๑. สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา

๑๕๔. อสาธารณโตติ อาเวณิกโต. ตํ เนสํ อสาธารณภาวํ วิปกฺขวเสน ปติฏฺฐาเปตุํ สาธารณํ อุทาหรณวเสน ทสฺเสติ ‘‘อายตนสทฺทตฺโถ วิยา’’ติ. อถ วา จกฺขาทิอตฺโถ เอว จกฺขาทิสทฺทวิเสสิโต อายตนตฺโถติ ตํ ตาทิสํ อายตนตฺถํ สนฺธายาห ‘‘อายตนสทฺทตฺโถ วิย อสาธารณโต’’ติ.

ยทิ วิสยสฺสาทนตฺโถ จกฺขุ-สทฺโท, โสตาทีนมฺปิ อยํ สมญฺญา สิยาติ อติปฺปสงฺคํ ปริหรนฺโต ‘‘สติปี’’ติอาทิมาห. ทุติเย อตฺถวิกปฺเป จกฺขตีติ วิญฺญาณาธิฏฺฐิตํ สมวิสมํ อาจิกฺขติ, อาจิกฺขนฺตํ วิย, วิภาเวนฺตํ วิย วา โหตีติ อตฺโถ. รูปมิว จกฺขุวิญฺเญยฺยํ วิย สวิคฺคหมิว สพิมฺพกํ วิย วณฺณวาจโก รูป-สทฺโท อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘วิตฺถารณํ วา รูปสทฺทสฺส อตฺโถ’’ติ.

วจนเมวาติ สวิญฺญตฺติกสทฺทเมว. คมียตีติ อุปนียติ. อชฺโฌหรณสฺส รสคฺคหณมูลตาวจเนน รสสฺส ปรมฺปราย ชีวิตเหตุตํ ทสฺเสติ. รสนิมิตฺตญฺหิ รสคฺคหณํ, รสคฺคหณนิมิตฺตํ อชฺโฌหรณํ, ตํนิมิตฺตํ ชีวิตนฺติ. รสคฺคหณมูลตา จ อชฺโฌหรณสฺส เยภุยฺยโต เวทิตพฺพา. ทิสฺสติ อปทิสฺสติ เอเตน ผลนฺติ เทโส, เหตูติ อาห ‘‘อุปฺปตฺติเทโสติ อุปฺปตฺติการณ’’นฺติ. ตถาติ จกฺขายตนาทิปฺปกาเรน. มโนโคจรภูตาติ มนโส เอว โคจรภูตา. สามญฺญลกฺขเณเนวาติ อนุภวนาทิวิเสสลกฺขณํ อคฺคเหตฺวา ธมฺมภาวสงฺขาตสาธารณลกฺขเณเนว. เอกายตนตฺตํ อุปเนตฺวา วุตฺตา ทฺวาทส เอกสภาวตฺตา ภินฺทิตฺวา วจเน ปโยชนาภาวา. ทฺวาราลมฺพนวิภาคทสฺสนตฺถา หิ อายตนเทสนาติ.

ปุพฺพนฺตโตติ ปุริมภาคโต ปากภาวโต. ปากภาโว หิ สภาวธมฺมานํ ปุพฺพนฺโต, วิทฺธํสาภาโว อปรนฺโต.

นิวาสฏฺฐานาทีสุ อายตน-สทฺโท น อายตนตฺถาทีสุ วิย ปทตฺถวิวรณมุเขน ปวตฺโต, อถ โข ตสฺมึ ตสฺมึ เทวฆราทิเก นิรุฬฺหตาย เอวมตฺโถติ อาห ‘‘รุฬฺหิวเสน อายตนสทฺทสฺสตฺถํ วตฺตุ’’นฺติ. มโนติ ทฺวารภูตมโน. นิสฺสยภาโวติ เอตฺถ นิสฺสยสทิโส นิสฺสโย, สทิสตา จ ผลสฺส ตปฺปฏิพทฺธวุตฺติตาย ทฏฺฐพฺพา. วจนียตฺโถ ภาวตฺโถ.

ตาวตฺวโตติ ตตฺตกโต. อูนโจทนาติ ทฺวาทสโต อูนานิ กสฺมา น วุตฺตานีติ โจทนา. ยทิ จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ อสาธารณํ ธมฺมชาตํ ธมฺมายตนํ, เอวํ สนฺเต จกฺขาทีนมฺปิ ธมฺมายตนภาโว สิยาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘สติปี’’ติอาทิ. ทฺวารารมฺมณภาเวหีติ น อารมฺมณภาเวเนว อสาธารณํ, อถ โข ทฺวารารมฺมณภาเวหิ อสาธารณํ สมฺภวตีติ วจนเสโส.

เยภุยฺยสหุปฺปตฺติอาทีหีติ เยภุยฺเยน จกฺขายตนาทีนิ กสฺสจิ กทาจิ เอกโต อุปฺปชฺชนฺติ. ‘‘กามธาตุยา อุปปตฺติกฺขเณ กสฺสจิ เอกาทสายตนานิ อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ หิ วุตฺตํ. ตสฺมา อายตนานํ อุปฺปตฺติกฺกโม ตาว น ยุชฺชติ, น ปหานกฺกโม กุสลาพฺยากตานํ อปฺปหาตพฺพโต, น ปฏิปตฺติกฺกโม อกุสลานํ, เอกจฺจอพฺยากตานญฺจ อปฺปฏิปชฺชนียโต, น ภูมิกฺกโม อฑฺเฒกาทสนฺนํ อายตนานํ เอกนฺตกามาวจรตฺตา, อิตเรสํ จตุภูมิปริยาปนฺนตฺตา, เอกจฺจสฺส โลกุตฺตรภาวโต จ. เอวํ อุปฺปตฺติกฺกมาทิอยุตฺติโยชนา เวทิตพฺพา. เยสุ วิชฺชมาเนสุ อตฺตภาวสฺส ปญฺญาปนา, เต ‘‘มยฺหํ จกฺขุ’’นฺติอาทินา อธิกสิเนหวตฺถุภูตา จกฺขาทโย ยถา อชฺฌตฺติกตาย, เอวํ ทสฺสนาทิกิจฺจกรอินฺทฺริยตา จ ปธานาติ อาห ‘‘อชฺฌตฺติกภาเวน, วิสยิภาเวน จา’’ติ. ฆานาทิกฺกเมนาติ ฆานํ ชิวฺหา กาโยติ อิมินา กเมน.

ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณตฺตา วา จกฺขาทีนิ ปฐมํ วุตฺตานิ, มโน ปน กิญฺจิ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณํ, กิญฺจิ ยาวนวตฺตพฺพารมฺมณนฺติ ปจฺฉา วุตฺตํ. ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมเณสุปิ อุปาทารูปารมฺมณานิ จตฺตาริ ปฐมํ วุตฺตานิ, ตโต ภูตรูปารมฺมณํ. อุปาทารูปารมฺมเณสุปิ ทูรตเร ทูเร, สีฆตรํ สีฆญฺจ อารมฺมณสมฺปฏิจฺฉนทีปนตฺถํ จกฺขาทีนํ เทสนากฺกโม. จกฺขุโสตทฺวยญฺหิ ทูรโคจรนฺติ ปฐมํ วุตฺตํ. ตตฺราปิ จกฺขุ ทูรตรโคจรนฺติ สพฺพปฐมํ วุตฺตํ. ปสฺสนฺโตปิ หิ ทูรตเร นทิโสตํ น ตสฺส สทฺทํ สุณาติ. ฆานชิวฺหาสุปิ ฆานํ สีฆตรวุตฺตีติ ปฐมํ วุตฺตํ. ปุรโต ฐปิตมตฺตสฺส หิ โภชนสฺส คนฺโธ คยฺหตีติ. ยถาฐานํ วา เตสํ เทสนากฺกโม. อิมสฺมิญฺหิ สรีเร สพฺพุปริ จกฺขุสฺส อธิฏฺฐานํ, ตสฺส อโธ โสตสฺส, ตสฺส อโธ ฆานสฺส, ตสฺส อโธ ชิวฺหาย, ตถา กายสฺส เยภุยฺเยน, มโน ปน อรูปีภาวโต สพฺพปจฺฉา วุตฺโต. ตํตํโคจรตฺตา ตสฺส ตสฺสานนฺตรํ พาหิรายตนานิ วุตฺตานีติ วุตฺโตวายมตฺโถติ เอวมฺปิ อิเมสํ กโม เวทิตพฺโพ.

ตโตติ หทยวตฺถุเภทโต. ยญฺหิ หทยวตฺถุํ นิสฺสาย เอกํ มโนวิญฺญาณํ ปวตฺตติ, น ตเทว นิสฺสาย อญฺญํ ปวตฺตติ. นิทฺเทสวเสนาติ สงฺเขปวิตฺถารนิทฺเทสวเสน. โยเชตพฺพํ ‘‘กุสลสมุฏฺฐานํ กุสลสมุฏฺฐานสฺส สภาค’’นฺติอาทินา.

สภาโวติ วิสยิวิสยภาโว, ตทภินิพฺพตฺติยญฺจ โยคฺยตา. การณสมตฺถตาติ การณภูตา สมตฺถตา ปจฺจยภาโว. ทฺวาราทิภาโวติ ทฺวารารมฺมเณ ทฺวารวุตฺติภาโว. อิมสฺมึ อตฺเถติ อนนฺตรํ วุตฺตอตฺเถ. ยสฺมาติ ยาย ธมฺมตาย เยน ทฺวาราทิภาเวน การณภูเตน. สมฺภวนวิเสสนนฺติ กิริยาย ปรามสนมาห. ยํ สมฺภวนํ, ธมฺมตาเวสาติ อตฺโถ. ริตฺตกาเนวาติ ธุวาทิภาวริตฺตกาเนว. วิสมาทีสุ อชฺฌาสโย เอเตสนฺติ วิสมาทิอชฺฌาสยานิ, วิสมาทิอชฺฌาสยานิ วิย โหนฺตีติ วิสมาทิอชฺฌาสยานิ, จกฺขาทีนิ. วิสมภาว…เป… วนภาเวหีติ วิสมภาวาทิสนฺนิสฺสิตอหิอาทิสทิสุปาทินฺนธมฺเมหิ จกฺขาทีหิ, วนสนฺนิสฺสิตมกฺกฏสทิเสน จิตฺเตน จ อภิรมิตตฺตา. วนภาโวติ หิ วนชฺฌาสโยติ อตฺโถ.

ปุริมนฺตวิวิตฺตตาติ ปุพฺพภาควิรโห. อุปฺปาทโต ปุริมโกฏฺฐาโส หิ อิธ ปุริมนฺโต. อปรนฺเตติ อปรภาเค, ภงฺคโต อุทฺธนฺติ อตฺโถ. อุทยพฺพยปริจฺฉินฺโน หิ สภาวธมฺโม. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อนิธานคตา ภคฺคา, ปุญฺโช นตฺถิ อนาคเต’’ติ (มหานิ. ๑๐). สทา อภาโวติ น สทา อภาวปติฏฺฐาปนํ สพฺพกาลมฺปิ นตฺถีติ, อถ โข อุทยพฺพยปริจฺฉินฺนตฺตา สทาภาวปฏิกฺเขโปติ อาห ‘‘อนิจฺจลกฺขณ’’นฺติ. สภาววิชหนนฺติ ภงฺคปฺปตฺติมาห. วิปริวตฺตนํ อุปฺปาทชราวตฺถาหิ สนฺตานํ วินา น วิการาปตฺตีติ อาห ‘‘สนฺตานวิการาปตฺติ วา’’ติ.

ชาติธมฺมตาทีหีติ ชาติชราพฺยาธิมรณาทิสภาวตาหิ. อนิฏฺฐตาติ น อิฏฺฐตา, ทุกฺขตาติ อตฺโถ. ปุริมํ สามญฺญลกฺขณนฺติ ‘‘ปฏิปีฬนฏฺเฐนา’’ติ ปุพฺเพ สามญฺญโต วุตฺตํ ทุกฺขลกฺขณํ. ปจฺจยวเสน ทุกฺขนากาเรน ปวตฺตมานานํ สภาวธมฺมานํ ทุกฺขนํ ปุคฺคลสฺเสว วเสน ทุกฺขมตาติ อาห ‘‘ปุคฺคลสฺส ปีฬนโต ทุกฺขม’’นฺติ. ทุกฺขวจนนฺติ ‘‘ทุกฺข’’นฺติ สตฺถุ วจนํ.

‘‘นตฺถิ เอตสฺส วสวตฺตโก’’ติ อิมินา นตฺถิ เอตสฺส อตฺตาติ อนตฺตาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ, ‘‘นาปิ อิทํ วสวตฺตก’’นฺติ อิมินา ปน น อตฺตาติ อนตฺตาติ. อตฺตโนติ นิยกชฺฌตฺตํ สนฺธาย วทติ. ปรสฺมินฺติ ตโต อญฺญสฺมึ. ปรสฺส จ อตฺตนีติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตํ เอตสฺส นตฺถีติ ตํ ยถาวุตฺตปรปริกปฺปิตํ วสวตฺตกํ เอตสฺส จกฺขาทิโน นตฺถิ, เอเตน จตุโกฏิกสุญฺญตาย สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘สุญฺญํ ตํ เตน วสวตฺตนากาเรนา’’ติ อิมินา อุภยถาปิ อวสวตฺตนฏฺเฐ ทสฺสิตพฺเพ ตตฺถ ตาว เอกํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปรสฺสา’’ติอาทึ วตฺวา ปุน ‘‘อถ วา’’ติอาทินา อิตรํ ทสฺเสติ. สามิ เอว สามิโก, น สามิโก อสฺสามิโกติ เอวํ อตฺเถ คยฺหมาเน ‘‘อสฺสามิกโต’’ติ ปทสฺส สุญฺญวิเสสนตาย ปโยชนํ นตฺถิ. กามการิยนฺติ ยถากามกรณียํ. อวสวตฺตนตฺถํ วิเสเสตฺวา ทสฺเสติ สมาสทฺวยตฺถสงฺคหโต.

สสนฺตาเน ธมฺมานํ วิสทิสุปฺปตฺติ อิธ ภาวสงฺกนฺติคมนํ นามาติ อาห ‘‘สนฺตติยํ ภาวนฺตรุปฺปตฺติเยวา’’ติ. ตถา วิสทิสุปฺปตฺติยํ ปุริมาการวิคโม ปกติภาววิชหนนฺติ อาห ‘‘สนฺตติยา ยถาปวตฺตาการวิชหน’’นฺติ. ภวตีติ วา ภาโว, อวตฺถาวิเสโส, ตสฺส สงฺกมนํ ภาวสงฺกนฺติ. สภาวธมฺโม หิ อุปฺปาทกฺขณํ ฐิติกฺขณญฺจ ปตฺวา ภิชฺชตีติ อุปฺปาทาวตฺถาย ชราวตฺถํ, ตโต ภงฺคาวตฺถํ สงฺกมตีติ วุจฺจติ. ตถา สงฺกมโต จ อตฺตลาภกฺขณโต อุทฺธํ ชรามรเณหิ ตํสภาวปริจฺจาโค ปกติภาววิชหนนฺติ ขณวเสน เจตํ โยเชตพฺพํ. ปุพฺพาปรวเสนาติ จ ขณานํ ปุพฺพาปรวเสนาติ อตฺโถ สมฺภวติ. เอกตฺถตฺตาติ สมานาธิกรณตฺตา, น ปน วิเสสนวิเสสิตพฺพภาวานํ เอกตฺตา. ‘‘จกฺขุํ อนิจฺจ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อนิจฺจํ จกฺขุ’’นฺติปิ วุตฺตเมว โหตีติ ‘‘ยํ จกฺขุ, ตํ อนิจฺจํ, ยํ อนิจฺจํ, ตํ จกฺขุ’’นฺติ อาปนฺนเมวาติ อาห ‘‘อนิจฺจานํ เสสธมฺมานมฺปิ จกฺขุภาโว อาปชฺชตี’’ติ.

เตหิ จ อนิจฺจทุกฺขลกฺขเณหิ จ อนตฺตลกฺขณเมว วิเสเสน ทสฺสิตํ ‘‘ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขํ, ยํ ทุกฺขํ, ตทนตฺตา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๓.๑๕, ๔๕, ๗๖, ๘๕; ๒.๔.๑, ๒; ปฏิ. ม. ๒.๑๐) วิย. โทสลกฺขณาการนิทสฺสนตฺโถติ โทสสฺส ลกฺขิตพฺพาการนิทสฺสนตฺโถ. เอวํ ทุกฺเขนาติ เอวํ นานปฺปกาเรน อกฺขิโรคาทิทุกฺเขน อาพาธตาย. อนตฺตลกฺขณทีปกานนฺติ อนตฺตตาปญฺญาปนสฺส โชตกานํ อุปายภูตานํ. น หิ ฆฏเภทกณฺฏกเวธาทิวเสน ลพฺภมานา อนิจฺจทุกฺขตา สตฺตานํ เอกนฺตโต อนตฺตตาธิคมเหตู โหนฺติ. ปจฺจยปฏิพทฺธตาอภิณฺหสมฺปฏิปีฬนาทิวเสน ปน ลพฺภมานา โหนฺติ. ตถา หิ จกฺขาทีนิ กมฺมาทิมหาภูตาทิปจฺจยปฏิพทฺธวุตฺตีนิ, ตโต เอว อหุตฺวา สมฺภวนฺติ, หุตฺวา ปฏิเวนฺตีติ อนิจฺจานิ, อภิณฺหสมฺปฏิปีฬิตตฺตา ทุกฺขานิ, เอวํภูตานิ จ อวสวตฺตนโต อนตฺตกานีติ ปริคฺคเห ฐิเตหิ สมุปจิตญาณสมฺภาเรหิ ปสฺสิตุํ สกฺกา.

กถํ ปเนเตสํ หุตฺวา อภาโว ชานิตพฺโพติ? ขเณ ขเณ อญฺญถตฺตทสฺสนโต. ตํ กถํ ญายตีติ? ยุตฺติโต. กา ปเนตฺถ ยุตฺตีติ? วิเสสคฺคหณํ. ยทิ จกฺขาทีนํ ขเณ ขเณ อญฺญถตฺตํ น สิยา, พหิปจฺจยเภเท ยทิทํ ปจฺฉา วิเสสคฺคหณํ, ตํ น สิยา. ยสฺส หิ ตาทิสํ ขเณ ขเณ อญฺญถตฺตํ นตฺถิ, ตสฺส อสติ พหิปจฺจยวิเสเส กถํ ปจฺฉา วิเสสคฺคหณํ ภเวยฺย, ภวติ จ วิเสสคฺคหณํ. ตสฺมา อตฺถิ เนสํ ขเณ ขเณ อญฺญถตฺตํ ยํ สณิกํ สณิกํ วฑฺเฒนฺตํ ปจฺฉา ปากฏตรํ ชายตีติ. ตถา หิ สรีรสฺส ตาว อานาปานานํ อนวตฺถานโต ปริสฺสมโต จ วิเสสคฺคหณํ. อนวตฺถิตา หิ อสฺสาสปสฺสาสา วาตา วาเรน วาเรน ปวตฺตนโต. ยทิ หิ อสฺสสิเต วา ปสฺสสฺสิเต วา สรีรสฺส โกจิ ปจฺฉา วิเสโส น สิยา, น เนสํ โกจิ เภโท สิยา, ทิฏฺโฐ จ โส. ตสฺมา อสฺสสิตํ สรีรํ อญฺญถา โหนฺตํ กเมน ตาทิสํ อวตฺถํ ปาปุณาติ. ยา ปสฺสาสสฺส ปจฺจโย โหติ, ปสฺสสิเต จ ปุน ตเถว อสฺสาสสฺส ปจฺจโย โหตีติ อานาปานานํ อนวตฺถานโตปิ สรีรสฺส วิเสสคฺคหณํ อญฺญถตฺตสิทฺธิ. ตถา ปริสฺสโมปิ อสติ วิเสเส ปจฺฉา สรีรสฺส น สิยา, เยนายํ อิริยาปถนฺตราทีนิ เสวเนน ปริสฺสมวิโนทนํ กโรติ.

อถ วา รูปาทิเภทโตปิ วิเสสคฺคหณํ. รูปคนฺธรสผสฺสาทีนญฺหิ วิเสเสน โย สรีเร อนินฺทฺริยพทฺเธสุ จ ขีรูทกวตฺถปุปฺผผโลสธิธญฺญาทีนํ ปจฺฉา วิเสโส คยฺหติ, โส อสติ พหิปจฺจยวิเสเส เนสํ ชราทิอวตฺถาสุ วณฺณพลาทิเภโท, รสวีริยวิปากานุภาวเภโท จ ขเณ ขเณ อญฺญถตฺตํ วินา กถมุปลพฺเภยฺย. ยํ ปน ตํ ธมฺมตารูปํ สิลาทิ, ตตฺถ กถนฺติ? ตสฺสาปิ สีตุณฺหสมฺผสฺสเภทโต อตฺเถว วิเสสคฺคหณํ. ตํ ขเณ ขเณ อญฺญถตฺตํ วินา น ยุชฺชตีติ. สติ จ รูปาทิเภเท สิทฺโธว ตํนิสฺสยมหาภูตเภโทปิ. น หิ นิสฺสยมหาภูตเภเทน วินา นิสฺสิตเภโท สมฺภวตีติ. เอวํ ตาว รูปธมฺมานํ วิเสสคฺคหณโต ขเณ ขเณ อญฺญถตฺตํ, ตโต จ หุตฺวา อภาวสิทฺธิ.

อรูปธมฺมานํ ปน อารมฺมณาทิเภเทน วิเสสคฺคหณํ. ยตฺถ ยตฺถ หิ อารมฺมเณ อรูปธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, ตตฺถ ตตฺเถว เต ภิชฺชนฺติ, น อญฺญํ สงฺกมนฺติ, อารมฺมณธมฺมา จ ยถาสกํ ขณโต อุทฺธํ น ติฏฺฐนฺตีติ. สฺวายมตฺโถ ปทีปาทิอุทาหรเณน เวทิตพฺโพ. อญฺเญ เอว หิ ขเณ ขเณ รูปาทโย ปทีปชาลาย, ตถา ขีรธาราทีสุ ปตนฺตีสุ, วายุมฺหิ จ ปหรนฺเต สมฺผสฺสานิ. ยถา เจเตสํ ขเณ ขเณ อญฺญถตฺตํ, กิมงฺคํ ปน จิตฺตเจตสิกานํ. กิญฺจ สทฺทเภทโต, สทฺทวิเสสโตปิ ตนฺนิมิตฺตานํ จิตฺตเจตสิกานํ ขเณ ขเณ อญฺญถตฺตํ, ตโต วิเสสคฺคหณํ. ปคุณญฺหิ คนฺถํ สีฆํ ปริวตฺเตนฺตสฺส จิตฺตสมุฏฺฐานานํ สทฺทานํ เภโท ทิฏฺโฐ. น หิ การณเภเทน วินา ผลเภโท อตฺถิ. ยถา ตํ วาทิตสทฺทานํ, เอวํ อารมฺมณเภเทน อรูปธมฺมานํ วิเสสคฺคหณํ. เตเนว เนสํ ขเณ ขเณ อญฺญถตฺตํ เวทิตพฺพํ. ชาติภูมิสมฺปยุตฺตธมฺมเภเทน วิเสสคฺคหเณปิ เอเสว นโย. เอวํ รูปารูปธมฺมานํ วิเสสคฺคหณโต ขเณ ขเณ อญฺญถตฺตสิทฺธิ. ยโต หุตฺวา อภาวโต จกฺขาทีนิ อนิจฺจานีติ สิทฺธานิ, อนิจฺจตฺตา เอว อภิณฺหสมฺปฏิปีฬนโต ทุกฺขานิ, ตโต จ อวสวตฺตนโต อนตฺตกานิ. เตนาห ภควา ‘‘ยทนิจฺจํ, ตํ ทุกฺขํ, ยํ ทุกฺขํ, ตทนตฺตา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๕, ๔๕, ๗๖, ๘๕; ๒.๔.๑, ๒; ปฏิ. ม. ๒.๑๐).

นิรนฺตรํ ปวตฺตมานสฺสาติ อภิณฺหสทฺทตฺถํ วิเสเสตฺวา วทติ. ธาตุมตฺตตายาติ ธาตุมตฺตภาเวน. สมูหโตติ สสมฺภารจกฺขาทิปิณฺฑโต. ‘‘จกฺขาทีน’’นฺติ อิทํ ‘‘สมูหโต’’ติ ปทํ อเปกฺขิตฺวา สมฺพนฺเธ สามิวจนํ, ‘‘วินิพฺภุชน’’นฺติ ปทํ อเปกฺขิตฺวา กมฺมตฺเถติ เวทิตพฺพํ. จตฺตาริปิ ฆนานีติ สนฺตติสมูหกิจฺจารมฺมณฆนานิ. ปวตฺตรูปาทิคฺคหณโตติ รุปฺปนาทิวเสน ปวตฺตญฺจ ตํ รูปาทิคฺคหณญฺจาติ ปวตฺตรูปาทิคฺคหณํ, ตโตติ โยเชตพฺพํ. อนิจฺจาทิคฺคหณสฺส สพฺภาวาติ รูปเวทนาทิญาณโต ภินฺนสฺส อนิจฺจาทิญาณสฺส ลพฺภมานตฺตา. เตน สติปิ รูปาทิอตฺถานํ อนิจฺจาทิภาเว รุปฺปนาทิภาวโต อนิจฺจาทิภาวสฺส เภทมาห. อิทานิ ตเมว เภทํ ญาตตีรณปริญฺญาวิสยตาย ปากฏํ กาตุํ ‘‘น หี’’ติอาทิมาห. นาติธาวิตุนฺติ อิธ ลกฺขณลกฺขณวนฺตา ภินฺนา วุตฺตา. ตตฺถ ลกฺขณารมฺมณิกวิปสฺสนาย ขนฺธารมฺมณตาวจเนน อภินฺนาติ อญฺญมญฺญวิโรธาปาทเนน อติธาวิตุํ น ยุตฺตํ. กสฺมาติ เจ? วุตฺตํ ‘‘เต ปนาการา’’ติอาทิ. อธิปฺปาโยปิ เจตฺถ ลกฺขณานํ รูปาทิอาการมตฺตตาวิภาวนนฺติ ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา’’ติ หิ สงฺขาเร สภาวโต สลฺลกฺเขนฺโตเยว ลกฺขณานิ จ สลฺลกฺเขตีติ. ยถา อนิจฺจาทิโต อนิจฺจตาทีนํ วุตฺตนเยน เภโท, เอวํ อนิจฺจตาทีนมฺปิ สติปิ ลกฺขณภาวสามญฺเญ นานาญาณโคจรตาย, นานาปฏิปกฺขตาย, นานินฺทฺริยาธิกตาย จ วิโมกฺขมุขตฺตยภูตานํ อญฺญมญฺญเภโทติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนิจฺจนฺติ จ คณฺหนฺโต’’ติอาทิมาห. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

สุตฺตนฺตภาชนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.