(๑.) เอกกนิทฺเทสวณฺณนา
๘๔๓-๘๔๔. อตฺถิ ปฏิจฺจํ นามาติ ยถา ‘‘จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจา’’ติอาทีสุ นิสฺสยาทิปจฺจยภาเวน ปฏิจฺจาติ วุตฺตํ, น ตถา อิธ ขตฺติยาทิชาตีนํ ปรมตฺถโต อวิชฺชมานานํ นิสฺสยาทิปจฺจยตฺตสฺส อภาวา. เยสุ ปน ขนฺเธสุ สนฺเตสุ ขตฺติยาทิสมฺมุติ โหติ, เตสํ อพฺโพจฺฉินฺนตาว ขตฺติยาทิชาติยา อตฺถิตา, สา อิธ ปฏิจฺจ-สทฺเทน วิภาวิตาติ อตฺโถ. เอกิสฺสา เสณิยาติ อสมฺภินฺนายาติ อตฺโถ.
ปญฺหวิสฺสชฺชนาทิกิริยาสุ ปุรโต กรณํ ปุเรกฺขาโร. นิกฺเขปราสีติ นิธานราสิ. ปตฺถฏากิตฺติโนติ วิตฺถิณฺณากิตฺติโน. รตฺตญฺญุมโทติ ปุราณญฺญุตามโทติ วทนฺติ. จิรรตฺติชาเตน, จิรรตฺติปพฺพชิเตน วา ชานิตพฺพสฺส, รตฺตีนเมว วา ชานนมโท. อุปฏฺฐาปกมาโนติ อาณากรณมาโน. อาณากรณญฺหิ วิจารณํ อิธ ‘‘ยโส’’ติ วุตฺตนฺติ. ปริมณฺฑลตฺตภาวนิสฺสิโต มาโน ปริณาหมโท. สรีรสมฺปตฺติปาริปูริยา มโท ปาริปูริมโท.
๘๔๕. วตฺถุนา วินาปิ วตฺตพฺพตาย อวตฺถุกํ, น วตฺถุโน อภาวา.
๘๔๖. จิตฺตสฺส โวสฺสชฺชนนฺติ จิตฺตสฺส สติโต มุจฺจนํ, กายทุจฺจริตาทีสุ ปกฺขนฺทนํ วา โวสฺสคฺโค. ปติฏฺฐาภาโวติ กุสลกรเณ อฏฺฐานํ, อนุฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. ปมาทสงฺขาตสฺส อตฺถสฺส กายทุจฺจริเต จิตฺตสฺส โวสฺสคฺโค ปาณาติปาเต มิจฺฉาทิฏฺฐิยํ โกเธ อุปนาเหติ เอวมาทิโก ปริยาโย อปริยนฺโต, ตทตฺถตปฺปริยายปฺปกาสโก โวสฺสคฺคนิสฺสคฺคาทิโก พฺยญฺชนปริยาโย จาติ สพฺพํ ตํ สงฺขิปิตฺวา เอวรูโปติ อิทํ อาการนิทสฺสนํ สพฺพปริยายสฺส วตฺตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา กตนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ปริยนฺตาภาวโต’’ติ. วิสฺสฏฺฐากาโรติ สติยา ปจฺจนีกภูเต จตฺตาโร ขนฺเธ ทสฺเสติ.
๘๔๗. จิตฺตสฺส ถทฺธตา ตถาปวตฺตจิตฺตเมวาติ วทนฺติ, มานวิเสโส วา ทฏฺฐพฺโพ. อุปสงฺกมเน วนฺทิตพฺพํ โหตีติ ปริยนฺเตเนว จรติ.
๘๔๘. ‘‘อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ วุตฺเต ‘‘อาวุโส, ตฺวํ อาปนฺโนสี’’ติอาทินา เตน วุตฺตํ ตสฺเสว อุปริ ขิปนวเสน ‘‘ปฏิปฺผริตฺวา’’ติ วทนฺติ. ‘‘ตสฺมึ นาม ทลิทฺเท, อกุสเล วา อิทํ กโรนฺเต อหํ กสฺมา น กโรมี’’ติ เอวํ อิธ ปฏิปฺผรณํ ยุตฺตํ. กรณสฺส อุตฺตรกิริยา กรณุตฺตริยํ. อกุสลปกฺโข เอสาติ สารมฺโภติ อธิปฺปาโย.
๘๔๙. อติจฺจ อิจฺฉตีติ อติจฺจิจฺโฉ, ตสฺส ภาโว อติจฺจิจฺฉตาติ วตฺตพฺเพ จฺจิ-การโลปํ กตฺวา ‘‘อติจฺฉตา’’ติ วุตฺตํ. อตฺริจฺฉตาติ จ สา เอว วุจฺจตีติ. ตตฺราปิ เนรุตฺติกวิธาเนน ปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. ยถาลทฺธํ วา อติกฺกมิตฺวา อตฺร อตฺร อิจฺฉนํ อตฺริจฺฉตา, สา เอว ร-การสฺส ต-การํ กตฺวา ‘‘อติจฺฉตา’’ติ วุตฺตา.
อตฺริจฺฉนฺติ อติจฺฉํ, อตฺร วา อิจฺฉนฺโต. เกน? อติโลเภน อติโลภมิจฺฉาสงฺขาเตน อติโลภมเทน จ. อตฺตโน หิตํ อตฺตาติ วุตฺตํ. หายติ ชีรติ, อาทิณฺโณ วา อตฺตา, ปตฺโต วา อตฺตา, นํ ชีรติ จนฺทกินฺนรึ ปตฺถยิตฺวา อสิตาภูเทวิยา วิหีโน วิย.
อิจฺฉาหตสฺสาติ อิจฺฉาย อุปทฺทุตสฺส, มุทฺทิตสฺส วา.
อติหีฬยาโนติ อวมญฺญมาโน. มลกนฺติ เอวํนามกํ ชนปทํ, อพฺโภกาสํ วา. โกทณฺฑเกนาติ กุทณฺฑเกน รสฺสทณฺฑเกน. คทฺทุเลนาติ จ วทนฺติ. รุหิรมกฺขิตงฺโคติ รุหิรสินฺนคตฺโต.
๘๕๐. ชานนฺตสฺเสว ภิยฺโย ภิยฺโย โจเทนฺโต วิย สมฺภาเวตุกาโม โหติ. ปจฺจเยติ อุปาทานาทิปจฺจเย.
๘๕๑. เย ปติรูเปน วญฺเจนฺติ, เต คณฺฐิกา, ทุราจาเรน วา คณฺฐิภูตา. คณฺฐิกปุตฺตา นาม คณฺฐิกา เอว โหนฺติ, เตน สทฺธิวิหาริกา คณฺฐิกภาเวน ‘‘เถโร…เป… ทีฆจงฺกเม วิหรตี’’ติ วทนฺติ.
วฏฺฏติ ภนฺเตติ อยมฺปิ เอโก ปกาโร, ลาภินา เอว ปน สกฺกา ญาตุนฺติ อตฺตโน สมาปตฺติลาภิตํ สูเจตีติ อตฺโถ. ปญฺจตฺตยํ นาม อุปริปณฺณาสเก ทุติยสุตฺตํ (ม. นิ. ๓.๒๑ อาทโย). ตสฺส คมฺภีรตฺตา วทติ ‘‘ปญฺจตฺตยํ โอโลเกนฺตสฺสา’’ติ.
๘๕๒. สิงฺคนฺติ สิงฺคารํ. ตญฺหิ กุสลสฺส วิชฺฌนโต สมาเสวิตตาย สีเส ปริกฺขตํ สุนิขตํ วิสาณํ วิย, ถิรตฺตา จ สิงฺคํ วิยาติ สิงฺคํ, ตํ ปนตฺถโต ราโค.
๘๕๓. เตมนกรณตฺเถ ตินฺติณ-สทฺโท ทฏฺฐพฺโพ. ขียนนฺติ จ เยน โลเภน ปรํ มมนฺติ วทนฺตํ ขียติ, โส วุตฺโต. ขียนํ ภณฺฑนนฺติ จ วทนฺติ. ตินฺติณนฺติ วา โลลุปฺปมิจฺเจว วุตฺตํ โหติ. สญฺญา-สทฺโท หิ เอโส โลลุปฺปวาจโกติ.
๘๕๔. อูรุปฺปมาณาปีติ เอเตน มหนฺตฆนภาเวน อปูติตํ ทสฺเสติ. อถวาติอาทินา จีวรมณฺฑนาทีนํ วิเสสนานิ ‘‘อิมสฺส วา ปูติกายสฺส พาหิรานํ วา ปริกฺขารานํ มณฺฑนา’’ติอาทีนีติ ทสฺเสติ. จีวเรน หิ มณฺฑนา จีวรมณฺฑนา, จีวรสฺส วา มณฺฑนา จีวรมณฺฑนา, เอวํ ปตฺตมณฺฑนา เสนาสนมณฺฑนา จาติ อธิปฺปาโย. อูนฏฺฐานปูรณํ ฉวิราคสุสณฺฐานาทิกรณญฺจ จีวราทีสุ กาเย จ ยถาโยคํ โยเชตพฺพํ. ตทหุชาตทารโก วิย โหตีติ ทารกจาปลฺยํ น มุญฺจตีติ อตฺโถ.
๘๕๕. สทิสา อนุรูปา ภตฺติ สภาโค, น สภาโค อสภาโค, มานถทฺธตา, วิโรโธ วา. เตนสฺส มาตาทีสุ วตฺตนํ อสภาควุตฺติตา. เอวํวิธานํ มานาธิกานํ อกุสลานมิทํ นามํ.
๘๕๖. ปริตสฺสิตาติ สงฺกมฺปนา, อุกฺกณฺฐิตสฺส วา ตสฺส ตสฺส ตณฺหายนา.
๘๕๗. กุสลกรเณ กายสฺส อวิปฺผาริกตา ลีนตา ชาติอาลสฺยํ, น โรคอุตุโภชนาทีหิ กายเคลญฺญํ ตนฺที นาม, อถ โข ปกติอาลสฺยนฺติ อตฺโถ. กายาลสิยนฺติ นามกายสฺส อาลสิยํ, ตเทว รูปกายสฺสาปีติ ทฏฺฐพฺพํ.
๘๕๘. อจฺจสนาทีหิ อุปฺปนฺนธาตุกฺโขภนิมิตฺตํ อาลสิยํ วิชมฺภิตา.
๘๕๙. ภตฺตนิมิตฺเตน อุปฺปนฺนํ อาลสฺยํ ภตฺตสมฺมโท.
๘๖๐. อิเมหิ ปนาติ จิตฺตสฺส อกลฺยตาทีหิ. สพฺพตฺถ กิเลสวเสนาติ ถินมิทฺธการณานํ ราคาทีนํ วเสนาติ ทฏฺฐพฺพํ.
๘๖๑. สมฺมาอาชีวโต อเปโต กโตติ อปกโต. โส อาชีวุปทฺทเวน อุปทฺทุโตติ กตฺวา อาห ‘‘อุปทฺทุตสฺสาติ อตฺโถ’’ติ.
ติวิธมฺปิ ตํ ตตฺถ อาคตํ ตสฺส นิสฺสยภูตาย อิมาย ปาฬิยา ทสฺเสตุนฺติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
ปาปณิกานีติ อาปณโต ฉฑฺฑิตานิ. นนฺตกานีติ อนฺตรหิตานิ, จีรานิ วา. คิลานสฺส ปจฺจยภูตา เภสชฺชสงฺขาตา ชีวิตปริกฺขารา คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารา. ปูติมุตฺตนฺติ ปุราณสฺส อปุราณสฺส จ สพฺพสฺส โคมุตฺตสฺเสตํ นามํ. ปูติภาเวน ฉฑฺฑิโตสธนฺติปิ เกจิ.
อคพฺภิกา เอกทฺวารา ทีฆสาลา กิร อุทฺทณฺโฑ. กุจฺฉิตรชภูตาย ปาปิจฺฉตาย นิรตฺถกกายวจีวิปฺผนฺทนิคฺคหณํ โกรชํ, ตํ เอตสฺส อตฺถีติ โกรชิโก, อติวิย โกรชิโก โกรชิกโกรชิโก. อติปริสงฺกิโตติ เกจิ. มุขสมฺภาวิโตติ โกรชิกโกรชิกาทิภาเวน ปวตฺตวจเนหิ อตฺตโน มุขมตฺเตน อญฺเญหิ สมฺภาวิโต. โส เอวรูโป เอวรูปตาย เอว อตฺตานํ ปรํ วิย กตฺวา ‘‘อยํ สมโณ’’ติอาทึ กเถติ.
ปณิธายาติ ‘‘อรหาติ มํ ชานนฺตู’’ติ จิตฺตํ ฐเปตฺวา, ปตฺเถตฺวา วา. อาปาถกชฺฌายีติ มนุสฺสานํ อาปาถฏฺฐาเน สมาธึ สมาปนฺโน วิย นิสีทนฺโต อาปาถเก ชนสฺส ปากฏฏฺฐาเน ฌายี.
อญฺญํ วิย กตฺวา อตฺตโน สมีเป ภณนํ สามนฺตชปฺปิตํ. อาการสฺส รสฺสตฺตํ กตฺวา ‘‘อฐปนา’’ติ วุตฺตํ. กุหนํ กุโห, ตสฺส อยนา ปวตฺติ กุหายนา, กุหสฺส วา ปุคฺคลสฺส อยนา คติกิริยา กุหายนา.
๘๖๒. ปุฏฺฐสฺสาติ ‘‘โก ติสฺโส, โก ราชปูชิโต’’ติ ปุฏฺฐสฺส. นหนาติ พนฺธนา ปริเวฐนา.
๘๖๓. นิมิตฺเตน จรนฺโต ชีวนฺโต นิมิตฺตการโก เนมิตฺติโก, ตสฺส ภาโว เนมิตฺติกตา. อตฺตโน อิจฺฉาย ปกาสนํ โอภาโส. โก ปน โสติ? ‘‘อชฺช ภิกฺขูนํ ปจฺจยา ทุลฺลภา ชาตา’’ติอาทิกา ปจฺจยปฏิสํยุตฺตกถา. อิจฺฉิตวตฺถุสฺส สมีเป กถนํ สามนฺตชปฺปา.
๘๖๔. พหิ ฉฑฺฑนํ อุกฺเขปนา. ปรปิฏฺฐิมํสขาทนสีโล ปรปิฏฺฐิมํสิโก, ตสฺส ภาโว ปรปิฏฺฐิมํสิกตา.
๘๖๕. นิกตฺตุํ อปฺเปน ลาเภน พหุกํ วญฺเจตฺวา คเหตุํ อิจฺฉนํ นิชิคีสนํ, ตสฺส ภาโว นิชิคีสนตา. ตสฺเสว อิจฺฉนสฺส ปวตฺติอากาโร, ตํสหชาตํ วา คเวสนกมฺมํ.
๘๖๖. วณฺณสมฺปนฺนํ โปกฺขรํ วณฺณโปกฺขรนฺติ อุตฺตรปทโลโป ปุพฺพปทสฺส ทฏฺฐพฺโพ, วณฺณปาริปูรี วา วณฺณโปกฺขรตา. ‘‘อตฺถชาปิกา’’ติ เอตฺถ วิย ชป-สทฺโท อุปฺปตฺติวาจโกติ อาห ‘‘ปวตฺเตตี’’ติ.
๘๖๗. เสยฺยสทิสมานา อุนฺนติวเสน ปวตฺตาติ อุภยตฺถาปิ ‘‘มานํ ชปฺเปตี’’ติ วุตฺตํ.
๘๖๘. หีนมาโน ปน โอนติวเสน ปวตฺติโต เกวเลน มานสทฺเทน นิทฺเทสํ นารหตีติ ตํนิทฺเทเส ‘‘โอมานํ ชปฺเปตี’’ติ (วิภ. ๘๗๔) วุตฺตํ.
๘๗๒. ราชโภเคน รฏฺฐภุญฺชนโก ราชนิสฺสิโต รฏฺฐิโย.
๘๗๙. ปุคฺคลํ อนามสิตฺวาติ ยถา เสยฺยสฺส เสยฺยมานาทินิทฺเทเสสุ ‘‘ปเรหิ เสยฺยํ อตฺตานํ ทหตี’’ติ เสยฺยาทิปุคฺคโล มานุปฺปาทโก อามฏฺโฐ, เอวเมตสฺส เสยฺยมานภาเวปิ มานุปฺปาทกปุคฺคลวิเสสํ อนามสิตฺวา ‘‘ปเร อติมญฺญติ’’จฺเจว วุตฺตนฺติ อตฺโถ. ปเร อติกฺกมิตฺวา มญฺญนญฺหิ ยสฺส กสฺสจิ อติมาโนติ.
๘๘๐. ปุริมมานสฺส อุปริมาโน มานาติมาโน, อติ-สทฺโท อุปริ-สทฺทสฺส อตฺถํ วทตีติ ทฏฺฐพฺโพ. ปุริมมานํ วา อติกฺกนฺโต มาโน มานาติมาโน.
๘๘๑. ปกฺขิชาตีสุ วายโส อนฺโต ลามโกติ กตฺวา ‘‘กากชาติ วิยา’’ติ วุตฺตํ.
๘๘๒. เถโร กิร โทสจริโต อโหสิ, ตสฺมา อาทิโตว ‘‘ตุเมฺห อขีณาสวา’’ติ อวตฺวา อุปาเยน กเถสีติ วทนฺติ, โทสจริตตฺตา วา ขิปฺปํ ตติยปทวาเร วิราคํ อุปฺปาเทสีติ อธิปฺปาโย.
๘๘๓. มานํ อนุคตจฺฉนฺโทติ มานสมฺปยุตฺตฉนฺโท, มานสภาวํ อนุคโต มานจฺฉนฺโท วา.
๘๘๔. ‘‘วิลมฺพน’’นฺติ จ อิตฺถิปุริสสมฺมานนาทิกิริยาทิวิลมฺพนปฏิสํยุตฺตํ กตฺตพฺพํ ทฏฺฐพฺพํ. ตตฺถ ยุตฺตมุตฺตสิลิฏฺฐํ ปฏิภานํ วิลมฺพนปฏิภานํ.
๘๘๗. อมรวาทปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก, อตฺตโน อมรณตฺถาย เทวภาวตฺถาย วา วิตกฺโก อมรวิตกฺโก.
๘๘๘. ปเรสุ อนุทฺทยา ราควเสน อนุทฺทยกรณํ เอตสฺสาติ ปรานุทฺทโย, ตสฺส ภาโว ปรานุทฺทยตา, ปเรสุ วา อนุทฺทยสฺเสว สหนนฺทิตาทิกสฺส ภาโว ปรานุทฺทยตา, ตาทิโส ราโค. ตตฺถาติ ปรานุทฺทยตาย สํสฏฺฐวิหาเรน ทสฺสิตายาติ อตฺโถ ยุชฺชติ.
๘๙๐. อนวญฺญตฺตึ ปตฺเถนฺโต อนวญฺญตฺตตฺถเมว กามคุเณ จ ปตฺเถตีติ อาห ‘‘ปญฺจกาม…เป… นิสฺสิโต หุตฺวา’’ติ.
เอกกนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.