๒. ทุติยนโย สงฺคหิเตนอสงฺคหิตปทวณฺณนา

๑๗๑. สงฺคหิเตนอสงฺคหิตปทนิทฺเทเส ยํ ตํ อุทฺเทเส อสงฺคหิตตาย ปุจฺฉิตพฺพํ วิสฺสชฺชิตพฺพญฺจ สงฺคหิตตาวิสิฏฺฐํ อสงฺคหิตํ ธมฺมชาตํ นิทฺธาริตํ, ตเทว ตาว ทสฺเสนฺโต ‘‘จกฺขายตเนน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิตา อายตนธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา’’ติ อาห. สพฺพตฺถ ขนฺธาทิสงฺคหสามญฺญานํ นิจฺจํ วิเสสาเปกฺขตฺตา เภทนิสฺสิตตฺตา จ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนานํ สวิเสสาว ขนฺธาทิคณนา สุทฺธา. ตตฺถ สงฺคหิเตนอสงฺคหิตวจนมตฺเตน ธมฺมวิเสสสฺส นิทฺธาริตตฺตา ตีสุ สงฺคเหสุ เอเกน ทฺวีหิ วา เย สงฺคหิตา หุตฺวา อญฺเญหิ อสงฺคหิตา, เตเยว ธมฺมา ‘‘ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิตา อายตนธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา’’ติ เอตฺตเกเนว ทสฺเสตพฺพา สิยุํ, เตสํ ปน เอวํวิธานํ อสมฺภวา นยมาติกาย จ อพฺภนฺตรพาหิรมาติกาเปกฺขตฺตา อุทฺเทเสปิ ยํ ยํ รูปกฺขนฺธาทีสุ อรณนฺเตสุ สงฺคาหกํ, ตํ ตํ อเปกฺขิตฺวา สงฺคหิเตนอสงฺคหิตํ นิทฺธาริตนฺติ วิญฺญายตีติ เตน เตน สงฺคาหเกน ยถานิทฺธาริตํ ธมฺมํ นิยเมตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘จกฺขายตเนนา’’ติอาทิมาห. ยตฺถ หิ ปุจฺฉิตพฺพวิสฺสชฺชิตพฺพธมฺมวิเสสนิทฺธารณํ นตฺถิ, ตสฺมึ ปฐมนเย ฉฏฺฐนเย จ ปุจฺฉิตพฺพวิสฺสชฺชิตพฺพภาเวน, อิตเรสุ จ ยํ ยํ ปุจฺฉิตพฺพวิสฺสชฺชิตพฺพํ นิทฺธาริตํ, ตสฺส ตสฺส นิยามกภาเวน รูปกฺขนฺธาทโย อรณนฺตา อุทฺทิฏฺฐาติ.

ตตฺถ ‘‘จกฺขายตเนน…เป… โผฏฺฐพฺพธาตุยา’’ติ กตฺตุอตฺเถ กรณนิทฺเทโส ทฏฺฐพฺโพ, ‘‘ขนฺธสงฺคเหน อายตนสงฺคเหน ธาตุสงฺคเหนา’’ติ กรณตฺเถ. เอตฺถ จ เยน เยน สงฺคาหเกน ขนฺธาทิสงฺคเหสุ เตน เตน สงฺคเหตพฺพาสงฺคเหตพฺพํ อญฺญํ อตฺถิ, ตํ ตเทว สงฺคาหกาสงฺคาหกภาเวน อุทฺธฏํ. รูปกฺขนฺเธน ปน ขนฺธสงฺคเหน สงฺคเหตพฺโพ อญฺโญ ธมฺโม นตฺถิ, ตถา เวทนากฺขนฺธาทีหิ, น จ โส เอว ตสฺส สงฺคาหโก อสงฺคาหโก วา โหติ. ยญฺจ ‘‘รูปกฺขนฺโธ เอเกน ขนฺเธน สงฺคหิโต’’ติ วุตฺตํ, ตญฺจ น ตสฺเสว เตน สงฺคหิตตํ สนฺธาย วุตฺตํ, รูปกฺขนฺธภาเวน ปน รูปกฺขนฺธวจเนน วา คหิตตํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ปกาสิโตยมตฺโถ.

ยทิ จ โส เอว เตน สงฺคเยฺหยฺย, สงฺคหิเตนสมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺตปทนิทฺเทเส – ‘‘เวทนากฺขนฺเธน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน สงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน สงฺคหิตา, เต ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ สมฺปยุตฺตา’’ติอาทิ วตฺตพฺพํ สิยา, น จ วุตฺตํ, ตสฺมา ยถา จิตฺตํ จิตฺเตน สมฺปยุตฺตํ วิปฺปยุตฺตญฺจ น โหติ, เอวํ รูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺเธน สงฺคหิโต อสงฺคหิโต จ น โหติ, ตถา เวทนากฺขนฺธาทโย เวทนากฺขนฺธาทีหิ. น หิ โส เอว ตสฺส สภาโค วิสภาโค จาติ. เตเนว น เอกเทสา วิย สมุทายสฺส, สมุทาโย เอกเทสานํ สงฺคาหโก อสงฺคาหโก จ. ยถา รูปกฺขนฺโธ จกฺขายตนาทีนํ, ธมฺมายตนํ เวทนากฺขนฺธาทีนํ, สรณา ธมฺมา จตุนฺนํ ขนฺธานํ. สมุทายนฺโตคธานญฺหิ เอกเทสานํ น วิภาโค อตฺถิ, เยน เต สมุทายสฺส สมุทาโย จ เตสํ สภาโค วิสภาโค จ สิยาติ, ตถา น สมุทาโย เอกเทสสภาควิสภาคานํ สงฺคาหโก อสงฺคาหโก จ. ยถา ธมฺมายตนํ สุขุมรูปสภาคสฺส เวทนาทิวิสภาคสฺส จ รูปกฺขนฺเธกเทสสฺส ขนฺธสงฺคเหน, ชีวิตินฺทฺริยํ รูปารูปชีวิตสภาควิสภาคสฺส รูปกฺขนฺเธกเทสสฺส สงฺขารกฺขนฺเธกเทสสฺส จ ชีวิตวชฺชสฺส ขนฺธสงฺคเหเนว. น หิ เอกเทสสภาคํ สมุทายสภาคํ, นาปิ เอกเทสวิสภาคํ สมุทายวิสภาคนฺติ, ตสฺมา สติปิ อตฺตโต อตฺตนิ อนฺโตคธโต อตฺเตกเทสสภาคโต จ อญฺญสฺส อสงฺคาหกตฺเต สงฺคาหกตฺตเมว เอเตสํ นตฺถิ, เยน สงฺคหิตสฺส อสงฺคาหกา สิยุนฺติ สงฺคาหกตฺตาภาวโต เอว เอวรูปานํ อคฺคหณํ เวทิตพฺพํ.

ยํ ปน ‘‘ธมฺมายตนํ อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา จตูหิ ขนฺเธหิ สงฺคหิต’’นฺติ (ธาตุ. ๒๕), ‘‘จกฺขายตนญฺจ โสตายตนญฺจ เอเกน ขนฺเธน สงฺคหิต’’นฺติ (ธาตุ. ๒๖) จ วุตฺตํ, น เตน เอกเทสานํ สมุทายสงฺคาหกตฺตํ, สมุทายสฺส จ เอกเทสสงฺคาหกตฺตํ ทสฺเสติ, จตุกฺขนฺธคณนเภเทหิ ปน ธมฺมายตนสฺส คเณตพฺพาคเณตพฺพภาเวน ปญฺจธา ภินฺนตํ, จกฺขายตนาทีนํ เอกกฺขนฺธคณเนน คเณตพฺพตาย เอกวิธตญฺจ ทสฺเสติ. สงฺคาหกาสงฺคาหกนิรเปกฺขานํ คเณตพฺพาคเณตพฺพานํ ตํตํคณเนหิ คณนทสฺสนมตฺตเมว หิ ปฐมนโย กมฺมกรณมตฺตสพฺภาวา, ทุติยาทโย ปน สงฺคาหกาสงฺคาหเกหิ สงฺคหิตาสงฺคหิตานํ อคณนาทิทสฺสนานิ กตฺตุกรณกมฺมตฺตยสพฺภาวา. ตถา ปฐมนเย ตถา ตถา คเณตพฺพาคเณตพฺพภาวสงฺขาโต ตํตํขนฺธาทิภาวาภาโว สภาควิสภาคตา, ทุติยาทีสุ ยถานิทฺธาริตธมฺมทสฺสเน สงฺคาหกสงฺคเหตพฺพานํ สมานกฺขนฺธาทิภาโว สภาคตา, ตทภาโว จ วิสภาคตา. ปุจฺฉาวิสฺสชฺชเนสุ ตํตํขนฺธาทิภาวาภาโว เอวาติ อยเมเตสํ วิเสโสติ.

สมุทยสจฺจสุขินฺทฺริยสทิสานิ ปน เตหิ สงฺคเหตพฺพเมว อตฺถิ, น สงฺคหิตํ อสงฺคเหตพฺพนฺติ อสงฺคาหกตฺตาภาวโต น อุทฺธฏานิ. ทุกฺขสจฺจสทิสานิ เตหิ วิสภาคสมุทายภูเตหิ อเนกกฺขนฺเธหิ ขนฺธสงฺคเหน สงฺคเหตพฺพํ, อิตเรหิ อสงฺคเหตพฺพญฺจ นตฺถีติ สงฺคาหกตฺตาสงฺคาหกตฺตาภาวโต. เอวํ สงฺคาหกตฺตาภาวโต อสงฺคาหกตฺตาภาวโต อุภยาภาวโต จ ยถาวุตฺตสทิสานิ อนุทฺธริตฺวา สงฺคาหกตฺตาสงฺคาหกตฺตภาวโต จกฺขายตนาทีเนว อุทฺธฏานีติ เวทิตพฺพานิ. ตตฺถ ‘‘จกฺขายตเนน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิตา’’ติ จกฺขายตนวชฺชา รูปธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิตาติ เวทิตพฺพา, น รูปกฺขนฺโธติ. น หิ เอกเทโส สมุทายสงฺคาหโกติ ทสฺสิตเมตนฺติ.

อฏฺฐกถายํ ปน ขนฺธปเทนาติ ขนฺธปทสงฺคเหนาติ อตฺโถ, น สงฺคาหเกนาติ. ‘‘เกนจิ สงฺคาหเกนา’’ติ อิทํ ปน อาเนตฺวา วตฺตพฺพํ. ตํ ปน รูปกฺขนฺธาทีสุ น ยุชฺชตีติ ตํ วิสฺสชฺชนํ รูปกฺขนฺธาทีสุ สงฺคาหเกสุ น ยุชฺชตีติ อตฺโถ. รูปกฺขนฺเธน หิ…เป… สงฺคหิโตติ เอเตน นเยน จกฺขายตเนน รูปกฺขนฺโธว สงฺคหิโต, โส จ อฑฺเฒกาทสหิ อายตนธาตูหิ อสงฺคหิโต นาม นตฺถีติ เอวํ จกฺขายตนาทีนิปิ น คเหตพฺพานีติ อาปชฺชตีติ เจ? นาปชฺชติ. น หิ อญฺญมตฺตนิวารณํ เอวสทฺทสฺส อตฺโถ, อถ โข สงฺคาหกโต อญฺญนิวารณํ. โส จาติอาทิ จ น นิรเปกฺขวจนํ, อถ โข สงฺคาหกาเปกฺขนฺติ. กถํ? รูปกฺขนฺเธน หิ รูปกฺขนฺโธว สงฺคหิโตติ ยถา จกฺขายตเนน จกฺขายตนโต อญฺญมฺปิ ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิตํ อตฺถิ, ยํ อายตนธาตุสงฺคเหหิ อสงฺคหิตํ โหติ, น เอวํ รูปกฺขนฺเธน รูปกฺขนฺธโต อญฺญํ ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิตํ อตฺถิ, ยํ อายตนธาตุสงฺคเหหิ อสงฺคหิตํ สิยา, รูปกฺขนฺเธน ปน รูปกฺขนฺโธว ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิโตติ อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย ยุตฺโต. สิยา ปเนตํ ‘‘โส เอว รูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺเธน อายตนธาตุสงฺคเหหิ อสงฺคหิโต โหตู’’ติ, ตํ นิวาเรนฺโต อาห ‘‘โส จ อฑฺเฒกาทสหิ อายตนธาตูหิ อสงฺคหิโต นาม นตฺถี’’ติ. เอตฺถ จ ‘‘รูปกฺขนฺเธนา’’ติ อาเนตฺวา วตฺตพฺพํ. ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺธสฺส วา ตเทกเทสานํ วา จกฺขาทีนํ อายตนธาตุสงฺคเหหิ สงฺคาหโก อสงฺคาหโก จ น โหตีติ อิมินา ปริยาเยน อสงฺคหิตตาย อภาโว วุตฺโตติ ยุชฺชติ, น รูปกฺขนฺเธน รูปกฺขนฺธสฺส ตเทกเทสานํ วา อฑฺเฒกาทสหิ อายตนธาตุสงฺคเหหิ สงฺคหิตตาย. น หิ สา สงฺคหิตตา อตฺถิ. ยทิ สิยา, สงฺคหิเตนสมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺตปทนิทฺเทเส รูปกฺขนฺโธปิ อุทฺธริตพฺโพ สิยา. เตน หิ ตีหิปิ สงฺคเหหิ รูปกฺขนฺโธ ตเทกเทโส วา สงฺคหิตา สิยุํ, อตฺถิ จ เตสํ วิปฺปยุตฺตตาติ.

เอวํ อสงฺคหิตตาย อภาวโต เอตานิ, อญฺญานิ จาติ เอตฺถาปิ จกฺขายตนาทีหิ วิย เอเตหิ อญฺเญหิ จ สงฺคหิตานํ อสงฺคหิตตาย อภาวโต เอตานิ อญฺญานิ จ ยถา วา ตถา วา เอตานิ วิย อยุชฺชมานวิสฺสชฺชนตฺตา เอวรูปานิ ปทานิ สงฺคาหกภาเวน น คหิตานีติ อธิปฺปาโย.

ตตฺถ ยํ วุตฺตํ ‘‘รูปกฺขนฺเธน หิ รูปกฺขนฺโธว สงฺคหิโต’’ติ, ตํ เตเนว ตสฺส สงฺคหิตตฺตาสงฺคหิตตฺตาภาวทสฺสเนน นิวาริตํ. ยเญฺหตฺถ อคฺคหเณ การณํ วุตฺตํ, ตญฺจ สติปิ สงฺคหิตตฺเต อสงฺคหิตตาย อภาวโตติ วิญฺญายมานํ สมุทยสจฺจาทีสุ ยุชฺเชยฺย สติ เตหิ สงฺคหิเต ตทสงฺคหิตตฺตาภาวโต. รูปกฺขนฺธาทีหิ ปน สงฺคหิตเมว นตฺถิ, กุโต ตสฺส อสงฺคหิตตา ภวิสฺสติ, ตสฺมา สงฺคาหกตฺตาภาโว เอเวตฺถ อคฺคหเณ การณนฺติ ยุตฺตํ. สงฺคหิตตฺตาภาเวน อสงฺคหิตตฺตํ ยทิปิ รูปกฺขนฺธาทินา อตฺตโน อตฺตนิ อนฺโตคธสฺส อตฺเตกเทสสภาคสฺส จ นตฺถิ, อญฺญสฺส ปน อตฺถีติ น ทุกฺขสจฺจาทีสุ วิย อุภยาภาโว เจตฺถ อคฺคหเณ การณํ ภวิตุํ ยุตฺโตติ. ธมฺมายตนชีวิตินฺทฺริยาทีนญฺจ ขนฺธจตุกฺกทุกาทิสงฺคาหกตฺเต สติ น เตสํ สงฺคหิตานํ เตหิ ธมฺมายตนชีวิตินฺทฺริยาทีหิ อายตนธาตุสงฺคเหหิ อสงฺคหิตตา นตฺถีติ อสงฺคหิตตาย อภาโว อเนกนฺติโก, ตสฺมา ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว อคฺคหิตานํ อคฺคหเณ, คหิตานญฺจ คหเณ การณํ เวทิตพฺพนฺติ.

อนิทสฺสนํ ปุนเทว สปฺปฏิฆนฺติ เอตฺถ อนิทสฺสนนฺติ เอเตน ‘‘สนิทสฺสนสปฺปฏิฆ’’นฺติ เอตฺถ วุตฺเตน สปฺปฏิฆสทฺเทน สทฺธึ โยเชตฺวา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆา ทสฺสิตา. ปุนเทวาติ เอเตน ตตฺเถว อวิสิฏฺฐํ สนิทสฺสนปทํ นิวตฺเตตฺวา คณฺหนฺโต สนิทสฺสนทุกปทํ ทสฺเสติ. ‘‘จกฺขายตเนน จกฺขายตนเมเวกํ สงฺคหิต’’นฺติ อิทํ น สกฺกา วตฺตุํ. น หิ ‘‘จกฺขายตเนน จกฺขายตนํ อายตนสงฺคเหน สงฺคหิต’’นฺติ จ ‘‘อสงฺคหิต’’นฺติ จ วตฺตพฺพนฺติ ทสฺสิโตยํ นโยติ. เอวํ สพฺพตฺถ ตสฺเสว สมุทาเยกเทสานญฺจ สงฺคาหกสงฺคหิตนฺติ วจเนสุ อสงฺคาหกอสงฺคหิตนฺติ วจเนสุ จ ตทวตฺตพฺพตา โยเชตพฺพา. อสงฺคาหกตฺตาภาวโต เอว หิ จกฺขายตนาทีนิ จกฺขายตนาทีหิ อสงฺคหิตานีติ น วุจฺจนฺติ, น สงฺคาหกตฺตาภาวโตติ.

ทุติยนยสงฺคหิเตนอสงฺคหิตปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.