๒. เหตุจตุกฺกวณฺณนา

๒๔๔. อภาวโตติ ภาวาภาวโต. ยญฺหิ ชาติกฺขณมตฺเตเยว ภวติ, น ตโต ปรํ, ตํ ชาติยา อวิคตปจฺจโย สิยา อวิคตปจฺจยนิยมสพฺภาวโต. ภโว ปน ยสฺมา ชาติกฺขณโต ปรมฺปิ ภวติ, ตสฺมา น โส ตสฺสา อวิคตปจฺจโย โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ตโต อุทฺธํ ภาวโตติ อตฺโถ’’ติ. ภเวติ ภวปเท, ภเว วา นิปฺผาเทตพฺเพ. เอส นโย ชาติอาทีสูติ เอตฺถาปิ. ‘‘ยถา ปนา’’ติอาทินา ‘‘อวิคตปจฺจยสฺส อภาวโต, นิยมาภาวโต จา’’ติ วุตฺตานํ เหตูนํ วุตฺตนเยน อพฺยาปิภาววิภาวเนน อการณตํ ทสฺเสติ อยาวภาวิโน ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส, ปจฺจยธมฺมสฺส จ อวิคตปจฺจยภาวทสฺสนโต. สงฺขารกฺขนฺเธติอาทิ มคฺคโสธนวเสน วุตฺตํ. ตสฺส ปริหารํ สยเมว วทติ. โส ขโณ เอตสฺส อตฺถีติ ตงฺขณิโก, น ตงฺขณิโก อตงฺขณิโก, ตสฺส สพฺภาวา, อยาวภาวิกสพฺภาวาติ อตฺโถ. ยถา ปน เหตู โหนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺขตลกฺขณานํ ปนา’’ติอาทิมาห.

เอวนฺติ เอวํ ยถาวุตฺตนเย สติ, เอวํ สนฺเตติ อตฺโถ. ‘‘น หิ…เป… อตฺถี’’ติ อิมินา ชาติอาทีนํ อวิคตปจฺจยวเสน ปจฺจยุปฺปนฺนภาโว วิย ปจฺจยภาโวปิ นตฺถีติ ทสฺเสติ. ตตฺถ การณมาห ‘‘อสภาวธมฺมตฺตา’’ติ.

กถํ ปน อสภาวธมฺมานํ ชาติอาทีนํ ปจฺจยุปฺปนฺนตา, ปจฺจยตา จาติ อาห ‘‘ชายมานานํ ปนา’’ติอาทิ. ตสฺสาติ ชาติชรามรณสฺส. วตฺตพฺพปเทโสติ ‘‘ฐเปตฺวา’’ติ วตฺตพฺพปเทโส. โก ปน โสติ? ยถาวุตฺตํ นามํ, นามรูปญฺจ สงฺขารกฺขนฺเธน รูปกฺขนฺเธน จ ชรามรณานํ สงฺคหิตตฺตา. ‘‘โย ภโว ชาติยา ปจฺจโย’’ติ เอเตน ภวสงฺคหิตานิปิ ชาติอาทีนิ ชาติยา อปฺปจฺจยตฺตา เอว ‘‘ฐเปตฺวา’’ติ น วุตฺตานีติ ทสฺเสติ, ปจฺจยภาวาสงฺกา เอว เนสํ ตสฺสา นตฺถีติ อธิปฺปาโย. เตเนว ฐเปตพฺพคเหตพฺพวิเสเส สตีติ สาสงฺกํ วทติ.

เหตุจตุกฺกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.