(๒.) ทุกนิทฺเทสวณฺณนา

๘๙๑. อุปนยฺหตีติ พนฺธติ. อ-กาโร อนนฺตรตฺถวาจโก, มริยาทวาจกสฺส วา อาการสฺส รสฺสตฺตํ กตฺวา ‘‘อฏฺฐปนา’’ติ วุตฺตนฺติ ‘‘อนนฺตรฏฺฐปนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปฐมุปฺปนฺนสฺส ปวตฺตากาโร มริยาทา, ตํ อนติกฺกมิตฺวา ตสฺเสว ทฬฺหีกรณวเสน ฐปนา มริยาทฏฺฐปนา. ปกติฏฺฐปนามตฺตเมว, วิเสสนรหิตาติ อตฺโถ.

๘๙๒. นิฏฺฐุริยํ เขฬปาตนํ, นิฏฺฐุริยํ วิย นิฏฺฐุริยํ. ทสฺเสตฺวาติ ทนฺเตหิ ฉินฺทิตฺวา. เตน ปน ทสฺสนํ ปฬาโสติ ทสฺเสติ. ปฬาสสฺส อายนาติ ยุคคฺคาหปฺปวตฺติ. สมภาวทหนํ ชโย, ตสฺส อาหรณโต อาหาโร. ธุรํ น เทตีติ ปาโมกฺขํ น เทติ.

๘๙๔. กาเยน เจติยงฺคณาทิวตฺตํ กโรติ ‘‘เอวํ วตฺตสมฺปนฺโน สทฺโธ กถํ กายทุจฺจริตาทีนิ กริสฺสตี’’ติ ปเรสํ ญาปนตฺถํ. อติจฺจาติ อจฺจยํ กตฺวา. อาสรนฺตีติ อาคจฺฉนฺติ, ปุน ปฏิจฺฉาทเน ปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. โกนาเมวํ กโรตีติ โวจฺฉินฺทนจฺฉาทนา วา โวจฺฉาทนา.

น สมฺมา ภาสิตาติ โย น สมฺมา ภาสติ, โส สโฐติ ทสฺเสติ. กุจฺฉิ วา ปิฏฺฐิ วา ชานิตุํ น สกฺกาติ อสนฺตคุณสมฺภาวเนเนว จิตฺตานุรูปกิริยาวิรหโต ‘‘เอวํจิตฺโต เอวํกิริโย’’ติ ชานิตุํ น สกฺกาติ อตฺโถ.

อโช เอว อชามิโค. เนลโกติ ตรุณวจฺโฉ. ยถา โส ยกฺโข ตาทิสํ รูปํ ทสฺเสตฺวา ‘‘อชา’’ติ สญฺญาย อาคตาคเต ขาทติ, เอวมยมฺปิ ตํตํสทิสคุณสมฺภาวเนน เต เต วญฺเจติ. เตเนตํ สาเฐยฺยํ มายาโต พลวตรา วญฺจนาติ ทฏฺฐพฺพํ. เตเนว ‘‘ปริกฺขตฺตตา’’ติ วุตฺตํ.

๙๐๘. สกฺกายทิฏฺฐาทีนํ อภาเวปิ ยํ สํโยชนํ โหติ, ตํ พหิทฺธา สํโยชนโต พหิทฺธาสํโยชนสฺส ปุคฺคลสฺส วิเสสนภูตํ พหิทฺธาสํโยชนํ นาม.

ทุกนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

(๓.) ติกนิทฺเทสวณฺณนา

๙๐๙. อกุสลมูลาเนว วฏฺฏมูลานีติ เตหิ กถิเตหิ วฏฺฏมูลสมุทาจาโร กถิโต โหตีติ อาห ‘‘ตีหิ…เป… กถิโต’’ติ.

๙๑๙. สสฺสโต โลโกติอาทิทสฺสนเมว พฺรหฺมจริยํ โมกฺขสมฺปาปกํ อุตฺตมจริยนฺติ ทิฏฺฐิคติเกหิ สมฺมตนฺติ อาห ‘‘ทิฏฺฐิคติกสมฺมตสฺสา’’ติ. รูปารูปาวจรวิปาเกสุ สาติสโย ภวราโคติ อธิปฺปาเยน วุตฺตํ ‘‘มหาพฺรหฺมาน’’นฺติ.

๙๒๐. กถํวิธนฺติ เกนากาเรน สณฺฐิตนฺติ อตฺโถติ กตฺวา อาห ‘‘อาการสณฺฐาน’’นฺติ. มานฐปนาติ เสยฺยาทิวเสน มาเนน ฐปนา, มานสงฺขาตา วา ฐปนา.

๙๒๑. เจตโส อุตฺราโส โทมนสฺสํ, โทโส วา, ตํสมฺปยุตฺตา วา เจตนาทโย.

๙๒๒. เทสนาสุขตายาติ ติณฺณํ อทฺธานํ วเสน วิจิกิจฺฉาย เทสนา สุขา ‘‘กงฺขติ วิจิกิจฺฉตี’’ติ, น ปน ตถา โมเหนาติ อธิปฺปาโย. วณฺณาทิเภทํ สุตฺวาติ เกจิ กิร วทนฺติ ‘‘ขตฺติยชีโว ปณฺฑุวณฺโณ. กสฺมา? โส หิ ปุพฺพเณฺห รมติ, ปุพฺพเณฺห จ ฉายา ปณฺฑุวณฺณา. พฺราหฺมณเวสฺสสุทฺทชีวา โอทาตปีตกาฬวณฺณา. เต หิ มชฺฌนฺหสายนฺหรตฺตีสุ โอทาตปีตกาฬฉายา กาฬตมกาเลสุ รมนฺตี’’ติ เตสํ วณฺณเภทํ, ‘‘พฺยาปี ปริมณฺฑโล’’ติอาทินา กเถนฺตานํ สณฺฐานเภทญฺจ สุตฺวา.

๙๒๓. ปุริสปุคฺคโลติ ปททฺวยํ เอกปทํ กตฺวา ชานนฺตานํ วเสนายํ สมฺมุติกถา ปวตฺตา, ปทนฺตรเมว วา อิทํ ปุคฺคลวาจกนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘อยํ ปนา’’ติอาทิมาห. อถ วา ปุริโสติ วุตฺโต จ ปุคฺคโล เอว, น ปุริสินฺทฺริยยุตฺโตวาติ ทสฺสนตฺถมฺปิ ‘‘ปุริสปุคฺคโล’’ติ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อฏฺฐสุ อาพาเธสูติ ปิตฺตเสมฺหวาตสมุฏฺฐานอุตุวิปริณามชโอปกฺกมิกวิสมปริหารชสนฺนิปาตชกมฺมสมุฏฺฐาเนสุ. ปุพฺเพ กตนฺติ ปุราณตรกมฺมํ อิจฺฉนฺตีติ อุปปชฺชเวทนียญฺจ กิร ปฏิกฺขิปนฺติ. อาณตฺติมูลเกน วาติ โยปิ อาณาเปตฺวา วธพนฺธาทิทุกฺขํ อุปฺปาเทติ, ตมฺปิ ตํมูลกํ น โหติ, อิสฺสรนิมฺมานมูลเมวาติ อธิปฺปาโย.

๙๒๔. โมหสฺส อนุทหนํ ทาหการณตาย วุตฺตํ, สภาวโตปิ ปน อสมฺปฏิเวโธ สมฺปฏิเวธสุขสฺส ปจฺจนีกภูโต ทุกฺโข เอวาติ อนุทหนตา เวทิตพฺพา. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘อุเปกฺขา เวทนา ญาณสุขา อญฺญาณทุกฺขา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๕) วุตฺตา.

๙๒๖. ปุถุนิมิตฺตารมฺมเณสูติ สุภนิมิตฺตาทิวเสน ปุถุนิมิตฺตสภาเวสุ อารมฺมเณสุ, ปุถุสภาเวสุ วา สุภนิมิตฺตาทิอารมฺมเณสุ. โกสชฺชปมาทนิทฺเทสานํ สมานตฺเตปิ อวิปฺผาริกตาสงฺขาตา ลีนวุตฺติตา โกสชฺชํ, สติโวสฺสคฺคสงฺขาตํ ปมชฺชนํ ปมาโทติ อยํ วิเสโสติ.

๙๓๑. สครุวาสนฺติ สโอตฺตปฺปวาสมาห, สเชฏฺฐกวาสนฺติ สหิริวาสํ. อนาทิยนา อนทฺทา โอวาทอคฺคหณํ, อจิตฺตีกาโรติ อตฺโถ. สุกฺขกฏฺฐสฺส วิย อนลฺลตา, อมุทุตา วา อนทฺทา. อสีลฺยนฺติ อสุขสีลตา อมุทุตา เอว.

๙๓๔. อุปารมฺโภ โทสสมฺปยุตฺตจิตฺตุปฺปาโท สิยา.

๙๓๖. ‘‘อิธ ปาสาณํ กโรตี’’ติอาทินา ฐปนตฺเถปิ กโรติ-สทฺโท ยุชฺชตีติ อาห ‘‘กโรตีติ ฐเปตี’’ติ. เอตฺถ จายํ อาวชฺชนา อกุสลานํ อาสนฺนการณตฺตา ขุทฺทกวตฺถูสุ วุตฺตาติ เวทิตพฺพา, ตทนุกูลกิจฺจตฺตา วา.

ติกนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.