๑๐. ทสกนิทฺเทโส

ปฐมพลนิทฺเทสวณฺณนา

๘๐๙. น ฐานนฺติ อฏฺฐานํ, อนุปลพฺภนตฺโถ อยมกาโรติ อาห ‘‘อวิชฺชมานํ ฐานํ อฏฺฐาน’’นฺติ. อภาวตฺโถ วา, น อญฺญปฏิปกฺขาทิอตฺโถติ อาห ‘‘นตฺถิ ฐานนฺติ วา อฏฺฐาน’’นฺติ. โก ปเนตสฺส อตฺถทฺวยสฺส วิเสโสติ? ปฐโม เหตุปจฺจเยหิ อนุปลพฺภมานตํ วทติ, ทุติโย สพฺเพน สพฺพํ อภาวนฺติ อยเมเตสํ วิเสโส. ตณฺหุปาทานาทีนมฺปิ สุขโต อุปคมนสฺส เหตุภาเว ทิฏฺฐิวิปลฺลาสสฺส โส สาติสโย อสุเขปิ ทฬฺหํ ปวตฺตาปนโตติ อาห ‘‘ทิฏฺฐิวิปลฺลาโสว…เป… อธิปฺเปต’’นฺติ. ‘‘อตฺตทิฏฺฐิวเสนา’’ติ กสฺมา วิเสเสตฺวา วุตฺตํ, นนุ อริยสาวกสฺส สพฺพาปิ ทิฏฺฐิโย นตฺถีติ? สจฺจํ นตฺถิ, อตฺตทิฏฺฐิสนฺนิสฺสยา ปน สพฺพทิฏฺฐิโยติ ทสฺเสตุํ ‘‘อตฺตทิฏฺฐิวเสนาติ ปธานทิฏฺฐิมาหา’’ติ วุตฺตํ. เภทานุรูปสฺส วตฺถุโน. เภทานุรูเปน ‘‘อธมฺเม ธมฺโม’’ติอาทินยปฺปวตฺเตน.

โส เอวาติ โย ลิงฺเค อปริวตฺเต ตสฺมึ อตฺตภาเว ภวงฺคชีวิตินฺทฺริยปฺปพนฺโธ, โส เอว. ตญฺหิ อุปาทาย เอกชาติสมญฺญา, น เจตฺถ ภาวกลาปชีวิตินฺทฺริยสฺส วเสน โจทนา กาตพฺพา ตทญฺญสฺเสว อธิปฺเปตตฺตา. ตญฺหิ ตตฺถ อวิจฺเฉทวุตฺติยา ปพนฺธโวหารํ ลภติ, อิตรมฺปิ วา ภาวานุปาลนตาสามญฺเญนาติ อโนกาสาว โจทนา.

สปตฺตวเสน โยเชตพฺพนฺติ ‘‘สปตฺตํ มาเรมีติ อภิสนฺธินา สปตฺเตน นิปนฺนฏฺฐาเน นิปนฺนํ มนุสฺสภูโต มนุสฺสภูตํ มาตรํ ปิตรํ วา มาเรนฺโต’’ติอาทินา โยเชตพฺพํ. สพฺพตฺถาติ จตูสุปิ วิกปฺเปสุ. ปุริมํ อภิสนฺธิจิตฺตนฺติ ปุพฺพภาคิโย มรณาธิปฺปาโย. อปฺปมาณํ เตน อตฺถสิทฺธิยา อภาวโต. ปุถุชฺชนสฺเสว ตํ ทินฺนํ โหตีติ เอตฺถ ยถา อรหตฺตํ ปตฺวา ปริภุตฺตมฺปิ ปุถุชฺชนกาเล ทินฺนํ ปุถุชฺชนทานเมว โหติ, เอวํ มรณาธิปฺปาเยน ปุถุชฺชนกาเล ปหาเร ทินฺเน อรหตฺตํ ปตฺวา เตเนว ปหาเรน มเต กสฺมา อรหนฺตฆาโตเยว โหติ, น ปุถุชฺชนฆาโตติ? วิเสสสมฺภวโต. ยถา หิ ทานํ เทยฺยธมฺมสฺส ปริจฺจาคมตฺเตน โหติ, น เอวํ วโธ. โส หิ ปาโณ, ปาณสญฺญิตา, วธกเจตนา, อุปกฺกโม, เตน มรณนฺติ อิเมสํ ปญฺจนฺนํ องฺคานํ ปาริปูริยาว โหติ, น อปาริปูริยา. ตสฺมา อรหตฺตํ ปตฺตสฺเสว มรณนฺติ อรหนฺตฆาโตเยว โหติ, น ปุถุชฺชนฆาโต. ยสฺมา ปน ‘‘อิมํ มาเรมี’’ติ ยํ สนฺตานํ อารพฺภ มารณิจฺฉา, ตสฺส ปุถุชฺชนขีณาสวภาเวน ปโยคมรณกฺขณานํ วเสน สติปิ สนฺตานเภเท อเภโทเยว. ยทา จ อตฺถสิทฺธิ, ตทา ขีณาสวภาโว. ตสฺมา อรหนฺตฆาโตว โหตีติ นิจฺฉิตํ. กถํ ปเนตฺถ วธกเจตนา วตฺตมานวิสยา สิยาติ อาห ‘‘วธกจิตฺตํ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณมฺปิ…เป… ปวตฺตตี’’ติ. ตตฺถ ปพนฺธวิจฺเฉทวเสนาติ เยน ปพนฺโธ วิจฺฉิชฺชติ, ตาทิสํ ปโยคํ นิพฺพตฺเตตีติ อตฺโถ. เตน ยทา ปพนฺธวิจฺเฉโท, ตทา อรหาติ ยถาวุตฺตํ อรหนฺตฆาตํ ปติฏฺฐาเปติ. น เอวนฺติ ยถา กาลนฺตราเปกฺขกิจฺจสิทฺธํ วธกจิตฺตํ, น เอวํ จาคเจตนา. ‘‘สา หี’’ติอาทินา จาคเจตนาย กาลนฺตรานเปกฺขกิจฺจสิทฺธิตํเยว วิภาเวติ. อญฺญสกกรณนฺติ อตฺตโต วินิโมเจตฺวา อญฺญสฺส ทกฺขิเณยฺยสฺส สนฺตกภาวกรณํ. ตสฺสาติ จชิตพฺพสฺส วตฺถุโน. ยสฺสาติ ยสฺส ปุถุชฺชนสฺส. ตสฺเสว ตํ ทินฺนํ โหติ, สเจปิ อรหตฺตํ ปตฺวา เตน ปริภุตฺตนฺติ อตฺโถ.

‘‘กปฺปวินาเส’’ติ อิทํ ‘‘สณฺฐหนฺเต กปฺเป’’ติ วุตฺตตฺตา มหากปฺปวินาสํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ อาห ‘‘กปฺปฏฺฐกถาย น สเมตี’’ติ เอตฺถ อายุกปฺปสฺส อธิปฺเปตตฺตา. อายุกปฺโป เจตฺถ อวีจิยํ นิพฺพตฺตสตฺตานํ อนฺตรกปฺปปริมาณํ ปรมายุ เวทิตพฺพํ. ตญฺหิ สนฺธาย ‘‘เอกํ กปฺปํ อสีติภาเค กตฺวา ตโต เอกภาคมตฺตํ กาล’’นฺติ (กถา. อฏฺฐ. ๖๕๔-๖๕๗) วุตฺตํ. ตยิทํ ‘‘เอกํ กปฺป’’นฺติ ยทิ เอกํ มหากปฺปนฺติ อตฺโถ, ตถา สติ วีสติอนฺตรกปฺปปริมาโณ เอโก อสงฺเขฺยยฺยกปฺโปติ วุตฺตํ โหติ. อถ เอกํ อสงฺเขฺยยฺยกปฺปนฺติ อตฺโถ, สพฺพถาปิ ‘‘จตุสฏฺฐิ อนฺตรกปฺปา’’ติ วจเนน วิรุชฺฌตีติ วีมํสิตพฺพํ. ยถา ปน กปฺปฏฺฐกถาย อยํ อฏฺฐกถา สเมติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘กปฺปวินาเสเยวาติ ปนา’’ติอาทิมาห.

ปกตตฺโต วา อปาราชิโก. สมานสํวาสโก กมฺมลทฺธีนํ วเสน อนานาสํวาสโกติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

นิยตสฺส ปุคฺคลสฺส วิชฺชมานตํ ปฏิเสเธตฺวาติ โยชนา. ตตฺถ ปฏิเสเธตฺวาติ ‘‘ปุคฺคโล ปน นิยโต นาม นตฺถี’’ติ เอวํ ปฏิเสเธตฺวา. ตตฺถ การณมาห ‘‘มิจฺฉตฺตสมฺมตฺตนิยตธมฺมานํ วิย สภาวโต’’ติ. ปญฺญตฺติมตฺตเญฺหตํ มิจฺฉตฺตสมฺมตฺตนิยตธมฺมนิสฺสยํ, ยทิทํ นิยโต ปุคฺคโลติ. ยถาปุจฺฉิตนฺติ ‘‘กึ ปุพฺพเหตุ นิยเมตี’’ติอาทินา ปุจฺฉิตปฺปการํ นิยามกเหตุํ. เยนาติ เยน อุปริมคฺคตฺตยวิปสฺสนาญาเณน. นิยตานิยตเภทนฺติ โสตาปนฺนาทินิยตเภทํ, สตฺตกฺขตฺตุปรมาทิอนิยตเภทญฺจ. โสตาปนฺโน เอว หิ เอโก สตฺตกฺขตฺตุปรโม นาม โหติ, เอโก โกลํโกโล นาม, เอโก เอกพีชี นามาติ โสตาปนฺนสฺส นิยตภาโว วุตฺโตติ อาห ‘‘โสตาปนฺโน จ นิยโต’’ติ. พฺยติเรกตฺโถ หิ อยํ จ-สทฺโท. ตโต ปุพฺเพติ โสตาปตฺติมคฺคโต ปุพฺเพ. ‘‘ปุพฺพเหตุกิจฺจํ นตฺถี’’ติ อิทํ โสตาปนฺนสฺส นิยตตาย วุตฺตตฺตา วกฺขมานญฺจ โทสํ หทเย ฐเปตฺวา วุตฺตํ. อุปริมคฺคานํ สอุปนิสฺสยตฺเต ปฐมมคฺคสฺสาปิ สอุปนิสฺสยตา สิทฺธา เอวาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ยทิ หี’’ติอาทิ. ตญฺจ นิยตตฺตํ. อสฺสาติ โสตาปตฺติมคฺคสฺส.

เตเนว ขีณาติ โสตาปตฺติมคฺเคเนว ขีณา. การณุปจฺเฉเทน หิ ผลุปจฺเฉโท สิยา. ตโตติ สตฺตกฺขตฺตุปรมาทิโต. สาติ สตฺตกฺขตฺตุปรมาทิตา. ปวตฺติโตติ วิปากปฺปพนฺธโต. เตนาติ โสตาปตฺติมคฺเคน. วุฏฺฐาเนติ วุฏฺฐาเน สติ. การเณน วินา ผลํ นตฺถีติ อาห ‘‘สกฺกาย…เป… ภวิตพฺพ’’นฺติ. ‘‘นามกรณนิมิตฺตโต’’ติ อิมินา นามกรณเหตุตาย นิยามกตํ วิภาเวติ เอกพีชิอาทิสมญฺญานํ อนฺวตฺถสญฺญาภาวโต. เตนาห ‘‘วิปสฺสนา…เป… สนฺธาย วุตฺต’’นฺติ.

อาทิ-สทฺเทน ‘‘เอโกมฺหิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, สีตีภูโตสฺมิ นิพฺพุโต’’ติอาทีนิ (มหาว. ๑๑; กถา. ๔๐๕; ม. นิ. ๑.๒๘๕) สงฺคยฺหนฺติ. เอตฺถ จ ‘‘สทิโส เม น วิชฺชติ, เอโกมฺหิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ (มหาว. ๑๑; กถา. ๔๐๕; ม. นิ. ๑.๒๘๕). ‘อตฺเถตรหิ อญฺเญ สมณา วา พฺราหฺมณา วา ภควตา สมสมา สมฺโพธิย’นฺติ เอวํ ปุฏฺโฐ อหํ, ภนฺเต, ‘โน’ติ วเทยฺย’’นฺติอาทิ (ที. นิ. ๓.๑๖๑) วจเนหิ อิมิสฺสา โลกธาตุยา วิย อญฺญสฺส พุทฺธสฺส อญฺญิสฺสา โลกธาตุยา อุปฺปาโท นิวาริโตติ ทฏฺฐพฺพํ. น หิ วิชฺชมาเน ‘‘สทิโส เม น วิชฺชตี’’ติอาทิ สกฺกา วตฺตุํ. ยํ ปน วทนฺติ ‘‘โลกธาตุวิเสสาเปกฺขาย วุตฺต’’นฺติ, ตมฺปิ นตฺถิ ตถา วิเสสนสฺส อภาวโต, พุทฺธานุภาวสฺส จ อสมตฺถภาววิภาวนโต. อาณาเขตฺตกิตฺตนญฺเจตฺถ ธมฺมตาทสฺสนตฺถํ. สกฺโกติ หิ ภควา ยตฺถ ยตฺถ อิจฺฉติ, ตตฺถ ตตฺถ อาณํ วตฺเตตุํ. ‘‘เอกิสฺสา โลกธาตุยา’’ติ จ อิทํ พุทฺธเขตฺตภูตาย โลกธาตุยา ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตตฺถายมตฺโถ – พุทฺธเขตฺตภูตา เอกาวายํ โลกธาตุ. ตตฺถ เอกสฺมึ กาเล เอโก เอว สมฺมาสมฺพุทฺโธ อุปฺปชฺชตีติ. เตนาห ‘‘พุทฺธเขตฺต…เป… อธิปฺปาโย’’ติ.

ตสฺมาติ ยสฺมา อุปสมฺปทาธีนํ ปาติโมกฺขํ, อุปสมฺปทา จ ปพฺพชฺชาธีนา, ตสฺมา. ปาติโมกฺเข สิทฺเธ, สิทฺธาสุ ตาสุ ปพฺพชฺชูปสมฺปทาสุ. ตโต ปรํ วินฏฺฐํ นาม โหตีติ ปจฺฉิมปฏิเวธโต ปรํ ปฏิเวธสาสนํ, ปจฺฉิมสีลเภทโต จ ปรํ ปฏิปตฺติสาสนํ วินฏฺฐํ นาม โหตีติ สาสนภาวสามญฺเญน ปน อุภยํ เอกชฺฌํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ปจฺฉิม…เป… เอกโต กตฺวา’’ติ อาห.

ปริเทวนการุญฺญนฺติ ปริเทวเนน กรุณายิตพฺพตา กรุณายนา.

ธมฺมานํ สภาววิเสโส น สกฺกา ธาเรตุํ, ยโต ปารมีปวิจยาทีสุ อุทกปริยนฺตํ กตฺวา มหาปถวีกมฺโป อโหสิ, อภิสมฺโพธิทิวเส จ ฐเปตฺวา ปุพฺพุตฺตรทิสาภาเค โพธิรุกฺขมูเล ภูมิภาโค มหาปุริสํ ธาเรตุํ นาสกฺขิ, อญฺญทตฺถุ เอกปสฺเส ปกฺขิตฺตอติภารภริตนาวา วิย จกฺกวาฬคพฺโภ วิปริวตฺโต. ‘‘สมุปฺปาทิกา’’ติ วตฺตพฺเพ ส-กาเร อ-การสฺส อา-กาโร, เอกสฺส จ ป-การสฺส โลโป กโตติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘สมํ อุทฺธํ ปชฺชตีติ สามุปาทิกา’’ติ. สมํ อุปาทิยตีติ วา สมุปาทา, สมุปาทา เอว สามุปาทิกา, สมุปาหินีติ อตฺโถ.

สนฺตติขณวเสนาติ สนฺตติวเสน อายูหนสมงฺคิตา, สปุพฺพปจฺฉาภาคสฺส คหณวเสน เจตนากฺขณวเสน เจตนาสมงฺคิตาติ โยเชตพฺพา. เอกสฺมึ อุปฏฺฐิเต ปจฺจยวเสน ตทญฺญสฺส อุปฏฺฐานํ ปริวตฺตนํ.

ปฐมพลนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทุติยพลนิทฺเทสวณฺณนา

๘๑๐. โภเค ภุญฺชิตุํ น ชานาติ, วินาเสตีติ โยชนา.

ลหุปริวตฺติตาย ชีวิตสฺสาติ อธิปฺปาโย.

น อทาสิ ปยุตฺตวาจาย อุปฺปนฺนนฺติ อธิปฺปาเยน.

สมฺมาปโยเคนาติ สมฺมาปฏิปตฺติยา.

ทุติยพลนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปญฺจมพลนิทฺเทสวณฺณนา

๘๑๓. ธาตุสภาโวติ ภูตาทิสงฺขาตธาตูนํ สภาโว. สภาควเสน ผลภูเตน. อชฺฌาสยธาตุปริจฺฉินฺทนโตติ อชฺฌาสยสภาวสฺส ‘‘หีนํ, ปณีต’’นฺติ วา ปริจฺฉิชฺช ชานนโต, วุฏฺฐินิมิตฺเตน วิย มโหเฆน อุปริเมฆวุฏฺฐิยา.

ปญฺจมพลนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ฉฏฺฐพลนิทฺเทสวณฺณนา

สทฺทตฺโถ สมฺภวติ สมาสนฺเตเนว ตถา สทฺทสิทฺธิโต. เตสนฺติ ปโรปรานํ วิสทาวิสทานํ สทฺธาทิอินฺทฺริยานํ. เอวญฺจ กตฺวาติ อาสยาทิโต อินฺทฺริยปโรปริยตฺตสฺส, อินฺทฺริยปโรปริยตฺตโต จ อธิมุตฺติเภทสฺส วิสิฏฺฐสภาวตฺตา เอว.

๘๑๕. ‘‘เก ปน เต อริยาวาสา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา เต สุตฺเตเนว ทสฺเสนฺโต ‘‘อิธ, ภิกฺขเว’’ติอาทิปาฬึ อาหริตฺวา ‘‘เอวํ วุตฺตา’’ติ นิคเมตฺวา ปุน มคฺคาธิคเมเนว เตสํ อธิคมํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เอเตสู’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อิตเรติ ฉฬงฺคสมนฺนาคมเอการกฺขาสงฺขายปฏิเสวนาทโย.

๘๑๖. อารมฺมณสนฺตานานุสยเนสูติ อารมฺมณานุสยนํ, สนฺตานานุสยนนฺติ ทฺวีสุ อนุสยเนสุ. ยถา หิ มคฺเคน อสมุจฺฉินฺโน ราโค การณลาเภ อุปฺปชฺชนารโห ถามคตฏฺเฐน สนฺตาเน อนุเสตีติ วุจฺจติ, เอวํ อิฏฺฐารมฺมเณปีติ ตสฺส อารมฺมณานุสยนํ ทฏฺฐพฺพํ. ตํ ปนสฺส อนุสยนํ อุปฺปตฺติยา ปากฏํ โหตีติ ทสฺเสตุํ อฏฺฐกถายํ ‘‘ยถา นามา’’ติอาทิ (วิภ. อฏฺฐ. ๘๑๖) วุตฺตํ. ‘‘อาจิณฺณสมาจิณฺณา’’ติ เอเตน อิฏฺฐารมฺมเณ ราคสฺส จิรปริภาวนํ วิภาเวติ. ยสฺมา ปน เอวํ จิรปริภาวิตํ ปริเวเฐตฺวา วิย ฐิตํ โหติ, ตสฺมา ‘‘สมนฺตโต เวเฐตฺวา วิย ฐิตภาเวน อนุสยิตตํ ทสฺเสตี’’ติ วุตฺตํ. ตถา หิ อุทเก นิมุคฺคสทิโส อุทาหโฏ. ‘‘สพฺเพปิ เตภูมกา ธมฺมา กามนียฏฺเฐน กามา’’ติอาทิปาฬิวเสน ภวราคสฺสาปิ วตฺถุกามตา เวทิตพฺพา. ราควเสนาติ อารมฺมณรชฺชนวเสน.

๘๑๘. อินฺทฺริยวิเสโส วิเนยฺยานํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ.

๘๑๙. ปหาตพฺเพน อุปทฺทุตนิโรธนตฺถํ ปหายกํ ปริเยสตีติ ปฐมํ ปหาตพฺพํ, ปจฺฉา ปหายกนฺติ อยํ ปหาตพฺพปชหนกฺกโม ปหานกฺกมปเทน วุตฺโต. ยสฺสาติ ปหาตพฺพสฺส. ตนฺติ ปหาตพฺพํ. ปฐมํ วุจฺจตีติ ปหานวิจารณานํ ปฐมํ วุจฺจติ. ตโต ปจฺฉา อปฺปหาตพฺพํ ยถา ตํ ทสฺสนตฺติกาทีสุ.

๘๒๖. ตนฺติ ภวงฺคํ. ตสฺสาติ โลกุตฺตรสฺส. ปาทกนฺติ อนฺติมภวิกสฺส ภวงฺคํ สนฺธายาห.

ฉฏฺฐพลนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สตฺตมพลนิทฺเทสวณฺณนา

๘๒๘. สมาปนฺโนมฺหีติ มญฺญตีติ อตฺโถ.

สมาธิ วา ตสฺส อารมฺมณภูตํ กมฺมฏฺฐานํ วา จิตฺตมญฺชูสาติ โยชนา. ฐเปตุนฺติ ยถาปริจฺฉินฺนํ กาลํ สมาปตฺติจิตฺตํ ปวตฺเตตุํ.

เตหีติ สญฺญามนสิกาเรหิ. ตํสภาวตาติ กามาทิทุติยชฺฌานาทิอนุปกฺขนฺทนสภาวตา. ปคุณโวทานํ ปคุณภาวสิทฺธา ฌานสฺส ปฏิปกฺขโต วิสุทฺธิ.

สตฺตมพลนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทสมพลนิทฺเทสวณฺณนา

๘๓๑. ปญฺญาว วิมุตฺตีติ ราคาทีหิ วิมุตฺติภูตา ปญฺญาว วิมุตฺตีติ โยชนา. กมฺมนฺตรสฺส วิปากนฺตรเมวาติ อตฺโถ วิปากนฺตรชานนสฺเสว ทุติยพลกิจฺจตฺตา, กมฺมนฺตรชานนสฺส จ ตติยพลกิจฺจตฺตา. พลสทิสตนฺติ เอกจฺจพลสทิสตํ. กสฺมา ปเนตฺถ พลญาณกิจฺเจ วุจฺจมาเน ฌานาทิอพลญาณํ อุทาหฏนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ยทิปี’’ติอาทิ. ตทนฺโตคธนฺติ ตสฺมึ ฌานาทิปจฺจเวกฺขณาสภาเว สตฺตมพลญาเณ อนฺโตคธํ. เอวนฺติ ฌานาทิญาณํ วิย. อปฺเปตุํ, วิกุพฺพิตุญฺจาติ อตฺตนา วุตฺตาการํ สนฺธายาห. สมุทยปฺปหานาทิเอกจฺจญาณกิจฺจมฺปิ อกโรนฺตํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ กถมปฺปนาทิกํ ฌานาทิกิจฺจํ กเรยฺย, พลญาเณหิ ปน ชานิตพฺพํ, ตโต อุตฺตริญฺจ ชานนฺตมฺปิ ยสฺมา เอกจฺจพลกิจฺจํ น กโรติ, ตสฺมา อญฺญาเนว พลญาณานิ, อญฺญํ สพฺพญฺญุตญฺญาณนฺติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘เอเตสํ ปน กิจฺจํ น สพฺพํ กโรตี’’ติอาทิ (วิภ. อฏฺฐ. ๘๓๑) อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. ตตฺถ ยถา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อพลกิจฺจํ เอกจฺจํ น กโรติ, เอวํ พลกิจฺจมฺปีติ อุทาหรณทสฺสนวเสน ‘‘ตญฺหิ ฌานํ หุตฺวา อปฺเปตุ’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ วา…เป… ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ.

ทสมพลนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ญาณวิภงฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.