๖. ปฏิจฺจสมุปฺปาทวิภงฺโค
๑. สุตฺตนฺตภาชนียํ
อุทฺเทสวารวณฺณนา
๒๒๕. ‘‘วุตฺตตฺตา’’ติ อิทํ นิสฺสกฺกํ กึ ลกฺขณํ? เหตุลกฺขณํ. ยทิ เอวํ ตํเหตุโก วิภชฺชวาทิภาโว อาปชฺชติ. น หิ โมคฺคลิปุตฺตติสฺสตฺเถเรน วุตฺตตฺตา พุทฺธสาวกา วิภชฺชวาทิโน อเหสุนฺติ? นยิทเมวํ. ติวิโธ หิ เหตุ ญาปโก, การโก, สมฺปาปโกติ. เตสุ ญาปกเหตุ อิธาธิปฺเปโต, ตสฺมา เตน มหาเถเรน ‘‘กึ วาที, ภนฺเต, สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ ปุฏฺเฐน ‘‘วิภชฺชวาที, มหาราชา’’ติ ตทา วุตฺตวจเนน ญายติ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสาวกา วิภชฺชวาทิโน’’ติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ กึ…เป… วุตฺตตฺตา…เป… วิภชฺชวาทิโน’’ติ. ‘‘อหญฺหิ, พฺราหฺมณ, วินยาย ธมฺมํ เทเสมิ ราคสฺสา’’ติอาทึ วตฺวา ‘‘โน จ โข ยํ ตฺวํ สนฺธาย วเทสี’’ติอาทินา (ปารา. ๕-๙) เวรญฺชพฺราหฺมณสฺส ภควตา เวนยิกาทิภาโว วิภชฺช วุตฺโตติ ตํ อนุวทนฺตา สาวกาปิ ตถา วทนฺตีติ อาห ‘‘เต หิ เวนยิกาทิภาวํ วิภชฺช วทนฺตี’’ติ. จีวราทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน โสมนสฺสาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตานิปิ หิ เสวิตพฺพาเสวิตพฺพภาเวน วิภชฺช วุตฺตานิ. วิภชฺชวาทิปริสา วิภชฺชวาทิมณฺฑลนฺติ เอตสฺมึ อตฺเถ ยถา ตํ โอติณฺโณ นาม โหติ, ตํทสฺสนตฺถํ ‘‘อาจริเย อนพฺภาจิกฺขนฺเตนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สกสมยาโวกฺกมาทิ หิ ปรมตฺถโต ตโทตาโร. ‘‘อสํกิลิฏฺฐาปิ อวิชฺชา อตฺถิ อมคฺควชฺฌา, ยาย นิวุตา ขีณาสวาปิ นามโคตฺตาทีสุ เอกจฺจํ น ชานนฺติ, สา กุสลจิตฺตุปฺปาเทสุปิ ปวตฺตตี’’ติ นิกายนฺตริยา. ตํ สนฺธายาห ‘‘อวิชฺชา ปุญฺญาเนญฺชาภิสงฺขารานํ เหตุปจฺจโย โหตีติอาทึ วทนฺโต’’ติ. อุปลกฺขณเญฺหตํ สหชาตโกฏิยา. อาทิ-สทฺเทน อกุสลจิตฺเตนปิ ญาณํ อุปฺปชฺชติ, ยา สํกิลิฏฺฐา ปญฺญาติ, อเจตสิกํ สีลํ, อวิญฺญตฺติสงฺขาตํ รูปภาวํ ทุสฺสิลฺยนฺติ เอวมาทึ สงฺคณฺหาติ. ปรสมยายูหนํ ปรสมเย พฺยาปาราปตฺติยา. โย ตตฺถ สกสมเยน วิรุทฺโธ อตฺโถ, ตสฺส วา ทีปเนน สิยา, ปรสมเย วาทาโรปเนน วา. เตสุ ปุริมํ ‘‘อาจริเย อนพฺภาจิกฺขนฺเตนา’’ติ อิมินา อปนีตนฺติ อิตรํ ทสฺเสติ ‘‘ปรสมยํ…เป… อนายูหนฺเตนา’’ติ. อสมฺปิณฺเฑนฺเตนาติ อุปจยตฺถํ สนฺธาย วทนฺติ. อายูหน-สทฺโท ปน อุปจยตฺโถ น โหตีติ เกจิวาโท น สารโต คเหตพฺโพ.
ตพฺพิปริยาเยนาติ ยถาวินยํ อวฏฺฐาเนน. สาวชฺชสฺส อนวชฺชตาทีปนาทินา กมฺมนฺตรํ ภินฺทนฺโต วินาเสนฺโต, อาโลเฬนฺโต วา ธมฺมตํ ธมฺมสภาวํ วิโลเมติ วิปรีตโต ทหติ. มหาปเทเสติ มหาอปเทเส, พุทฺธาทโย มหนฺเต มหนฺเต อปทิสิตฺวา วุตฺตานิ มหาการณานิ. มหาปเทเสติ วา มหาโอกาเส, มหนฺตานิ ธมฺมสฺส ปติฏฺฐานฏฺฐานานีติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – อปทิสียตีติ อปเทโส, พุทฺโธ อปเทโส เอตสฺสาติ พุทฺธาปเทโส. เอส นโย เสเสสุปิ. อตฺถโต จายํ มหาปเทโส ‘‘สมฺมุขา เมตํ ภควโต สุต’’นฺติอาทินา เกนจิ อาภตสฺส ‘‘ธมฺโม’’ติ วา ‘‘อธมฺโม’’ติ วา วินิจฺฉยเน การณํ. กึ ปน ตนฺติ? ตสฺส ยถาภตสฺส สุตฺโตตรณาทิ เอว. ยทิ เอวํ กถํ จตฺตาโรติ? ธมฺมสฺส เทฺว สมฺปทาโย ภควา, สาวกา จ. เตสุ สาวกา สงฺฆคณปุคฺคลวเสน ติวิธา. เอวํ ‘‘อมุมฺหา มยา อยํ ธมฺโม ปฏิคฺคหิโต’’ติ อปทิสิตพฺพานํ เภเทน จตฺตาโร. เตนาห ‘‘สมฺมุขา เมตํ ภควโต สุต’’นฺติอาทิ. เนตฺติยมฺปิ วุตฺตํ ‘‘พุทฺธาปเทโส สงฺฆาปเทโส สมฺพหุลตฺเถราปเทโส เอกตฺเถราปเทโส’’ติ.
สุตฺตสุตฺตานุโลมอาจริยวาทอตฺตโนมติมหาปเทเสติ เอตฺถ ติสฺโส สงฺคีติโย อารุฬฺหานิ ตีณิ ปิฏกานิ อตฺถสูจนาทิอตฺเถน สุตฺตํ. ยถาวุตฺตสฺส สุตฺตสฺส อนุโลมโต ยถาวุตฺตา เอว จตฺตาโร มหาปเทสา สุตฺตานุโลมํ. ปาฬิยา อตฺถคาหเณน ธมฺมตายํ ปติฏฺฐาปนโต อฏฺฐกถา อาจริยวาโท. นยคฺคาเหน อนุพุทฺธิยา อตฺตโน ปฏิภานํ อตฺตโนมติ. เอตฺถ จ สุตฺตอาจริยวาทอตฺตโนมตีนมฺปิ เกนจิ อาภตสฺส ธมฺมาธมฺมาทิภาววินิจฺฉยเน การณภาวสภาวโต มหาปเทสตา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. สนฺติฏฺฐติ อปฺปฏิพาหนฺโต, อวิโลเมนฺโต จ. ตพฺพิปริยาเยน อติธาวติ. เอกสฺส ปทสฺส เอเกน ปกาเรน อตฺถํ วตฺวา ตสฺเสว ปุน ปการนฺตเรน อตฺถํ วทนฺโต วา อปเรหิ ปริยาเยหิ นิทฺทิสติ นาม ยถา ‘‘อวิชฺชา ทุกฺขสจฺจสฺส ยาถาวสรสลกฺขณํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น เทตี’’ติอาทึ วตฺวา ปุน ‘‘อยํ อวิชฺชา ทุกฺขาทีสุ อญฺญาณ’’นฺติ วุตฺตาปิ ‘‘ทุกฺขสจฺจสฺส เอกเทโส โหตี’’ติอาทิวจนํ. อถ วา เหตุภาเวน วุตฺตสฺส อตฺถสฺส ปุน ผลภาเวน วจนํ ตเมวตฺถํ ปุนราวตฺเตตฺวา นิทฺทิสนํ ยถา ‘‘วิญฺญาณปจฺจยา นามรูป’’นฺติ วตฺวา ปุน ‘‘นามรูปปจฺจยา สฬายตน’’นฺติ วจนํ. อถ วา ‘‘สพฺพเมตํ ภวจกฺกํ กมฺมญฺเจว วิปาโก จ. กิเลสกมฺมวิปากวเสน ติวิธ’’นฺติ จ อาทินา วุตฺตสฺเสวตฺถสฺส ทุวิธติวิธาทิวิภาคทสฺสนํ ตเมวตฺถํ ปุนราวตฺเตตฺวา นิทฺทิสนนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
สตฺตโวหาโรติ ‘‘สตฺโต’’ติ สมญฺญา. เย หิ ธมฺเม สมูหภูเต สนฺตานวเสน วตฺตมาเน อุปาทาย สตฺตปญฺญตฺติ, ตสฺสา ตโต อญฺญถานาญฺญถาอจฺจนฺตาภาวสงฺขาเต อนฺเต อนุปคมฺม ยาถาวโต สงฺคหณํ, โพธนญฺจ ธมฺมตายํ อกุสลสฺส ทุกฺกรํ ทุรภิสมฺภวนฺติ. อวิชฺชาทิกสฺส ปจฺจยธมฺมสฺส สงฺขาราทิปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมํ ปติ เหตุอาทินา ปจฺจเยน ปจฺจยภาโว ปจฺจยากาโร, ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ อตฺโถ.
วุตฺตนเยนาติ ‘‘อาจริเย อนพฺภาจิกฺขนฺเตนา’’ติอาทินา วุตฺตนเยน. กามญฺเจตฺถ สพฺพาปิ อตฺถวณฺณนา อิมินาว นเยน กาตพฺพา, ปฏิจฺจสมุปฺปาทวณฺณนาย ปน ครุตรภาวํ ทสฺเสนฺโต เอวํ วทติ.
ปาฬิธมฺมนฺติ เตปิฏกพุทฺธวจนํ. ปฏิจฺจสมุปฺปาทนฺติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทปาฬึ.
อตฺถํ กตฺวาติ หิตํ กตฺวา. ยถายํ หิตาวโห โหติ, เอวํ กตฺวา. อฏฺฐึ กตฺวาติ วา อตฺตานํ อตฺถิกํ กตฺวา. สุตจินฺตามยาทึ ญาณวิเสสํ. ตทงฺควิกฺขมฺภนาทินา กิเลสกฺขยวิเสสํ.
ภวาทีสุ อาทีนวปฺปฏิจฺฉาทนโต, พลวูปนิสฺสยโต, กมฺมสฺส วิเสสเหตุภาวโต จ วฏฺฏสฺส มูลการณํ อวิชฺชา. วิปากวฏฺฏนิมิตฺตสฺส กมฺมวฏฺฏสฺส การณภูตมฺปิ กิเลสวฏฺฏํ อวิชฺชามูลกนฺติ ทสฺสนตฺถํ อวิชฺชา อาทิโต วุตฺตา. ตณฺหาปิ หิ อวิชฺชาย ปฏิจฺฉาทิตาทีนเว เอว วิสเย อสฺสาทานุปสฺสิโน ปวตฺตติ, น อญฺญถา. มูลาทิทสฺสนสามญฺญญฺจาติ วลฺลิยา มูลมชฺฌปริโยสานสฺส ทสฺสเนน ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส ตํทสฺสนสามญฺญญฺจ โยเชตพฺพํ, สมนฺตจกฺขุนา สพฺพสฺส ทิฏฺฐตฺเตปิ เทสนากาเล เทสนาญาณจกฺขุนา โพเธตพฺพตาวเสน เอกเทสทสฺสนสฺส อธิปฺเปตตฺตา.
ทิฏฺฐิสหิตาย มานสหิตาย วา ตณฺหาย ‘‘อห’’นฺติ, อิตราย ‘‘มม’’นฺติ อภิวทโต. ‘‘อภินนฺทนโต’’ติ หิ อิมินา สปฺปีติกาย ตณฺหาย ปวตฺติ ทสฺสิตา. ‘‘อภิวทโต’’ติ อิมินา ตโต พลวตราย ทิฏฺฐิสหิตาย มานสหิตาย วา. ‘‘อชฺโฌสาย ติฏฺฐโต’’ติ อิมินา ปน ตโตปิ พลวตมาย ทิฏฺฐิสหิตาย, เกวลาย วา ตณฺหาย ปวตฺติ ทสฺสิตา. คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐาเปตฺวา ฐานญฺหิ อชฺโฌสานํ. ตปฺปจฺจยนฺติ ตณฺหาปจฺจยํ. กถํ ปน นนฺทิวจเนน จตุพฺพิธมฺปิ อุปาทานํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘นนฺทิตา’’ติอาทิ. ตตฺถ นนฺทิตาตทวิปฺปโยคตาหีติ นนฺทิภาเวน สภาวโต ตณฺหุปาทานํ, ตาย นนฺทิยา ตณฺหาย อวิปฺปโยเคน อวินาภาเวน ทิฏฺฐุปาทานํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘ทิฏฺฐาภินนฺทนภาเวนา’’ติ อิมินา ทิฏฺฐิยาปิ นนฺทิภาวมาห.
ปฏิสนฺธิปวตฺติผสฺสาทโยติ ปฏิสนฺธิยํ ปวตฺเต จ อุปฺปนฺนผสฺสมโนสญฺเจตนาวิญฺญาณานิ. ‘‘วิปากวฏฺฏภูเต’’ติ จ อิทํ ปวตฺตวิเสสนํ ทฏฺฐพฺพํ. วฏฺฏูปตฺถมฺภกาติ วฏฺฏตฺตยูปนิสฺสยา. อิตเรติ อกมฺมชา. ตสฺมินฺติ ยถาวุตฺเต อาหารจตุกฺเก. วตฺตุํ วฏฺฏนฺตีติ ตณฺหานิทานูปนิสฺสยโต ‘‘ตณฺหานิทานา’’ติ วตฺตุํ ยุชฺชนฺติ.
ยถา อริยมคฺโค อนฺตทฺวยวชฺชิตมชฺฌิมปฏิปทาภาวโต ‘‘ญาโย’’ติ วุจฺจติ, เอวํ ปฏิจฺจสมุปฺปาโทปีติ อาห ‘‘ญาโยติ มคฺโค, โสเยว วา ปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติ. อตฺตโน ปฏิเวธาย สํวตฺตติ อสมฺโมหปฏิเวเธน ปฏิวิชฺฌิตพฺพตฺตา. สํวตฺตตีติ จ นิมิตฺตสฺส กตฺตูปจารวเสเนตํ วุตฺตํ ยถา ‘‘อริยภาวกรานิ สจฺจานิ อริยสจฺจานี’’ติ. ปกติอาทโย เหฏฺฐา สจฺจวิภงฺเค เหตุวิปฺปฏิปตฺติกถายํ ทสฺสิตา เอว. อการณํ ‘‘การณ’’นฺติ คณฺหนฺติ ยถา กาปิลาทโย. น กิญฺจิ การณํ พุชฺฌนฺติ ยถา ตํ อญฺเญ พาลปุถุชฺชนา. อิตราสนฺติ มชฺฌโต ปฏฺฐาย ยาว ปริโยสานา เทสนาทีนํ ติสฺสนฺนํ. ตทตฺถตาสมฺภเวปีติ ยถาสเกหิ การเณหิ ปวตฺติทสฺสนตฺถตาสมฺภเวปิ. อตฺถนฺตรสพฺภาวโตติ ปโยชนนฺตรสพฺภาวโต. วุตฺตานิ หิ อฏฺฐกถายํ (วิภ. อฏฺฐ. ๒๒๕) ‘‘ชรามรณาทิกสฺส ทุกฺขสฺส อตฺตนา อธิคตการณสนฺทสฺสนตฺถํ. อาหารนิทานววตฺถาปนานุสาเรน ยาว อตีตํ อทฺธานํ อติหริตฺวา ปุน อตีตทฺธโต ปภุติ เหตุผลปฏิปาฏิสนฺทสฺสนตฺถํ. อนาคตทฺธเหตุสมุฏฺฐานโต ปภุติ อนาคตทฺธสนฺทสฺสนตฺถ’’นฺติ ติสฺสนฺนํ ยถากฺกมํ ตีณิ ปโยชนานิ.
ตํตํผลปฏิเวโธติ ชาติอาทีนํ ชรามรณาทิตํตํผลาวคโม. อนุวิโลกยโตติ ปุริเม วิกปฺเป วิปสฺสนานิมิตฺตํ อนุวิโลกนํ, ทุติเย เทสนานิมิตฺตํ. กามุปาทานภูตา ตณฺหา มโนสญฺเจตนาหารสงฺขาตสฺส ภวสฺส, ตํสมฺปยุตฺตานํ, ตนฺนิมิตฺตานญฺจ เสสาหารานํ วิเสสปจฺจโย โหตีติ อาห ‘‘อาหารตณฺหาทโย ปจฺจุปฺปนฺนทฺธา’’ติ. อาทิ-สทฺเทน ยาว วิญฺญาณํ คเหตพฺพํ. อาหารตณฺหาทโยติ เอตฺถ ปจฺจุปฺปนฺนกมฺมวฏฺฏปริยาปนฺเน อาหาเร คเหตฺวา อทฺธโยชนํ กตฺวา อนาคตวิปากวฏฺฏปริยาปนฺเน คเหตฺวา โยเชตุํ วุตฺตํ ‘‘อาหารา วา ตณฺหาย ปภาเวตพฺพา อนาคโต อทฺธา’’ติ. ปภาเวตพฺพาติ อายตึ อุปฺปาเทตพฺพา. ยุชฺชตีติ ผลภูเต อาหาเร ปจฺจุปฺปนฺเน ปจฺจกฺขโต ทสฺเสตฺวา ‘‘ตํนิทานํ ตณฺหํ ตสฺสา นิทาน’’นฺติอาทินา ผลปรมฺปราย การณปรมฺปราย จ ทสฺสนํ ตถาพุชฺฌนกานํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสยานุโลมโต, ธมฺมสภาวาวิโลมนโต จ ยุตฺติยา สงฺคยฺหติ. ยทิ ตณฺหาทโย อตีโต อทฺธา, ตณฺหาคฺคหเณเนว สงฺขาราวิชฺชา คหิตาติ กิมตฺถํ ปุน เต คหิตาติ อาห ‘‘สงฺขาราวิชฺชา ตโตปิ อตีตตโร อทฺธา วุตฺโต สํสารสฺส อนาทิภาวทสฺสนตฺถ’’นฺติ. อตีตนฺติ วา อตีตตาสามญฺเญน อตีตตรมฺปิ สงฺคหิตํ ทฏฺฐพฺพํ.
ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติอาหารกาติ ปุนพฺภวูปปตฺติปจฺจยา. อิติ วจนโตติ เอวํ วุตฺตวจนสพฺภาวโต. วิญฺญาณาหาโร ตาว ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติยา เหตุ, อิตเร ปน กถนฺติ อาห ‘‘ตํสมฺปยุตฺตตฺตา…เป… กพฬีการาหารสฺสา’’ติ. ตสฺส อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติอาหารกา จตฺตาโร อาหาราติ สมฺพนฺโธ. สทฺธาทีนํ อุปนิสฺสยตา ปริจฺจาคาทิกาเล, ราคาทีนํ คธิตสฺส โภชนาทิกาเล. เตน ยถากฺกมํ กุสลากุสลกมฺมวิญฺญาณายูหนํ ทสฺสิตํ. ตสฺมาติ ยสฺมา อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติอาหารกา จตฺตาโร อาหารา คยฺหนฺติ, ตสฺมา. ปุริโมเยวตฺโถติ ‘‘อาหารตณฺหาทโย ปจฺจุปฺปนฺนทฺธา’’ติอาทินา วุตฺตอตฺโถ. อตีเตติ อตีเต อทฺธนิ. ตโต ปรนฺติ ตโต อตีตทฺธโต ปรํ ปจฺจุปฺปนฺเน อนาคเต จ อทฺธนิ ‘‘สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณ’’นฺติอาทินา. ปจฺจกฺขานนฺติ ปจฺจุปฺปนฺนภวปริยาปนฺนตาย ปจฺจกฺขภูตานํ. ปจฺจุปฺปนฺนํ เหตุนฺติ เอตรหิ วตฺตมานํ ตณฺหาทิกํ อาหาราทีนํ เหตุํ.
สุตฺตํ อาหรติ ‘‘อาสวสมุทยา อวิชฺชาสมุทโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๐๓). วฏฺฏเหตุโนติ วิปากวฏฺฏเหตุโน, สกลวฏฺฏเหตุโน วา. อกุสลญฺหิ กมฺมํ กมฺมวฏฺฏสฺส กิเลสวฏฺฏสฺส จ ปจฺจโย โหติเยว. ‘‘ภวตณฺหายปิ เหตุภูตา’’ติ อิมินา กิเลสวฏฺฏสฺสาปิ อวิชฺชาย ปจฺจยภาวมาห. เอวญฺเจตํ, ภิกฺขเว, วุจฺจตี’’ติอาทินา วฏฺฏสีสานมฺปิ อวิชฺชาตณฺหานํ สปฺปจฺจยตาทสฺสนาปเทเสน สพฺเพสมฺปิ สงฺขตธมฺมานํ เหตุผลปรมฺปราวิจฺเฉทวุตฺติยา ปุริมาย โกฏิยา อปญฺญายนํ วิภาเวติ.
อวิชฺชํ ตณฺหา อนุวตฺตตีติ ทุกฺเข ตณฺหํ อภิภวิตฺวา ปวตฺติยา ตโต อวิชฺชาย พลวภาวมาห. อวิชฺชาภิภูตา หิ สตฺตา สติปิ ตณฺหาปริตสฺสิเต เอกนฺตานตฺถสญฺญิตํ อตฺตกิลมถานุโยคทุกฺขมนุยุญฺชนฺติ. ตณฺหํ อวิชฺชา อนุวตฺตตีติ สุเข อวิชฺชํ อภิภวิตฺวา ปวตฺติยา ตโต ตณฺหาย พลวภาวมาห. ยทิปิ สาวชฺชสุขานุภเว พลวตีเยว อวิชฺชา วิชฺชมานอาทีนวํ ปฏิจฺฉาเทนฺตี ติฏฺฐติ, ตณฺหา ปน ตโตปิ พลวตรตาย สตฺเต วิปุลานตฺถสญฺหิเต อนริเย สุเข นิโยเชตีติ อวิชฺชาย ตทนุวตฺตนํ วุตฺตํ.
อายตนฉกฺกํ วา กาโยติ สมฺพนฺโธ. จกฺขาทินิสฺสเย เสสธมฺเมติ จกฺขาทินิสฺสยภูเต, ตปฺปฏิพทฺเธ จ สสนฺตานปริยาปนฺเน ธมฺเม. จกฺขาทินิสฺสิเต เอว กตฺวาติ จกฺขาทิคฺคหเณเนว คหิเต กตฺวา. จกฺขาทิกายนฺติ จกฺขาทิธมฺมสมูหํ ปเรสํ ปญฺจกฺขนฺธํ. ผสฺเสน ผุฏฺโฐติ อารมฺมณํ ผุสนฺเตน วิย อุปฺปนฺเนน สุขเวทนิเยน, ทุกฺขเวทนิเยน จ ผสฺเสน ผุฏฺโฐ. ผสฺเส หิ ตถา อุปฺปนฺเน ตํสมงฺคีปุคฺคโล ผุฏฺโฐติ โวหาโร โหตีติ.
ยถา สฬายตนานิ ผสฺสสฺส วิเสสปจฺจโย, เอวํ เวทนายปีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สฬายตนานํ เวทนาย วิเสสปจฺจยภาว’’นฺติ อาห. ตนฺนิสฺสิตนฺติ สฬายตนนิสฺสิตํ. อตีตทฺธาวิชฺชาตณฺหามูลโกติ อตีตทฺธภูตอวิชฺชาตณฺหามูลโก. กายสฺส เภทา กายูปโคติ อุภยตฺถาปิ กายสทฺเทน อุปาทินฺนกฺขนฺธปญฺจโก คหิโต. ตทุปคตา อุปปชฺชนํ ปฏิสนฺธิคฺคหณํ. อุภยมูโลติ อวิชฺชาตณฺหามูโล.
อนภิสมยภูตตฺตาติ อภิสมยสฺส ปฏิปกฺขภูตตฺตา. อวิชฺชายาติ อวิชฺชาย สติ.
คหณนฺติ คเหตพฺพตํ. ตสฺมาติ ยสฺมา สติ สงฺขารสทฺเทน อาคตสงฺขารตฺเตปิ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา ปธานตาย วิสุํ วุตฺตา โคพลีพทฺทญาเยน, ตสฺมา. ตตฺถ วุตฺตมฺปีติ สงฺขารสทฺเทน อาคตสงฺขาเรสุ วุตฺตมฺปิ อภิสงฺขรณกสงฺขารํ วชฺเชตฺวา อคฺคเหตฺวา อิตเร สงฺขารา โยเชตพฺพา. เอวญฺหิ อตฺถสฺส อุทฺธรณุทฺธริตพฺพตาทฺวยํ อสงฺกรโต ทสฺสิตํ โหติ. ‘‘อิธ วณฺเณตพฺพภาเวนา’’ติ อิมินา อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารานํ สติปิ สงฺขารสทฺเทน อาคตสงฺขารภาเว ยถาวุตฺตเมว ปธานภาวํ อุลฺลิงฺเคติ. ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติ ตเทกเทโส วุตฺโตติ สมฺพนฺโธ. อิมสฺมึ อตฺถวิกปฺเป สงฺคณฺหนวเสน สงฺขารสทฺเทน อาคตสงฺขาเรหิ สงฺคหิตาปิ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา อิธ วณฺเณตพฺพภาเวน ปธานาติ วิสุํ คหิตา, ปุริมสฺมึ เต วชฺเชตฺวาติ อยํ วิเสโส. เตนาห ‘‘วณฺเณตพฺพสพฺพสงฺคหณวเสน ทุวิธตา วุตฺตา’’ติ. สามญฺญโต สงฺคยฺหมานมฺปิ ปธานภาวโชตนตฺถํ วิสุํ คยฺหติ ยถา ตํ ‘‘ปุญฺญญาณสมฺภารา’’ติ.
เยน กุสลากุสลธมฺมา ‘‘วิปากธมฺมา’’ติ วุจฺจนฺติ, ตํ อายูหนํ, กึ ปน ตนฺติ? อนุปจฺฉินฺนตณฺหาวิชฺชามาเน สนฺตาเน สพฺยาปารตา. เตนาห ‘‘ปฏิสนฺธิ…เป… อายูหนรสา’’ติ. เจตนาปธานตฺตา ปน ตสฺส เจตนากิจฺจํ กตฺวา วุตฺตํ. ราสิกรณํ, อายูหนนฺติ จ ราสิภูตสฺส รูปารูปสงฺขาตสฺส ผลสฺส นิพฺพตฺตนโต วุตฺตํ. ‘‘อนารมฺมณตา อพฺยากตตา’’ติ อิทํ อพฺยากตสฺเสว อนารมฺมณตฺตา อพฺยากตสมฺพนฺธินี อนารมฺมณตาติ กตฺวา วุตฺตํ. อายตนํ, ฆฏนนฺติ จ ตํตํทฺวาริกธมฺมปฺปวตฺตนเมว ทฏฺฐพฺพํ.
อนนุโพธาทโย อวิชฺชาปทนิทฺเทเส อาคตา. อวิชฺชาปทสมฺพนฺเธน ทิฏฺฐิวิปฺปยุตฺตาติ อิตฺถิลิงฺคนิทฺเทโส. อสณฺฐานตฺตาติ อวิคฺคหตฺตา.
โสกาทีนํ สพฺภาวาติ ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ อนิฏฺฐาเปตฺวา ตทนนฺตรํ โสกาทีนมฺปิ วุตฺตานํ วิชฺชมานตฺตา เตสํ วเสน องฺคพหุตฺตปฺปสงฺเค ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺคานํ พหุภาเว อาปนฺเน. ทฺวาทเสวาติ กถํ ทฺวาทเสว, นนุ โสกาทโยปิ ธมฺมนฺตรภูตา ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนายํ วุตฺตาติ? สจฺจํ วุตฺตา, น ปน องฺคนฺตรภาเวนาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ผเลนาติ ผลภูเตน ชรามรณงฺคสงฺคหิเตน โสกาทินา. มูลงฺคํ ทสฺเสตุนฺติ อิมาย ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนาย มูลภูตํ อวิชฺชงฺคํ โสจนาทีหิ สมฺโมหาปตฺติกถเนน ทสฺเสตุํ เต โสกาทโย วุตฺตา ภวจกฺกสฺส อวิจฺเฉททสฺสนตฺถํ. ชรามรณํ การณํ เอเตสนฺติ ชรามรณการณา, โสกาทโย, ตพฺภาโว ชรามรณการณตา. ชรามรณํ นิมิตฺตํ เอตสฺสาติ ชรามรณนิมิตฺตํ. ตํ ตนฺนิมิตฺตานนฺติ เอตฺถ ตนฺติ สุตฺตํ. ตนฺนิมิตฺตานํ ทุกฺขนิมิตฺตานํ โสกาทีนํ. ตโต ปรายาติ อนาคเต ทุติยตฺตภาวโต ปราย ตติยตฺตภาวาทีสุ ปฏิสนฺธิยา. เหตุเหตุภูตาติ การณสฺส การณภูตา. ปฏิสนฺธิยา หิ สงฺขารา การณํ, เตสํ อวิชฺชา. สุตฺตนฺติ ‘‘อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน’’ติ (ม. นิ. ๑.๒, ๑๗; สํ. นิ. ๒.๖๑; ธ. ส. ๑๐๐๗) อิมํ สุตฺตํ สนฺธาย วทติ. อวิชฺชา โสกาทีนํ การณนฺติ ทสฺสิตา อสฺสุตวตาย อวิชฺชาภิภวนทีปนิยา ตทุปฺปตฺติวจนโต. ‘‘น โสกาทีนํ พาลสฺส ชรามรณนิมิตฺตตามตฺตสฺส สาธกํ สุตฺต’’นฺติ วุตฺตมตฺถํ ปากฏํ กาตุํ ‘‘น จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เตน น จ ชรามรณนิมิตฺตเมว ทุกฺขํ ทุกฺขํ, อถ โข อวิชฺชานิมิตฺตมฺเปตฺถ วุตฺตนเยน โยเชตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. เอวํ ชรามรเณน โสกาทีนํ เอกสงฺเขปํ กตฺวา ทฺวาทเสว ปฏิจฺจสมุปฺปาทงฺคานิ เวทิตพฺพานิ.
กสฺมา ปเนตฺถ ชรามรณนฺตา เอว เทสนา กตา, กึ ตโต ปรา ปวตฺติ นตฺถีติ? โน นตฺถิ, อปฺปหีนกิเลสสฺส หิ กมฺมโต, วิญฺญาณาทิปริโยสานภูตาย จ จุติยา ปฏิสนฺธิปาตุภาโวติ ปวตฺติตทุปรมภูตํ ชรามรณํ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺตินิมิตฺตํ. ตํ ปน กมฺมูปปตฺติภวโต ชาติยา ทสฺสิตตฺตา ‘‘ภวปจฺจยา ชาตี’’ติ อิมินาว ปกาสิตนฺติ น ปุน วุจฺจติ, น ตโต ปรํ ปวตฺติยา อภาวโต. เอกกมฺมนิพฺพตฺตสฺส จ สนฺตานสฺส ชรามรณํ ปริโยสานํ. สติ กิเลสวฏฺเฏ กมฺมุนา ตโต ปุนพฺภวูปปตฺติ, อสติ ปน ตสฺมึ ‘‘เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสา’’ติ ชรามรณปริโยสานาว เทสนา กตา. ยสฺมา ปน น อมรณา ชรา อตฺถิ สพฺเพสํ อุปฺปตฺติมนฺตานํ ปากานนฺตรเภทโต, น จาชรํ มรณํ อปากเภทาภาวา, ตสฺมา ตทุภยเมกมงฺคํ กตํ, น นามรูปํ วิย อุภยฏฺฐาเน เอกชฺฌํ อุปฺปตฺติยา, สฬายตนํ วิย วา อายตนภาเวน กิจฺจสมตาย. ยา ปนายํ โอสานํ คตา ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ ทีปิตา, ตาย ‘‘วิญฺญาณปจฺจยา นามรูป’’นฺติอาทิ, กิเลสกมฺมาภาเว ตทภาวโต ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติ เอวมาทิ เอว วา อตฺถโต ปกาสิโต โหตีติ วฏฺฏตฺตยสฺส อนวฏฺฐาเนน ปริพฺภมนํ ทสฺสิตํ โหติ. อถ วา ชราคหเณน ปริปกฺกปริปกฺกตราทิกฺกเมน วตฺตมานํ นามรูปาทิ, โสกาทิ จ คยฺหติ, ตถาสฺส ปริปากกาลวตฺตินี อวิชฺชา จ. ยถาห –
‘‘ส โข โส, ภิกฺขเว, กุมาโร วุทฺธิมนฺวาย อินฺทฺริยานํ ปริปากมนฺวาย ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิโต สมงฺคีภูโต ปริจาเรติ จกฺขุวิญฺเญยฺเยหิ รูเปหิ…เป… กายวิญฺเญยฺเยหิ โผฏฺฐพฺเพหิ…เป… รชนีเยหิ. โส จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา ปิยรูเป รูเป สารชฺชติ, อปฺปิยรูเป รูเป พฺยาปชฺชติ, อนุปฏฺฐิตกายสติ จ วิหรติ ปริตฺตเจตโส, ตญฺจ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ, ยตฺถสฺส เต ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อปริเสสา นิรุชฺฌนฺตี’’ติอาทิ (ม. นิ. ๑.๔๐๘).
เอตฺถ หิ ปริปกฺกินฺทฺริยสฺส ฉสุ ทฺวาเรสุ สราคาทิคฺคหเณน ตทวินาภาวิตาย วิมุตฺติยา อปฺปชานเน จ โสกาทีนํ ปจฺจยภูตา อวิชฺชา ปกาสิตา. อปิจ ‘‘ปิยปฺปภวา โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา’’ติ วจนโต กามาสวภวาสเวหิ, ‘‘ตสฺส ‘อหํ รูปํ, มม รูปนฺติ ปริยุฏฺฐฏฺฐายิโน…เป… รูปวิปริณามญฺญถาภาวา อุปฺปชฺชนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑) วจนโต ทิฏฺฐาสวโต, ‘‘อสฺสุตวา’’ติอาทิวจนโต อวิชฺชาสวโต โสกาทีนํ ปวตฺติ ทีปิตาติ เตสํ เหตุตาย ตคฺคหเณน คหิตา อาสวา. เตสํ สยญฺจ ชราสภาวตาย ชราคหเณน คยฺหนฺติ, ตโต จ ‘‘อาสวสมุทยา อวิชฺชาสมุทโย’’ติ วจนโต อาสวนิมิตฺตาย จ อวิชฺชาย ชราคหเณน คหณํ. ตโต จ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติ อาวฏฺฏติ ภวจกฺกํ. อปิจ ‘‘สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณ’’นฺติ วตฺวา ‘‘ภวปจฺจยา ชาตี’’ติ วทนฺเตนปิ ภวจกฺกสฺส อนวฏฺฐานโต ปริพฺภมนํ ทสฺสิตํ. เอตฺถ หิ วิญฺญาเณน อวิชฺชานิวุตสฺส ปุนพฺภโว ทสฺสิโต, ชาติยา ตณฺหาย สมฺปยุตฺตสฺส, อุภยตฺถ อุภินฺนํ อนุวตฺตมานตฺตาติ อวิชฺชาตณฺหานิมิตฺตํ ภวจกฺกํ อนวฏฺฐานโต ปริพฺภมตีติ อยมตฺโถ ทีปิโตติ ชรามรณนฺตาปิ เทสนา น ตโต ปรํ ปวตฺติยา อภาวํ สูเจติ อตทตฺถตฺตา, น จ ปจฺจยนฺตรทสฺสนตฺถเมว ปุน วจนนฺติ สกฺกา วิญฺญาตุํ เอกเตฺรว ตทุภยเทสนาย ตสฺส สิทฺธตฺตา. ตถา ยํ กมฺมํ อวิชฺชาเหตุกํ, ตํ ตณฺหาเหตุกมฺปิ. ยํ ตณฺหาเหตุกํ, ตํ อวิชฺชาเหตุกมฺปิ เวทิตพฺพํ. กสฺมา? ทฺวินฺนํ ภวมูลานํ อญฺญมญฺญาวิรหโต. ยถา หิ ตณฺหาปจฺจยา กามุปาทานเหตุกํ กมฺมภวสงฺขารํ วทนฺโต น วินา ภวตณฺหาย อวิชฺชา สงฺขารานํ ปจฺจโยติ ทสฺเสติ. ตถา ตเมว อวิชฺชาปจฺจยํ เทเสนฺโต น อนฺตเรน อวิชฺชาย ภวตณฺหา กมฺมภวสฺส ปจฺจโยติ. ตโต จ ปุพฺเพ ปวตฺตา อวิชฺชาทิปจฺจยา สงฺขาราทโย, ตณฺหุปาทานาทิปจฺจยา ภวาทโย จ, ตถา ตณฺหาเหตุอุปาทานปจฺจยา ภโว, อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา, ภวปจฺจยา ชาติ, สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ, ชาติปจฺจยา ชรามรณํ, วิญฺญาณาทิปจฺจยานามรูปาทีติ เอวเมเตสํ องฺคานํ ปุพฺพาปรสมฺพนฺโธ ทสฺสิโต โหตีติ เวทิตพฺพํ.
อุทฺเทสวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อวิชฺชาปทนิทฺเทสวณฺณนา
๒๒๖. ปิตา กถียตีติ อสุโก อสุกสฺส ปิตาติ ปิตุภาเวน กถียติ. กถิยมาโน จ อสนฺเทหตฺถํ อญฺเญหิ มิตฺตทตฺเตหิ วิเสเสตฺวา กถียตีติ ตํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ทีโฆ…เป… ทตฺโต’’ติ.
ยาถาโวติ อวิปรีโต. กิจฺจชาติโตติ ปฏิจฺฉาทนกิจฺจโต, อุปฺปชฺชนฏฺฐานโต จ.
คหณการณวเสนาติ คหณสฺส การณภาววเสน. อญฺญเสตาทีนํ นิวตฺตกานีติ ปทํ อาเนตฺวา สมฺพนฺโธ.
ฉาเทนฺติยาติ ฉาทนากาเรน ปวตฺตนฺติยา. ตถา ปวตฺตนเหตุ ตํสมฺปยุตฺตา อวิชฺชาสมฺปยุตฺตา ทุกฺขารมฺมณา โหนฺติ.
ตสฺมาติ สภาวโต อคมฺภีรตฺตา เตสํ ทุทฺทสภาวกรณี ตทารมฺมณตา อวิชฺชา อุปฺปชฺชติ. อิตเรสนฺติ นิโรธมคฺคานํ. สมาเนปิ ปณีตอสํกิเลสิกาทิภาเว สปฺปจฺจยโต อปฺปจฺจยสฺส วิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘มคฺคสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
อวิชฺชาปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สงฺขารปทนิทฺเทสวณฺณนา
‘‘โสเธติ อปุญฺญผลโต’’ติ อิมินา ปุญฺญสฺส วิปากทุกฺขวิวิตฺตตํ อาห, ‘‘ทุกฺขโต’’ติ อิมินา เจโตทุกฺขวิวิตฺตตํ, ‘‘สํกิเลสโต’’ติ อิมินา กิเลสทุกฺขวิวิตฺตตํ. ‘‘อปุญฺญผลโต’’ติ วา อิมินา ปุญฺญสฺส อายตึ หิตตํ ทสฺเสติ. ‘‘ทุกฺขสํกิเลสโต’’ติ อิมินา ปวตฺติหิตตํ ปวตฺติสุขตญฺจ ทสฺเสติ. ตํนิปฺผาทเนนาติ หิตสุขนิพฺพตฺตเนน. ปุชฺชภวนิพฺพตฺตโก ปุชฺชนิพฺพตฺตโก.
‘‘เอวมิทํ ปุญฺญํ ปวฑฺฒตี’’ติอาทีสุ ปุญฺญผลมฺปิ ปุญฺญนฺติ วุจฺจตีติ อาห ‘‘ปุญฺญุปคนฺติ ภวสมฺปตฺตุปค’’นฺติ.
อาทิภาวนาติ ‘‘ปถวี ปถวี’’ติอาทินา กสิเณสุ ปวตฺตภาวนา. ปถวี ปถวีติ วา เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ปการตฺโถ วา. เตน อิตรกสิณานํ คหณํ. อาทิภาวนาติอาทิภูตา ภาวนา. สา หิ ‘‘ปริกมฺม’’นฺติ วุจฺจติ. มณฺฑลกรณํ กสิณมณฺฑลกรณํ.
ทานวเสนาติ เทยฺยธมฺมปริจฺจาควเสน. จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา ทานํ ทิยฺยติ เอเตนาติ. ตตฺถาติ เตสุ จิตฺตเจตสิเกสุ. ทานํ อารพฺภาติ เตหิ นิพฺพตฺติยมานํ ปริจฺจาคํ อุทฺทิสฺส. ยถา วา โส นิปฺปชฺชติ, ตถา ฐเปตฺวา. อธิกิจฺจาติ ตสฺเสว เววจนํ. ยถา วา สมฺปยุตฺเตหิ นิพฺพตฺติยมานา ทานกิริยา นิปฺผตฺติวเสน อธิกตํ ปาปุณาติ, ตถา กตฺวา. เจตนาวเสเนว หิ ทานาทิกมฺมนิปฺผตฺติ. อิตเรสูติ ‘‘สีลํ อารพฺภา’’ติอาทีสุ.
อสริกฺขกมฺปีติ อตฺตนา อสทิสมฺปิ กฏตฺตารูปนฺติ สมฺพนฺโธ. วินาปิ จตุตฺถชฺฌานวิปาเกน. รูปตณฺหาสงฺขาตสฺสาติ ‘‘รูปตณฺหา’’ติ เอตฺถ วุตฺตรูปตณฺหมาห. คุญฺชนฺติ คุญฺชผลปริมาณํ ธารณียวตฺถุํ. ตถา ตณฺฑุลํ.
‘‘วจนวิเสสมตฺตเมวา’’ติ อตฺถวิเสสาภาโว วุตฺโตติ อตฺถวิเสสาภาวมาห ‘‘กายทฺวาเร ปวตฺติ เอว หิ อาทานาทิปาปนา’’ติ. ปุริเมนาติ ‘‘กายทฺวาเร ปวตฺตา’’ติ อิมินา. ตญฺหิ ปวตฺติมตฺตกถนโต ทฺวารูปลกฺขณํ โหติ. ปจฺฉิเมนาติ ‘‘อาทานา’’ทิวจเนน.
กายวจีสงฺขารคฺคหเณติ อุทฺเทสํ สนฺธายาห. กายวจีสญฺเจตนาคหเณติ นิทฺเทสํ. วิญฺญาณสฺสาติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส. สหชาตสฺส ปน อนนฺตรสฺส จ ปจฺจโย โหติเยว. ‘‘กุสลา วิปากธมฺมา จา’’ติ อิทํ เสกฺขปุถุชฺชนสนฺตาเน อภิญฺญาเจตนา อิธาธิปฺเปตา, น อิตราติ กตฺวา วุตฺตํ. เตน ยถาวุตฺตอภิญฺญาเจตนาปิ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส ปจฺจโย สิยา กุสลสภาวตฺตา, วิปากธมฺมตฺตา วา ตทญฺญกุสลากุสลเจตนา วิยาติ ทสฺเสติ. ตยิทํ โลกุตฺตรกุสลาย อเนกนฺติกํ. น หิ สา ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส ปจฺจโย. อถ วิปากทายินีติ วุจฺเจยฺย, เอวมฺปิ อโหสิกมฺเมน อเนกนฺติกํ. น หิ ตสฺสา วิปากุปฺปาทนํ อตฺถีติ อาห ‘‘น วิปากุปฺปาทเนน กุสลตา วิปากธมฺมตา จา’’ติ. เกวลญฺหิ ยา อญฺเญสํ วิปากธมฺมานํ สพฺยาปารา สอุสฺสาหา ปวตฺติ, ตทาการาวสฺสา อปฺปหีนกิเลเส สนฺตาเน ปวตฺตีติ วิปากธมฺมตา, อนวชฺชฏฺเฐน กุสลตา จ วุตฺตา. เอวมฺปิ ยทิ วิปากธมฺมา อภิญฺญาเจตนา, กถํ อวิปากาติ? อสมฺภวโตติ ตํ อสมฺภวํ ทสฺเสตุํ ‘‘สา ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อภิญฺญาเจตนา หิ ยทิ วิปากํ อุปฺปาเทยฺย, สภูมิกํ วา อุปฺปาเทยฺย อญฺญภูมิกํ วา. ตตฺถ อญฺญภูมิกสฺส ตาว อุปฺปาทนํ อยุตฺตํ ปจฺจยาภาวโต, ตถา อทสฺสนโต จ. เตนาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. สภูมิกํ นวตฺตพฺพารมฺมณํ วา อุปฺปาเทยฺย ปริตฺตาทิอารมฺมณํ วา, เตสุ อตฺตโน กมฺมสมานารมฺมณตาย รูปาวจรวิปากสฺส ทสฺสิตตฺตา, ปริตฺตาทิอารมฺมณตฺตา จ อภิญฺญาเจตนาย นวตฺตพฺพารมฺมณํ น อุปฺปาเทยฺย. ตถา เอกนฺตนวตฺตพฺพารมฺมณตฺตา รูปาวจรวิปากสฺส ปริตฺตาทิอารมฺมณญฺจ น อุปฺปาเทยฺยาติ อยมสมฺภโว. เตนาห ‘‘อตฺตนา สทิสารมฺมณญฺจา’’ติอาทิ. ตตฺถ ติฏฺฐานิกนฺติ ปฏิสนฺธิภวงฺคจุติวเสน ฐานตฺตยวนฺตํ. ‘‘ปถวีกสิณํ อาโปกสิณ’’นฺติอาทินา กุสเลน อภินฺนํ กตฺวา วิปากสฺส อารมฺมณํ เทสิตนฺติ อาห ‘‘จิตฺตุปฺปาทกณฺเฑ…เป… วุตฺตตฺตา’’ติ. ‘‘รูปาวจรติกจตุกฺกชฺฌานานิ กุสลโต จ วิปากโต จ กิริยโต จ จตุตฺถสฺส ฌานสฺส วิปาโก อากาสานญฺจายตนํ อากิญฺจญฺญายตนํ อิเม ธมฺมา นวตฺตพฺพา ‘‘ปริตฺตารมฺมณา’’ติปิ ‘มหคฺคตารมฺมณา’ติปิ ‘อปฺปมาณารมฺมณา’ติปี’’ติ วจนโต รูปาวจรวิปาโก เอกนฺตนวตฺตพฺพารมฺมโณติ อาห ‘‘น จ รูปาวจรวิปาโก ปริตฺตาทิอารมฺมโณ อตฺถี’’ติ. สฺวายมสมฺภโว ปริตฺตาทิอารมฺมณาย อภิญฺญาเจตนาย วิปากาภาวํ สาเธติ, น นวตฺตพฺพารมฺมณาย. นวตฺตพฺพารมฺมณาปิ หิ สา อตฺถีติ น พฺยาปีติ วิปากานุปฺปาทเน ตสฺสา อญฺญํ การณํ ทสฺเสตุํ ‘‘กสิเณสุ จา’’ติอาทิมาห. สมาธิวิชมฺภนภูตา อภิญฺญา สมาธิสฺส อานิสํสมตฺตนฺติ ‘‘สมาธิผลสทิสา’’ติ วุตฺตํ. ตสฺส ตสฺส อธิฏฺฐานวิกุพฺพนทิพฺพสทฺทสวนาทิกสฺส ยทิจฺฉิตสฺส กิจฺจสฺส นิปฺผาทนมตฺตํ ปน อภิญฺญาเจตนา, น กาลนฺตรผลา, ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ วิย นาปิ วิปากผลา, อถ โข ยถาวุตฺตอานิสํสผลา ทฏฺฐพฺพา.
เกจิ ปน ‘‘สมานภูมิกโต อาเสวนลาเภน พลวนฺตานิ ฌานานีติ ตานิ วิปากํ เทนฺติ สมาปตฺติภาวโต, อภิญฺญา ปน สติปิ ฌานภาเว ตทภาวโต ตสฺมึ ตสฺมึ อารมฺมเณ อาคนฺตุกาวาติ ทุพฺพลา, ตสฺมา วิปากํ น เทตี’’ติ วทนฺติ. ตํ อการณํ ปุนปฺปุนํ ปริกมฺมวเสน อภิญฺญายปิ วสีภาวสพฺภาวโต. ยํ ปน วทนฺติ ‘‘ปาทกชฺฌาเน อตฺตนา สมานสภาเวหิ ชวเนหิ ลทฺธาเสวเน สมฺมเทว วสีภาวปฺปตฺเต ปริสุทฺธตาทิอฏฺฐงฺคสมนฺนาคเมน สาติสเย ชาเต อภิญฺญา นิพฺพตฺตนฺติ, ตาสญฺจ จตุตฺถชฺฌานิกตฺตา จตุตฺถชฺฌานภูมิโก เอว วิปาโก นิพฺพตฺเตยฺย, โส จ ยถาวุตฺตคุเณน พลวตา ปาทกชฺฌาเนเนว กโตกาเสน สิชฺฌตีติ อโนกาสตาย อภิญฺญา น วิปากํ เทตี’’ติ. ตมฺปิ อการณํ อวิปากภาวโต ตาสํ. สติ หิ วิปากทายิภาเว วิปากสฺส อโนกาสโจทนา ยุตฺตา, อวิปากตา จ ตาสํ วุตฺตนยา เอว.
น โหตีติ วิญฺญาณสฺส ปจฺจโย น โหตีติ. อุทฺธจฺจเจตนาปิ อภิญฺญาเจตนาโต นิพฺพิเสเสน วุตฺตาติ มญฺญมาโน ‘‘วิปาเก’’ติ จ วจนํ น วิปาการหตามตฺตวาจโก, อถ โข วิปากสพฺภาววาจโกติ อาห ‘‘วิจาเรตพฺพ’’นฺติ. ตถา จ วุตฺตํ ‘‘น หิ ‘วิปาเก’ติ วจนํ วิปากธมฺมวจนํ วิย วิปาการหตํ วทตี’’ติ. ตตฺถ ยํ วิจาเรตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. อิทํ ปเนตฺถ สนฺนิฏฺฐานํ – ยสฺมา อุทฺธจฺจเจตนา ปวตฺติวิปากเมว เทติ, น ปฏิสนฺธิวิปากํ, ตสฺมา ตสฺสา ปวตฺติวิปากสฺส วเสน วิภงฺเค วิปาโก อุทฺธโฏ. อุภยวิปากทายิกาย ปน เจตนาย นานากฺขณิกกมฺมปจฺจโย วุจฺจตีติ ตทภาวโต ปฏฺฐาเน ตสฺสา โส น วุตฺโต. ยํ ปน อฏฺฐกถายํ ‘‘วิญฺญาณสฺส ปจฺจยภาเว อปเนตพฺพา’’ติ (วิภ. อฏฺฐ. ๒๒๖ สงฺขารปทนิทฺเทส) วุตฺตํ, ตํ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณเมว สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘เอวํ อุทฺธจฺจเจตนาปิ น โหตี’’ติ อิทมฺปิ วิญฺญาณสฺส ปจฺจยตาภาวมตฺตํ คเหตฺวา วุตฺตํ. เอวเญฺหตฺถ อญฺญมญฺญํ ปาฬิยา อฏฺฐกถาย จ อวิโรโธ ทฏฺฐพฺโพ.
เอตฺถาติ อุทฺธจฺจเจตนาย วิปากทาเน. อมตคฺคปเถติ เอวํนามเก ปกรเณ. ‘‘ปุถุชฺชนสนฺตาเน อกุสลา ทสฺสเนน ปหาตพฺพา, เสกฺขสนฺตาเน ภาวนาย ปหาตพฺพา’’ติ อิมสฺส อตฺถสฺส วุตฺตตฺตา ‘‘ปุถุชฺชนานํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘น วุจฺจนฺตี’’ติ อิมินา ปุถุชฺชเน ปวตฺตพหิทฺธาสํโยชนาทีนํ ภาวนาย ปหาตพฺพปริยายาภาวํ ทสฺเสติ. ‘‘ยทิ วุจฺเจยฺยุ’’นฺติอาทินา ตเมวตฺถํ ยุตฺติโต จ อาคมโต จ วิภาเวติ. ตตฺถ เกสญฺจีติ สกภณฺเฑ ฉนฺทราคาทีนํ. เกจีติ สกฺกายทิฏฺฐิอาทโย. กทาจีติ อตีตาทิเก กิสฺมิญฺจิ กาเล. จตฺตตฺตาติอาทิ ปริยายวจนํ. อุปนิสฺสายาติ อุปนิสฺสยปจฺจเย กตฺวา.
อิตเรสนฺติ นทสฺสเนนปหาตพฺพานํ. น จ น โหนฺตีติ สมฺพนฺโธ. เอวญฺจ กตฺวาติ ยถาวุตฺตปาฬิยํ อุทฺธจฺจคฺคหเณน อุทฺธจฺจสหคตจิตฺตุปฺปาโท คหิโต, น ยตฺถ กตฺถจิ อุทฺธจฺจนฺติ เอวมตฺเถ สติ. ตนฺติ ทิฏฺฐึ. ‘‘อตีตาทิภาเวน นวตฺตพฺพตฺเต’’ติ กสฺมา วุตฺตํ, นนุ อนาคตา เอว ปหาตพฺพาติ? น, อุปฺปชฺชนารหา นิปฺปริยาเยน อนาคตา นาม, ปหาตพฺพา ปน น อุปฺปชฺชนารหาติ เตสํ อตีตาทิภาเวน นวตฺตพฺพตา วุตฺตา. ทสฺสนํ อเปกฺขิตฺวาติ ภาวิตํ ทสฺสนมคฺคํ อุปนิธาย. สหายวิรหาติ ทสฺสนปหาตพฺพสงฺขาตสหการิการณาภาวโต. วิปากํ น ชนยนฺตีติ สกลกิเลสปริกฺขเย วิย เอกจฺจปริกฺขเยปิ ตนฺนิมิตฺตํ ตํ เอกจฺจํ กมฺมํ น วิปจฺจตีติ อธิปฺปาโย. วิปาโก วิภงฺเค วุตฺโตติ ปฏิสนฺธิปวตฺติเภทํ ทุวิธมฺปิ วิปากํ สนฺธายาห.
อกุสลานนฺติ ยถาวุตฺตวิเสสานํ ปุถุชฺชนสนฺตาเน อกุสลานํ. อปฺปหาตพฺพานนฺติ อปฺปหาตพฺพสภาวานํ กุสลาทีนํ. อปฺปหาตพฺพวิรุทฺธสภาวตา สาวชฺชตา. ‘‘เอวมฺปี’’ติอาทิ โทสนฺตรทสฺสนํ. เตน ยทิปิ เตสํ อกุสลานํ อิมสฺมึ ติเก ตติยปทสงฺคโห น สิยา, นวตฺตพฺพตา ปน อาปชฺชตีติ ทีเปติ. สพฺเพน สพฺพํ ธมฺมวเสน อสงฺคหิตสฺส ติกทุเกสุ นวตฺตพฺพตาปตฺตีติ อาห ‘‘นาปชฺชตี’’ติ. อิทานิ ตํ นวตฺตพฺพตานาปชฺชนํ ‘‘จิตฺตุปฺปาทกณฺเฑ’’ติอาทินา การณโต, นิทสฺสนโต จ วิภาเวติ. ยตฺถาติ ยสฺมึ ติเก. นิโยคโตติ นิยมโต เอกนฺตโต. เตสนฺติ ปทตฺตยสงฺคหิตธมฺมานํ. ยถาวุตฺตปเทสุ วิยาติ ยถาวุตฺเตสุ ปฐมาทีสุ ตีสุ ปเทสุ. ยถา ภินฺทิตพฺพา จิตฺตุปฺปาทา, อิตเร จ ยถารหํ ราสิตฺตยวเสน ภินฺทิตฺวา ภชาปิตา ตํตํโกฏฺฐาสโต กตา, เอวํ. ตตฺถาปีติ จตุตฺถโกฏฺฐาเสปิ. ภชาเปตพฺเพติ นวตฺตพฺพภาวํ ภชาเปตพฺเพ. ตทภาวาติ ตสฺส จตุตฺถโกฏฺฐาสสฺส อภาวา. ตถาติ นวตฺตพฺพภาเวน.
อุปฺปนฺนตฺติเก อตีตา, อิธ ยถาวุตฺตอกุสลา น วุตฺตา, อเปกฺขิตพฺพภาเวนารหิตาปิ ตํสภาวานติวตฺตนโต ตถา วุจฺจนฺตีติ นวตฺตพฺพตาปตฺติโทสํ ปริหรนฺโต ตสฺส อุทาหรณํ ตาว ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา ยถา สปฺปฏิเฆหี’’ติอาทิมาห. ตํสภาโว เจตฺถ สาวชฺชตาวิสิฏฺโฐ ทสฺสนปหาตพฺพภาวาภาโว. ‘‘เอวญฺจ สตี’’ติอาทินา อิมสฺมึ ปกฺเข ลทฺธคุณํ ทสฺเสติ. ภาวนาย ปหาตพฺพานนฺติ ปริยาเยน นิปฺปริยาเยน จ ภาวนาย ปหาตพฺพานํ, ตตฺถ ปุริมานํ อมุขฺยสภาวตฺตา, ปจฺฉิมานํ อวิปากตฺตา นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยตา น วุตฺตาติ อธิปฺปาโย. ยถา จ ภาวนาย ปหาตพฺพานํ นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยภาโว นตฺถิ, เอวํ ทสฺสเนน ปหาตพฺพานํ วเสน เตสํ ปจฺจยลาโภปิ นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น จ…เป… วุตฺตา’’ติ วตฺวา ตตฺถ การณมาห ‘‘เย หิ…เป… ปวตฺตนฺตี’’ติ. ตตฺถ น เต ทสฺสนโต อุทฺธํ ปวตฺตนฺตีติ เย ทสฺสเนน ปหาตพฺพปจฺจยา กิเลสา, เต ทสฺสเนน ปหาตพฺพปกฺขิกา เอวาติ เตสํ ภาวนาย ปหาตพฺพปริยาโย เอว นตฺถิ, กถํ เตสํ วเสน ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ภาวนาย ปหาตพฺพานํ เกนจิ ปจฺจเยน ปจฺจโยติ วุจฺเจยฺยาติ อตฺโถ. อถ วา เย ปุถุชฺชนสนฺตาเน น ทสฺสเนน ปหาตพฺพา, น เต ปรมตฺถโต ภาวนาย ปหาตพฺพา. เย ปน เต เสกฺขสนฺตาเน, น เตสํ ปจฺจยภูตา ทสฺสเนน ปหาตพฺพา อตฺถีติ เอวมฺปิ ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ภาวนาย ปหาตพฺพานํ เกนจิ ปจฺจเยน ปจฺจโยติ น วุตฺตาติ เวทิตพฺพํ. ยทิ ทสฺสเนนปหาตพฺพปจฺจยา กิเลสา ทสฺสนปกฺขิกา, ตปฺปจฺจยํ อุทฺธจฺจสหคตํ ทสฺสเนน ปหาตพฺพํ สิยาติ กถํ ตสฺส เอกนฺตภาวนาย ปหาตพฺพตา วุตฺตาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ทสฺสเนน ปหาตพฺพปจฺจยสฺสา’’ติอาทิ. ตสฺมาติ ยสฺมา สราควีตราคสนฺตาเนสุ สหายเวกลฺเลน กมฺมสฺส วิปากาวิปากธมฺมตา วิย ปุถุชฺชนเสกฺขสนฺตาเนสุ อุทฺธจฺจสหคตสฺส วุตฺตนเยน สวิปากาวิปากตา สิทฺธา, ตสฺมา. ตสฺสาติ อุทฺธจฺจสหคตสฺส. ตาทิสสฺเสวาติ อุทฺธจฺจสหคตภาเวน เอกสภาวสฺส.
เอตฺถ จ ยํ ‘‘น ภาวนาย ปหาตพฺพมฺปิ อตฺถิ อุทฺธจฺจสหคต’’นฺติอาทิ อมตคฺคปเถ วุตฺตํ, ตํ อการณํ, กสฺมา? ตสฺส เอกนฺเตน ภาวนาย ปหาตพฺพตฺตา. ยถาห ‘‘กตเม ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพา? อุทฺธจฺจสหคโต จิตฺตุปฺปาโท’’ติ (ธ. ส. ๑๕๘๓). ยทิ หิ อุทฺธจฺจสหคตํ น ภาวนาย ปหาตพฺพมฺปิ อภวิสฺส, ยถา อตีตารมฺมณตฺติเก ‘‘นิโยคา อนาคตารมฺมณา นตฺถี’’ติ วตฺวา ‘‘กามาวจรกุสลสฺส วิปากโต ทส จิตฺตุปฺปาทา’’ติอาทินา ปุน วิภชิตฺวา วุตฺตํ, เอวมิธาปิ ‘‘กตเม ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพา? นิโยคา ภาวนาย ปหาตพฺพา นตฺถี’’ติ วตฺวา ‘‘อุทฺธจฺจสหคโต จิตฺตุปฺปาโท สิยา ภาวนาย ปหาตพฺโพ, สิยา น วตฺตพฺโพ ‘ทสฺสเนน ปหาตพฺโพ’ติปิ ‘ภาวนาย ปหาตพฺโพ’ติปี’’ติอาทิ วตฺตพฺพํ สิยา, น จ ตถา วุตฺตํ. ยา จ ตมตฺถํ ปฏิปาเทนฺเตน ‘‘ยทิ วุจฺเจยฺยุ’’นฺติอาทินา ยุตฺติ วุตฺตา, สาปิ อยุตฺติ. กสฺมา? ทสฺสเนน ปหาตพฺพารมฺมณานํ ราคทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉุทฺธจฺจานํ ทสฺสเนน ปหาตพฺพภาวสฺเสว อิจฺฉิตตฺตา.
ยญฺจ ‘‘อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชตี’’ติ อุทฺธจฺจสหคตจิตฺตุปฺปาโท วุตฺโตติ ทสฺเสตุํ อธิปติปจฺจยนิทฺเทเส อุทฺธจฺจสฺส อนุทฺธรณํ การณภาเวน วุตฺตํ, ตมฺปิ อการณํ อญฺญถาปิ สาวเสสปาฐทสฺสนโต. ตถา หิ ‘‘อตีโต ธมฺโม ปจฺจุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส, อนาคโต ธมฺโม ปจฺจุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๒.๑๘.๒) เอเตสํ วิภงฺเค เจโตปริยญาณคฺคหณํ กตฺวา ‘‘ปจฺจุปฺปนฺโน ธมฺโม ปจฺจุปฺปนฺนสฺส ธมฺมสฺสา’’ติ อิมสฺส วิภงฺเค ลพฺภมานมฺปิ เจโตปริยญาณคฺคหณํ น กตํ.
สหายภาโว จ ทสฺสเนน ปหาตพฺพานํ ภาวนาย ปหาตพฺพสฺส วิปากทานํ ปติ วิจาเรตพฺโพ. กึ อวิชฺชาทิ วิย ทานาทีนํ อุปฺปตฺติยา เอว วิกุปฺปาทนสมตฺถตาปาทเนน ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ภาวนาย ปหาตพฺพานํ สหการิการณํ โหนฺติ, อุทาหุ กิเลโส วิย กมฺมสฺส ปฏิสนฺธิทาเน สตีติ, กิญฺเจตฺถ – ยทิ ปุริมนโย, โสตาปนฺนาทิเสกฺขสนฺตาเน ภาวนาย ปหาตพฺพสฺส กิริยภาโว อาปชฺชติ, สหายเวกลฺเลน อวิปากสภาวตาย อาปาทิตตฺตา ขีณตณฺหาวิชฺชามาเน สนฺตาเน ทานาทิ วิย. อถ ทุติโย, ภาวนาย ปหาตพฺพาภิมตสฺสาปิ ทสฺสเนน ปหาตพฺพภาโว อาปชฺชติ, ปฏิสนฺธิทาเน สติ อปายคมนียสภาวานติวตฺตนโต. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว, ตสฺมา ปาฬิยา อฏฺฐกถาย จ อวิรุชฺฌนวเสเนตฺถ อตฺถวินิจฺฉโย วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
สาติ อุทฺธจฺจเจตนา. วิญฺญาณปจฺจยภาเวติ สมฺปุณฺณวิปากวิญฺญาณปจฺจยภาเว. การณํ ทสฺเสนฺโตติ อวิกลผลุปฺปาทนาธิกาเร ตทภาวโต ยทิปิ อุทฺธจฺจเจตนา วิญฺญาณสฺส ปจฺจยภาเว อปเนตพฺพา, อวิชฺชาย ปน ปจฺจยุปฺปนฺนภาเว คเหตพฺพาติ อิมํ การณํ ทสฺเสนฺโต. สพฺพาปีติ วีสติปิ. เตนาห ‘‘เอกวีสตีติ วตฺตพฺพ’’นฺติ. ตนฺติ เยน การเณน สงฺขารคฺคหเณน อภิญฺญาเจตนาย อคฺคหณํ, ตํ การณํ. อิตราวจนสฺสาปีติ อุทฺธจฺจเจตนาวจนสฺสาปิ. กึ ปน ตํ? วิญฺญาณสฺส ปจฺจยภาวาภาโว เอว. เภทาภาวาติ กายวจีสงฺขารวเสน วิภาคาภาวโต. สํโยโคติ ติกนฺตรปทวเสน สํโยชนํ, ตถา สงฺคโหติ อตฺโถ.
สุขสญฺญาย คหณํ อสฺสาทนนฺติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘สุขสญฺญาย…เป… ทสฺเสตี’’ติ. ‘‘สุขสญฺญายา’’ติ จ อิทํ กรณตฺเถ กรณวจนํ. วิปลฺลาโส หิ ทุกฺเข สุขสญฺญา. ยํ ปน อฏฺฐกถายํ ‘‘อญฺญาเณนา’’ติ วุตฺตํ, ตํ เหตุมฺหิ กรณวจนํ วิปลฺลาสสฺสาทนานํ อวิชฺชาย เหตุภาวทสฺสนโต. ‘‘รโถ เสตปริกฺขาโร’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๕.๔) ปริวารตฺโถปิ ปริกฺขารสทฺโท โหตีติ วุตฺตํ ‘‘ตณฺหาย ปริวาเร’’ติ. ตณฺหาปริวาเรติ จ ตณฺหาย กิจฺจสาธเนน สงฺขารานํ สหการิการณภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปริกฺขารฏฺโฐ สงฺขารฏฺโฐ วิย ภูสนฏฺโฐ โหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สงฺขเต อลงฺกเต’’ติ อาห. ปริกฺขโรติ ยถา ผลทานสมตฺถา โหนฺติ, ตถา สงฺขโรติ. อมรณตฺถาติ อมตตฺถา, นิพฺพานตฺถาติ อตฺโถ. ทุกฺกรกิริยาติ ปญฺจาตปตปฺปนาทิทุกฺกรจริยา. เทวภาวาย ตโป เทวภาวตฺถํ ตโป. มาเรตีติ มโร เหตุอตฺถํ อนฺโตนีตํ กตฺวา. อมงฺคลมฺปิ มงฺคลปริยาเยน โวหรนฺติ มงฺคลิกาติ วุตฺตํ ‘‘ทิฏฺเฐ อทิฏฺฐสทฺโท วิยา’’ติ ยถา ‘‘อสิเว สิวา’’ติ.
ปปาตํ ปตนทุกฺขสทิสนฺติ กตฺวา วุตฺตํ ‘‘ชาติอาทิปปาตทุกฺข’’นฺติ. อินฺททุทฺทพฺรหฺมกูฏสญฺญิตปพฺพตสิขรปฺปปาโต มรุปปาโต. ตํ ปุญฺญผลํ อตฺโถ ปโยชนํ เอตสฺสาติ ตทตฺโถ.
ปริพฺพาชิกาย ตรุณิยา. อสวโส อเสริวิหารี. กิเลสาสุจิปคฺฆรเณน ปณฺฑิเตหิ ชิคุจฺฉนียํ. ราคาทิปริฬาเหน, กฏุกวิปากตาย จ ทุกฺขํ. อารภติ กโรติ. สภยสฺสาปิ ปิสาจนครสฺส กามคุณสมิทฺธิยา สุขวิปลฺลาสเหตุภาโว วิยาติ โยชนา. ภินฺนชาติเยน อโวมิสฺสตา นิรนฺตรตา. ชราย มรเณน จ อญฺญถตฺตํ วิปริณาโม.
‘‘น ตาวาหํ ปาปิม ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ วจนโต ‘‘ตาต เอหิ, ตาว อิทํ รชฺชํ ปฏิปชฺชาหี’’ติอาทีสุ ยทิปิ ปริมาณนิยมนกมปทปูรณมตฺตาทีสุปิ ตาว-สทฺโท ทิสฺสติ, อิธ ปน วกฺขมานตฺตาเปกฺโข อธิปฺเปโตติ วุตฺตํ ‘‘ตาวาติ วตฺตพฺพนฺตราเปกฺโข นิปาโต’’ติ. อวิชฺชาปจฺจยา ปน…เป… ทสฺเสตีติ ปุพฺเพนาปรํ อฏฺฐกถายํ อวิรุชฺฌนมาห.
ราคาทิอสฺสาทนกาเลสูติ ราคาทีนํ อสฺสาทนกาเลสุ. ‘‘ราคทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตายา’’ติ เอตฺถ ราคสมฺปยุตฺตาย ตาว อวิชฺชาย โยชนา โหตุ ราคสฺส อสฺสาทนภาวโต, ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตาย ปน กถนฺติ อาห ‘‘ตทวิปฺปยุตฺตา จ ทิฏฺฐี…เป… เวทิตพฺพา’’ติ. ตํสมฺปยุตฺตสงฺขารสฺสาติ ราคาทิสมฺปยุตฺตสงฺขารสฺส. อวิชฺชารมฺมณาทิตนฺติ อวิชฺชาย อารมฺมณาทิตํ. อาทิ-สทฺเทน อารมฺมณาธิปติอารมฺมณูปนิสฺสยปกตูปนิสฺสเย, อนนฺตราทิเก จ ปจฺจเย สงฺคณฺหาติ. อนวิชฺชารมฺมณสฺสาติ น อวิชฺชารมฺมณสฺส อวิชฺชํ อนารพฺภ ปวตฺตสฺส. อารมฺมณาธิปติอนนฺตราทิปจฺจยวจเนสูติ อารมฺมณาธิปติอารมฺมณูปนิสฺสยปจฺจยวจเนสุ อวุตฺตสฺส อนวิชฺชารมฺมณสฺส, อนนฺตราทิปจฺจยวจเนสุ อวุตฺตสฺส ปฐมชวนสฺส, ทฺวีสุปิ วุตฺตสฺส อวิชฺชารมฺมณสฺส ทุติยาทิชวนสฺสาติ โยเชตพฺพํ. อนนฺตรปจฺจยลาภิโน อนนฺตราทินา, สหชาตสฺส เหตุอาทินา, อสหชาตสฺส อุปนิสฺสยาทินา สงฺขารสฺส อวิชฺชา ปจฺจโย โหตีติ อยมตฺโถ ‘‘ยํ กิญฺจี’’ติอาทินา ทสฺสิโตติ เวทิตพฺพํ. สมติกฺกมภวปตฺถนาวเสนาติ อวิชฺชาสมติกฺกมตฺถาย อรูปาวจรชฺฌานานิ อุปฺปาเทนฺตสฺส, อวิชฺชาสมฺมูฬฺหตฺตา อรูปภวสมฺปตฺติโย ปตฺเถตฺวา ตาเนว ฌานานิ นิพฺพตฺเตนฺตสฺสาติ ปุญฺญาภิสงฺขาเร วุตฺเตน นเยน, วุตฺตนยานุสาเรนาติ อตฺโถ.
เอกการณวาโท อาปชฺชติ ยถา ปกติอิสฺสรปชาปติปุริสกาลาทิวาทา. เอกสฺมึเยว โลกสฺส การณภูเต สติ ตโต สกลาย ปวตฺติยา อนวเสสโต, สพฺพทา จ ปวตฺติตพฺพํ อเปกฺขิตพฺพสฺส การณนฺตรสฺส อภาวโต. น เจตํ อตฺถิ กเมเนว ปวตฺติยา ทสฺสนโต. การณนฺตราเปกฺขตาย ปน เอกการณวาโท อปหโต สิยา เอกสฺส จ อเนกสภาวตาภาวา. ยตฺตกา ตโต นิพฺพตฺตนฺติ, สพฺเพหิ เตหิ สมานสภาเวเหว ภวิตพฺพํ, น วิสทิเสหิ, อิตรถา ตสฺส เอกภาโว เอว น สิยาติ อิมมตฺถมาห ‘‘สพฺพสฺส…เป… ปตฺติโต จา’’ติ. ปาริเสเสนาติ เอกโต เอกํ, เอกโต อเนกํ, อเนกโต เอกนฺติ อิเมสุ ตีสุ ปกาเรสุ อวิชฺชมาเนสุ อนุปลพฺภมาเนสุ ปาริเสสญาเยน. อเนกโต อเนกนฺติ เอกสฺมึ จตุตฺเถ เอว จ ปกาเร วิชฺชมาเน. ยทิทํ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา, ผสฺสปจฺจยา เวทนา’’ติอาทินา เอกเหตุผลทีปนํ, ตํ เอตฺถ เทสนาวิลาเสน, วิเนยฺยชฺฌาสยวเสน วา ธมฺมานํ ปธานปากฏาสาธารณภาววิภาวนตฺถนฺติ เอกเหตุผลทีปนํ น นุปปชฺชติ อุปปชฺชติเยวาติ ทสฺเสติ ‘‘ยสฺมา’’ติอาทินา.
ยถาผสฺสนฺติ สุขเวทนียาทิจกฺขุสมฺผสฺสาทิตํตํผสฺสานุรูปนฺติ วุตฺตํ โหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สุขเวทนีย’’นฺติอาทึ วตฺวา ‘‘เวทนาววตฺถานโต’’ติ ปทสฺส อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สมาเนสู’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สมาเนสูติ อวิสิฏฺเฐสุ. ผสฺสวเสนาติ สุขเวทนียาทิผสฺสวเสน. วิปริยายาภาวโตติ พฺยตฺตยาภาวโต. น หิ กทาจิ สุขเวทนียํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ ทุกฺขเวทนา, ทุกฺขาทิเวทนียํ วา ผสฺสํ ปฏิจฺจ สุขเวทนา อุปฺปชฺชติ. สุขาทิจกฺขุสมฺผสฺสชาทีนนฺติ สุขาทีนํ, จกฺขุสมฺผสฺสชาทีนญฺจ เวทนานํ. โอฬาริกสุขุมาทีติ อาทิ-สทฺเทน หีนปณีตาทิสงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺถ ยํ อุปาทาย ยา เวทนา ‘‘โอฬาริกา, หีนา’’ติ วา วุจฺจติ, น ตํเยว อุปาทาย ตสฺสา กทาจิปิ สุขุมตา ปณีตตา วา อตฺถีติ วุตฺตํ ‘‘โอฬาริกสุขุมาทิสงฺกราภาวโต’’ติ. ยถาวุตฺตสมฺผสฺสสฺสาติ สุขเวทนียาทิผสฺสสฺส. สุขเวทนียผสฺสโตเยว สุขเวทนา, น อิตรผสฺสโต. สุขเวทนียผสฺสโต สุขเวทนาว, น อิตรเวทนา. ตถา เสเสสุปีติ อุภยปทนิยมวเสน ยถาผสฺสํ เวทนาววตฺถานํ, ยถาเวทนํ ผสฺสววตฺถานนฺติ ปททฺวเยน การณนฺตราสมฺมิสฺสตา ผลสฺส, ผลนฺตราสมฺมิสฺสตา จ การณสฺส ทสฺสิตา ปฐมปกฺเข อสํกิณฺณตาววตฺถานนฺติ กตฺวา. ทุติยปกฺเข ปน ปจฺจยเภทภินฺเนน การณวิเสเสน ผลวิเสโส, ผลวิเสเสน จ การณวิเสโส นิจฺฉียตีติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต สนฺนิฏฺฐานํ ววตฺถานนฺติ กตฺวา. ปุริมสฺมิญฺจ ปกฺเข ธมฺมานํ อสงฺกรโต ววตฺถานํ วุตฺตํ, ทุติยสฺมิญฺจ ยถาววตฺถิตภาวชานนนฺติ อยเมเตสํ วิเสโส. อุตุอาทโยติ อาทิ-สทฺเทน จิตฺตวิสมาจารา ปิตฺตวาตาทโยปิ สงฺคยฺหนฺติ. เอกสฺมึ โทเส กุปิเต อิตเรปิ โขภํ คจฺฉนฺติ. สนฺเตสุปิ เตสุ เสมฺหปฏิกาเรน โรควูปสมโต เสโมฺห ปากโฏติ อตฺโถ.
‘‘ภโว’’ติ วุตฺตานํ สงฺขารานํ การณสฺส ปการณํ, การณเมว วา ตณฺหาติ อาห ‘‘ตณฺหาย สงฺขารการณภาวสฺส วุตฺตตฺตา’’ติ. ตสฺสาปีติ ตณฺหายปิ. ตณฺหา หิ กามาสโว ภวาสโว จ. กามาสวภวาสวา กามุปาทานํ, ทิฏฺฐาสโว อิตรุปาทานนฺติ อาห ‘‘จตุรุปาทานภูตา กามภวทิฏฺฐาสวา’’ติ. เต จ ‘‘อุปาทานปจฺจยา ภโว’’ติ วจนโต อุปาทานญฺจ, ‘‘ตณฺหาปจฺจยา อุปาทาน’’นฺติ วจนโต ตณฺหา จ สงฺขารสฺส การณนฺติ ปากฏา. อนสฺสาทนีเยสุ อเนกาทีนวโวกิณฺเณสุ สงฺขาเรสุ อสฺสาทานุปสฺสนา อวิชฺชาย วินา น โหตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อสฺสาทานุปสฺสิโน…เป… ทสฺสิตา โหตี’’ติ. ขีณาสวสฺส สงฺขาราภาวโตติ พฺยติเรเกนปิ อวิชฺชาย สงฺขารการณภาวํ วิภาเวติ. เอกนฺเตน หิ ขีณาสโวว วิทฺทสุ. เอเตน พาลานํ เอว สมฺภวโต อวิชฺชาย อสาธารณตา วุตฺตาติ ทสฺเสติ. วตฺถารมฺมณาทีนิ หิ อิตเรสมฺปิ สาธารณานิ. วตฺถารมฺมณตณฺหุปาทานาทีนิ วิย อวิชฺชาปิ ปุญฺญาภิสงฺขาราทีนํ สาธารณการณนฺติ โจทนํ มนสิ กตฺวา อาห ‘‘ปุญฺญภวาที’’ติอาทิ. ตตฺถ อาทิ-สทฺเทน อปุญฺญาเนญฺชภวา คเหตพฺพา. ปุญฺญภโวติ ปุญฺญาภิสงฺขารเหตุโก อุปปตฺติภโว. เอส นโย เสเสสุ. เอตฺถ จ กิจฺจกรณฏฺฐานเภเทน กิจฺจวตี อวิชฺชา ภินฺทิตฺวา ทสฺสิตา. น หิ ยทวตฺถา อวิชฺชา ปุญฺญาภิสงฺขารานํ อุปนิสฺสโย, ตทวตฺถา เอว อิตเรสํ อุปนิสฺสโยติ สกฺกา วิญฺญาตุํ. เอตฺถ จ ภวาทีนวปฺปฏิจฺฉาทนนฺติ อตฺถโต ปุญฺญาภิสงฺขาราทีนํ ตํตํภวสงฺขาตทุกฺขเหตุสภาวานภิสมยนิมิตฺตตา.
ฐานนฺติ ธรมานตา อธิปฺเปตาติ วุตฺตํ ‘‘ฐานวิรุทฺโธติ อตฺถิตาวิรุทฺโธ’’ติ. ฐานาวิรุทฺธา จกฺขุรูปาทโย. ‘‘ปุริมจิตฺตญฺหี’’ติอาทินา ฐานวิรุทฺโธ จ อุทาหโฏติ อาห ‘‘น อิทํ เอกนฺติกํ สิยา’’ติ. ‘‘จกฺขุรูปาทโย’’ติอาทินา หิ ปรโต ฐานาวิรุทฺธา อุทาหรียนฺตีติ. ปุริมสิปฺปาทิสิกฺขา หิ ปจฺฉา ปวตฺตมานสิปฺปาทิกิริยานํ สโมธานาสมฺภวา ฐานวิโรโธติ ยถาวุตฺตมตฺถํ สมตฺเถตุํ ‘‘น จ สิปฺปาทีน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ตนฺติ ปฏิสนฺธิอาทิฐานํ. อิธาติ ฐานสภาวกิจฺจาทิคฺคหเณ. อาทิ-สทฺเทน อารมฺมณภูมิสนฺตานาทิวิรุทฺธา คเหตพฺพา, เต จ อนุโลมโต โคตฺรภุสฺส, โคตฺรภุโต มคฺคสฺส ลิงฺคปริวตฺตนาทิวเสน จ ปวตฺติยํ เวทิตพฺพา. นมนรุปฺปนวิโรธา สภาววิรุทฺโธ ปจฺจโยติ โยชนา. ตตฺถ นมนรุปฺปนนฺติ อรูปรูปภาวเมว ทสฺเสติ. กมฺมํ เจตนาสภาวํ, รูปํ รุปฺปนสภาวนฺติ สภาววิรุทฺธํ. มธุรมฺพิลรสาทีติ ขีรํ มธุรรสํ ปิตฺตุปสมนํ มธุรวิปากสภาวํ, ทธิ อมฺพิลรสํ ปิตฺตพฺรูหนํ กฏุกวิปากสภาวนฺติ อโต สภาววิโรธา.
ทธิอาทีนีติ ทธิปลาลานิ. ภูติณกสฺสาติ ภูติณกนามกสฺส โอสธิวิเสสสฺส. อวี นาม เอฬกา, ตา ปน เยภุยฺเยน รตฺตโลมกา โหนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘รตฺตา เอฬกา’’ติ. วิปากานมฺปิ ปจฺจยภาวโต, อวิปากานมฺปิ ปจฺจยุปฺปนฺนภาวโต น วิปากธมฺมวิปากาเปกฺขา ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนตาติ วุตฺตํ ‘‘วิปากาเยว เต จ นา’’ติ. เตนาห ‘‘ตสฺมา’’ติอาทิ. ตทวิปากานนฺติ ตสฺสา อวิชฺชาย อวิปากภูตานํ. น น ยุชฺชติ ยุชฺชติ เอว ปจฺจยุปฺปนฺนตามตฺตสฺส อธิปฺเปตตฺตา. ตทวิรุทฺธานนฺติ ตาย อวิชฺชาย อวิรุทฺธานํ.
ปุพฺพาปริยววตฺถานนฺติ กายปวตฺติคติชาติอาทีนํ ยถารหํ ปุพฺพาปรภาเวน ปวตฺติ, สา ปน เกนจิ อกฏา อกฏวิธา ปฏินิยตสภาวาติ ทสฺเสตุํ นิยติวาทินา วุตฺตนิทสฺสนํ อาหรนฺโต ‘‘อจฺเฉชฺชสุตฺตาวุตาเภชฺชมณีนํ วิยา’’ติ อาห. ทุติยวิกปฺเป สงฺคตีติ อธิจฺจสมุปฺปาโท ยาทิจฺฉิกตา, ยํ สนฺธาย ‘‘ยทิจฺฉาย ปวตฺตนํ นิวตฺตนํ ยทิจฺฉายา’’ติอาทิ วุจฺจติ. ภาโวติ ธมฺมานํ สภาวสิทฺธิตา, ยํ สนฺธาย วทนฺติ ‘‘กณฺฏกสฺส โกฏิติขิณภาวํ, กปิฏฺฐผลสฺส วฏฺฏภาวํ, มิคปกฺขีนํ วา วิจิตฺตวณฺณสณฺฐานาทิตํ โก อภิสงฺขโรติ, เกวลํ สภาวสิทฺโธวายํ วิเสโส’’ติ. เตนาห ‘‘สพฺเพ สตฺตา, สพฺเพ ปาณา, สพฺเพ ภูตา, สพฺเพ ชีวา อวสา อพลา อวีริยา นิยติสงฺคติภาวปริณตา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๘). เอเตหิ วิกปฺปเนหีติ จุติอาทีสุ สมฺมูฬฺหตาย ‘‘สตฺโต มรตี’’ติอาทิวิกปฺปเนหิ การณภูเตหิ. อกุสลํ จิตฺตํ กตฺวาติ อโยนิโสมนสิการปริพฺรูหเนน จิตฺตํ อกุสลํ กตฺวา.
สุตฺตาทิธมฺมนฺติ สุตฺตเคยฺยาทิปริยตฺติธมฺมํ. ปริยตฺติธมฺมญฺหิ สมฺมเทว ชานนฺโต ปฏิปตฺติธมฺมํ ปริปูเรตฺวา ปฏิเวธธมฺเม ปติฏฺฐหติ. ตนฺติ ตํ ชานนํ, นิพฺพานาภิสมโยติ อตฺโถ.
สงฺขารปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
วิญฺญาณปทนิทฺเทสวณฺณนา
๒๒๗. ยถาวุตฺตสงฺขารปจฺจยาติ ปุญฺญาภิสงฺขาราทิวุตฺตปฺปการสงฺขารปจฺจยา. วิญฺญาณาทโย เวทนาปริโยสานา เอตรหิ วิปากวฏฺฏภูตา อิธาธิปฺเปตาติ อาห ‘‘ตํกมฺมนิพฺพตฺตเมว วิญฺญาณํ ภวิตุํ อรหตี’’ติ. อยญฺจ อตฺถวณฺณนา ธาตุกถาปาฬิยา น สเมตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ธาตุกถายํ ปนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ธาตุกถายํ วจนโต สพฺพวิญฺญาณผสฺสเวทนาปริคฺคโห กโต ธาตุกถายนฺติ โยชนา. สปฺปเทสาติ สาวเสสา, วิปากา เอวาติ อธิปฺปาโย. วิญฺญาณาทีสุ หิ วิปาเกสุเยว อธิปฺเปเตสุ ยถา –
‘‘วิปาเกหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา, เต ธมฺมา อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ทฺวาทสหายตเนหิ เตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิตา. กติหิ อสงฺคหิตา? น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ อสงฺคหิตา’’ติ (ธาตุ. ๔๗๗) –
วิปากวิปฺปยุตฺตานํ สงฺคหาสงฺคหา วิสฺสชฺชิตา, เอวมิธาปิ วิสฺสชฺชิตพฺพํ สิยา. เตนาห ‘‘วิปากา ธมฺมาติ อิมสฺส วิย วิสฺสชฺชนํ สิยา’’ติ. ตสฺมาติ ยสฺมา วิปฺปยุตฺเตน สงฺคหิตาสงฺคหิตปทนิทฺเทเส นิปฺปเทสาว วิญฺญาณผสฺสเวทนา คหิตา, ตสฺมา. ตตฺถาติ ธาตุกถายํ. อภิธมฺมภาชนียวเสนาติ อิมสฺมึ ปฏิจฺจสมุปฺปาทวิภงฺเค อภิธมฺมภาชนียวเสน. เตนาห ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา จา’’ติอาทิ. เตน ยถาวุตฺตอตฺถวณฺณนา สุตฺตนฺตภาชนียวเสน วุตฺตาติ ยถาทสฺสิตํ วิโรธํ ปริหรติ. ยทิ อภิธมฺมภาชนียวเสน ธาตุกถาปาฬิ ปวตฺตา, อถ กสฺมา ‘‘กามภโว ปญฺจหิ ขนฺเธหิ เอกาทสหายตเนหิ สตฺตรสหิ ธาตูหิ สงฺคหิโต. รูปภโว ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ปญฺจหายตเนหิ อฏฺฐหิ ธาตูหิ สงฺคหิโต’’ติอาทินา (ธาตุ. ๖๗-๖๘) อุปาทินฺนกฺขนฺธวเสน ภโว วิสฺสชฺชิโตติ โจทนํ มนสิ กตฺวา อาห ‘‘ภโว ปน…เป… น อภิธมฺมภาชนียวเสน คหิโต’’ติ. เอวญฺจ กตฺวาติ อภิธมฺมภาชนียวเสน อคฺคหิตตฺตา เอว. ตตฺถาติ ธาตุกถายํ. วิปากเญฺหตนฺติ หิ-สทฺโท เหตุอตฺโถ. ยสฺมา ยถาวุตฺตพาตฺตึสวิธวิญฺญาณํ วิปากํ, ตสฺมา ตํ สงฺขารปจฺจยนฺติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘วิญฺญาณสฺส วิปากตฺตา’’ติอาทิมาห.
‘‘โสมนสฺสสหคตาเนว สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ อิทํ วิจาเรตพฺพํ อุเปกฺขาสหคตกุสลากุสลชวนานนฺตรมฺปิ โสมนสฺสสหคตตทารมฺมณสฺส อิจฺฉิตตฺตา. ตถา หิ อฏฺฐกถายํ ‘‘จตุนฺนํ ปน ทุเหตุกกุสลจิตฺตานํ อญฺญตรชวนสฺส ปริโยสาเน อเหตุกจิตฺตํ ตทารมฺมณภาเวน ปติฏฺฐาตี’’ติ (ธ. ส. อฏฺฐ. ๔๙๘ วิปากุทฺธารกถา) วตฺวา ‘‘อิฏฺฐารมฺมเณ ปน สนฺตีรณมฺปิ ตทารมฺมณมฺปิ โสมนสฺสสหคตเมวา’’ติ วุตฺตํ. กุสลากุสลญฺหิ อภิอิฏฺฐมฺปิ อารมฺมณํ ตถาภิสงฺขรเณน กทาจิ น มชฺฌตฺตํ กตฺวา น ปวตฺตติ, วิปากํ ปน ยถาสภาวโตว อารมฺมณรสํ อนุภวติ. เตนาห ‘‘น สกฺกา วิปากํ วญฺเจตุ’’นฺติ. กิริยชวนานํ ปน วิสยาภิสงฺขรณสฺส พลวภาวโต ตทนนฺตรานํ ตทารมฺมณานํ ยถาวิสยํ เวทนาวเสน ตทนุคุณตา อิจฺฉิตา. เย ปน กิริยชวนานนฺตรํ ตทารมฺมณํ น อิจฺฉนฺติ, เตสํ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ยํ ปน ‘‘ชวเนน ตทารมฺมณํ นิยเมตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ กุสลํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ จ วุตฺตํ. ตสฺมา ยถาวุตฺโต วิจาเรตพฺโพ. ติเหตุกชวนาวสาเน จ ทุเหตุกชวนาวสาเน จาติ สมุจฺจยตฺโถ จ-สทฺโท. เกจิ ปน วิภาคํ อกตฺวา ‘‘กุสลชวนาวสาเนปิ อเหตุกตทารมฺมณํ โหตีติ ‘เยภุยฺเยนา’ติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. โลภจิตฺตสฺส วา สตฺตานํ พหุลํ อุปฺปชฺชนโต ‘‘เยภุยฺเยนา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘สกึ วา’’ติ วจนสิลิฏฺฐตาวเสน วุตฺตํ ยถา ‘‘อฏฺฐ วา ทส วา’’ติ ทสฺเสตุํ ‘‘ทิรตฺตติรตฺตาทีสุ วิย เวทิตพฺพ’’นฺติ อาห. วา-สทฺทสฺส อภาวาติ สุยฺยมานสฺส วา-สทฺทสฺส อภาเวน วุตฺตํ. อตฺถโต ปน ตตฺถาปิ วา-สทฺโท ลพฺภเตว. ติรตฺตํ ปน วาสาทิเก ลพฺภมาเน ทิรตฺเต วตฺตพฺพเมว นตฺถีติ ทิรตฺตคฺคหณํ วิสุํ น โยเชตีติ อธิปฺปาเยน ‘‘วจนสิลิฏฺฐตามตฺเตนา’’ติ วุตฺตํ. เกวลํ ‘‘ติรตฺต’’นฺติ วุตฺเต อญฺญตฺถ วาสาทินา อนฺตริตมฺปิ ติรตฺตํ คเณฺหยฺย, ทิรตฺตวิสิฏฺฐํ ปน ติรตฺตํ วุจฺจมานํ เตน อนนฺตริตเมว ติรตฺตํ ทีเปตีติ อาห ‘‘นิรนฺตรติรตฺตทสฺสนตฺถํ วา’’ติ. พลวรูปาทิเก อารมฺมเณติ อติมหติ รูปาทิอารมฺมเณ. ‘‘อธิปฺปาโย’’ติ เอเตน เอกจิตฺตกฺขณายุเกปิ วิสเย กทาจิ ตทารมฺมณํ อุปฺปชฺเชยฺยาติ ‘‘สกึ เอวา’’ติอาทินา วุตฺตมตฺถํ อุลฺลิงฺเคติ. ‘‘สพฺพทฺวาเรสุ ตทารมฺมเณ เทฺว เอว จิตฺตวารา อาคตา’’ติ วุตฺตตฺตา อยมฺปิ อตฺโถ วิจาเรตฺวา คเหตพฺโพ. อนุรูปาย ปฏิสนฺธิยาติ อตฺตโน อตฺตโน อนุจฺฉวิเกน ปฏิสนฺธานกิจฺเจน.
‘‘กติ ปฏิสนฺธิโย, กติ ปฏิสนฺธิจิตฺตานี’’ติอาทินา ปฏิสนฺธิวิจาโร ปรโต วิตฺถารโต กถียตีติ อาห ‘‘ปฏิสนฺธิกถา มหาวิสยาติ กตฺวา ปวตฺติเมว ตาว ทสฺเสนฺโต’’ติ. อเหตุกทฺวยาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน มหาวิปากมหคฺคตวิปาเก สงฺคณฺหาติ. ทฺวารนิยมานิยมาวจนนฺติ ทฺวารสฺส นิยตานิยตาวจนํ, นิยตทฺวารํ อนิยตทฺวารนฺติ วา อวจนนฺติ อตฺโถ. อนุปฺปตฺติโตติ น อุปฺปชฺชนโต. ยทิปิ ‘‘อนุรูปาย ปฏิสนฺธิยา’’ติ ปฏิสนฺธิปิ เหฏฺฐา คหิตา, ‘‘ปวตฺติยํ ปนา’’ติ อธิกตตฺตา ปน ปวตฺติเยว ปจฺจามฏฺฐา. ปจฺจยุปฺปนฺนภาเวน ปฐมุทฺทิฏฺฐานิ สพฺพานิปิ โลกิยวิปากจิตฺตานิ อนฺวาเทสํ อรหนฺตีติ อาห ‘‘ตตฺรสฺสาติ ปวตฺติยํ พาตฺตึสวิธสฺสา’’ติ.
ยถา กามาวจรปฏิสนฺธิวิญฺญาณสงฺขาตสฺส พีชสฺส อภาเวปิ รูปภเว จกฺขุโสตินฺทฺริยปวตฺติอานุภาวโต จกฺขุโสตวิญฺญาณานํ สมฺภโว, เอวํ เตเนว การเณน สมฺปฏิจฺฉนาทีนมฺปิ ตตฺถ สมฺภโวติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อินฺทฺริยปวตฺติอานุภาวโต เอวา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ จกฺขุโสตทฺวารเภเทนาติ จกฺขุโสตทฺวารวิเสเสน ภวิตพฺพนฺติ สมฺพนฺโธ. ตสฺสาติ จกฺขุโสตทฺวารสฺส. ทฺวารวนฺตาเปกฺโข ทฺวารภาโวติ อาห ‘‘วิญฺญาณวีถิเภทายตฺตตฺตา’’ติ. ตสฺมิญฺจ สตีติ ตสฺมึ ทฺวารเภเท วีถิเภเท จ สติ. ภาโวติ อุปฺปตฺติ. ชนกํ อนุพนฺธติ นามาติ ตํสทิเส ตพฺโพหารํ กตฺวา วุตฺตํ.
อิทํ ปน วตฺวาติ รูปารูปาวจรธมฺเม อารพฺภ ตทารมฺมณานุปฺปตฺตึ วตฺวา. ภาวนายาติ อกุสลภาวนาย สํกิเลสวฑฺฒเนน, สํกิลิฏฺฐสมาธาเนนาติ อตฺโถ. ตถา หิ โลภโทสสหคตจิตฺตุปฺปาเทปิ สมาธิ ‘‘อวฏฺฐิติ อวิสาหาโร อวิกฺเขโป อวิสาหฏมานสตา’’ติอาทินา (ธ. ส. ๑๑) นิทฺทิฏฺโฐ. อวตฺถุภาวทสฺสนตฺถนฺติ อฏฺฐานภาวทสฺสนตฺถํ, อนารมฺมณภาวทสฺสนตฺถนฺติ อตฺโถ.
‘‘เกน กตฺถา’’ติ ปทสฺส ‘‘เกน จิตฺเตน กสฺมึ ภเว’’ติ สงฺเขเปน วุตฺตมตฺถํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘เอกูนวีสตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เตน เตน จิตฺเตนาติ เตน เตน อเหตุกทฺวยาทิจิตฺเตน สทฺธึ ปวตฺตมานา ปฏิสนฺธิกฺขเณ รูปารูปธมฺมา เอกูนวีสติ ปฏิสนฺธิโยติ โยชนา. เตน เตน จิตฺเตน สหชาตาทิปจฺจยตาย เหตุภูเตน, กรณภูเตน วา. ตตฺถ ตตฺถ ภเว.
อนุสฺสรณตฺโถ พฺยาปาโร อนุสฺสรณพฺยาปาโร. เกจีติ ธมฺมสิริตฺเถรํ สนฺธาย วทติ. ตีสุ ชวนวาเรสุ…เป… ภวิตพฺพนฺติ กมฺมาทิอุปฏฺฐานสฺส ปรโต ตีหิ ชวนวาเรหิ ปวตฺติตพฺพนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อเนก…เป… อภิปฺปลมฺพนญฺจ โหตี’’ติ. ตสฺมาติ ยสฺมา เอกชวนวารสฺเสว กมฺมาทิอุปฏฺฐาเนน มรณํ น สมฺภวติ, ตสฺมา. โผฏฺฐพฺพสฺสาติ ปหารโผฏฺฐพฺพสฺส. ภวงฺคจิตฺเต วตฺตมาเน, อนฺตรนฺตรา ปญฺจทฺวารวีถิยา วา วตฺตมานาย โผฏฺฐพฺพสมาโยเค ปฐมํ กายทฺวาราวชฺชนุปฺปตฺติ ยุตฺตา, ตถาปิ กิสฺมิญฺจิ จินฺติยมาเน ตเมวารพฺภ เอกสฺมึ ชวนวาเร ปวตฺเต ปจฺฉา กายทฺวาราวชฺชนุปฺปตฺติ สิยา จิตฺตสฺส ลหุปริวตฺติภาวโตติ เกจิวาทสฺส อธิปฺปาโย. ยถา นิทฺทายนฺตสฺส โผฏฺฐพฺพสมาโยเคน ปพุชฺฌนกาเล มโนทฺวาราวชฺชนเมว อาวฏฺเฏติ, น กายทฺวาราวชฺชนํ. ‘‘ปญฺจหิ วิญฺญาเณหิ น ปฏิพุชฺฌตี’’ติ (วิภ. ๗๕๑) หิ วุตฺตํ. เอวํสมฺปทํ วา เอตํ ทฏฺฐพฺพํ. ลหุกปจฺจุปฏฺฐานนฺติ ลหุอุปฏฺฐานํ. มโนทฺวารสฺส วิสโย กมฺมาทิโก. ลหุกตาติ ลหุปฏฺฐานตา. รูปานนฺติ จกฺขาทิรูปธมฺมานํ. วิสยภาเวปีติ รูปายตนาทิวิสยสพฺภาเวปิ. เยสํ วิสโย อตฺถีติ เยสํ นิปฺปริยาเยน วิสโย อตฺถิ. ตํทสฺสนตฺถเมวาติ เตสํ สารมฺมณานํเยว ทสฺสนตฺถํ. เตนาติ ตสฺมา.
‘‘ภูมิจิตฺตุปฺปาทาทิวเสนา’’ติ อิทํ กมฺมํ สนฺธาย วุตฺตํ, กมฺมนิมิตฺตสฺสปิ วเสน ลพฺภเตว ตสฺส ฉฬารมฺมณภาวโต. คตินิมิตฺตสฺส ปน ปเภโท นีลาทิโกเยว.
อนุปจฺฉินฺเนสุ มคฺเคน อปฺปหีเนสุ. ตญฺจ กมฺมาทึ. ภวนฺตรนินฺนาทิตา จิตฺตสนฺตานสฺส ภวปตฺถนาย ตถาภิสงฺขตตฺตา. ยสฺมิญฺหิ จิตฺตสนฺตาเน ปุญฺญาทิเจตนาย วิย ภวปตฺถนาย ปริภาวนา อนุปจฺฉินฺนา, ตตฺเถว ภวนฺตรปริยาปนฺนจิตฺตุปฺปตฺติ. ตํ ปน จิตฺตํ ตถา อุปฺปชฺชมานํ ตาย วินามิตํ วิย โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อนุปจฺฉินฺนกิเลสพลวินามิต’’นฺติ. สพฺพตฺถาติ สุคติทุคฺคตีสุ. อิตรายาติ สุคติปฏิสนฺธินินฺนาย จุติยา. ‘‘นิจฺฉินนฺตี’’ติ วุตฺตสฺส นิจฺฉยสฺส นิพนฺธนํ อาคมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘นิมิตฺตสฺสาทคธิตํ วา’’ติอาทิมาห.
อกุสเล หิ ทุคฺคตูปนิสฺสเย นิยมิเต กุสลํ สุคตูปนิสฺสโยติ นิยมิตเมว โหตีติ.
อนิฏฺฐํ อารมฺมณํ อาห ยโต ทุคฺคติปฏิสนฺธิ ทสฺสียตีติ อธิปฺปาโย. ยทิ เอวํ ‘‘ราคาทิเหตุภูต’’นฺติ กสฺมา วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ตมฺปิ หิ…เป… โหตี’’ติ. ตมฺปีติ อนิฏฺฐารมฺมณมฺปิ. ยสฺมา ปน หีนํ อารมฺมณนฺติ อารมฺมณภูตกมฺมนิมิตฺตํ อธิปฺเปตํ, ตสฺมา ‘‘อกุสลวิปากชนกกมฺมสหชาตานํ วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. กมฺมนิมิตฺตภูตญฺหิ อารมฺมณํ ยํ วิปากสฺส ชนกํ กมฺมํ, เตน สหชาตานํ, ตสฺส กมฺมสฺส สทิสาสนฺนชวนสหชาตานญฺจ ราคาทีนํ อารมฺมณปจฺจยสงฺขาโต เหตุ โหติ, โส เอว จสฺส หีนภาโวติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. กมฺมวเสน อนิฏฺฐนฺติ หีนสฺส อกุสลกมฺมสฺส อารมฺมณโต อารมฺมณตาวเสน หีนนฺติ กตฺวา อนิฏฺฐํ, สภาเวน อิฏฺฐมฺปีติ อธิปฺปาโย. ‘‘อญฺญถา จา’’ติอาทินา กมฺมนิมิตฺตารมฺมณสฺส อกุสลวิปากสฺส น สมฺภโวติ ทสฺเสติ. อาสนฺนกตกมฺมารมฺมณสนฺตติยนฺติ อาสนฺนกตสฺส กมฺมสฺส อารมฺมณสนฺตาเน. ตํสทิสนฺติ ยถาวุตฺตกมฺมารมฺมณสทิสํ. ปฏิสนฺธิอารมฺมณูปฏฺฐาปกนฺติ ปฏิสนฺธิยา อารมฺมณสฺส อุปฏฺฐาปกํ. จุติอาสนฺนชวนานํ ปฏิสนฺธิชนกตฺเต อยมตฺโถ ลพฺเภยฺยาติ โจทนํ มนสิ กตฺวา อาห ‘‘น จ ปฏิสนฺธิยา’’ติอาทิ. ตํสมานวีถิยนฺติ ตาย ปฏิสนฺธิยา เอกวีถิยํ. น อสฺสาทิตานีติ อสฺสาทนภูตาย ตณฺหาย น อามฏฺฐานิ.
สมตฺตาติ ปริปุณฺณา, ปริยตฺตา วา. ‘‘มรณกาเล…เป… สมาทินฺนา’’ติ วจนโต ยถาวุตฺตจุติอาสนฺนชวนานํ ปฏิสนฺธิทานํ สิทฺธนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘น จ ทุพฺพเลหี’’ติอาทิ. ‘‘วกฺขติ จา’’ติอาทินา วุตฺตเมวตฺถํ อุปจเยน ปากฏตรํ กโรติ. ญาณวตฺถุวิภงฺควณฺณนายญฺหิ ‘‘ปญฺจหิ วิญฺญาเณหิ น กญฺจิ ธมฺมํ ปฏิวิชานาตี’’ติ ปทานํ อตฺถํ วิวรนฺโต วกฺขติ ‘‘สพฺพมฺปิ…เป… ปฏิกฺขิตฺตานี’’ติ. ตตฺถ ปฏิวิชานนาทีติ อาทิ-สทฺเทน อิริยาปถกปฺปนกายวจีกมฺมุปฏฺฐาปนกุสลากุสลธมฺมสมาทานสมาปชฺชนวุฏฺฐานานิ สงฺคณฺหาติ. อุปปชฺชนสุปินทสฺสนาทีนํ มโนทฺวาริกจิตฺเตเนว ปวตฺติ ปากฏาติ ตานิ พหิ กโรนฺโต ‘‘จวนปริโยสานํ กิจฺจ’’นฺติ อาห. สหชวนกานีติ ชวนสหิตานิ, ปญฺจทฺวาริกชวเนหิ สทฺธินฺติ อตฺโถ.
ตตฺถาติ ‘‘ปญฺจหิ วิญฺญาเณหิ น กญฺจิ ธมฺมํ ปฏิวิชานาตี’’ติ ปาฬิวณฺณนายํ. น กญฺจิ ธมฺมํ ปฏิวิชานาตีติ เอตฺถ น สพฺเพ รูปาทิธมฺมา ธมฺมคฺคหเณน คหิตาติ ยถาธิปฺเปตธมฺมทสฺสนตฺถํ ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมาติ (ธ. ป. ๑-๒) เอวํ วุตฺตํ เอกมฺปิ กุสลํ วา อกุสลํ วา น ปฏิวิชานาตี’’ติ อฏฺฐกถายํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสตฺวา ตสฺส อตฺถํ วิวรนฺโต ‘‘เยส’’นฺติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – เยสํ กุสลากุสลธมฺมานํ ปฏิวิภาวนปฺปวตฺติยา สิทฺธา วิปากธมฺมตา โยนิโสมนสิการอโยนิโสมนสิการสมุฏฺฐานา, ยาย สุขํ วา ทุกฺขํ วา ตํสนฺตาเน อเนฺวติ อนุคจฺฉติ, ปญฺจวิญฺญาณานํ สา วิปากธมฺมตา ปฏิกฺขิตฺตา ปฏิเสธิตาติ. ตาทิสเมวาติ กุสลากุสลธมฺมปฏิวิชานนสทิสเมว. ยทิ ปญฺจทฺวาเร ยถาวุตฺตกิจฺจสฺส กรเณ สหชวนกานิ วีถิจิตฺตานิ ปฏิกฺขิตฺตานิ, กถํ ตตฺถ จวนุปปชฺชนานิ สมฺภวนฺตีติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ตทารมฺมณานนฺตรํ ปนา’’ติอาทิ. นิปฺปริยาเยน มโนทฺวาริกภาโว มโนทฺวาราวชฺชนุปฺปตฺติปุพฺพโกติ ตทภาเวนาห ‘‘อิมินา อธิปฺปาเยนา’’ติ. อวเสเสกจิตฺตกฺขณายุเก รูปาทิมฺหีติ โยชนา.
อุปจาโร วิย ทฏฺฐพฺพา สมานารมฺมณตฺตา, อุปปตฺตินิมิตฺตตฺตา จ. เกจีติ ธมฺมสิริตฺเถรํ สนฺธาย วทติ. มหคฺคตาวสานํ วทนฺตีติ ยถาปจฺจยํ มหคฺคตสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐิตสฺส สา วีถิ อุปฺปชฺชติ, ตโต จุติจิตฺตํ โหตีติ วทนฺติ. อตีตารมฺมณา เอกาทสวิธาติ นว กามาวจรสุคติจุติโย, เทฺว วิญฺญาณญฺจายตนเนวสญฺญานาสญฺญายตนอารุปฺปจุติโยติ เอวํ อตีตารมฺมณา เอกาทสวิธา สุคติจุติโย. ปญฺจ รูปาวจรา, วุตฺตาวเสสา เทฺว อรูปาวจราติ นวตฺตพฺพารมฺมณา สตฺตวิธา จุติโย. ทุคฺคติจุติ ปน ปรโต วุจฺจตีติ อิธ น คหิตา. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘ทุคฺคติจุติยา ปน…เป… น ทสฺสิตา’’ติ.
เอวมาทิเกติ อาทิ-สทฺเทน ‘‘สุทฺธาย วา ชวนวีถิยา’’ติอาทิวจนํ สงฺคณฺหาติ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘สุทฺธาย วาติ มหคฺคตกมฺมนิมิตฺตารมฺมณาย ชวนวีถิยา’’ติ. ‘‘วิญฺญายตี’’ติ อิมินา ยทิปิ ‘‘ปถวีกสิณาที’’ติอาทิสทฺเทน อรูปาวจรชฺฌานารมฺมณสฺสาปิ สงฺคโห สมฺภวติ, ‘‘จกฺขุโสตานํ วา’’ติ ปน ทฺวารทฺวยสฺเสว วเสน วิกปฺปนฺตรกรณํ ยถาธิปฺเปตสฺส อตฺถสฺส ญาปกนฺติ ทสฺเสติ. ญาปกญฺจ นาม อคติกา คตีติ ยถาวุตฺตํ ญาปกํ อสมฺภาเวนฺโต ‘‘อถาปี’’ติอาทิมาห. โย ยตฺถ สมฺภวติ, ตสฺส โยชนา ยถาสมฺภวโยชนา, ตาย. อยมฺปิ ปฏิสนฺธีติ อารุปฺปจุติยา อนนฺตรํ ปฏิสนฺธึ วทติ. ตตฺเถวาติ ‘‘ปถวีกสิณาทิกํ วา นิมิตฺต’’นฺติ วุตฺเต ปฐเม วิกปฺเป เอว. เหฏฺฐิมา เหฏฺฐิมา ปฏิสนฺธิ นตฺถีติ โยชนา. เตนาติ ตสฺมา. ตโตติ จตุตฺถารุปฺปจุติโต. ตตฺเถวาติ จตุตฺถารุปฺเป เอว. อตีตารมฺมณา ปฏิสนฺธิ, ตโต จตุตฺถารุปฺปจุติโต กามาวจเร อตีตปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา ปฏิสนฺธิ. อิตราหีติ อารุปฺปจุตีหิ. ทุติยา อารุปฺปปฏิสนฺธิ อตีตารมฺมณา, อิตรา นวตฺตพฺพารมฺมณาติ อาห ‘‘ยถาสมฺภว’’นฺติ. อตีตปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา จ กามาวจรปฏิสนฺธีติ เอตฺถาปิ อิตราหีติ สมฺพนฺโธ. สพฺพตฺถ จ ‘‘โยเชตพฺพา’’ติ สมฺพนฺธิตพฺพํ. อิมสฺส วิเสสสฺสาติ ‘‘เตนา’’ติอาทินา ยถาวุตฺตสฺส วิเสสสฺส. วิสุํ อุทฺธรณํ กตํ อธิกวจนมญฺญมตฺถํ โพเธตีติ.
อารมฺมณวเสน เอกวิธายาติ อตีตารมฺมณตาวเสน เอกวิธาย. ทุวิธาติ อตีตารมฺมณา, ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา จาติ ทฺวิปฺปการา. ทุคฺคติจุติยา อารมฺมณวเสน ‘‘เอกวิธายา’’ติ ปทํ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ. อตีตปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณตาย ทฺวิปฺปการา กามาวจรปฏิสนฺธิ, นวตฺตพฺพารมฺมณตาย เอกปฺปการา รูปาวจรปฏิสนฺธิ, นวตฺตพฺพาตีตารมฺมณตาย ทฺวิปฺปการา อารุปฺปปฏิสนฺธีติ อาห ‘‘ทฺวิเอกทฺวิปฺปการานํ กามรูปารุปฺปานํ วเสนา’’ติ. ‘‘ตเถวา’’ติ อิมินา ‘‘ทฺวิเอกทฺวิปฺปการานํ กามรูปารุปฺปานํ วเสนา’’ติ ปททฺวยํ อากฑฺฒติ. ทุวิธายาติ นวตฺตพฺพาตีตารมฺมณตาวเสน ทุวิธาย. ปจฺเจกนฺติ วิสุํ วิสุํ. ทฺวินฺนํ ทฺวินฺนํ กามารุปฺปานนฺติ เอตฺถายํ โยชนา – นวตฺตพฺพารมฺมณาย อารุปฺปจุติยา อนนฺตรา อตีตารมฺมณา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา จ เทฺว กามปฏิสนฺธี, นวตฺตพฺพารมฺมณา อตีตารมฺมณา จ เทฺว อารุปฺปปฏิสนฺธี, ตถา อตีตารมฺมณายปีติ อิมาสํ วเสน อฏฺฐวิธา.
‘‘ทฺวิทฺวี’’ติ คาถาย วุตฺตเมวตฺถํ สุขคฺคหณตฺถํ สงฺคเหตฺวา ทสฺเสติ. ยทิปิ ‘‘กมฺมสฺส กตตฺตา’’ติอาทินาปิ กมฺมสฺส วิปากานํ อุปนิสฺสยปจฺจยภาโว คหิโตเยว โหติ, ‘‘กุสลากุสลํ กมฺม’’นฺติอาทินา ปน วิสุํ อุปนิสฺสยปจฺจยภาโว ทสฺสียตีติ ‘‘กามาวจรสฺส…เป… อาทินา นานากฺขณิกกมฺมปจฺจยภาโว ทสฺสิตปฺปกาโร’’ติ อาห.
อาทินา วิมิสฺสวิญฺญาเณนาติ เอกสฺส ภวสฺส อาทิภูเตน รูปวิมิสฺเสน ปฏิสนฺธิวิญฺญาเณน. อญฺญตฺถาติ สํเสทชโอปปาติกโยนิยํ. อวจนํ ปฏิกฺเขปํ มญฺญมาโน ‘‘คนฺธรสาหารานํ ปฏิกฺขิตฺตตฺตา’’ติ วตฺวา สพฺเพน สพฺพํ รูปภเว เต นตฺถีติ อธิปฺปาเยนาห ‘‘จกฺขุโสตวตฺถุสตฺตกชีวิตฉกฺกภาเวปี’’ติ. ปาฬิยนฺติ ธมฺมหทยวิภงฺคปาฬิยํ. ปญฺจายตนานีติ จกฺขุโสตมนรูปธมฺมายตนานิ. ปญฺจ ธาตุโยติ ตา เอว ปญฺจ ธาตุโย. วุตฺตญฺหิ – ‘‘รูปธาตุยา อุปปตฺติกฺขเณ กตมานิ ปญฺจายตนานิ ปาตุภวนฺติ? จกฺขายตนํ รูปายตนํ โสตายตนํ มนายตนํ ธมฺมายตนํ. อิมานิ ปญฺจายตนานิ ปาตุภวนฺติ. กตมา ปญฺจ ธาตุโย ปาตุภวนฺติ? จกฺขุธาตุ…เป… ธมฺมธาตุ. อิมา ปญฺจ ธาตุโย ปาตุภวนฺตี’’ติ (วิภ. ๑๐๑๖). ฉ อายตนานิ สทฺทายตเนน สทฺธึ ตานิเยว. นว ธาตุโยติ จกฺขุรูปจกฺขุวิญฺญาณโสตสทฺทโสตวิญฺญาณมโนธมฺมมโนวิญฺญาณธาตุโย. สพฺพสงฺคหวเสนาติ อนวเสสปริคฺคหวเสน. ตตฺถาติ รูปธาตุยํ. ‘‘กถาวตฺถุมฺหิ จา’’ติอาทินา น เกวลํ ธมฺมหทยวิภงฺคปาฬิยํเยว, อถ โข ปกรณนฺตเรปิ คนฺธาทโย ปฏิกฺขิตฺตาติ ทสฺเสติ. ตตฺถ ฆานายตนาทีนํ วิยาติ สทิสูทาหรณทสฺสนํ. ยถา ฆานายตนาทีนํ ตตฺถ รูปภเว ภาโว อตฺถิ, ตา ปฏิกฺขิตฺตา, เอวํ คนฺธายตนาทีนญฺจาติ. อตฺถิ ตตฺถ ฆานายตนนฺติ ปุจฺฉา สกวาทิสฺส. ยญฺหิ ตตฺถ อายตนํ นตฺถิ, ตสฺส วเสนายํ โจทนา. ตโต ปรวาที ยํ ตตฺถ อชฺฌตฺติกานํ ติณฺณํ อายตนานํ ฆานาทิกํ สณฺฐานนิมิตฺตํ, ตเทว อายตนนฺติ ลทฺธิยา ‘‘อามนฺตา’’ติ ปฏิชานาติ. พาหิรานํ คนฺธายตนาทีนํ วเสน ปุฏฺโฐ ยสฺมา ฆานปฺปสาทาทโย ตตฺถ น อิจฺฉติ, ตสฺมา เตสํ โคจรํ ปฏิเสเธนฺโต ‘‘น เหวํ วตฺตพฺเพ’’ติ ปฏิกฺขิปติ. อาทิ-สทฺเทน ‘‘อตฺถิ ตตฺถ ชิวฺหายตนนฺติ? อามนฺตา. อตฺถิ ตตฺถ รสายตนนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ’’ติอาทินยปฺปวตฺตานํ อนุโลมปฏิโลมสํสนฺทนปญฺหาทีนํ สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. อโผฏฺฐพฺพายตนานนฺติ โผฏฺฐพฺพายตนภาวรหิตานํ, อโผฏฺฐพฺพสภาวานนฺติ อตฺโถ.
อิทานิ อนายตนสภาเว คนฺธรเส ปฏิชานิตฺวาปิ โทสํ วทนฺโต ‘‘ยทิ จา’’ติอาทิมาห. อวจเน นตฺถิ การณํ ยถาธมฺมสาสเน อภิธมฺเม, เตสํ วา นิสตฺตนิชฺชีวสภาวตฺตาติ อธิปฺปาโย. ยถา จ ธาตุภาโว, เอวํ ธมฺมภาโว จ เตสํ เอกนฺติโก, ตถา อายตนภาโว จาติ สพฺพถาปิ ตตฺถ วิชฺชมานานํ คนฺธรสานํ อายตเนสุ อวจเน การณํ นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ธมฺมภาโว จา’’ติอาทิมาห. อญฺญสฺส ปรมตฺถสฺส อภาวา. โกจิ อายตนสภาโวติ ธมฺมายตนเมว สนฺธาย วทติ. เตน ยทิ รูปภเว คนฺธรสา วิชฺชนฺติ, ยถาวุตฺตการณโต คนฺธรสายตนภาเวน อวุจฺจมานาปิ ธมฺมายตนภาเวน วตฺตพฺพา สิยุํ, น จ วุตฺตา. ตสฺมา นิฏฺฐเมตฺถ คนฺตพฺพํ ‘‘นตฺเถว รูปภเว คนฺธรสา’’ติ ทสฺเสติ. กิญฺจ รูปธาตุยํ คนฺธรสภาเวน อวุตฺตานํ, กามธาตุยํ วุตฺตานํ เตสํ กึ คนฺธรสภาวโต อญฺเญน สภาเวน รูปธาตุยํ อตฺถิภาโว, อุทาหุ คนฺธรสภาเวน. ยทิ ปุริโม ปกฺโข ธมฺมายตเน เตสํ สงฺคโห สิยา อนายตนสภาวสฺส สภาวธมฺมสฺส อภาวา, อถ ทุติโย เตเนว การเณน เนสํ คนฺธรสายตนภาโว สิทฺโธติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยทิ จา’’ติอาทิมาห. ตสฺมาติ ยสฺมา คนฺธรสา ธมฺมหทยวิภงฺเค น วุตฺตา, กถาวตฺถุมฺหิ จ เตสํ ภาโว ปฏิกฺขิตฺโต, ผุสิตุํ อสกฺกุเณยฺยา ปถวีอาทโย วิย ฆายิตุํ สายิตุญฺจ อสกฺกุเณยฺยา เต นตฺถิ, ธาตุสทฺเทน จ เต คหิตา, ธมฺมภาโว จ เตสํ เอกนฺติโก, ตสฺมิญฺจ สติ สิทฺโธ อายตนภาโว, ตสฺมา. ตถาติ ปาฬิยํ อวุตฺตธมฺเม หาเปตฺวา จกฺขุสตฺตกาทิวเสน. เอวนฺติ จกฺขุสตฺตกาทิวเสน รูปคณนาย กริยมานาย. ธมฺมตาติ ปาฬิธมฺโม, รูปภเว วา ปวตฺตนกรูปธมฺมตา. ‘‘น วิโลมิตา’’ติ อิมินา ยถาปฏิญฺญาตํ ธมฺมํ ทีปิตํ อุลฺลิงฺเคติ.
เอตฺถ จ รูปาวจรสตฺตานํ ฆานชิวฺหายตนาภาวโต วิชฺชมานาปิ คนฺธรสา อายตนกิจฺจํ น กโรนฺตีติ เต อนามสิตฺวา ปาฬิยํ ‘‘ปญฺจายตนานิ ปาตุภวนฺติ, ฉ อายตนานี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ‘‘ตโย อาหารา’’ติ จ อชฺโฌหริตพฺพสฺส อาหารสฺส อภาเวน โอชฏฺฐมกรูปสมุฏฺฐาปนสงฺขาตสฺส อาหารกิจฺจสฺส อกรณโต, น สพฺเพน สพฺพํ คนฺธรสานํ โอชาย จ อภาวโต. อิติ วิสยิโน กิจฺจสฺส จ อภาเวน วิสโย, กิจฺจวา จ ธมฺโม น วุตฺโต. ยสฺมิญฺหิ ภเว วิสยี นตฺถิ, ตสฺมึ ตํเหตุโก นิปฺปริยาเยน วิสยสฺส อายตนภาโว นตฺถีติ วิชฺชมานสฺสาปิ อวจนํ, ยถา รูปภเว ปถวีเตโชวาโยธาตูนํ โผฏฺฐพฺพายตนภาเวน. ยสฺส ปน ยตฺถ วจนํ, ตสฺส ตตฺถ วิสยีสพฺภาวเหตุโก นิปฺปริยาเยน อายตนภาโว วุตฺโต ทิฏฺโฐ ยถา ตตฺเถว รูปายตนสฺส. ยทิ วิสยีสพฺภาวเหตุโก วิสยสฺส นิปฺปริยาเยน อายตนภาโว, กถํ อสญฺญสตฺตานํ เทวานํ เทฺว อายตนานิ ปาตุภวนฺตีติ. อสญฺญสตฺตานญฺหิ จกฺขายตนํ นตฺถิ, อจกฺขายตนภาเวน จ เนสํ รูปายตนํ อญฺเญสํ อวิสโยติ? นายํ วิโรโธ. เยน อธิปฺปาเยน รูปธาตุยํ สญฺญีนํ คนฺธายตนาทีนํ อวจนํ, เตน รูปายตนสฺสาปิ อวจนนฺติ อสญฺญีนํ เอกํ อายตนํ วตฺตพฺพํ. ยถาสกญฺหิ อินฺทฺริยโคจรภาวาเปกฺขาย เยสํ นิปฺปริยาเยน อายตนภาโว อตฺถิ, เตสุ นิทฺทิสิยมาเนสุ ตทภาวโต รูปธาตุยํ สญฺญีนํ คนฺธาทิเก วิสุํ อายตนภาเวน อวตฺวา ธมฺมสภาวานติวตฺตนโต, มโนวิญฺญาณสฺส จ วิสยภาวูปคมนโต ธมฺมายตนนฺโตคเธ กตฺวา ‘‘ปญฺจายตนานี’’ติ ปาฬิยํ วุตฺตํ. เอตทตฺถญฺหิ ‘‘ธมฺมายตน’’นฺติ สามญฺญโต นามกรณํ, ปิฏฺฐิวฏฺฏกานิ วา ตานิ กตฺวา ‘‘ปญฺจายตนานี’’ติ วุตฺตํ. เยน จ ปน อธิปฺปาเยน อสญฺญีนํ รูปายตนํ วุตฺตํ, เตน สญฺญีนมฺปิ คนฺธาทีนํ วิสุํ คหณํ กาตพฺพนฺติ อิมสฺส นยสฺส ทสฺสนตฺถํ ‘‘อสญฺญสตฺตานํ เทวานํ เทฺว อายตนานิ ปาตุภวนฺตี’’ติ (วิภ. ๑๐๑๗) วุตฺตํ. อสติปิ หิ อตฺตโน อินฺทฺริเย รูปสฺส วณฺณายตนสภาวาติกฺกโม นตฺเถวาติ ตํ รูปายตนนฺเตฺวว วุจฺจติ. อิมินา จ นยทสฺสเนน คนฺธาทีนิ ตีณิ ปกฺขิปิตฺวา สญฺญีนํ อฏฺฐ อายตนานิ, อสญฺญีนํ ปญฺจาติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต โหติ. เอวญฺเจตํ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพํ. อญฺญถา รูปโลเก ผุสิตุมสกฺกุเณยฺยตาย ปถวีอาทีนํ วจีโฆโส เอว น สิยา. น หิ ปฏิฆฏฺฏนานิฆํสมนฺตเรน สทฺทปฺปวตฺติ อตฺถิ, น จ ผุสนสภาวานํ กตฺถจิ อผุสนสภาวตา สกฺกา วิญฺญาตุํ. โผฏฺฐพฺพายตนสงฺขาตสฺส จ ภูตตฺตยสฺส อภาเว รูปภเว รูปายตนาทีนมฺปิ สมฺภโว เอว น สิยา, ตสฺมา ผุสิตุํ สกฺกุเณยฺยตายปิ ปถวีอาทีนํ ตตฺถ กายินฺทฺริยาภาเวน เตสํ โผฏฺฐพฺพภาโว น วุตฺโต. เอวญฺจ กตฺวา รูปธาตุยํ เตสํ สปฺปฏิฆวจนญฺจ สมตฺถิตํ โหติ. วุตฺตญฺหิ ‘‘อสญฺญสตฺตานํ อนิทสฺสนสปฺปฏิฆํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ เทฺว มหาภูตา’’ติอาทิ (ปฏฺฐา. ๒.๒๒.๑๗). ปฏิโฆ เหตฺถ ภูตตฺตยสฺส กายปฺปสาทํ ปติ ตํนิสฺสยภูตฆฏฺฏนทฺวาเรน อภิมุขภาโว, โส จ ผุสิตุํ อสกฺกุเณยฺยสภาวสฺส ฆฏฺฏนาย อภาวโต นตฺถิ. นนุ ‘‘เทฺว อายตนานี’’ติ เอตฺถ ปริยายายตนํ อธิปฺเปตํ, อถ กสฺมา คนฺธายตนาทีนิปิ คเหตฺวา ‘‘ปญฺจายตนานี’’ติ น วุตฺตนฺติ? ‘‘นยทสฺสนวเสน เทสนา ปวตฺตา’’ติ วุตฺโตวายมตฺโถ. อถ วา ตตฺถ รูปายตนสฺเสว วจนํ กทาจิ อญฺญภูมิกานํ ปสาทสฺส วิสยภาวํ สนฺธาย, น ปน อิตเรสํ อภาวโต. นาปิ ปริยาเยน คนฺธายตนาทีนํ อายตนสภาวาภาวโต. อสญฺญีนญฺหิ รูปายตนํ สมานภูมิกานํ เวหปฺผลานํ, อุปริภูมิกานญฺจ สุทฺธวาสานํ ปสาทสฺส วิสยภาวํ คจฺฉติ, น ปน คนฺธรสาติ เตสํเยว ตตฺถาวจนํ ยุตฺตํ. กถาวตฺถุมฺหิ จ นิปฺปริยาเยน คนฺธายตนาทีนํ อตฺถิภาวํ ปฏิชานนฺตํ สนฺธาย ปฏิเสโธ กโต. ยทิปิ เจตํ วจนํ ตตฺถ คนฺธายตนาทีนํ อภาววิภาวนํ น โหติ, อตฺถิภาวทีปนมฺปิ ปน อญฺญวจนํ นตฺเถวาติ? นยิทเมวํ อฏฺฐกถาสุ ตตฺถ เนสํ อตฺถิภาวสฺส นิทฺธาเรตฺวา วุตฺตตฺตา. ยญฺหิ อฏฺฐกถาวจนํ ปาฬิยา น วิรุชฺฌติ, ตํ ปาฬิ วิย ปมาณภูตํ อครหิตาย อาจริยปรมฺปราย ยาวชฺชตนา อาคตตฺตา. ตตฺถ สิยา – ยํ ปาฬิยา น วิรุชฺฌติ อฏฺฐกถาวจนํ, ตํ ปมาณํ. อิทํ ปน วิรุชฺฌตีติ? นยิทเมวํ ยถา น วิรุชฺฌติ, ตถา ปฏิปาทิตตฺตา. จกฺขาทีนํ อายตนานํ, ตนฺนิสฺสยานญฺจ วิญฺญาณานํ สตฺตสุญฺญตาสนฺทสฺสนตฺถํ ภควโต ธาตุเทสนาติ อายตนภาเวน วุตฺตานํเยว ธาตุภาวทีปนโต ธาตุภาวสฺสาปิ เนสํ อวจนํ ยุชฺชติ เอว, ตสฺมา ยถา ปาฬิยา อวิโรโธ โหติ, ตถา จกฺขุทสกาทิวเสน อฏฺฐกถายํ รูปคณนา กตาติ น เอตฺถ ธมฺมตาวิโลมนาสงฺกาย โอกาโสติ เวทิตพฺพํ.
เอฬกสฺส ชาตกาเล อุณฺณา ชาติอุณฺณาติ ปฐโม อตฺโถ. ตโต สุขุมตรตํ สนฺธาย ‘‘คพฺภํ…เป… อิติปิ วทนฺตี’’ติ วุตฺตํ. สมฺภวนสฺส เภโท วา สมฺภวเภโท, ปวตฺติเภโทติ อตฺโถ.
รูปีพฺรเหฺมสูติ อธิกรเณ ภุมฺมํ, โอปปาติกโยนิเกสูติ นิทฺธารเณติ ทสฺเสนฺโต ‘‘โอปปาติกโยนิเกหิ รูปีพฺรเหฺม นิทฺธาเรตี’’ติ อาห. เตน ‘‘โอปปาติกโยนิเกสู’’ติ สามญฺญโต วุตฺตราสิโต ‘‘รูปีพฺรเหฺมสู’’ติ วิเสสํ นิทฺธาเรติ. น สเมตีติ น สํสนฺทติ, วิรุชฺฌตีติ อตฺโถ. ยาย ปาฬิยา น สเมติ, ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ธมฺมหทยวิภงฺเค หี’’ติอาทิมาห.
เอกาทสาติ ปริปุณฺณายตนสฺส สทฺทายตนวชฺชานิ เอกาทสายตนานิ. กสฺสจิ ทสายตนานีติ อนฺธสฺส จกฺขายตนวชฺชานิ. กสฺสจิ อปรานิ ทสายตนานีติ พธิรสฺส โสตายตนวชฺชานิ. กสฺสจิ นวายตนานีติ อนฺธพธิรสฺส จกฺขุโสตายตนวชฺชานิ. กสฺสจิ สตฺตายตนานีติ คพฺภเสยฺยกสฺส รูปคนฺธรสกายโผฏฺฐพฺพมโนธมฺมายตนวเสน วุตฺตํ.
‘‘น วุตฺตํ อฏฺฐายตนานิ ปาตุภวนฺตี’’ติ อิทํ ‘‘น หิ ปาฬิยํ…เป… วุตฺตา’’ติ เอตสฺส อตฺถวิวรณํ. จกฺขุโสตฆานวิกลสฺส หิ อุปปชฺชมานสฺส อฏฺเฐว อายตนานิ สิยุนฺติ. สติ จ อฆานกุปปตฺติยํ ปุนปิ ‘‘กสฺสจิ อปรานิ ทสายตนานิ ปาตุภวนฺตี’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา. ตถา จ สติ ยถา อนฺธพธิรสฺส วเสน ‘‘กสฺสจิ นวายตนานิ ปาตุภวนฺตี’’ติ (วิภ. ๑๐๐๗) เอกวารํ วุตฺตํ, เอวํ อนฺธาฆานกสฺส, พธิราฆานกสฺส จ วเสน ‘‘กสฺสจิ อปรานิ นวายตนานิ, กสฺสจิ อปรานิ นวายตนานิ ปาตุภวนฺตี’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา, เอวํ น วุตฺตนฺติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘ตถา…เป… น จ ตํ วุตฺต’’นฺติ. เอวํ ธาตุปาตุภาวาทิปเญฺหสูติ ‘‘กสฺสจิ เอกาทส ธาตุโย ปาตุภวนฺติ, กสฺสจิ ทส ธาตุโย, กสฺสจิ อปรา ทส ธาตุโย, กสฺสจิ นว ธาตุโย, กสฺสจิ สตฺต ธาตุโย ปาตุภวนฺตี’’ติ (วิภ. ๑๐๐๗) เอวํ ธาตุปาตุภาวปโญฺห เวทิตพฺโพ. อาทิ-สทฺเทน ‘‘กสฺสจิ จุทฺทสินฺทฺริยานิ ปาตุภวนฺตี’’ติอาทิ (วิภ. ๑๐๐๗) นยปฺปวตฺตา อินฺทฺริยปญฺหาทโย สงฺคหิตา.
เอตฺถ จ ยถา ‘‘สตฺตติ อุกฺกํสโต จ รูปานี’’ติ ปทํ ‘‘สํเสทโชปปาตีสู’’ติ เอตฺถ โยนิทฺวยวเสน โยชียติ, น เอวํ ‘‘อวกํสโต ตึสา’’ติ อิทํ, อิทํ ปน สํเสทชโยนิวเสเนว โยเชตพฺพํ, เอกโยคนิทฺทิฏฺฐสฺสาปิ เอกเทโส สมฺพนฺธํ ลภตีติ. สํเสทชสฺเสว จ ชจฺจนฺธพธิรอฆานกนปุํสกสฺส ชิวฺหากายวตฺถุทสกานํ วเสน ตึส รูปานิ อุปฺปชฺชนฺตีติ วุตฺตํ, น โอปปาติกสฺสาติ อยเมตฺถ อฏฺฐกถาย อธิปฺปาโย. เย ปน ‘‘โอปปาติกสฺส ชจฺจนฺธ…เป… อุปฺปชฺชนฺตีติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, ตํ น คเหตพฺพํ. โส หิ ปมาทปาโฐ. เอวญฺจ กตฺวา อายตนยมกวณฺณนาย ‘‘กามธาตุยํ ปน อฆานโก โอปปาติโก นตฺถิ. ยทิ ภเวยฺย, ‘กสฺสจิ อฏฺฐายตนานิ ปาตุภวนฺตี’ติ วเทยฺยา’’ติ (ยม. อฏฺฐ. อายตนยมก ๑๘-๒๑) วกฺขติ. อปเร ปนาหุ ‘‘กสฺสจิ เอกาทสายตนานิ ปาตุภวนฺติ, ยาว ‘กสฺสจิ นวายตนานี’ติ ปาฬิ โอปปาติเก สนฺธาย วุตฺตา. ตสฺมา ปุพฺเพนาปรํ อฏฺฐกถายํ อวิโรโธ สิทฺโธ โหติ, ตถา จ ยถาวุตฺตปาฬิยา อยมตฺถวณฺณนา อญฺญทตฺถุ สํสนฺทติ สเมติเยวา’’ติ. ยํ ปเนเก วทนฺติ ‘‘โอปปาติกคฺคหเณน สํเสทชาปิ สงฺคยฺหนฺติ. ตถา หิ ธมฺมหทยวิภงฺเค ‘กามธาตุยา อุปปตฺติกฺขเณ กสฺสจิ เอกาทสายตนานิ ปาตุภวนฺตี’ติอาทีนํ (วิภ. ๑๐๐๗) อุทฺเทเส ‘โอปปาติกานํ เปตาน’นฺติอาทินา โอปปาติกคฺคหณเมว กตํ, น สํเสทชคฺคหณ’’นฺติ, ตํ ปริปุณฺณายตนานํเยว สํเสทชานํ โอปปาติเกสุ สงฺคหณวเสน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตถา หิ วกฺขติ ‘‘สํเสทชโยนิกา ปริปุณฺณายตนาปริปุณฺณายตนภาเวน โอปปาติกสงฺคหํ กตฺวา วุตฺตา’’ติ ‘‘ปธานาย วา โยนิยา สพฺพํ ปริปุณฺณายตนโยนึ ทสฺเสตุํ ‘โอปปาติกาน’นฺติ วุตฺต’’นฺติ จ. อฏฺฐกถายํ ปน โยนิทฺวยํ สรูเปเนว ปกาเสตุํ, สํเสทชโยนิวเสเนว จ อวกํสโต ปวตฺตึ ทสฺเสตุํ โอปปาติกโยนิยา อิตรํ อสงฺคเหตฺวา ‘‘สํเสทโชปปาตีสู’’ติ วุตฺตนฺติ. สพฺพํ ตํ วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ.
จุติปฏิสนฺธีนนฺติ อนนฺตราตีตจุติยา, ตทนนฺตราย มิสฺสามิสฺสเภทาย ปฏิสนฺธิยา. ขนฺธาทีหีติ ขนฺธารมฺมณคติเหตุเวทนาปีติวิตกฺกวิจาเรหิ. มหคฺคตอชฺฌตฺตารมฺมณาย มหคฺคตอชฺฌตฺตารมฺมณา, อมหคฺคตพหิทฺธารมฺมณาย อมหคฺคตพหิทฺธารมฺมณาติ เอวมาทิโน อรูปภูมีสุเยว จุติปฏิสนฺธีนํ เภทาเภทวิเสสสฺส สมฺภวโต ‘‘นยมุขมตฺตํ ทสฺเสตฺวา’’ติ วุตฺตํ. เอกจฺจสุคตีติ มหคฺคตวชฺชสุคติ อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘รูปารูปาวจราน’’นฺติอาทิ. เกจิ ปน ‘‘ยถา มหคฺคตาวชฺชา, เอวํ อุตฺตรกุรุกวชฺชา’’ติปิ วทนฺติ. เอกจฺจสุคติจุติยาติ วุตฺตสุคติจุติยา. ยทิปิ ‘‘อยํ นาม ทุคฺคติปฏิสนฺธิ น โหตี’’ติ นิยโม นตฺถิ, เทสนา ปน โสตปติตา คตาติ วทนฺติ. นิยตโพธิสตฺตาเปกฺขาย วา เอวํ วุตฺตํ. เตสญฺหิ เอกจฺจทุคฺคติปฏิสนฺธิ นตฺถิ อวีจิอาทีสุ อนุปปชฺชนโต. ‘‘เอกจฺจทุคฺคติจุติยา’’ติ เอตฺถาปิ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
เอกจฺจสุคติปฏิสนฺธีติ ปน กามาวจรสุคติปฏิสนฺธิ เวทิตพฺพา. สยเมวาติ อตฺตนา เอว. ‘‘เภทวิเสโส เอว จ เอวํ วิตฺถาเรน ทสฺสิโต’’ติ อิทํ ‘‘อมหคฺคตพหิทฺธารมฺมณายา’’ติอาทึ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘จตุกฺขนฺธาย…เป… ปฏิสนฺธิ โหตี’’ติ อิทํ ปน อเภทวิเสสทสฺสนเมวาติ. เอเกกสฺมึ เภเทติ ‘‘อมหคฺคตพหิทฺธารมฺมณายา’’ติ เอวมาทิเก เอเกกสฺมึ ภาเค. ตตฺถ ตตฺเถวาติ ‘‘อมหคฺคตพหิทฺธารมฺมณาย มหคฺคตพหิทฺธารมฺมณา, อมหคฺคตชฺฌตฺตารมฺมณาย มหคฺคตชฺฌตฺตารมฺมณา’’ติอาทินา ตสฺมึ ตสฺมึ เภเท, ตตฺถ ตตฺเถว วา ภวาทิเก จวิตฺวา อุปปชฺชนฺตสฺส วเสน จุติปฏิสนฺธิโยชนา เวทิตพฺพา. ภุมฺมตฺเถ อยํ โต-สทฺโทติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตโต เหตุํ วินาติ ตตฺถ เหตุํ วินา’’ติ อาห. ตสฺสตฺโถ – ตสฺมึ ปุริมภเว นิปฺผนฺนํ อวิชฺชาสงฺขาราทิกํ การณํ วินา น โหตีติ.
อติมนฺทภาวูปคมนํ สกิจฺจาสมตฺถตา. ปญฺจทฺวาริกวิญฺญาณวเสน จุติ ปฏิสิทฺธา, น ตทนนฺตรวิญฺญาณวเสน. สฺวายมตฺโถ ‘‘ปญฺจนฺนํ ทฺวาราน’’นฺติอาทินา เหฏฺฐา อฏฺฐกถายมาคโตติ อาห ‘‘ปญฺจทฺวาริกวิญฺญาณานนฺตรมฺปิ หิ ปุพฺเพ จุติ ทสฺสิตา’’ติ. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา วุตฺตเมว. จุติจิตฺเตน สทฺธึ จกฺขายตนาทีนํ นิโรโธ โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยมเก จา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริณตตฺตาติ ปริปากวเสน ปริโยสานํ คตตฺตาติ อธิปฺปาโย. ผสฺสาทโย ยถาวุตฺตเจตนาสหชาตผสฺสาทโย. ยถาอุปฏฺฐิเต กมฺมาทิอารมฺมเณ อเนกวารํ อุปฺปตฺติยา สนฺตานสฺส อภิสงฺขรณํ ตตฺถ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณปติฏฺฐานสฺส เหตุภาโว.
สนฺตานวเสน นิปฺปชฺชมานานํ นมนาทิกิริยานํ เอกสฺมึ ปฏิสนฺธิวิญฺญาเณเยว อตฺถสิทฺธีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘นมน…เป… ทสฺเสตี’’ติ. ปถวิยํ สพลปโยเคหีติ ปถวิยา อาธารณภูตาย อตฺตโน พเลน ปโยเคน จ กรณภูเตน.
สทฺทเหตุโกติ สทฺทสฺส ปธานาทิภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตาทิโส ปพฺพตกุจฺฉิอาทิปเทโสปิ ตสฺส เหตุเยว. ปทีปนฺตราทีติ อาทิ-สทฺเทน เตลวฏฺฏิอาทิเก สงฺคณฺหาติ. ตโต สทฺทาทิปฺปวตฺติโต ปุพฺเพ อภาวา. ปฏิโฆสาทีนญฺหิ สทฺทาทิปฺปวตฺติโต สติ ปุริมสิทฺธิยํ เต สทฺทาทิปจฺจยเทสํ คจฺเฉยฺยุํ, น ปน เต อตฺถีติ วุตฺตํ ‘‘ตโต ปุพฺเพ อภาวา’’ติ. อุปเมยฺเยปิ เอวเมว อตฺโถ โยเชตพฺโพ. ยถา จ เหตุเทสํ น คจฺฉติ เหตุสมุปฺปนฺนํ, เอวํ ตโต นาคจฺฉตีติ อาห ‘‘ตสฺมา น…เป… อาคต’’นฺติ. เต สทฺทาทโย ปจฺจยา เอเตสนฺติ ตปฺปจฺจยา. วุตฺตนเยนาติ อุปมายํ วุตฺตนเยเนว. ปุริมภวเหตุเทเส สนฺนิหิตํ หุตฺวา ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ ตโต อญฺญตฺร ภวนฺตเร ตํ อุปคนฺตฺวา ตปฺปจฺจยํ น โหตีติ อตฺโถ. ปจฺจยโต นิพฺพตฺตมานํ ปจฺจยุปฺปนฺนํ อญฺญตฺร อคนฺตฺวา ปจฺจยเทสํ อนุปคตเมว หุตฺวา นิพฺพตฺตตีติ ปฐโม อตฺโถ. ปฐมํ ปจฺจเยน สโมธานคตํ หุตฺวา ตโต อญฺญตฺร คนฺตฺวา ปจฺจยุปฺปนฺนวตฺถุภาวํ นาปชฺชตีติ ทุติโย อตฺโถ. ยถาสมฺภวนฺติ ยาย ‘‘น ขีรโต ทธิ สมฺภูตํ สิยา, น ขีรสามิโน ทธิ สิยา’’ติ จ ขีรทธีสุ เอกนฺตํ เอกตาย นานตาย จ โทสโยชนา กตา. อิมินา นเยน พีชาทีสุ สพฺพเหตูสุ, องฺกุราทีสุ สพฺพเหตุสมุปฺปนฺเนสุ ยถาสมฺภวํ เหตุอนุรูปํ, เหตุสมุปนฺนานุรูปญฺจ โทสโยชนา กาตพฺพา. สนฺตานพทฺเธสุ ธมฺเมสุ เอกนฺตเอกตาปฏิเสเธน สสฺสตคาหสฺส ปฏิเสธิตตฺตา วุตฺตํ ‘‘สยํกตํ สุขํ ทุกฺขนฺติ อิมํ ทิฏฺฐึ นิวาเรตี’’ติ. ตถา เอกนฺตนานตาปฏิเสเธน อุจฺเฉทคาโห ปฏิเสธิโต โหตีติ อาห ‘‘ปรํกตํ สุขํ ทุกฺขํ อญฺโญ กโรติ, อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ อิมํ ทิฏฺฐึ นิวาเรตี’’ติ. เตน กตนาโส, อกตาคโม จ นิวตฺติโต โหตีติ อธิจฺจสมุปฺปนฺนทิฏฺฐินิวารเณเนว นิยติสภาววาทปฏิเสโธปิ กโตติ ทฏฺฐพฺพํ.
ตตฺถาติ องฺกุราทิปฺปพนฺธสงฺขาเต ภูตุปาทารูปสนฺตาเน. ตนฺติ วิชฺชาปาฏวาทิ. อญฺญสฺสาติ พาลกาเล กตวิชฺชาปริยาปุณนาทิโต อญฺญสฺส. สงฺขารโต อญฺโญ ตณฺหาทิโก อญฺญปจฺจโย.
นิยฺยาตนาทิ เอว ผลํ นิยฺยาตนาทิผลํ, อผลิตํ นิยฺยาตนาทิผลํ เอตสฺสาติ อผลิ…เป… ผลํ, ยถาวุตฺตกิริยากรณํ.
ปิณฺฑวเสนาติ อกตาวยววิภาคสฺส สมุทายสฺส วเสน. สพฺพตฺถาติ ปุญฺญาภิสงฺขาราทิเก สพฺพสฺมึ ปจฺจยธมฺเม, ปฏิสนฺธิเภเท วา ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺเม. พลวกมฺมสฺส วเสน โยเชตพฺโพ. ภุโส นิสฺสโย หิ อุปนิสฺสโย. ‘‘อวิเสเสนา’’ติ วุตฺเตปิ กามาวจรปุญฺญาภิสงฺขาโร จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ ปญฺจนฺนํ ปวตฺเต, อิตโร ปฐมชฺฌานวิปากาทีนํ ปวตฺเต จ ปฏิสนฺธิยญฺจ ปจฺจโย โหตีติ ปากโฏยมตฺโถติ ตํ อวิภชิตฺวา ‘‘สพฺพปุญฺญาภิสงฺขารํ สห สงฺคณฺหาติ’’จฺเจว วุตฺตํ. ทฺวาทสากุสลเจตนาเภโทติ นยิทํ สมาสปทํ, สนฺธิวเสน ปเนตํ วุตฺตํ. ทฺวาทสาติ จ ภุมฺมตฺเถ ปจฺจตฺตวจนํ, ทฺวาทสสุ อกุสลเจตนาสุ. อกุสลเจตนาเภโทติ เอกาทสากุสลเจตนาปเภโท, ทฺวาทสากุสลเจตนาปเภโท จาติ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอวญฺหิ สติ น เอตฺถ กิญฺจิ วิจาเรตพฺพํ เหฏฺฐา วิตฺถาริตตฺตา. เกจิ ปน ‘‘ทฺวาทสากุสลเจตนาเภโทติ อิทํ ‘ฉนฺนํ ปวตฺเต’ติอาทินา โยเชตพฺพ’’นฺติ วทนฺติ, เตสํ มเตน อุทฺธจฺจเจตนาย คหเณ ปโยชนํ วิจาเรตพฺพเมว ปฏิสนฺธิยาปิ ปจฺจยภาวสฺส วุตฺตตฺตา. เอกสฺสาติ เอตฺถ เอว-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐติ อาห ‘‘เอกสฺเสว ปจฺจยภาวนิยโม’’ติ. มิลาตมาลาทีนนฺติ มิลาตมาลกิลิฏฺฐวตฺถาทีนํ. มโนปโทสิกานํ ตทญฺญวตฺถูนมฺปิ อนิฏฺฐตา กถํ น สิยา, สิยา เอวาติ อธิปฺปาโย. อฏฺฐกถายํ (วิภ. อฏฺฐ. ๒๒๗) ปน ปจุรตาภาวโต ตํ อนามสิตฺวา ‘‘ตถา กามาวจรเทวโลเกปี’’ติ วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘เทวโลเก อนิฏฺฐํ นาม ปริกปฺปนวเสน, สภาวโต ปน ตตฺถุปฺปนฺนํ อิฏฺฐเมวา’’ติ วทนฺติ.
‘‘เอกูนตึสเจตนาเภทมฺปี’’ติ อิมินา อุทฺธจฺจเจตนายปิ ปวตฺติวิปากทายิตํ อนุชานาติ, อฏฺฐกถาอธิปฺปายวเสน วา เอวมาห. ปญฺจทสนฺนํ อเหตุกวิปากวิญฺญาณานํ ปญฺจฏฺฐานานิ เทฺว อปเนตฺวา อวเสสานํ เตรสนฺนํ. เทฺว เทฺว จกฺขุโสตสมฺปฏิจฺฉนวิญฺญาณานิ, ตีณิ สนฺตีรณานีติ นวนฺนํ. เอกเทสปจฺจยภาเวนาติ เอกเทสสฺส วีสติเจตนาเภทสฺส กามาวจรจิตฺตสงฺขารสฺส ปจฺจยภาเวน เอกูนตึสเจตนาเภโท สมุทาโย วุตฺโต. เสฺววาติ อวยวคเตนาปิ วิเสเสน สมุทาโย โวหรียติ ยถา ‘‘อลงฺกโต ราชกุมาโร’’ติ.
ยตฺถาติ ปญฺจโวการภวํ สนฺธายาห. ตตฺถ หิ ‘‘กามาวจรสุคติยํ ตาว ฐิตสฺสา’’ติอาทินา (วิภ. อฏฺฐ. ๒๒๗) ปฏิสนฺธิยํ ปวตฺติยญฺจ วิปากสฺส วิตฺถารปฺปกาสนํ กตํ. จตุตฺถชฺฌานภูมีติ เวหปฺผลภูมึ วทติ. เตนาห ‘‘อสญฺญารุปฺปวชฺชา’’ติ. จตุตฺถชฺฌานเมว หิ ภาวนาวิเสสปฺปวตฺตํ อสญฺญภูมึ อารุปฺปภูมิญฺจ นิปฺผาเทติ, จตุกฺกนยวเสน วา สํวณฺณนา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. อฏฺฐ มหาวิปากา, ปริตฺตวิปาเกสุ ปจฺฉิโม, ปญฺจ รูปาวจรวิปากาติ เอวํ จุทฺทสนฺนํ. สตฺตนฺนนฺติ เสสานํ ปริตฺตวิปากานํเยว สตฺตนฺนํ.
ภวาทโยติ ภวโยนิคติสตฺตาวาเส. ติณฺณํ วิญฺญาณานนฺติ ปุริมานํ ติณฺณํ อารุปฺปวิปากวิญฺญาณานํ. ตีสูติ ปญฺจมาทีสุ ตีสุ วิญฺญาณฏฺฐิตีสุ. วุตฺตนเยนาติ ‘‘กามภเว ปน ทุคฺคติยํ อฏฺฐนฺนมฺปิ ปริตฺตวิปากวิญฺญาณานํ ตเถว ปจฺจโย ปวตฺเต, โน ปฏิสนฺธิย’’นฺติอาทินา (วิภ. อฏฺฐ. ๒๒๗) วุตฺตนเยเนว.
วิญฺญาณปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นามรูปปทนิทฺเทสวณฺณนา
๒๒๘. ยทิปิ สุตฺตนฺเต อภิธมฺเม จ ปฏิจฺจสมุปฺปาทนิทฺเทเส รูปปทสฺส เทสนาเภโท นตฺถิ, อภิธมฺเม ปน ‘‘สพฺพํ รูปํ น เหตู’’ติอาทินา (ธ. ส. ๕๘๔) สุตฺตนฺตโต ตสฺส เทสนาเภโท อตฺเถวาติ อาห ‘‘สุตฺตนฺตา…เป… เภโท’’ติ. สงฺเขฺยยฺเยสุ ปริจฺเฉทโต คหิเตสุ อตฺถสิทฺโธ ตตฺถ สงฺขฺยาปริจฺเฉโทติ วุตฺตํ ‘‘อตฺถโต ปน วุตฺตเมว โหตี’’ติ.
โอปปาติกสตฺเตสูติ วา สามญฺญโต สพฺเพ โอปปาติกา วุตฺตา. เตสุ พฺรหฺมกายิกาทิคฺคหเณน รูปาวจราว วุตฺตาติ ตทญฺเญ สนฺธาย เสสโอปปาติกานนฺติ เสสคฺคหณํ สาตฺถกเมว. วุตฺตนเยนาติ ‘‘เทฺว วา ตโย วา ทสกา, โอมโต อาทินา สหา’’ติอาทินา (วิภ. อฏฺฐ. ๒๒๗) รูปมิสฺสกวิญฺญาเณ วุตฺตนเยน.
‘‘เทฺว สนฺตติสีสานี’’ติ อารพฺภ ยาว ‘‘สตฺต สนฺตติสีสานี’’ติ (วิภ. อฏฺฐ. ๒๒๘) เอตฺตกํ อฏฺฐกถาปาฐํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘สตฺตกปริโยสาน’’นฺติ. เอเกกจิตฺตกฺขเณ ติกฺขตฺตุํ รูปุปฺปตฺตึ อนนุชานนฺโต อาห ‘‘อิมินาธิปฺปาเยนา’’ติ. จิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณเยว สพฺพํ รูปํ อุปฺปชฺชตีติ หิ อตฺตโน อธิปฺปาโย.
‘‘รูปาชนกกมฺมช’’นฺติ อิทํ ภูตกถนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ ปญฺจวิญฺญาณานํ อตํสภาวตาภาวา. รูปาชนกกมฺมชนฺติ วา จุติจิตฺตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปฏิสนฺธิจิตฺตํ ปน ‘‘ปวตฺติย’’นฺติ อิมินาว นิวตฺติตํ. ‘‘สพฺเพสมฺปิ จุติจิตฺตํ รูปํ น สมุฏฺฐาเปตี’’ติ (ธ. ส. มูลฏี. ๖๓๖) อฏฺฐสาลินีฏีกายํ วุตฺโตวายมตฺโถ. ปญฺจวิญฺญาณกฺขเณ ตปฺปจฺจยา รูปุปฺปตฺติยา อภาเวน วุตฺตํ ‘‘ปญฺจวิญฺญาณปฺปวตฺติกาลํ สนฺธายา’’ติ. ตตฺถาปิ อสหชาตวิญฺญาณปจฺจยา อตฺเถว รูปุปฺปตฺตีติ อาห ‘‘สหชาตวิญฺญาณปจฺจยญฺจา’’ติ. ภวงฺคาทีติ ภวงฺคสมฺปฏิจฺฉนสนฺตีรณตทารมฺมณานิ. อญฺเญนาติ ยถาวุตฺตกมฺมวิญฺญาณโต อญฺเญน อภิสงฺขารวิญฺญาเณน. รูปเมว หิ กุสลากุสลกิริยจิตฺตปฺปวตฺติกฺขเณ อภิสงฺขารวิญฺญาณปจฺจยา อุปฺปชฺชติ, น นามํ ภวงฺคํ. ตํชนเกนาติ ภวงฺคาทิชนเกน. กมฺมวิญฺญาณปฺปจฺจยา วิปากจิตฺตปฺปวตฺติกาเล วิปากนามสฺส กมฺมสมุฏฺฐานรูปสฺส จ วเสน. สหชาตวิญฺญาณปจฺจยา ปน อิตรจิตฺตปฺปวตฺติกาเลปิ วิปาโก วิปากนามวเสน, จิตฺตสมุฏฺฐานรูปวเสน จ นามรูปสฺส สมฺภโว ทสฺเสตพฺโพติ อาห ‘‘สหชาต…เป… โยเชตพฺพ’’นฺติ. รูปสทฺเทน จ อตฺตโน เอกเทเสนาติ สมฺพนฺโธ. ‘‘สรูปานํ เอกเทโส เอกวิภตฺติย’’นฺติ (ปาณินี ๑.๒.๖๔) สทฺทลกฺขณํ สนฺธายาห ‘‘สรูปานํ เอกเทโส’’ติ. อิจฺฉิโต หิ เอกเทสรูปานมฺปิ เอกเทโส ยถา ‘‘นิทสฺสิตวิปกฺเขหี’’ติ. นิทสฺสิโต จ นิทสฺสิตวิปกฺโข จ นิทสฺสิตวิปกฺโขติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ. ‘‘ฐาน’’นฺติ อิมินา เสสสทฺทสฺส อตฺถํ วทติ. สรูเปน ฐปนญฺหิ อิธ เสสนํ.
ยํ-ตํ-สทฺทานํ อพฺยภิจาริตสมฺพนฺธตฺตา อวุตฺตมฺปิ ตโต-สทฺทํ อาเนตฺวา อาห ‘‘ตโต ยุตฺตเมว อิทนฺติ โยเชตพฺพ’’นฺติ. วิปากสฺส อชนกํ วิปากาชนกํ, นิสฺสนฺทผลมตฺตทายกกมฺมํ, ตํ สมุฏฺฐานํ เอตสฺสาติ วิปากาชนกกมฺมสมุฏฺฐานํ. วุตฺตนเยนาติ ‘‘วตฺถุกายวเสน รูปโต เทฺว สนฺตติสีสานิ, ตโย จ อรูปิโน ขนฺธา’’ติอาทินา (วิภ. อฏฺฐ. ๒๒๘) วุตฺเตน นเยน. อุภยนฺติ นามํ รูปญฺจ.
กมฺมารมฺมณปฏิสนฺธิอาทิกาเลติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน สมฺมสนาทิกาลสงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ตนฺติ อภิสงฺขารวิญฺญาณํ.
ยทิปิ ‘‘อตฺถิ รูปํ จิตฺตสมุฏฺฐาน’’นฺติอาทิวจนโต (ธ. ส. ๕๘๔) รูปสฺสปิ วิญฺญาณปจฺจยตา สุตฺตโต ชานิตพฺพา, วิญฺญาณสนฺนิสฺสิตา อิฏฺฐานุภวนาทโย ตสฺมึ สติ สพฺภาวโต, อสติ จ อภาวโต ยถา สทฺเธยฺยาทิวตฺถุมฺหิ สทฺธาทโยติ นามสฺสปิ ยุตฺติโต วิญฺญาณปจฺจยตา สิทฺธา, อฏฺฐกถายํ ปน วุตฺตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สุตฺตโต นามํ…เป… ชานิตพฺพ’’นฺติ อาห. ยาวเทว ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมมตฺตตาวิภาวนมุเขน อวิปรีตโต ปวตฺตินิวตฺติสนฺทสฺสนํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทเทสนา, ตาวเทว จ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยสฺมา’’ติอาทิมาห. ยสฺมา ปน ปวตฺตินิวตฺติวิภาวนโต สจฺจเทสนาว ปจฺจยาการเทสนา, สจฺจเทสนา จ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนํ. ยถาห ‘‘อิทํ ทุกฺขนฺติ เม ภิกฺขเว…เป… พาราณสิยํ อิสิปตเน มิคทาเย อนุตฺตรํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติต’’นฺติอาทิ, ตสฺมา ‘‘วิญฺญาณปจฺจยา นามรูป’’นฺติ ปทสฺส สจฺจเทสนาภาวทีปเนน ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนภาวํ ทสฺเสตุํ ‘‘นามรูปมตฺตตาวจเนเนว วา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
นามรูปปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สฬายตนปทนิทฺเทสวณฺณนา
๒๒๙. ยถาสมฺภวนฺติ สมฺภวานุรูปํ. เตน จตุนฺนํ ตาว ภูตานํ สหชาตนิสฺสยอตฺถิอวิคตวเสน จกฺขายตนาทีนํ ปญฺจนฺนํ ปจฺจยภาโว, วตฺถูสุ ปน หทยวตฺถุโน ฉฏฺฐายตนสฺส ปฏิสนฺธิยํ สหชาตนิสฺสยอญฺญมญฺญวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวเสน, ปวตฺติยํ ยสฺมา อนนฺตรจิตฺเตน สทฺธึ อุปฺปนฺนเมว วตฺถุ ฐิติปฺปตฺติยา พลวภาเวน ตสฺส นิสฺสโย ภวิตุํ สกฺโกติ, น สหชาตํ, ตสฺมา ปุเรชาตนิสฺสยวิปฺปยุตฺตอตฺถิอวิคตวเสน. อิตรวตฺถูนํ ปญฺจวิญฺญาณสงฺขาตสฺส ฉฏฺฐายตนสฺส อินฺทฺริยปจฺจยวเสน จ, ชีวิตสฺส อินฺทฺริยอตฺถิอวิคตวเสน ปจฺจยภาโว วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. เอกปฺปกาเรเนวาติ ยถา จกฺขาทีนํ มนายตนสฺส ปฏินิยตทสฺสนาทิกิจฺจานุวิธานโต นิยโต เอกปฺปกาเรเนว ปจฺจยภาโว, น เอวํ รูปายตนาทีนํ, เตสํ ปน รูปารมฺมณาทินา ปการนฺตเรน ตสฺส ปจฺจยภาโวติ ‘‘อนิยมโต’’ติ วุตฺตํ. เกจิ ปน ‘‘นิยมโต’’ติ ปทํ ‘‘สสนฺตติปริยาปนฺน’’นฺติ อิมินา สมฺพนฺธิตฺวา อตฺถํ วทนฺติ ‘‘เอกนฺเตน สสนฺตติปริยาปนฺน’’นฺติ.
‘‘ฉฏฺฐายตนญฺจ มนายตนญฺจ ฉฏฺฐายตน’’นฺติ อิมินา วิคฺคเหน อตฺถโต, อิตเรหิ ทฺวีหิ สทฺทโตปิ อตฺถโตปิ สรูปตํ ทสฺเสติ. ‘‘จกฺขาทีหิ สห ‘สฬายตน’นฺติ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตนเยน เอกเสสํ กตฺวา มนายตนํ จกฺขาทีหิ สทฺธึ ‘‘สฬายตน’’นฺติ ปาฬิยํ วุตฺตํ ‘‘นามรูปปจฺจยา สฬายตน’’นฺติ. ยถาวุตฺโตติ ‘‘ฉฏฺฐายตนญฺจ มนายตนญฺจา’’ติอาทินา อตฺตนา วุตฺตปฺปกาโร. สพฺพตฺถาติ นามรูปสทฺเทน สฬายตนสทฺเทน จ สทฺทสรูปตาสุ, อตฺถสรูปตาสุ วา. ยทิ สุตฺตนฺตภาชนีเย วิปากฉฏฺฐายตนเมว อธิปฺเปตํ, อถ กสฺมา ‘‘อิตรํ ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. อวิปากญฺหิ ตตฺถ อิตรนฺติ อธิปฺเปตนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ปจฺจยนเย ปนา’’ติอาทิ.
สหชาตาทีสุ เหตุอาหารินฺทฺริยปจฺจเย ปกฺขิปิตฺวา ทสธา, ตโต เอกํ อปเนตฺวา นวธา, ตโต เอกํ อปเนตฺวา อฏฺฐธา ปจฺจยภาโว เวทิตพฺโพ. เอวเมตฺถ สาธารณวเสน อวกํโส, เหตุอาทิอสาธารณวเสน อุกฺกํโสติ ฌานาทีนมฺปิ วเสน เวทิตพฺโพ.
ปฏิสนฺธิยํ อรูปธมฺมา กมฺมชรูปสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ปจฺจยา โหนฺตีติ ‘‘ปวตฺเต’’ติ วิเสเสติ. ‘‘ปจฺฉาชาตวิปฺปยุตฺตาทโย เอวา’’ติ นิยเมน สหชาตปุเรชาตวิปฺปยุตฺตาทโย นิวตฺเตติ.
‘‘อวเสสมนายตนสฺสา’’ติ อวเสสคฺคหณมฺปิ ปกรณโต วิสิฏฺฐวิสยเมวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘ปญฺจกฺขนฺธภเว’’ติอาทิมาห, ยโต อฏฺฐกถายํ ‘‘วตฺถุรูป’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ยถาสมฺภวํ โยเชตพฺโพติ นามรูปสฺส ปฏิสนฺธิยํ สหชาตอญฺญมญฺญนิสฺสยอตฺถิอวิคตาทิปจฺจยภาโว สหชาตาทิสาธารณปจฺจยภาโว, สมฺปยุตฺตวิปากเหตุอาหารินฺทฺริยาทิปจฺจยภาโว สมฺปยุตฺตาทิอสาธารณปจฺจยภาโว นามสฺส, รูปสฺส ปน วิปฺปยุตฺตปจฺจยภาโว โยเชตพฺโพ.
สฬายตนปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ผสฺสปทนิทฺเทสวณฺณนา
๒๓๐. ตทเภทวเสนาติ ตสฺส ผสฺสสฺส อเภทวเสน, ผสฺสภาวสามญฺเญนาติ อตฺโถ. น ยุตฺตํ เอกสฺเสว วจนํ. อญฺญสฺสาปีติ ยถาวุตฺตโต อญฺญสฺสาปิ. สพฺพายตนโต หิ เอกสฺส ผสฺสสฺส อสมฺภวโจทนายํ ตปฺปสงฺเคน เอกายตนโต อเนกสฺสาปิ สมฺภโว นตฺถีติ โจทนา ‘‘อีทิสี ธมฺมตา นตฺถี’’ติ ญาปนตฺถาติ ทสฺเสติ ‘‘อญฺญสฺสาปี’’ติอาทินา. นิทสฺสนวเสนาติ อุทาหรณทสฺสนวเสน. เอกผสฺสสฺส สมฺภวโตติ การณาปเทโส. เอกผสฺสสมฺภวสฺส ลพฺภมานตฺตา ‘‘สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส’’ติ ภควตา วุตฺตนฺติ ปริหารํ ทสฺเสนฺโตติ โยชนา. เสเสสูติ เอกนฺติอาทีสุ. นวธา ปจฺจยตฺเต เอกํ วิปากมนายตนํ วิภาวเย. ตถา จาติ อารมฺมณปุเรชาตอตฺถิอวิคตวเสน. ยฺวายํ ปจฺจยภาโว ยาทิสานํ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนานิ…เป… สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ อาห. อตีตานาคตกาลวิมุตฺตานมฺปิ อารมฺมณมตฺตตาย สมฺภวโต อาห ‘‘อารมฺมณ…เป… สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ. ตตฺถ ตนฺติ รูปายตนาทึ.
ผสฺสปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
เวทนาปทนิทฺเทสวณฺณนา
๒๓๑. อนนฺตราทีหีติ อนนฺตรสมนนฺตรูปนิสฺสยนตฺถิวิคตปจฺจเยหิ. อุปนิสฺสเยติ อนนฺตรูปนิสฺสเย. อนนฺตรสมนนฺตรปจฺจยา หิ อนนฺตรตาวเสเนว อนนฺตรูปนิสฺสเย อนฺโตคธา. นตฺถิวิคตปจฺจยา ปน อนนฺตรสมนนฺตรปจฺจยธมฺมานํเยว ตถาภาวโต ตทนฺโตคธา. ตสฺสาติ อุปนิสฺสยสฺส.
สพฺพสฺสาติ วิปากสฺส, อวิปากสฺส จ. ปฏิสนฺธิภวงฺคจุติจิตฺตสมฺปยุตฺตาย หิ เวทนาย สหชาตมโนสมฺผสฺโส วุตฺตนเยน อฏฺฐธา ปจฺจโย โหติ. อนนฺตโร อนนฺตราทินา, อนานนฺตโร อุปนิสฺสยวเสเนว ปจฺจโย โหติ. สมฺภวทสฺสนญฺเจตํ, น ตาสํ มโนทฺวาริกภาวทสฺสนนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
เวทนาปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ตณฺหาปทนิทฺเทสวณฺณนา
๒๓๒. ยถา จ รสายนชานิ โอชาชีวิตานิ, เอวํ ตํนิมิตฺตํ สุขํ, ตทปเนยฺยํ ชราทิทุกฺขญฺจ ธมฺมารมฺมณภาเวน โยเชตพฺพํ.
กมฺมผลาภิปตฺถนาวเสน สตฺตา กมฺมานิปิ อายูหนฺตีติ สาติสยํ ตณฺหาย วิปากเวทนา อุปนิสฺสโย, น ตถา อิตราติ อาห ‘‘วิปากา วิเสเสน…เป… อวิเสเสน อิตรา จา’’ติ. อิตราติ อวิปากาติ อตฺโถ. ‘‘สุขมิจฺเจว ภาสิตา’’ติ อิทํ อิฏฺฐสภาวํเยว อุเปกฺขํ สนฺธาย วุตฺตํ, น อนิฏฺฐสภาวํ. เตนาห ‘‘อุเปกฺขา ปนา’’ติอาทิ. สพฺพสฺสาติ อวีตราคสฺส วีตราคสฺส จ เวทนาวโต ปุคฺคลสฺส.
เวทนาปจฺจยา เอวาติ อยํ นิยโม นิยมนฺตรนิวตฺตนปโรติ นาสฺส ปจฺจยนฺตรนิวตฺตนตฺถตา ทฏฺฐพฺพา. เอเตน ปจฺจยุปฺปนฺนนฺตรปฏิกฺเขโปปิ นิวตฺติโต โหติ.
ตณฺหาปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อุปาทานปทนิทฺเทสวณฺณนา
๒๓๓. ปุริมทิฏฺฐินฺติ ‘‘สสฺสโต อตฺตา’’ติ (ที. นิ. ๑.๓๑) ปเคว อภินิวิฏฺฐํ สสฺสตคาหํ สนฺธาย วุตฺตํ. เตนาห ‘‘อตฺตคฺคหณํ…เป… ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ. อุปาทิยมานนฺติ คณฺหนฺตํ. โลโกติ วา คหณนฺติ ยํ ‘‘โลโก สสฺสโต’’ติ คหณํ, สา ทิฏฺฐีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘ทิฏฺฐุปาทานภูต’’นฺติ. ‘‘ธมฺมสงฺเขป…เป… ทิฏฺฐิมตฺตเมวา’’ติ อิทํ พฺยวหิตานํ ปทานํ สมฺพนฺธทสฺสนํ. ตตฺถ สงฺเขปโต ตณฺหาทฬฺหตฺตํ, สงฺเขปโต ทิฏฺฐิมตฺตเมว จตฺตาริ อุปาทานานีติ อธิปฺปาโย. ธมฺมสงฺเขปวิตฺถารโตติ สมุทายภูตโต ธมฺมสงฺเขปวิตฺถารโต ตทวยวภูตํ สงฺเขปํ วิตฺถารญฺจ นิทฺธาเรติ.
สสฺสตคาหปุพฺพงฺคโม, อุจฺเฉทคาหปุพฺพงฺคโม จ อตฺตคาโหติ โยชนา. เตสนฺติ ยถาวุตฺตสสฺสตุจฺเฉทคาหานํ มูลภาเวน วิธายกตฺตา สามิภูโต. อาทินา วาติ ‘‘ปฐมํ อตฺตวาทุปาทาน’’นฺติอาทินา วา วาเกฺยน.
เยน ภวสฺสาเทน คธิตจิตฺโต ภวนิพฺพตฺตกํ กมฺมํ กตฺวา อุปปนฺโน, สา ภวนิกนฺติ สนฺตาเน จิรานุพนฺธา อภิณฺหุปฺปตฺติกา อุปปนฺนมตฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ อาห ‘‘ยทิปิ…เป… ปวตฺติตพฺพตฺตา’’ติ. อรหตฺตมคฺควชฺฌตฺตา ภวราคสฺสปิ กามุปาทานภาโว อตฺเถวาติ อาห ‘‘ตณฺหาทฬฺหตฺตํ น โหตีติ มญฺญมาโน’’ติ. ภวราโคปิ หิ สวิสเย ทฬฺหํ ปวตฺตตีติ. สพฺพาปิ ตณฺหา กามุปาทานนฺติ เอตฺถาปิ ตสฺส อรหตฺตมคฺควชฺฌตา วุตฺตาติ อาเนตฺวา โยเชตพฺพํ.
อุปฺปตฺติฏฺฐานภูตา น อารมฺมณภูตาติ อธิปฺปาโย. เตนาติ ขนฺธานํ อาลยภาเวน. อารมฺมณานนฺตรปกตูปนิสฺสยาติ อารมฺมณูปนิสฺสยอนนฺตรูปนิสฺสยปกตูปนิสฺสยา. อนนฺตรปจฺจยาทีนนฺติ อนนฺตรสมนนฺตรอารมฺมณปจฺจยาทีนํ.
อุปาทานปทนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ภวปทนิทฺเทสวณฺณนา
๒๓๔. ‘‘ภวตี’’ติ อิทํ อุปปตฺติภวนิพฺพจนํ. ทฺวยสฺสาติ กมฺมุปปตฺติภวทฺวยสฺส. นิปฺผาทนผลํ ผลสฺส อุปฺปาทนสมตฺถตา. นิพฺพตฺตนํ นิปฺผาทนํ.
‘‘ภควํมูลกา’’ติ (อ. นิ. ๘.๘๓; ๙.๑; ๑๐.๕๘; ๑๑.๑๙) วิย ‘‘สญฺญาวํภโว’’ติ วตฺตพฺเพ อตฺถิ-อตฺเถ วา วํ-สทฺโท ลุตฺตนิทฺทิฏฺโฐติ อาห ‘‘สญฺญาภโว’’ติ. ตสฺส วา อตฺเถติ ตสฺส วนฺตุสทฺทสฺส อตฺเถ, อตฺถิ-อตฺเถติ อตฺโถ. อการํ กตฺวาติ ยถา ‘‘ปีติสุขํ อสฺส อตฺถี’’ติ อตฺเถ อการํ กตฺวา อุปฺปาเทตฺวา ฌานํ ปีติสุขนฺติ วุจฺจติ, เอวํ สญฺญา อสฺส อตฺถีติ สญฺโญ, ภโว, โสว สญฺญภโว. เอกสฺมินฺติ รูปกฺขนฺเธ เอว. ปวตฺตตฺตาติ ปวตฺตกปวตฺตนฏฺฐานานํ อเภเทปิ อุปจารวเสน ภินฺนํ วิย กตฺวา ทสฺเสติ.
กมฺมสงฺขาตตนฺติ ‘‘กมฺม’’นฺติ วตฺตพฺพตํ, กมฺมโกฏฺฐาสตํ วา. ‘‘เจตนาหํ, ภิกฺขเว, กมฺมํ วทามี’’ติอาทินา (อ. นิ. ๖.๖๓) สุตฺเตปิ เจตนาย กมฺมภาโว อาคโตว. นิปฺปริยาเยน ปน เจตนาว กมฺมภโวติ วุตฺตมตฺถํ อภิธมฺมปาฬิยาว สาเธนฺโต ‘‘วุตฺตญฺหี’’ติอาทิมาห. อิมาย หิ เวทนาสญฺญาวิญฺญาณกฺขนฺเธหิ, มนายตนมโนวิญฺญาณธาตูหิ, สงฺขารกฺขนฺธธมฺมายตนธมฺมธาตุเอกเทเสน จ กมฺมภวสฺส สมฺปยุตฺตตํ วทนฺติยา ธาตุกถาปาฬิยา ตสฺส เจตนาภาโว ทีปิโตติ.
ธมฺมเภทโตติ เจตนาเจตนาสมฺปยุตฺตภาเวน, กุสลากุสลาพฺยากตภาเวน จ ธมฺมวิภาคโต. ‘‘ปุนวจน’’นฺติ อิมินาว ปุนรุตฺติโทสาปตฺติ ปฏิญฺญาตาติ ปรสฺส อาสงฺกํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สาตฺถกเมวิทํ ปุนวจนนฺติ เอตํ น ยุตฺตนฺติ เจ’’ติ อาห. ภเวกเทสภาเวนาติ กมฺมภวสฺส เอกเทสตฺตา สงฺขารานํ. เตน เยสํ ธมฺมานํ สมุทาโย ภโว วุตฺโต, ตเทกเทสา สงฺขารา, สมุทาเยกเทสา จ อตฺถโต ภินฺนา เอวาติ วุตฺตเมเวตนฺติ ทสฺเสติ. ปุน ยถาวุตฺตเมว เภทํ มนสิ กตฺวา อตฺถโต ปุนวจนาภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปเรน วา’’ติอาทิมาห.
อนฺโตคเธติ กามภวาทิอนฺโตคเธ สญฺญาภวาทิเก. กามภวาทิเกติ กามรูปารูปภเว.
อุปาทานเภทนฺติ กามุปาทานาทิอุปาทานวิเสสํ.
เตนาติ สีลพฺพตุปาทาเนน. วกฺขมาเนนาติ ‘‘อิทํ สีลพฺพตํ นามา’’ติอาทินา (วิภ. อฏฺฐ. ๒๓๔) อฏฺฐกถายํ วกฺขมาเนน ปกาเรน. ปุราณํ พฺรหฺมณฺฑลิงฺคขนฺทปุราณาทิ. ‘‘เสตวธยชฺชํ อารภเต ภูติกาโม’’ติอาทินา (วิสุทฺธิ. มหาฏี. ๒.๖๕๐) ปสุมารณวิธานยุตฺโต ยญฺญวิธิ ปสุพนฺธวิธิ.
อตฺตโน สุทฺธิมคฺคปรามาสมตฺตตฺตา สีลพฺพตุปาทานสฺส อตฺตวาทุปาทานนิมิตฺตํ วุตฺตํ.