๑. เอกกนิทฺเทสวณฺณนา

๗๖๑. อยํ วิเสโสติ สมาเนปิ นยทฺวยสฺส เตสํ อเหตุภาวาทิทีปเน เอกสฺส เหตุภาวาทิปฏิเสธตา, อิตรสฺส ราสนฺตราสงฺคโหติ อิทํ นานากรณํ. เอกาย ชาติยาติ อาทานนิกฺเขปปริจฺฉินฺนสฺส เอกสฺส ภวสฺส. ตทนฺโตคธตายาติ คติอนฺโตคธตาย. ตตฺถ ตตฺถาติ ตํตํคติจุติภเวสุ.

๗๖๒. ตถาติ อญฺญทฺวารารมฺมณตาย. ขีราทีนํ…เป… วิลกฺขณตาติ ยถา ขีรสฺส ทธิภาเวน, ทธิโน ตกฺกภาเวน วิลกฺขณตาปตฺติ, น เอวํ ปญฺจวิญฺญาณานํ นเหตุภาวาทิโต อญฺญสฺส สภาวาปตฺติ อตฺถีติ อตฺโถ.

๗๖๓. มหตฺเตปีติ ปุถุตฺเตปิ. พหุภาววาจโก หิ อยํ มหา-สทฺโท ‘‘มหาชโน’’ติอาทีสุ วิย รูปสงฺฆาฏสฺส อธิปฺเปตตฺตา. อญฺญถา สภาวธมฺมสฺส กา มหนฺตตา, สุขุมตา วา. จกฺขุวิญฺญาณสฺส วจนํ กตฺวา วุตฺตตฺตา อาห ‘‘จกฺขุปสาเท มม วตฺถุมฺหี’’ติ. อิสฺสริยฏฺฐานนฺติ อิสฺสริยปวตฺตนฏฺฐานํ. ตถา หิ นํ อญฺญตฺถ ภาวิตํ วิภาเวนฺตเมว ติฏฺฐติ, อญฺญวิญฺญาณานิ จ เตน ทินฺนนยาเนว ตตฺถ ปวตฺตนฺติ, อปิ ทิพฺพจกฺขุญาณํ, ยโต ตํ อนฺธสฺส น นิปฺผชฺชติ.

๗๖๔. ววตฺถิตานมฺปีติ อญฺญมญฺญํ อสํกิณฺณานมฺปิ. ปฏิปาฏินิยโม นิยตานุปุพฺพิกตา. เตนาติ ‘‘อพฺโพกิณฺณา’’ติ วจเนน.

๗๖๖. อาวฏฺฏนภาโว อาวชฺชนกิจฺจตา.

เตสนฺติ รูปาทีนํ. เอเตสญฺหิ รูปาทีนํ ปญฺจหิ วิญฺญาเณหิ สมาคโม. อภินิปติตพฺพานิ อาลมฺพิตพฺพานิ, วิชานิตพฺพานีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อารมฺมณกรเณน ปฏิวิชานิตพฺพานี’’ติ. กุสลากุสลเจตนาย, ตํสมฺปยุตฺตานญฺจ ยถาวุตฺตานํ ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา…เป… อกุสลํ วา’’ติ (วิภ. อฏฺฐ. ๗๖๖) เอวํ วุตฺตานํ ปฏิวิชานิตพฺพานํ ปฏิวิชานนนฺติ สมฺพนฺโธ. กมฺมตฺเถ หิ เอตํ สามิวจนํ. สหชปุพฺพงฺคมธมฺเมนาติ ทสฺสนาทีหิ สหชาตผสฺสาทินา ปุพฺพงฺคเมน อาวชฺชนาทินา. กิจฺจนฺตรนฺติ ทสฺสนาทิกิจฺจโต อญฺญํ สมฺปฏิจฺฉนาทิกิจฺจํ.

อวิปากภาเวน การเณน, เตน วา สทฺธึ. อญฺญนฺติ รูปภาวาทึ. ภาสนกรณกราติ วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปนวเสน ปวตฺตกุสลากุสลจิตฺตุปฺปาทธมฺมา. เต เอว กายงฺควาจงฺคํ อโจเปตฺวา ปวตฺตา ตํสทิสา. ปุพฺพงฺคมปฏิวิชานนนฺติ ปุพฺพงฺคมภาเวน วิชานนํ มโนทฺวาริกชวนานํ ปุเรจรภาเวน คหณํ. ตตฺถาติ ปญฺจทฺวาเร. ‘‘น ปฏิสิทฺธ’’นฺติ วตฺวา สฺวายมปฺปฏิเสโธ สามตฺถิยลทฺโธติ ทสฺเสตุํ ‘‘น กายกมฺมํ…เป… อนุญฺญาตตฺตา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘ตถา’’ติ อิทํ ยถา กายวจีกมฺมปฏฺฐปนํ, เอวํ กุสลาทิธมฺมสมาทานมฺปิ นตฺถีติ อุปสํหรณตฺถํ เวทิตพฺพํ. ยทิ น ภวโต จวติ, กถํ ปญฺจทฺวาเร จุติ วุตฺตาติ อาห ‘‘น ปญฺจทฺวาริก…เป… อตํทฺวาริกตฺตา’’ติ. ตสฺสา ปาฬิยา. อาปาถมตฺตนฺติ อาปาถคมนมตฺตํ อารมฺมณปจฺจยภาวมตฺตํ. อญฺญนฺติ ‘‘รูปํ นีล’’นฺติ เอวมาทิธมฺมวิเสสํ. เตนาห ‘‘ธมฺมสภาว’’นฺติ. รูปนฺติ จ น คณฺหาตีติ รูปารมฺมณมฺปิ สมานํ ‘‘รูปํ นาเมต’’นฺติ น คณฺหาติ. ตถา จาหุ เอเก ‘‘จกฺขุวิญฺญาณสมงฺคี นีลํ วิชานาติ, โน ตุ นีล’’นฺติ. รูปนีลาทิอากาโร รูปารมฺมณรูปาทานาการปญฺญตฺติ. ตชฺชาปญฺญตฺติ เหสา ยถา อนิจฺจตาทิ. สาติสยํ สวิตกฺกสวิจารตฺตา. ตโต อญฺญนฺติ สทฺทารมฺมณโต อญฺญํ นามปญฺญตฺติอารมฺมณํ, อญฺญถา สหุปฺปตฺติปฏิเสโธ น สมฺภเวยฺยาติ อธิปฺปาโย.

มโนทฺวาเรปีติ น ปญฺจทฺวาเรเยว ทุติเย โมฆวาเร, อถ โข มโนทฺวาเรปิ. อาวชฺชนํ ทฺวตฺติกฺขตฺตุํ…เป… ทฏฺฐพฺพํ เอกจิตฺตกฺขณิกสฺส อาวชฺชนสฺส อุปฺปตฺติยํ ตถา อสมฺภวโต.

ตสฺสาติ ยาถาวกวตฺถุวิภาวนาย ปญฺญาย.

เอกกนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.