.๒๐๙) วจนโต จกฺขุ รูปํ อสฺสาเทติ. สติปิ โสตาทีนํ สทฺทารมฺมณาทิรติภาเว นิรุฬฺหตฺตา จกฺขุมฺหิเยว จกฺขุ-สทฺโท ปวตฺตติ ปทุมาทีสุ ปงฺกชาทิสทฺทา วิยาติ ทฏฺฐพฺพํ. วิภาเวติ จาติ สทฺทลกฺขณสิทฺธสฺส จกฺขติ-สทฺทสฺส วเสน อตฺถํ วทติ. จกฺขตีติ หิ อาจิกฺขติ, อภิพฺยตฺตํ วทตีติ อตฺโถ. นยนสฺส จ วทนฺตสฺส วิย สมวิสมวิภาวนเมว อาจิกฺขนนฺติ กตฺวา อาห ‘‘วิภาเวติ จาติ อตฺโถ’’ติ. อเนกตฺถตฺตา วา ธาตูนํ วิภาวนตฺถตา จกฺขุ-สทฺทสฺส ทฏฺฐพฺพา. รตฺตทุฏฺฐาทิกาเลสุ กกณฺฏกรูปํ วิย อุทฺทรูปํ วิย จ วณฺณวิการํ อาปชฺชมานํ รูปํ หทยงฺคตภาวํ รูปยติ รูปมิว ปกาสํ กโรติ, สวิคฺคหมิว กตฺวา ทสฺเสตีติ อตฺโถ. วิตฺถารณํ วา รูป-สทฺทสฺส อตฺโถ, วิตฺถารณญฺจ ปกาสนเมวาติ อาห ‘‘ปกาเสตี’’ติ. อเนกตฺถตฺตา วา ธาตูนํ ปกาสนตฺโถเยว รูป-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ, วณฺณวาจกสฺส รูป-สทฺทสฺส รูปยตีติ นิพฺพจนํ, รูปวาจกสฺส รุปฺปตีติ อยํ วิเสโส.
อุทาหรียตีติ วุจฺจตีติ-อตฺเถ วจนเมว คหิตํ สิยา, น จ วจน-สทฺโทเยว เอตฺถ สทฺโท, อถ โข สพฺโพปิ โสตวิญฺเญยฺโยติ สปฺปตีติ สเกหิ ปจฺจเยหิ สปฺปียติ โสตวิญฺเญยฺยภาวํ คมียตีติ อตฺโถ. สูจยตีติ อตฺตโน วตฺถุํ คนฺธวเสน อปากฏํ ‘‘อิทํ สุคนฺธํ ทุคฺคนฺธ’’นฺติ ปกาเสติ, ปฏิจฺฉนฺนํ วา ปุปฺผาทิวตฺถุํ ‘‘เอตฺถ ปุปฺผํ อตฺถิ จมฺปกาทิ, ผลมตฺถิ อมฺพาที’’ติ เปสุญฺญํ กโรนฺตํ วิย โหตีติ อตฺโถ. รสคฺคหณมูลกตฺตา อาหารชฺโฌหรณสฺส ชีวิตเหตุมฺหิ อาหารรเส นินฺนตาย ชีวิตํ อวฺหายตีติ ชิวฺหา วุตฺตา นิรุตฺติลกฺขเณน. กุจฺฉิตานํ สาสวธมฺมานํ อาโยติ วิเสเสน กาโย วุตฺโต อนุตฺตริยเหตุภาวํ อนาคจฺฉนฺเตสุ กามราคนิทานกมฺมชนิเตสุ กามราคสฺส จ วิเสสปจฺจเยสุ ฆานชิวฺหากาเยสุ กายสฺส วิเสสตรสาสวปจฺจยตฺตา. เตน หิ โผฏฺฐพฺพํ อสฺสาเทนฺตา สตฺตา เมถุนมฺปิ เสวนฺติ. อุปฺปตฺติเทโสติ อุปฺปตฺติการณนฺติ อตฺโถ. กายินฺทฺริยวตฺถุกา วา จตฺตาโร ขนฺธา พลวกามาสวาทิเหตุภาวโต วิเสเสน ‘‘สาสวา’’ติ วุตฺตา, เตสํ อุปฺปชฺชนฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. อตฺตโน ลกฺขณํ ธารยนฺตีติ เย วิเสสลกฺขเณน อายตนสทฺทปรา วตฺตพฺพา, เต จกฺขาทโย ตถา วุตฺตาติ อญฺเญ มโนโคจรภูตา ธมฺมา สามญฺญลกฺขเณเนว เอกายตนตฺตํ อุปเนตฺวา วุตฺตา. โอฬาริกวตฺถารมฺมณมนนสงฺขาเตหิ วิสยวิสยิภาเวหิ ปุริมานิ ปากฏานีติ ตถา อปากฏา จ อญฺเญ มโนโคจรา น อตฺตโน สภาวํ น ธาเรนฺตีติ อิมสฺสตฺถสฺส ทีปนตฺโถ ธมฺม-สทฺโทติ.
วายมนฺตีติ อตฺตโน กิจฺจํ กโรนฺติจฺเจว อตฺโถ. อิมสฺมิญฺจ อตฺเถ อายตนฺติ เอตฺถาติ อายตนนฺติ อธิกรณตฺโถ อายตน-สทฺโท, ทุติยตติเยสุ กตฺตุอตฺโถ. เต จาติ จิตฺตเจตสิกธมฺเม. เต หิ ตํตํทฺวารารมฺมเณสุ อายนฺติ อาคจฺฉนฺติ ปวตฺตนฺตีติ อายาติ. วิตฺถาเรนฺตีติ ปุพฺเพ อนุปฺปนฺนตฺตา ลีนานิ อปากฏานิ ปุพฺพนฺตโต อุทฺธํ ปสาเรนฺติ ปากฏานิ กโรนฺติ อุปฺปาเทนฺตีติ อตฺโถ.
รุฬฺหีวเสน อายตน-สทฺทสฺสตฺถํ วตฺตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ตํ นิสฺสิตตฺตาติ เอตฺถ มโน มโนวิญฺญาณาทีนํ จิตฺตเจตสิกานํ นิสฺสยปจฺจโย น โหตีติ ตสฺส เนสํ ทฺวารภาโว นิสฺสยภาโวติ ทฏฺฐพฺโพ. อตฺถโตติ วจนตฺถโต, น วจนียตฺถโต. วจนตฺโถ เหตฺถ วุตฺโต ‘‘จกฺขตี’’ติอาทินา, น วจนียตฺโถ ‘‘ยํ จกฺขุ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท’’ติอาทินา (ธ. ส. ๕๙๗) วิยาติ.
ตาวตฺวโตติ อนูนาธิกภาวํ ทสฺเสติ. ตตฺถ ทฺวาทสายตนวินิมุตฺตสฺส กสฺสจิ ธมฺมสฺส อภาวา อธิกภาวโต โจทนา นตฺถิ, สลกฺขณธารณํ ปน สพฺเพสํ สามญฺญลกฺขณนฺติ อูนโจทนา สมฺภวตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘จกฺขาทโยปิ หี’’ติอาทิ. อสาธารณนฺติ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อสาธารณํ. สติปิ อสาธารณารมฺมณภาเว จกฺขาทีนํ ทฺวารภาเวน คหิตตฺตา ธมฺมายตเน อคฺคหณํ ทฏฺฐพฺพํ. ทฺวารารมฺมณภาเวหิ วา อสาธารณตํ สนฺธาย ‘‘อสาธารณ’’นฺติ วุตฺตํ.
เยภุยฺยสหุปฺปตฺติอาทีหิ อุปฺปตฺติกฺกมาทิอยุตฺติ โยเชตพฺพา. อชฺฌตฺติเกสุ หีติ เอเตน อชฺฌตฺติกภาเวน วิสยิภาเวน จ อชฺฌตฺติกานํ ปฐมํ เทเสตพฺพตํ ทสฺเสติ. เตสุ หิ ปฐมํ เทเสตพฺเพสุ ปากฏตฺตา ปฐมตรํ จกฺขายตนํ เทสิตนฺติ. ตโต ฆานายตนาทีนีติ เอตฺถ พหูปการตฺตาภาเวน จกฺขุโสเตหิ ปุริมตรํ อเทเสตพฺพานิ สห วตฺตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา เอเกน กเมน เทเสตพฺพานีติ ฆานาทิกฺกเมน เทสิตานีติ อธิปฺปาโย. อญฺญถาปิ หิ เทสิเตสุ น น สกฺกา โจเทตุํ, น จ สกฺกา โสเธตพฺพานิ น เทเสตุนฺติ. โคจโร วิสโย เอตสฺสาติ โคจรวิสโย, มโน. กสฺส ปน โคจโร เอตสฺส วิสโยติ? จกฺขาทีนํ ปญฺจนฺนมฺปิ. วิญฺญาณุปฺปตฺติการณววตฺถานโตติ เอเตน จ จกฺขาทิอนนฺตรํ รูปาทิวจนสฺส การณมาห.
ปจฺจยเภโท กมฺมาทิเภโท. นิรยาทิโก อปทาทิคตินานากรณญฺจ คติเภโท. หตฺถิอสฺสาทิโก ขตฺติยาทิโก จ นิกายเภโท. ตํตํสตฺตสนฺตานเภโท ปุคฺคลเภโท. ยา จ จกฺขาทีนํ วตฺถูนํ อนนฺตเภทตา วุตฺตา, โสเยว หทยวตฺถุสฺส จ เภโท โหติ. ตโต มนายตนสฺส อนนฺตปฺปเภทตา โยเชตพฺพา ทุกฺขาปฏิปทาทิโต อารมฺมณาธิปติอาทิเภทโต จ. อิมสฺมึ สุตฺตนฺตภาชนีเย วิปสฺสนา วุตฺตาติ วิปสฺสนุปคมนญฺจ วิญฺญาณํ คเหตฺวา เอกาสีติเภทตา มนายตนสฺส วุตฺตา นิทฺเทสวเสน. นีลํ นีลสฺเสว สภาคํ, อญฺญํ วิสภาคํ, เอวํ กุสลสมุฏฺฐานาทิเภเทสุ โยเชตพฺพํ. เตภูมกธมฺมารมฺมณวเสนาติ ปุพฺเพ วุตฺตํ จกฺขาทิวชฺชํ ธมฺมารมฺมณํ สนฺธาย วุตฺตํ.
สปริปฺผนฺทกิริยาวเสน อีหนํ อีหา. จินฺตนวเสน พฺยาปารกรณํ พฺยาปาโร. ตตฺถ พฺยาปารํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘น หิ จกฺขุ รูปาทีนํ เอวํ โหตี’’ติ. อีหํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘น จ ตานี’’ติอาทิ. อุภยมฺปิ ปน อีหา จ โหติ พฺยาปาโร จาติ อุปฺปฏิปาฏิวจนํ. ธมฺมตาวาติ สภาโวว, การณสมตฺถตา วา. อีหาพฺยาปารรหิตานํ ทฺวาราทิภาโว ธมฺมตา. อิมสฺมิญฺจ อตฺเถ ยนฺติ เอตสฺส ยสฺมาติ อตฺโถ. ปุริมสฺมึ สมฺภวนวิเสสนํ ยํ-สทฺโท. ‘‘สุญฺโญ คาโมติ โข, ภิกฺขเว, ฉนฺเนตํ อชฺฌตฺติกานํ อายตนานํ อธิวจน’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๒๓๘) วจนโต สุญฺญคาโม วิย ทฏฺฐพฺพานิ. อนฺนปานสโมหิตนฺติ คหิเต สุญฺญคาเม ยญฺญเทว ภาชนํ ปรามสียติ, ตํ ตํ ริตฺตกํเยว ปรามสียติ, เอวํ ธุวาทิภาเวน คหิตานิ อุปปริกฺขิยมานานิ ริตฺตกาเนว เอตานิ ทิสฺสนฺตีติ. จกฺขาทิทฺวาเรสุ อภิชฺฌาโทมนสฺสุปฺปาทกภาเวน รูปาทีนิ จกฺขาทีนํ อภิฆาตกานีติ วุตฺตานิ. อหิสุสุมารปกฺขิกุกฺกุรสิงฺคาลมกฺกฏา ฉ ปาณกา. วิสมพิลากาสคามสุสานวนานิ เตสํ โคจรา. ตตฺถ วิสมาทิอชฺฌาสเยหิ จกฺขาทีหิ วิสมภาวพิลากาสคามสุสานสนฺนิสฺสิตสทิสุปาทินฺนธมฺมวนภาเวหิ อภิรมิตตฺตา รูปาทีนมฺปิ วิสมาทิสทิสตา โยเชตพฺพา.
หุตฺวา อภาวฏฺเฐนาติ อิทํ อิตเรสํ จตุนฺนํ อาการานํ สงฺคหกตฺตา วิสุํ วุตฺตํ. หุตฺวา อภาวากาโร เอว หิ อุปฺปาทวยตฺตาการาทโยติ. ตตฺถ หุตฺวาติ เอเตน ปุริมนฺตวิวิตฺตตาปุพฺพกํ มชฺเฌ วิชฺชมานตํ ทสฺเสติ, ตํ วตฺวา อภาววจเนน มชฺเฌ วิชฺชมานตาปุพฺพกํ, อปรนฺเต อวิชฺชมานตํ, อุภเยนปิ สทา อภาโว อนิจฺจลกฺขณนฺติ ทสฺเสติ. สภาววิชหนํ วิปริณาโม, ชราภงฺเคหิ วา ปริวตฺตนํ, สนฺตานวิการาปตฺติ วา. สทา อภาเวปิ จิรฏฺฐานํ สิยาติ ตํนิวารณตฺถํ ‘‘ตาวกาลิกโต’’ติ อาห. อุปฺปาทวยญฺญถตฺตรหิตํ นิจฺจํ, น อิตรถาติ นิจฺจปฏิกฺเขปโต อนิจฺจํ, นิจฺจปฏิปกฺขโตติ อธิปฺปาโย.
ชาติธมฺมตาทีหิ อนิฏฺฐตา ปฏิปีฬนํ. ปฏิปีฬนฏฺเฐนาติ จ ยสฺส ตํ ปวตฺตติ, ตํ ปุคฺคลํ ปฏิปีฬนโต, สยํ วา ชราทีหิ ปฏิปีฬนตฺตาติ อตฺโถ. ปริตฺตฏฺฐิติกสฺสปิ อตฺตโน วิชฺชมานกฺขเณ อุปฺปาทาทีหิ อภิณฺหํ สมฺปฏิปีฬนตฺตา ‘‘อภิณฺหสมฺปฏิปีฬนโต’’ติ ปุริมํ สามญฺญลกฺขณํ วิเสเสตฺวา วทติ, ปุคฺคลสฺส ปีฬนโต ทุกฺขมํ. สุขปฏิปกฺขภาวโต ทุกฺขํ สุขํ ปฏิกฺขิปติ นิวาเรติ, ทุกฺขวจนํ วา อตฺถโต สุขํ ปฏิกฺขิปตีติ อาห ‘‘สุขปฏิกฺเขปโต’’ติ.
นตฺถิ เอตสฺส วสวตฺตนโก, นาปิ อิทํ วสวตฺตนกนฺติ อวสวตฺตนกํ, อตฺตโน ปรสฺมึ ปรสฺส จ อตฺตนิ วสวตฺตนภาโว วา วสวตฺตนกํ, ตํ เอตสฺส นตฺถีติ อวสวตฺตนกํ, อวสวตฺตนกสฺส อวสวตฺตนโก วา อตฺโถ สภาโว อวสวตฺตนกฏฺโฐ, อิทญฺจ สามญฺญลกฺขณํ. เตนาติ ปรสฺส อตฺตนิ วสวตฺตนากาเรน สุญฺญํ. อิมสฺมิญฺจ อตฺเถ สุญฺญโตติ เอตสฺเสว วิเสสนํ ‘‘อสฺสามิกโต’’ติ. อถ วา ‘‘ยสฺมา วา เอตํ…เป… มา ปาปุณาตู’’ติ เอวํ จินฺตยมานสฺส กสฺสจิ ตีสุ ฐาเนสุ วสวตฺตนภาโว นตฺถิ, สุญฺญํ ตํ เตน อตฺตโนเยว วสวตฺตนากาเรนาติ อตฺโถ. น อิทํ กสฺสจิ กามการิยํ, นาปิ เอตสฺส กิญฺจิ กามการิยํ อตฺถีติ อกามการิยํ. เอเตน อวสวตฺตนตฺถํ วิเสเสตฺวา ทสฺเสติ.
วิภวคติ วินาสคมนํ. สนฺตติยํ ภวนฺตรุปฺปตฺติเยว ภวสงฺกนฺติคมนํ. สนฺตติยา ยถาปวตฺตาการวิชหนํ ปกติภาววิชหนํ. ‘‘จกฺขุ อนิจฺจ’’นฺติ วุตฺเต จกฺขุอนิจฺจ-สทฺทานํ เอกตฺถตฺตา อนิจฺจานํ เสสธมฺมานมฺปิ จกฺขุภาโว อาปชฺชตีติ เอติสฺสา โจทนาย นิวารณตฺถํ วิเสสสามญฺญลกฺขณวาจกานญฺจ สทฺทานํ เอกเทสสมุทายโพธนวิเสสํ ทีเปตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห.
กึ ทสฺสิตนฺติ วิปสฺสนาจารํ กเถนฺเตน กึ ลกฺขณํ ทสฺสิตนฺติ อธิปฺปาโย. ‘‘กตมา จานนฺท, อนตฺตสญฺญา? อิธานนฺท, ภิกฺขุ อรญฺญคโต วา รุกฺขมูลคโต วา สุญฺญาคารคโต วา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ‘จกฺขุ อนตฺตา’ติ…เป… ‘ธมฺมา อนตฺตา’ติ. อิติ อิเมสุ ฉสุ อชฺฌตฺติกพาหิเรสุ อายตเนสุ อนตฺตานุปสฺสี วิหรตี’’ติ (อ. นิ. ๑๐.๖๐) อวิเสเสสุ อายตเนสุ อนตฺตานุปสฺสนา วุตฺตาติ การณภูตานํ จกฺขาทีนํ, ผลภูตานญฺจ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ การณผลมตฺตตาย อนตฺตตาย อนตฺตลกฺขณวิภาวนตฺถาย อายตนเทสนาติ อาห ‘‘ทฺวาทสนฺนํ…เป… อนตฺตลกฺขณ’’นฺติ. ยทิปิ อนิจฺจทุกฺขลกฺขณานิ เอตฺถ ทสฺสิตานิ, เตหิ จ อนตฺตลกฺขณเมว วิเสเสน ทสฺสิตนฺติ อธิปฺปาโย. เวติ จาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท สมาปนตฺโถ. อิจฺจสฺสาติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท ยถาสมาปิตสฺส อาโรเปตพฺพโทสสฺส นิทสฺสนตฺโถ. เอวนฺติ ‘‘จกฺขุ อตฺตา’’ติ เอวํ วาเท สตีติ อตฺโถ. อิจฺจสฺสาติ วา อิติ-สทฺโท ‘‘อิติ วทนฺตสฺสา’’ติ ปรวาทิสฺส โทสลกฺขณาการนิทสฺสนตฺโถ. เอวนฺติ โทสคมนปฺปการนิทสฺสนตฺโถ. รูเป อตฺตนิ ‘‘เอวํ เม รูปํ โหตู’’ติ อตฺตนิเย วิย สามินิทฺเทสาปตฺตีติ เจ? น, ‘‘มม อตฺตา’’ติ คหิตตฺตา. ‘‘มม อตฺตา’’ติ หิ คหิตํ รูปํ วสวตฺติตาย ‘‘เอวํ เม โหตู’’ติ อิจฺฉิยมานญฺจ ตเถว ภเวยฺย, อิจฺฉโตปิ หิ ตสฺส รูปสงฺขาโต อตฺตา อวสวตฺติ จาติ. อาพาธายาติ เอวํ ทุกฺเขน. ปญฺญาปนนฺติ ปเรสํ ญาปนํ. อนตฺตลกฺขณปญฺญาปนสฺส อญฺเญสํ อวิสยตฺตา อนตฺตลกฺขณทีปกานํ อนิจฺจทุกฺขลกฺขณานญฺจ ปญฺญาปนสฺส อวิสยตา ทสฺสิตา โหติ.
เอวํ ปน ทุปฺปญฺญาปนตา เอเตสํ ทุรูปฏฺฐานตาย โหตีติ เตสํ อนุปฏฺฐหนการณํ ปุจฺฉนฺโต อาห ‘‘อิมานิ ปนา’’ติอาทิ. ฐานาทีสุ นิรนฺตรํ ปวตฺตมานสฺส เหฏฺฐา วุตฺตสฺส อภิณฺหสมฺปฏิปีฬนสฺส. ธาตุมตฺตตาย จกฺขาทีนํ สมูหโต วินิพฺภุชฺชนํ นานาธาตุวินิพฺโภโค. ฆเนนาติ จตฺตาริปิ ฆนานิ ฆนภาเวน เอกตฺตํ อุปเนตฺวา วทติ. ปญฺญาเยว สนฺตติวิโกปนาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยาถาวสรสโตติ อวิปรีตสภาวโต. สภาโว หิ รสิยมาโน อวิรทฺธปฏิเวเธน อสฺสาทิยมาโน ‘‘รโส’’ติ วุจฺจติ. อนิจฺจาทีหิ อนิจฺจลกฺขณาทีนํ อญฺญตฺถ วจนํ รุปฺปนาทิวเสน ปวตฺตรูปาทิคฺคหณโต วิสิฏฺฐสฺส อนิจฺจาทิคฺคหณสฺส สพฺภาวา. น หิ นามรูปปริจฺเฉทมตฺเตน กิจฺจสิทฺธิ โหติ, อนิจฺจาทโย จ รูปาทีนํ อาการา ทฏฺฐพฺพา. เต ปนาการา ปรมตฺถโต อวิชฺชมานา รูปาทีนํ อาการมตฺตาเยวาติ กตฺวา อฏฺฐสาลินิยํ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๓๕๐) ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาย ขนฺธารมฺมณตา วุตฺตาติ อธิปฺปายมตฺเต ฐาตุํ ยุตฺตํ, นาติธาวิตุํ. ‘‘อนิจฺจ’’นฺติ จ คณฺหนฺโต ‘‘ทุกฺขํ อนตฺตา’’ติ น คณฺหาติ, ตถา ทุกฺขาทิคฺคหเณ อิตรสฺสาคหณํ. อนิจฺจาทิคฺคหณานิ จ นิจฺจสญฺญาทินิวตฺตนกานิ สทฺธาสมาธิปญฺญินฺทฺริยาธิกานิ ติวิธวิโมกฺขมุขภูตานิ. ตสฺมา เอเตสํ อาการานํ ปริคฺคยฺหมานานํ อญฺญมญฺญํ วิเสโส จ อตฺถีติ ตีณิ ลกฺขณานิ วุตฺตานิ.
สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.