๑. ปจฺจยานุโลมวณฺณนา

เอเกกํ ติกทุกนฺติ เอเกกํ ติกํ ทุกญฺจาติ อตฺโถ, น ติกทุกนฺติ.

ปจฺจยา เจวาติ เย กุสลาทิธมฺเม ปฏิจฺจาติ วุตฺตา, เต ปฏิจฺจตฺถํ ผรนฺตา กุสลาทิปจฺจยา เจวาติ อตฺโถ. เตเนวาห ‘‘เต จ โข สหชาตาวา’’ติ. เยหิ ปน เหตาทิปจฺจเยหิ อุปฺปตฺติ วุตฺตา, เต สหชาตาปิ โหนฺติ อสหชาตาปีติ. เอตฺถ ปฏิจฺจสหชาตวาเรหิ สมานตฺเถหิ ปฏิจฺจสหชาตาภิธาเนหิ สมานตฺถํ โพเธนฺเตน ภควตา ปจฺฉิมวาเรน ปุริมวาโร, ปุริมวาเรน จ ปจฺฉิมวาโร จ โพธิโตติ เวทิตพฺโพ. เอส นโย ปจฺจยนิสฺสยวาเรสุ สํสฏฺฐสมฺปยุตฺตวาเรสุ จ, เอวญฺจ นิรุตฺติโกสลฺลํ ชนิตํ โหตีติ.

‘‘เต เต ปน ปเญฺห อุทฺธริตฺวา ปุน กุสโล เหตุ เหตุสมฺปยุตฺตกานํ ธมฺมาน’’นฺติ ลิขิตํ. ‘‘กุสลา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธาน’’นฺติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๐๑) ปญฺหาวารปาโฐติ ปมาทเลขา เอสาติ ปาฬิยํ อาคตปาฐเมว ปฐนฺติ. ปุริมวาเรสุ สหชาตนิสฺสยสมฺปยุตฺตปจฺจยภาเวหิ กุสลาทิธมฺเม นิยเมตฺวา ตสฺมึ นิยเม กุสลาทีนํ เหตุปจฺจยาทีหิ อุปฺปตฺตึ ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺชนํ กตํ, น ตตฺถ ‘‘อิเม นาม เต ธมฺมา เหตาทิปจฺจยภูตา’’ติ วิญฺญายนฺติ, ตสฺมา ตตฺถ ‘‘สิยา กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺเชยฺย เหตุปจฺจยา’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๒๕) เอวมาทีหิ สงฺคหิเต ปฏิจฺจตฺถาทิผรณกภาเว เหตาทิปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺเนสุ เหตาทิปจฺจยานํ นิจฺฉยาภาวโต ปญฺหา นิชฺชฏา นิคฺคุมฺพา จ กตฺวา น วิภตฺตา, อิธ ปน ‘‘สิยา กุสโล ธมฺโม กุสลสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ เอวมาทีหิ สงฺคหิตา เหตาทิปจฺจยภูตา กุสลาทโย ปจฺจยุปฺปนฺนา จ นิจฺฉิตา, น โกจิ ปุจฺฉาสงฺคหิโต อตฺโถ อนิจฺฉิโต นาม อตฺถีติ อาห ‘‘สพฺเพปิ เต ปญฺหา นิชฺชฏา นิคฺคุมฺพา จ กตฺวา วิภตฺตา’’ติ. ปญฺหา ปน อุทฺธริตฺวา วิสฺสชฺชนํ สพฺพตฺถ สมานนฺติ น ตํ สนฺธาย นิชฺชฏตา วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพา.

อุปฺปตฺติยา ปญฺญาปิตตฺตาติ ปุจฺฉามตฺเตเนว อุปฺปตฺติยา ฐปิตตฺตา ปกาสิตตฺตา, นานปฺปกาเรหิ วา ญาปิตตฺตาติ อตฺโถ.

๒๕-๓๔. ปริกปฺปปุจฺฉาติ วิธิปุจฺฉา. กึ สิยาติ เอโส วิธิ กึ อตฺถีติ อตฺโถ. กึ สิยา, อถ น สิยาติ สมฺปุจฺฉนํ วา ปริกปฺปปุจฺฉาติ วทติ. กิมิทํ สมฺปุจฺฉนํ นาม? สเมจฺจ ปุจฺฉนํ, ‘‘กึ สุตฺตนฺตํ ปริยาปุเณยฺย, อถ อภิธมฺม’’นฺติ อญฺเญน สห สมฺปธารณนฺติ อตฺโถ. โย กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺเชยฺย เหตุปจฺจยา, โส กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สิยาติ เอตสฺมึ อตฺเถ สติ ปจฺฉาชาตวิปากปจฺจเยสุปิ สพฺพปุจฺฉานํ ปวตฺติโต ‘‘โย กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺเชยฺย ปจฺฉาชาตปจฺจยา วิปากปจฺจยา, โส กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สิยา’’ติ อยมตฺโถ วิญฺญาเยยฺย, ตถา จ สติ ปจฺฉาชาตปจฺจยา วิปากปจฺจยาติ อุปฺปชฺชมานํ นิทฺธาเรตฺวา ตสฺส กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ภวนสฺส ปุจฺฉนโต กุสลานํ เตหิ ปจฺจเยหิ อุปฺปตฺติ อนุญฺญาตาติ อาปชฺชติ, น จ ตํตํปจฺจยา อุปฺปชฺชมานานํ กุสลาทีนํ กุสลาทิธมฺเม ปฏิจฺจ ภวนมตฺถิตา เอตฺถ ปุจฺฉิตา, อถ โข อุปฺปตฺติ, เอวญฺจ กตฺวา วิสฺสชฺชเน ‘‘กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชตี’’ติ อุปฺปตฺติเยว วิสฺสชฺชิตาติ, ตสฺมา อยมตฺโถ สโทโสติ ‘‘อถ วา’’ติ อตฺถนฺตรวจนํ วุตฺตํ.

ตตฺถ ‘‘กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ อุปฺปตฺตึ อนุชานิตฺวา ‘‘เหตุปจฺจยา สิยา เอต’’นฺติ ตสฺสา เหตุปจฺจยา ภวนปุจฺฉนํ, ‘‘อุปฺปชฺเชยฺย เหตุปจฺจยา’’ติ เหตุปจฺจยา อุปฺปตฺตึ อนุชานิตฺวา ตสฺสา ‘‘สิยา เอต’’นฺติ ภวนปุจฺฉนญฺจ น ยุตฺตํ. อนุญฺญาตญฺหิ นิจฺฉิตเมวาติ. ตสฺมา อนนุชานิตฺวา ‘‘กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺเชยฺย เหตุปจฺจยา’’ติ เอวํ ยถาวุตฺตํ อุปฺปชฺชนํ กึ สิยาติ ปุจฺฉตีติ ทฏฺฐพฺพํ. อุปฺปชฺเชยฺยาติ วา อิทมฺปิ สมฺปุจฺฉนเมว, กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กุสโล ธมฺโม กึ อุปฺปชฺเชยฺย เหตุปจฺจยาติ อตฺโถ. สิยาติ ยถาปุจฺฉิตสฺเสว อุปฺปชฺชนสฺส สมฺภวํ ปุจฺฉติ ‘‘กึ เอวํ อุปฺปชฺชนํ สิยา สมฺภเวยฺยา’’ติ, อยํ นโย สิยาสทฺทสฺส ปจฺฉาโยชเน. ยถาฐาเนเยว ปน ฐิตา ‘‘สิยา’’ติ เอสา สามญฺญปุจฺฉา, ตาย ปน ปุจฺฉาย ‘‘อิทํ นาม ปุจฺฉิต’’นฺติ น วิญฺญายตีติ ตสฺสาเยว ปุจฺฉาย วิเสสนตฺถํ ‘‘กุสลํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺเชยฺย เหตุปจฺจยา’’ติ ปุจฺฉติ, เอวํ วิเสสิตพฺพวิเสสนภาเวน เทฺวปิ ปุจฺฉา เอกาเยว ปุจฺฉาติ ทฏฺฐพฺพา.

คมนุสฺสุกฺกวจนนฺติ คมนสฺส สมานกตฺตุกปจฺฉิมกาลกิริยาเปกฺขวจนนฺติ อตฺโถ. ยทิปิ ปฏิคมนุปฺปตฺตีนํ ปุริมปจฺฉิมกาลตา นตฺถิ, ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนานํ ปน สหชาตานมฺปิ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนภาเวน คหณํ ปุริมปจฺฉิมภาเวเนว โหตีติ คหณปฺปวตฺติอาการวเสน ปจฺจยายตฺตตาอตฺตปฏิลาภสงฺขาตานํ ปฏิคมนุปฺปตฺติกิริยานมฺปิ ปุริมปจฺฉิมกาลโวหาโร โหตีติ ทฏฺฐพฺโพ. คมนํ วา อุปฺปตฺติ เอวาติ คจฺฉนฺตสฺส ปฏิคมนํ อุปฺปชฺชนฺตสฺส ปฏิอุปฺปชฺชนํ สมานกิริยา. ปฏิกรณญฺหิ ปฏิสทฺทตฺโถติ. ตสฺมา ‘‘กุสลํ ธมฺม’’นฺติ อุปโยคนิทฺทิฏฺฐํ ปจฺจยํ อุปฺปชฺชมานํ ปฏิจฺจ ตทายตฺตุปฺปตฺติยา ปฏิคนฺตฺวาติ อยเมตฺถ อตฺโถ, เตน ปฏิจฺจาติ สหชาตปจฺจยํ กตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. สหชาตปจฺจยกรณญฺหิ อุปฺปชฺชมานาภิมุขอุปฺปชฺชมานํ ปฏิคมนํ, ตํ กตฺวาติ ปฏิจฺจสทฺทสฺส อตฺโถติ.

๓๕-๓๘. ตาสุ ปาฬิยํ เทฺวเยว ทสฺสิตาติ เหตารมฺมณทุเก ทฺวินฺนํ ปุจฺฉานํ ทสฺสิตตฺตา วุตฺตํ. เอตฺถ จ เอกมูลกาทิภาโว ปุจฺฉานํ วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ, ปจฺจยานํ ปน วเสน สพฺพปฐโม ปจฺจยนฺตเรน อโวมิสฺสกตฺตา สุทฺธิกนโย, ทุติโย อารมฺมณาทีสุ เอเกกสฺส เหตุ เอว เอกมูลกนฺติ กตฺวา เอกมูลกนโย. เอวํ เหตารมฺมณทุกาทีนํ อธิปติอาทีนํ มูลภาวโต ทุกมูลกาทโย นยา เวทิตพฺพา. เตวีสติมูลกนโย จ ตโต ปรํ มูลสฺส อภาวโต ‘‘สพฺพมูลก’’นฺติ ปาฬิยํ วุตฺโต. ตตฺถ นปุํสกนิทฺเทเสน เอก…เป… สพฺพมูลกํ ปจฺจยคมนํ ปาฬิคมนํ วาติ วิญฺญายติ, เอก…เป… สพฺพมูลกํ นยํ อสมฺมุยฺหนฺเตนาติ อุปโยโค วา, อิธ จ สพฺพมูลกนฺติ จ เตวีสติมูลกสฺเสว วุตฺตตฺตา ปจฺจนีเย วกฺขติ ‘‘ยถา อนุโลเม เอเกกสฺส ปทสฺส เอกมูลกํ…เป… ยาว เตวีสติมูลกํ, เอวํ ปจฺจนีเยปิ วิตฺถาเรตพฺพ’’นฺติ (ปฏฺฐา. อฏฺฐ. ๑.๔๒-๔๔).

๓๙-๔๐. ‘‘อารมฺมณปจฺจยา เหตุปจฺจยาติ เอตฺตาวตา อารมฺมณปจฺจยํ อาทึ กตฺวา เหตุปจฺจยปริโยสาโน เอกมูลกนโย ทสฺสิโต’’ติ วุตฺตํ, เอวํ สติ วินเย วิย จกฺกพนฺธนวเสน ปาฬิคติ อาปชฺชติ, น เหฏฺฐิมโสธนวเสน. เหฏฺฐิมโสธนวเสน จ อิธ อภิธมฺเม ปาฬิ คตา, เอวญฺจ กตฺวา วิสฺสชฺชเน ‘‘อารมฺมณปจฺจยา เหตุยา ตีณิ, อธิปติปจฺจยา ตีณิ, อธิปติปจฺจยา เหตุยา นว, อารมฺมเณ ตีณี’’ติอาทินา เหฏฺฐิมํ โสเธตฺวาว ปาฬิ ปวตฺตา. โย เจตฺถ ‘‘เอกมูลกนโย’’ติ วุตฺโต, โส สุทฺธิกนโยว. โส จ วิเสสาภาวโต อารมฺมณมูลกาทีสุ น ลพฺภติ. น หิ อารมฺมณาทีสุ ตสฺมึ ตสฺมึ อาทิมฺหิ ฐปิเตปิ ปจฺจยนฺตเรน สมฺพนฺธาภาเวน อาทิมฺหิ วุตฺตสุทฺธิกโต วิเสสตฺโถ ลพฺภติ, เตเนว วิสฺสชฺชเนปิ อารมฺมณมูลกาทีสุ สุทฺธิกนโย น ทสฺสิโตติ, ตสฺมา ‘‘อารมฺมณปจฺจยา เหตุปจฺจยา อารมฺมณปจฺจยา อธิปติปจฺจยา…เป… อารมฺมณปจฺจยา อวิคตปจฺจยา’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๓๙) อยํ เหฏฺฐิมโสธนวเสน เอกสฺมึ อารมฺมณปจฺจเย เหตุปจฺจยาทิเก โยเชตฺวา วุตฺโต เอกมูลกนโย ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘อารมฺมณปจฺจยา…เป… อวิคตปจฺจยา’’ติ วา เอกมูลเกสุ อนนฺตรปจฺจยสฺส มูลกํ อารมฺมณํ ทสฺเสตฺวา เอกมูลกาทีนิ สํขิปิตฺวา สพฺพมูลกสฺสาวสาเนน อวิคตปจฺจเยน นิฏฺฐาปิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อธิปติปจฺจยา อนนฺตรปจฺจยา สมนนฺตรปจฺจยา สหชาตปจฺจยา อญฺญมญฺญปจฺจยาติ อิทํ มูลเมว ทสฺเสตฺวา เอกมูลกาทีนํ สํขิปนํ ทฏฺฐพฺพํ, น สุทฺธิกทสฺสนํ, นาปิ สพฺพมูลเก กติปยปจฺจยทสฺสนํ.

๔๑. ตโต นิสฺสยาทีนิ มูลานิปิ สํขิปิตฺวา อวิคตมูลกนยํ ทสฺเสตุํ ‘‘อวิคตปจฺจยา เหตุปจฺจยา’’ติอาทิ อารทฺธํ. เอตสฺมิญฺจ สุทฺธิกสฺส อทสฺสเนน อารมฺมณมูลกาทีสุ วิสุํ วิสุํ สุทฺธิกนโย น ลพฺภตีติ ญาปิโต โหติ. น หิ อาทิ กตฺถจิ สํเขปนฺตรคโต โหติ. อาทิอนฺเตหิ มชฺฌิมานํ ทสฺสนญฺหิ สงฺเขโป, อาทิโต ปภุติ กติจิ วตฺวา คติทสฺสนํ วาติ. ทุติยจตุกฺกํ วตฺวา ‘‘วิคตปจฺจยา’’ติ ปทํ อุทฺธริตฺวา ฐปิตํ. เตน โอสานจตุกฺกํ ทสฺเสติ. ตติยจตุกฺกโต ปภุติ วา ปญฺจกมูลานิ สํขิปิตฺวา สพฺพมูลกสฺส อวสาเนน นิฏฺฐเปติ.

เอตฺถ จ ทุกมูลกาทีสุ ยถา เหตุอารมฺมณทุเกน สทฺธึ อวเสสา ปจฺจยา โยชิตา, เหตารมฺมณาธิปติติกาทีหิ จ อวเสสาวเสสา, เอวํ เหตุอธิปติทุกาทีหิ เหตุอธิปติอนนฺตรติกาทีหิ จ อวเสสาวเสสา โยเชตพฺพา สิยุํ. ยทิ จ สพฺเพสํ ปจฺจยานํ มูลภาเวน โยชิตตฺตา เหตุมูลเก เหตุอธิปติอาทิทุกานํ อธิปติมูลกาทีสุ อธิปติเหตุอาทิทุเกหิ วิเสโส นตฺถิ. เต เอว หิ ปจฺจยา อุปฺปฏิปาฏิยา วุตฺตา, ตถาปิ อารมฺมณมูลกาทีสุ อารมฺมณาธิปติทุกาทีนํ อวเสสาวเสเสหิ, เหตุมูลเก จ เหตุอธิปติอนนฺตรติกาทีนํ อวเสสาวเสเสหิ โยชเน อตฺถิ วิเสโสติ. ยสฺมา ปน เอวํ โยชิยมาเนสุปิ สุขคฺคหณํ น โหติ, น จ ยถาวุตฺตาย โยชนาย สพฺพา สา โยชนา ปญฺญวตา น สกฺกา วิญฺญาตุํ, ตสฺมา ตถา อโยเชตฺวา อนุปุพฺเพเนว โยชนา กตาติ ทฏฺฐพฺพา. ธมฺมานํ เทสนาวิธาเน หิ ภควาว ปมาณนฺติ. คณนาคาถา อาทิมปาเฐ กาจิ วิรุทฺธา, ตสฺมา สุฏฺฐุ คเณตฺวา คเหตพฺพา.

‘‘ทฺวาวีสติยา ติเกสุ เอเกกํ ติกํ ทุกานํ สเตน สเตน สทฺธึ โยเชตฺวา’’ติ วุตฺตํ, ตํ ทุกติกปฏฺฐาเน เกสญฺจิ โปตฺถกานํ วเสน วุตฺตํ. เกสุจิ ปน เอเกโก ทุโก ทฺวาวีสติยา ทฺวาวีสติยา ติเกหิ โยชิโต, ตญฺจ คมนํ ยุตฺตํ. น หิ ตตฺถ ติกสฺส โยชนา อตฺถิ, อถ โข ติกานํ เอเกเกน ปเทน ทุกสฺสาติ. ตตฺถ ฉสฏฺฐิยา ติกปเทสุ เอเกเกน สํสนฺทิตฺวา ฉสฏฺฐิ เหตุทุกา, ตถา สเหตุกทุกาทโย จาติ ทุกานํ ฉสตาธิกานิ ฉสหสฺสานิ โหนฺติ. เตสุ เอเกกสฺมึ ปฏิจฺจวาราทโย สตฺต วารา นยา ปุจฺฉา จ สพฺพา ทุกปฏฺฐาเน เหตุทุเกน สมานา.

‘‘ทุกสเต เอเกกํ ทุกํ ทฺวาวีสติยา ติเกหิ สทฺธึ โยเชตฺวา’’ติ จ วุตฺตํ, ตมฺปิ ติกทุกปฏฺฐาเน เกสญฺจิ โปตฺถกานํ วเสน วุตฺตํ. วุตฺตนเยน ปน ยุตฺตคมเนสุ เอเกโก ติโก ทุกสเตน โยชิโต. ตตฺถ เหตุปทํ ปกฺขิปิตฺวา วุตฺโต เอโก กุสลตฺติโก, ตถา นเหตุปทํ…เป… อรณปทนฺติ กุสลตฺติกานํ เทฺว สตานิ โหนฺติ, ตถา เวทนาตฺติกาทีนมฺปีติ สพฺเพสํ จตุสตาธิกานิ จตฺตาริ สหสฺสานิ โหนฺติ. เตสุ เอเกกสฺมึ วารนยปุจฺฉา ติกปฏฺฐาเน กุสลตฺติเกน สมานา.

‘‘ฉ อนุโลมมฺหิ นยา สุคมฺภีรา’’ติ วจนโต ปนาติ เอเตน อิทํ ทสฺเสติ – ‘‘อนุโลมมฺหี’’ติ ‘‘ติกาทโย ฉนยา’’ติ จ อวิเสเสน วุตฺตตฺตา ปฏิจฺจวาราทิวเสน สตฺตวิธมฺปิ อนุโลมํ สห คเหตฺวา ‘‘ฉ อนุโลมมฺหี’’ติ วุตฺตํ, อนุโลมาทิวเสน จตุพฺพิธํ ติกปฏฺฐานํ สห คเหตฺวา ‘‘ติกญฺจ ปฏฺฐานวร’’นฺติ, ตถา จตุพฺพิธานิ ทุกปฏฺฐานาทีนิ สห คเหตฺวา ‘‘ทุกุตฺตม’’นฺติอาทึ วตฺวา ‘‘ฉ นยา สุคมฺภีรา’’ติ วุตฺตนฺติ อิมมตฺถํ คเหตฺวา อิมสฺมึ ปจฺจยานุโลเม สตฺตปฺปเภเท ฉปิ เอเต ปฏฺฐานา ปฏฺฐานนยา จตุปฺปเภทา ปุจฺฉาวเสน อุทฺธริตพฺพาติ. เอวญฺหิ สพฺพสฺมึ ปฏฺฐาเน สพฺโพ ปจฺจยานุโลโม ทสฺสิโต โหตีติ. ปจฺจนียคาถาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ ทุกติกปฏฺฐานาทีสุ วิเสสิตพฺเพหิ ติเกหิ ปฏฺฐานํ ติกปฏฺฐานํ. ทุกานํ ติกปฏฺฐานํ ทุกติกปฏฺฐานํ. ทุกวิเสสิตา วา ติกา ทุกติกา, ทุกติกานํ ปฏฺฐานํ ทุกติกปฏฺฐานนฺติ อิมินา นเยน วจนตฺโถ เวทิตพฺโพ. ทุกาทิวิเสสิตสฺส เจตฺถ ติกาทิปทสฺส ทุกาทิภาโว ทฏฺฐพฺโพ. ทุกปฏฺฐานเมว หิ ติกปทสํสนฺทนวเสน ทุกปทสํสนฺทนวเสน จ ปวตฺตํ ทุกติกปฏฺฐานํ ทุกทุกปฏฺฐานญฺจ, ตถา ติกปฏฺฐานเมว ทุกปทสํสนฺทนวเสน ติกปทสํสนฺทนวเสน จ ปวตฺตํ ติกทุกปฏฺฐานํ ติกติกปฏฺฐานญฺจาติ.

ปจฺจยานุโลมวณฺณนา นิฏฺฐิตา.