(๑) วิภงฺควาโร

๕๓. ยา กุสลตฺติเก ลภนฺติ, น ตาเยว เวทนาตฺติกาทีสูติ ติกปทนานตฺตมตฺเตน วินา มูลาวสานวเสน สทิสตํ สนฺธาย ‘‘น ตาเยวา’’ติ วุตฺตํ, น จ เกวลํ ติกนฺตเรเยว, กุสลตฺติเกปิ ปน ยา ปฏิจฺจวาเร ลภนฺติ, น ตาเยว ปจฺจยวาราทีสูติ สพฺพปุจฺฉาสมาหรณํ อิธ กตฺตพฺพเมว. ธมฺมานุโลมปจฺจนีเย จ ติกปฏฺฐาเน วิตกฺกตฺติกปีติตฺติกานํ วิสฺสชฺชเน สพฺพาเปตา วิสฺสชฺชนํ ลภนฺตีติ เอตฺถ ปีติตฺติกคฺคหณํ น กาตพฺพํ. น หิ ตตฺถ เอกูนปญฺญาส ปุจฺฉา วิสฺสชฺชนํ ลภนฺตีติ.

เตน สทฺธินฺติ เตน สหชาตปจฺจยภูเตน สทฺธินฺติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘ยาว นิโรธคมนา อุทฺธํ ปชฺชตี’’ติ จ ‘‘อุปฺปาทาทโย วา ปาปุณาตี’’ติ จ วจเนหิ ขณตฺตยสมงฺคี อุปฺปชฺชตีติ วุจฺจตีติ อนุญฺญาตํ วิย โหติ, อุปฺปาทกฺขณสมงฺคีเยว ปน เอวํ วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ.

ยสฺมา ปน เอโก ขนฺโธ เอกสฺสาติอาทิ อิธ กุสลวจเนน คหิเต ขนฺเธ สนฺธาย วุตฺตํ. เวทนาตฺติกาทีสุ ปน เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ทฺวินฺนํ, เทฺว ปฏิจฺจ เอกสฺสปิ, เหตุทุกาทีสุ จ สงฺขารกฺขนฺเธกเทสํ ปฏิจฺจ สงฺขารกฺขนฺเธกเทสสฺสปิ อุปฺปตฺติ วุตฺตาติ สห อุปฺปชฺชมานานํ สพฺเพสํ ธมฺมานํ ปจฺจโย โหนฺโต เอเกกสฺสปิ ทุกติกาทิเภทานญฺจ ปจฺจโย นาม โหติเยว, ตถา ทุกาทิเภทานญฺจาติ.

‘‘รูเปน สทฺธึ อนุปฺปตฺติโต อารุปฺปวิปากญฺจ น คเหตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, ตํ ปน น สพฺพสฺมึ เอตสฺมึ วจเน คเหตพฺพํ, อถ โข ‘‘จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูป’’นฺติ เอตฺเถว. น เกวลญฺจ อารุปฺปวิปาโกว, อถ โข โลกุตฺตรวิปากกิริยาพฺยากตมฺปิ อารุปฺเป อุปฺปชฺชมานํ เอตฺถ น คเหตพฺพํ. ‘‘วิปากาพฺยากตํ กิริยาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา’’ติ เอตฺถ ปน น กิญฺจิ รูเปน วินา สห วา อุปฺปชฺชมานํ สเหตุกํ วิปากกิริยาพฺยากตํ อคฺคหิตํ นาม อตฺถิ. ตตฺถ ปน ยํ รูเปน สห อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ปจฺจยุปฺปนฺนวิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูป’’นฺติ วุตฺตํ.

‘‘วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา’’ติ เอตฺตเก วตฺตพฺเพ ปจฺจยภูตสฺส วตฺถุสฺส ‘‘กฏตฺตา จ รูป’’นฺติ เอตสฺมึ สามญฺญวจเน ปจฺจยุปฺปนฺนภาเวน อคฺคหิตตาปตฺตึ นิวาเรตุํ ‘‘ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถู’’ติ วุตฺตํ. ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ, วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธาติ วา วตฺถุขนฺธานํ อญฺญมญฺญปจฺจยภูตานํ ปจฺจยภาววิเสสทสฺสนตฺถํ อญฺญมญฺญาเปกฺขํ วจนทฺวยํ วุตฺตํ สามญฺเญน คหิตมฺปิ วิสุํ อุทฺธฏํ.

มหาภูเตปิ ปฏิจฺจ อุปฺปตฺติทสฺสนตฺตนฺติ ยํ จิตฺตสมุฏฺฐานรูปํ กฏตฺตารูปญฺจ อุปาทารูปํ อุปาทารูปคฺคหเณน วินา ‘‘ขนฺเธ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชตี’’ติ วุตฺตํ, ตสฺส มหาภูเตปิ ปฏิจฺจ อุปฺปตฺติทสฺสนตฺถนฺติ อตฺโถ. เอตสฺมึ ปน ทสฺสเน ขนฺธปจฺจยสหิตาสหิตญฺจ สพฺพํ อุปาทารูปํ อิโต ปเรสุ สหชาตปจฺจยาทีสุ สงฺคหิตนฺติ อิมมตฺถํ สนฺธาย ‘‘กฏตฺตารูปํ ปฏิสนฺธิยมฺปี’’ติ ปิ-สทฺโท วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ.

มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปาทารูปนฺติ วุตฺตนเยนาติ ‘‘มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูป’’นฺติ เอตฺถ อตฺถโต อยํ นโย วุตฺโตติ สนฺธายาห.

๕๔. รูปมิสฺสกา ปหายาติ ยาสุ ปุจฺฉาสุ รูเปน วินา ปจฺจยุปฺปนฺนํ น ลพฺภติ, อถ โข รูปมิสฺสกเมว ลพฺภติ, ตา ปหายาติ อธิปฺปาโย.

๕๗. ‘‘ติณฺณํ สนฺนิปาตา คพฺภสฺส อวกฺกนฺติ โหตี’’ติ วจนโตติ คพฺภเสยฺยกปฏิสนฺธิยา ปญฺจกฺขนฺธสพฺภาเวน ตาย สมานลกฺขณา สพฺพาปิ ปญฺจโวการปฏิสนฺธิ โอกฺกนฺตินามกาติ สาเธติ. ปริปุณฺณธมฺมานํ วิสฺสชฺชนํ เอตฺถ อตฺถีติ ปริปุณฺณวิสฺสชฺชนา.

เอตฺถ จ ‘‘เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจ ตโย…เป… มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูป’’นฺติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๕๓) เอตฺตาวตา ปญฺจโวกาเร สพฺพํ จิตฺตกมฺมสมุฏฺฐานรูปํ ทสฺสิตํ. อวเสสํ ปน ทสฺเสตุํ ‘‘พาหิร’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ พาหิรนฺติ เอเตน อนินฺทฺริยพทฺธรูปํ ทสฺเสติ, ปุน อาหารสมุฏฺฐานํ อุตุสมุฏฺฐานนฺติ เอเตหิ สพฺพํ อินฺทฺริยพทฺธํ อาหารอุตุสมุฏฺฐานรูปํ. ตตฺถ ‘‘อุตุสมุฏฺฐานํ เอก’’นฺติอาทินา อสญฺญสตฺตานมฺปิ อุตุสมุฏฺฐานํ วุตฺตเมวาติ ทฏฺฐพฺพํ. น หิ ตตฺถ ตสฺส วชฺชเน การณํ อตฺถีติ. อาทิมฺหิ ปน ‘‘เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจา’’ติอาทิ อวิเสสวจนํ สหชาตํ อรูปมฺปิ ปจฺจยํ เหตาทิเก จ ปจฺจเย พหุตเร ลภนฺตํ จิตฺตสมุฏฺฐานกฏตฺตารูปทฺวยํ สห สงฺคณฺหิตฺวา วุตฺตํ, เอวญฺจ กตฺวา ตสฺส ปริโยสาเน ‘‘มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานรูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูป’’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺมา ตตฺถ กฏตฺตารูปํ จิตฺตสมุฏฺฐานสมฺพนฺธํ ตํสมานคติกํ ปญฺจโวกาเร วตฺตมานเมว คหิตนฺติ อคฺคหิตํ กฏตฺตารูปํ ทสฺเสตุํ ‘‘อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ปฏิจฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ, ตสฺมา อุปาทารูปํ อิธปิ กมฺมปจฺจยวิภงฺเค วิย ‘‘มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูป’’นฺติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๖๓) กฏตฺตารูปภาววิสิฏฺฐํ อุปาทารูปํ คหิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. น หิ วุตฺตสฺส อุตุสมุฏฺฐานสฺส ปุนวจเน ปโยชนํ อตฺถีติ.

กสฺมา ปน ยถา พาหิราทีสุ ‘‘มหาภูเต ปฏิจฺจ อุปาทารูป’’นฺติ อวิเสเสตฺวา อุปาทารูปํ วุตฺตํ, เอวํ อวตฺวา จิตฺตกมฺมชอุปาทารูปานิ ‘‘จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูป’’นฺติ เหตุปจฺจยาทีสุ สห ‘‘จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อุปาทารูปํ อสญฺญสตฺตานํ…เป… กฏตฺตารูปํ อุปาทารูป’’นฺติ อธิปติปจฺจยาทีสุ วิสุํ จิตฺตสมุฏฺฐานรูปภาวกฏตฺตารูปภาเวหิ วิเสเสตฺวาว วุตฺตานีติ? ตตฺถ พาหิรคฺคหณาทีหิ วิย เอตฺถ มหาภูตานํ เกนจิ อวิเสสิตตฺตา. อปิจ อิทฺธิจิตฺตนิพฺพตฺตานํ กมฺมปจฺจยานญฺจ อิฏฺฐานิฏฺฐานํ พาหิรรูปายตนาทีนํ จิตฺตํ กมฺมญฺจ เหตาทีสุ น โกจิ ปจฺจโย, อาหารอุตุสมุฏฺฐานานํ ปน จิตฺตํ ปจฺฉาชาตภาเวน อุปตฺถมฺภกเมว, น ชนกํ, มหาภูตาเนว ปน เตสํ สหชาตาทิภาเวน ชนกานิ, ตสฺมา สติปิ จิตฺเตน กมฺเมน จ วินา อภาเว เหตาทิปจฺจยภูเตหิ อรูเปหิ อุปฺปชฺชมานานิ จิตฺตสมุฏฺฐานรูปกฏตฺตารูปภูตาเนว อุปาทารูปานิ โหนฺติ, น อญฺญานีติ อิมํ วิเสสํ ทสฺเสตุํ จิตฺตกมฺมเชเสฺวว อุปาทารูเปสุ วิเสสนํ กตํ. อญฺญานิ วา สมานชาติเกน รูเปน สมุฏฺฐานานิ ปากฏวิเสสนาเนวาติ น วิเสสนํ อรหนฺติ, เอตานิ ปน อสมานชาติเกหิ อรูเปหิ สมุฏฺฐิตานิ วิเสสนํ อรหนฺตีติ วิเสสิตานีติ เวทิตพฺพานิ. ยถา วา จิตฺตกมฺมานิ จิตฺตกมฺมสมุฏฺฐานานํ สวิเสเสน ปจฺจยภาเวน ปจฺจยา โหนฺติ สหชาตาทิปจฺจยภาวโต มูลกรณภาวโต จ, น เอวํ อุตุอาหารา ตํสมุฏฺฐานานนฺติ จิตฺตกมฺมชาเนว วิสุํ วิเสสนํ อรหนฺติ. อิตรานิ ปน มหาภูตวิเสเสเนว วิเสสิตานิ, อิธ อุปาทารูปวิเสสเนน มหาภูตานิ วิย. น หิ อญฺญตรวิเสสนํ อุภยวิเสสนํ น โหตีติ.

๕๘. อญฺญมญฺญปจฺจเย ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ, วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธาติ ขนฺธวตฺถูนํ อญฺญมญฺญปจฺจยตาทสฺสเนน ปุพฺเพ วิสุํ ปจฺจยภาเวน ทสฺสิตานํ ขนฺธานํ เอกโต ปจฺจยภาโว ทสฺสิโต โหตีติ อิมินา อธิปฺปาเยนาห ‘‘จตุนฺนมฺปิ ขนฺธานํ เอกโต วตฺถุนา อญฺญมญฺญปจฺจยตํ ทสฺเสตุํ วุตฺต’’นฺติ. ‘‘ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถู’’ติ อิทํ ปน จตุนฺนมฺปิ ขนฺธานํ เอกโต ปฏิจฺจตฺถผรณตาทสฺสนตฺถํ, ‘‘วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา’’ติ วตฺถุสฺส. น เกวลญฺจ ขนฺธานํ อิเธว, เหตุปจฺจยาทีสุปิ อยเมว นโย. ตตฺถ สพฺเพสํ ขนฺธานํ วิสุํ ปฏิจฺจตฺถผรณตํ ทสฺเสตฺวา ปุน ‘‘วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา’’ติ วตฺถุสฺสปิ ทสฺสิตาย ‘‘เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา’’ติอาทินา ขนฺธวตฺถูนญฺจ ทสฺสิตาเยว โหตีติ ทฏฺฐพฺพา.

กสฺมา ปเนตฺถ ‘‘กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา, กุสเล ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานา มหาภูตา’’ติ เอวมาทิ น วุตฺตํ, นนุ ยเทว ปฏิจฺจตฺถํ ผรติ, น เตเนว อญฺญมญฺญปจฺจเยน ภวิตพฺพํ เหตุปจฺจยาทีหิ วิย. น หิ ยํ ‘‘เอกํ ตโย เทฺว จ ขนฺเธ ปฏิจฺจา’’ติ วุตฺตํ, เต เหตุปจฺจยภูตา เอว โหนฺติ. เอส นโย อารมฺมณปจฺจยาทีสุปิ. ปจฺจยวาเร จ ‘‘อพฺยากตํ ธมฺมํ ปจฺจยา กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อญฺญมญฺญปจฺจยา’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๒๕๖) วุตฺตํ, น วตฺถุ กุสลานํ อญฺญมญฺญปจฺจโย โหติ, อถ จ ปน ตํปจฺจยา ขนฺธานํ อญฺญมญฺญปจฺจยา อุปฺปตฺติ วุตฺตา เอว. ยทิปิ กุสลา ขนฺธา มหาภูตานํ อญฺญมญฺญปจฺจยา น โหนฺติ, ตถาปิ เต ปฏิจฺจ เตสํ อุปฺปตฺติ วตฺตพฺพา สิยาติ? น วตฺตพฺพา ขนฺธสหชาตานํ มหาภูตานํ ขนฺธานํ ปจฺจยภาวาภาวโต. อญฺญมญฺญสทฺโท หิ น เหตาทิสทฺโท วิย นิรเปกฺโข, สหชาตาทิสทฺโท วิย วา อญฺญตราเปกฺโข, อถ โข ยถาวุตฺเตตเรตราเปกฺโข. ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนา จ ขนฺธา มหาภูตา อิธ ยถาวุตฺตา ภเวยฺยุํ, เตสุ จ มหาภูตา ขนฺธานํ น โกจิ ปจฺจโย. ยสฺส จ สยํ ปจฺจโย, ตโต เตน ตนฺนิสฺสิเตน วา อญฺญมญฺญปจฺจเยน อุปฺปชฺชมานํ อญฺญมญฺญปจฺจยา อุปฺปชฺชตีติ วตฺตพฺพตํ อรหติ, ยถา ขนฺเธ ปฏิจฺจ ขนฺธา, วตฺถุํ ปจฺจยา ขนฺธา. ตสฺมา อตฺตโน ปจฺจยสฺส ปจฺจยตฺตาภาวโต ตทเปกฺขตฺตา จ อญฺญมญฺญสทฺทสฺส ขนฺเธ ปฏิจฺจ ปจฺจยา จ มหาภูตานํ อญฺญมญฺญปจฺจยา อุปฺปตฺติ น วุตฺตา, น อญฺญมญฺญปจฺจยา จ วุตฺตา. ขนฺธา ปน วตฺถุํ ปจฺจยา อุปฺปชฺชมานา วตฺถุสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจยา โหนฺติ, ตนฺนิสฺสิเตน จ อญฺญมญฺญปจฺจเยน อุปฺปชฺชนฺติ. ตสฺมา วตฺถุํ ปจฺจยา ขนฺธานํ กุสลาทีนํ อญฺญมญฺญปจฺจยา อุปฺปตฺติ วุตฺตาติ.

๕๙. น สา คหิตาติ จกฺขายตนาทีนิ นิสฺสยภูตานิ ปฏิจฺจาติ น วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย. นิสฺสยปจฺจยภาเวน ปน น จกฺขายตนาทีนิ อารมฺมณปจฺจยภาเวน รูปายตนาทีนิ วิย น คหิตานีติ.

๖๐. ทฺวีสุ อุปนิสฺสเยสุ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ, อารมฺมณูปนิสฺสยมฺปิ ปน เย ลภนฺติ, เตสํ วเสน อารมฺมณปจฺจยสทิสนฺติ เอวํ วุตฺตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘ตตฺถ กิญฺจาปี’’ติ อาห. ตตฺถ ‘‘น สพฺเพ อกุสลา อพฺยากตา อารมฺมณูปนิสฺสยํ ลภนฺตี’’ติ ปุริมปาโฐ. กุสลาปิ ปน มหคฺคตา เอกนฺเตน, กามาวจรา จ กทาจิ น ลภนฺตีติ ‘‘น สพฺเพ กุสลากุสลาพฺยากตา’’ติ ปฐนฺติ.

๖๑. ปุเรชาตปจฺจเย ยถา อญฺญตฺถ ปจฺจยํ อนิทฺทิสิตฺวาว เทสนา กตา, เอวํ อกตฺวา กสฺมา ‘‘วตฺถุํ ปุเรชาตปจฺจยา’’ติ วุตฺตนฺติ? นิยมสพฺภาวา. เหตุอาทีสุ หิ นิยโม นตฺถิ. น หิ เตหิ อุปฺปชฺชมานานํ อโลภาทีสุ กุสลาทีสุ รูปาทีสุ จ อยเมว ปจฺจโยติ นิยโม อตฺถิ, อิธ ปน วตฺถุ น วตฺถุธมฺเมสุ ปุเรชาตปจฺจยา อุปฺปชฺชมานานํ ธมฺมานํ นิยมโต ฉพฺพิธํ วตฺถุ ปุเรชาตปจฺจโย โหตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสตุํ อิทํ วุตฺตํ. อารมฺมณปุเรชาตมฺปิ หิ วตฺถุปุเรชาเต อวิชฺชมาเน น ลพฺภติ, เอวญฺจ กตฺวา ปฏิสนฺธิวิปากสฺส นปุเรชาตปจฺจยา เอว อุปฺปตฺติ วุตฺตา, ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณสฺสปิ ตสฺส ปุเรชาตปจฺจโย น อุทฺธโฏ. ‘‘เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมํ ปฏิจฺจ วิปาโก ธมฺโม อุปฺปชฺชติ ปุเรชาตปจฺจยา’’ติ เอตสฺสปิ อลาภโต ตตฺถ ‘‘ปุเรชาเต ตีณี’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๓.๑๒๔) วุตฺตนฺติ.

๖๓. ตถา ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหาภูตานนฺติ มหาภูตานํ เอกกฺขณิกนานากฺขณิกกมฺมปจฺจยวเสเนว ตทุปาทารูปานมฺปิ วทตีติ จ ทฏฺฐพฺพํ. กฏตฺตารูปานนฺติ ปวตฺติยํ กฏตฺตารูปานนฺติ อธิปฺปาโย.

๖๔. ยถาลาภวเสนาติ อินฺทฺริยรูเปสุ ยํ ยํ ปฏิสนฺธิยํ ลพฺภติ, ตสฺส ตสฺส วเสน.

๖๙. วิปฺปยุตฺตปจฺจยา อุปฺปชฺชมานานมฺปิ เกสญฺจิ นิยมโต วตฺถุ วิปฺปยุตฺตปจฺจโย, เกสญฺจิ ขนฺธา, น จ สมานวิปฺปยุตฺตปจฺจยา เอว กุสลาทิเก ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชนฺติ, อถ โข นานาวิปฺปยุตฺตปจฺจยาปิ, ตสฺมา ตํ วิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา, ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา’’ติ ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตํ. ตตฺถ ตทายตฺตวุตฺติตาย ปจฺจยุปฺปนฺโน ปจฺจยํ ปจฺจยํ กโรตีติ อิมสฺสตฺถสฺส วเสน อุปโยควจนํ ทฏฺฐพฺพํ. วตฺถุํ ขนฺเธ วิปฺปยุตฺตปจฺจยกรณโตติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ. อฏฺฐกถายํ ปน ‘‘วตฺถุํ ปฏิจฺจ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา, วตฺถุนา วิปฺปยุตฺตปจฺจยตํ สาเธนฺเตนา’’ติ อตฺโถ วุตฺโต, ตตฺถ กุสลานํ ขนฺธานํ วตฺถุํ ปฏิจฺจ อุปฺปตฺติ นตฺถีติ ‘‘วตฺถุํ ปฏิจฺจา’’ติ น สกฺกา วตฺตุนฺติ, อิทํ ปน ปฏิจฺจสทฺเทน อโยเชตฺวา ‘‘ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชนฺติ วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา’’ติ โยเชตฺวา ตสฺสตฺโถ ‘‘วตฺถุนา วิปฺปยุตฺตปจฺจยตํ สาเธนฺเตนา’’ติ วุตฺโตติ ทฏฺฐพฺโพ. กึ ปน ปฏิจฺจาติ? ยํ ‘‘เอกํ ขนฺธ’’นฺติอาทิกํ ปาฬิยํ ปฏิจฺจาติ วุตฺตํ. ตเมว อตฺถํ ปากฏํ กตฺวา ‘‘วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยาติ ขนฺเธ ปฏิจฺจ ขนฺธา, วตฺถุนา วิปฺปยุตฺตปจฺจยตํ สาเธนฺเตนา’’ติ ปฐนฺติ. อนนฺตรตฺตา ปากฏสฺส อพฺยากตจิตฺตสมุฏฺฐานสฺเสว คหณํ มา โหตูติ ‘‘อพฺยากตจิตฺตสมุฏฺฐานมฺปิ กุสลากุสลจิตฺตสมุฏฺฐานมฺปี’’ติ อาห. อาสนฺนมฺปิ ทูรมฺปิ สพฺพนฺติ วุตฺตํ โหตีติ.

๗๑-๗๒. ‘‘อิเม วีสติ ปจฺจยาติ สํขิปิตฺวา ทสฺสิตานํ วเสเนตํ วุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ ยทิ เอเกนปิ เทสนํ สํขิตฺตํ สํขิตฺตเมว, อาทิมฺหิ ปน ตโย ปจฺจยา วิปฺปยุตฺตปจฺจโย เอกมฺปิ ปทํ อปริหาเปตฺวา วิตฺถาริตาติ เต จตฺตาโร ปจฺฉาชาตญฺจ วชฺเชตฺวา ‘‘อิเม เอกูนวีสติ ปจฺจยา’’ติ วตฺตพฺพํ สิยา. เอตฺตกา หิ สํขิปิตฺวา ทสฺสิตาติ. เย ปน ปาฬิยํ วิตฺถาริตํ อวิตฺถาริตญฺจ สพฺพํ สงฺคเหตฺวา วุตฺตนฺติ วทนฺติ, เตสํ ‘‘อิเม เตวีสติ ปจฺจยา’’ติ ปาเฐน ภวิตพฺพํ. อาทิมฺหิ ปน ตโย ปจฺจเย วิตฺถาริเต วชฺเชตฺวา ยโต ปภุติ สงฺเขโป อารทฺโธ, ตโต จตุตฺถโต ปภุติ สํขิตฺตํ วิตฺถาริตญฺจ สห คเหตฺวา ‘‘อิเม เตวีสติ ปจฺจยา’’ติ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.

วิภงฺควารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.