ธาตุกถาปกรณ-มูลฏีกา

คนฺถารมฺภวณฺณนา

ธาตุกถาปกรณํ เทเสนฺโต ภควา ยสฺมึ สมเย เทเสสิ, ตํ สมยํ ทสฺเสตุํ, วิภงฺคานนฺตรํ เทสิตสฺส ปกรณสฺส ธาตุกถาภาวํ ทสฺเสตุํ วา ‘‘อฏฺฐารสหี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ พลวิธมนวิสยาติกฺกมนวเสน เทวปุตฺตมารสฺส, อปฺปวตฺติกรณวเสน กิเลสาภิสงฺขารมารานํ, สมุทยปฺปหานปริญฺญาวเสน ขนฺธมารสฺส, มจฺจุมารสฺส จ โพธิมูเล เอว ภญฺชิตตฺตา ปรูปนิสฺสยรหิตํ นิรติสยํ ตํ ภญฺชนํ อุปาทาย ภควา เอว ‘‘มารภญฺชโน’’ติ โถมิโต. ตตฺถ มาเร อภญฺเชสิ, มารภญฺชนํ วา เอตสฺส, น ปรราชาทิภญฺชนนฺติ มารภญฺชโน. มหาวิกฺกนฺโต มหาวีริโยติ มหาวีโร.

ขนฺธาทโย อรณนฺตา ธมฺมา สภาวฏฺเฐน ธาตุโย, อภิธมฺมกถาธิฏฺฐานฏฺเฐน วาติ กตฺวา เตสํ กถนโต อิมสฺส ปกรณสฺส ธาตุกถาติ อธิวจนํ. ยทิปิ อญฺเญสุ จ ปกรเณสุ เต สภาวา กถิตา, เอตฺถ ปน เตสํ สพฺเพสํ สงฺคหาสงฺคหาทีสุ จุทฺทสสุ นเยสุ เอเกกสฺมึ กถิตตฺตา สาติสยํ กถนนฺติ อิทเมว เอวํนามกํ. เอกเทสกถนเมว หิ อญฺญตฺถ กตนฺติ. ขนฺธายตนธาตูหิ วา ขนฺธาทีนํ อรณนฺตานํ สงฺคหาสงฺคหาทโย นยา วุตฺตาติ ตตฺถ มหาวิสยานํ ธาตูนํ วเสน ธาตูหิ กถา ธาตุกถาติ เอวํ อสฺส นามํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ทฺวิธา ติธา ฉธา อฏฺฐารสธาติ อเนกธา ธาตุเภทํ ปกาเสสีติ ธาตุเภทปฺปกาสโนติ. ตสฺสตฺถนฺติ ตสฺสา ธาตุกถาย อตฺถํ. อ-กาเร อา-การสฺส โลโป ทฏฺฐพฺโพ. ‘‘ยํ ธาตุกถ’’นฺติ วา เอตฺถ ปกรณนฺติ วจนเสโส สตฺตนฺนํ ปกรณานํ กเมน วณฺณนาย ปวตฺตตฺตาติ เตน โยชนํ กตฺวา ตสฺส ปกรณสฺส อตฺถํ ตสฺสตฺถนฺติ อ-การโลโป วา. ตนฺติ ตํ ทีปนํ สุณาถ, ตํ วา อตฺถํ ตํทีปนวจนสวเนน อุปธาเรถาติ อตฺโถ. สมาหิตาติ นานากิจฺเจหิ อวิกฺขิตฺตจิตฺตา, อตฺตโน จิตฺเต อาหิตาติ วา อตฺโถ.

คนฺถารมฺภวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑. มาติกาวณฺณนา

๑. นยมาติกาวณฺณนา

๑. โก ปเนตสฺส ปกรณสฺส ปริจฺเฉโทติ? น โส อิธ วตฺตพฺโพ, อฏฺฐสาลินิยํ (ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา) ปกรณปริจฺเฉโท วุตฺโต เอวาติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘จุทฺทสวิเธน วิภตฺตนฺติ วุตฺต’’นฺติ. ขนฺธาทีนํ เทสนา นียติ ปวตฺตียติ เอเตหิ, ขนฺธาทโย เอว วา นียนฺติ ญายนฺติ เอเตหิ ปกาเรหีติ นยา, นยานํ มาติกา อุทฺเทโส, นยา เอว วา มาติกาติ นยมาติกา. เอเตสํ ปทานํ มูลภูตตฺตาติ ‘‘มูลมาติกา’’ติ วตฺตพฺพานํ สงฺคหาสงฺคหาทีนํ จุทฺทสนฺนํ ปทานํ ขนฺธาทิธมฺมวิภชนสฺส อิมสฺส ปกรณสฺส มูลภูตตฺตา นิสฺสยภูตตฺตาติ อตฺโถ.

๒. อพฺภนฺตรมาติกาวณฺณนา

๒. ‘‘ปญฺจกฺขนฺธา’’ติอาทีหิ รูปกฺขนฺธาทิปทานิ ทสฺสิตานิ, ปฏิจฺจสมุปฺปาทวจเนน จ เยสุ ทฺวาทสสุ องฺเคสุ ปจฺเจกํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสทฺโท วตฺตติ, ตทตฺถานิ ทฺวาทส ปทานิ ทสฺสิตานีติ เตสํ ตถาทสฺสิตานํ สรูเปเนว ทสฺสิตานํ ผสฺสาทีนญฺจ ปทานํ วเสน อาห ‘‘ปญฺจวีสาธิเกน ปทสเตนา’’ติ. ตตฺถ กมฺมุปปตฺติกามภวาทีนํ อิธ วิภตฺตานํ ภาวนภวนภาเวน ภเว วิย โสกาทีนํ ชรามรณสฺส วิย อนิฏฺฐตฺตา ตนฺนิทานทุกฺขภาเวน จ ชรามรเณ อนฺโตคธตาย ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส ทฺวาทสปทตา ทฏฺฐพฺพา. เอตฺถ จ ปาฬิยํ ภินฺทิตฺวา อวิสฺสชฺชิตานมฺปิ สติปฏฺฐานาทีนํ ภินฺทิตฺวา คหณํ กโรนฺโต เตสํ ภินฺทิตฺวาปิ วิสฺสชฺชิตพฺพตํ ทสฺเสตีติ เวทิตพฺพํ.

นยมาติกาทิกา ลกฺขณมาติกนฺตา มาติกา ปกรณนฺตราสาธารณตาย ธาตุกถาย มาติกา นาม, ตสฺสา อพฺภนฺตเร วุตฺโต วิภชิตพฺพานํ อุทฺเทโส อพฺภนฺตรมาติกา นามาติ อิมมตฺถํ ปกาเสนฺโต ‘‘อยญฺหี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เอวํ อวตฺวาติ ยถา ‘‘สพฺพาปิ…เป… มาติกา’’ติ อยํ ธาตุกถามาติกโต พหิทฺธา วุตฺตา, เอวํ อวตฺวาติ อตฺโถ. ธาตุกถาย อพฺภนฺตเรเยวาติ จ ธาตุกถามาติกาย อพฺภนฺตเรเยวาติ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ตทาเวณิกมาติกาอพฺภนฺตเร หิ ฐปิตา ตสฺสาเยว อพฺภนฺตเร ฐปิตาติ วุตฺตา. อถ วา เอวํ อวตฺวาติ ยถา ‘‘สพฺพาปิ…เป… มาติกา’’ติ เอเตน วจเนน ธาตุกถาโต พหิภูตา กุสลาทิอรณนฺตา มาติกา ปกรณนฺตรคตา วุตฺตา, เอวํ อวตฺวาติ อตฺโถ. ธาตุกถาย อพฺภนฺตเรเยวาติ จ อิมสฺส ปกรณสฺส อพฺภนฺตเร เอว สรูปโต ทสฺเสตฺวา ฐปิตตฺตาติ อตฺโถ. สพฺพสฺส อภิธมฺมสฺส มาติกาย อสงฺคหิตตฺตา วิกิณฺณภาเวน ปกิณฺณกตา เวทิตพฺพา.

๓. นยมุขมาติกาวณฺณนา

๓. นยานํ ปวตฺติทฺวารภูตา สงฺคหาสงฺคหวิโยคีสหโยคีธมฺมา นยมุขานีติ เตสํ อุทฺเทโส นยมุขมาติกา. จุทฺทสปิ หิ สงฺคหาสงฺคหสมฺปโยควิปฺปโยคานํ โวมิสฺสกตาวเสน ปวตฺตาติ เยหิ เต จตฺตาโรปิ โหนฺติ, เต ธมฺมา จุทฺทสนฺนมฺปิ นยานํ มุขานิ โหนฺตีติ. ตตฺถ สงฺคหิเตนอสงฺคหิตปทาทีสุ สจฺจาทีหิปิ ยถาสมฺภวํ สงฺคหาสงฺคโห ยทิปิ วุตฺโต, โส ปน สงฺคาหกภูเตหิ เตหิ วุตฺโต, น สงฺคหภูเตหิ, โสปิ ‘‘จกฺขายตเนน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน อสงฺคหิตา’’ติอาทินา ปุจฺฉิตพฺพวิสฺสชฺชิตพฺพธมฺมุทฺธาเร ตตฺถาปิ ขนฺธาทีเหว สงฺคเหหิ นิยเมตฺวา วุตฺโต, ตสฺมา ‘‘ตีหิ สงฺคโห, ตีหิ อสงฺคโห’’ติ วุตฺตํ. ปุจฺฉิตพฺพวิสฺสชฺชิตพฺพธมฺมุทฺธาเรปิ ปน ปุจฺฉาวิสฺสชฺชเนสุ จ รูปกฺขนฺธาทีนํ อรณนฺตานํ ยถาสมฺภวํ สมฺปโยควิปฺปโยคา จตูเหว ขนฺเธหิ โหนฺตีติ ‘‘จตูหิ สมฺปโยโค,จตูหิ วิปฺปโยโค’’ติ วุตฺตํ.

นนุ จ วิปฺปโยโค รูปนิพฺพาเนหิปิ โหติ, กสฺมา ‘‘จตูหิ วิปฺปโยโค’’ติ วุตฺตนฺติ? รูปนิพฺพาเนหิ ภวนฺตสฺสปิ จตูเหว ภาวโต. น หิ รูปํ รูเปน นิพฺพาเนน วา วิปฺปยุตฺตํ โหติ, นิพฺพานํ วา รูเปน, จตูเหว ปน ขนฺเธหิ โหตีติ จตุนฺนํ ขนฺธานํ รูปนิพฺพาเนหิ วิปฺปโยโคปิ วิปฺปยุชฺชมาเนหิ จตูหิ ขนฺเธหิ นิยมิโต เตหิ วินา วิปฺปโยคาภาวโต. โส จายํ วิปฺปโยโค อนารมฺมณสฺส, อนารมฺมณอนารมฺมณมิสฺสเกหิ มิสฺสกสฺส จ น โหติ, อนารมฺมณสฺส ปน มิสฺสกสฺส จ สารมฺมเณน, สารมฺมณสฺส สารมฺมเณน อนารมฺมเณน มิสฺสเกน จ โหตีติ เวทิตพฺโพ.

๔. ลกฺขณมาติกาวณฺณนา

๔. สงฺคโหเยว สงฺคหนโย. สภาโค. วิสภาโคติ เอตสฺส ‘‘ตีหิ สงฺคโห, ตีหิ อสงฺคโห’’ติ เอเตน, ‘‘จตูหิ สมฺปโยโค, จตูหิ วิปฺปโยโค’’ติ เอเตนปิ วิสุํ โยชนา กาตพฺพา. เตน สงฺคโห อสงฺคโห จ สภาโค วิสภาโค จ ภาโว, ตถา สมฺปโยโค วิปฺปโยโค จาติ อยมตฺโถ วิญฺญายติ. ยสฺส วา สงฺคโห จ อสงฺคโห จ, โส ธมฺโม สภาโค วิสภาโค จ, ตถา ยสฺส สมฺปโยโค วิปฺปโยโค จ, โสปิ สภาโค วิสภาโค จาติ. ตตฺถ เยน รูปกฺขนฺโธ…เป… มโนวิญฺญาณธาตูติ ธมฺมา คณนํ คจฺฉนฺติ, โส รุปฺปนาทิโก สมานภาโว สงฺคเห สภาคตา, เอกุปฺปาทาทิโก สมฺปโยเค เวทิตพฺโพ.

๕. พาหิรมาติกาวณฺณนา

๕. เอวํ ธาตุกถาย มาติกโต พหิ ฐปิตตฺตาติ ‘‘สพฺพาปิ…เป… มาติกา’’ติ เอเตน ฐปนากาเรน พหิ ปิฏฺฐิโต ฐปิตตฺตาติ อตฺโถ. เอเตน วา ฐปนากาเรน กุสลาทีนํ อรณนฺตานํ อิธ อฏฺฐเปตฺวา ธาตุกถาย มาติกโต พหิ ปกรณนฺตรมาติกาย อิมสฺส ปกรณสฺส มาติกาภาเวน ฐปิตตฺตา ตถา ปกาสิตตฺตาติ อตฺโถ.

สงฺคโห อสงฺคโหติอาทีสุ สงฺคโห เอกวิโธว, โส กสฺมา ‘‘จตุพฺพิโธ’’ติ วุตฺโตติ? สงฺคโหติ อตฺถํ อวตฺวา อนิทฺธาริตตฺถสฺส สทฺทสฺเสว วุตฺตตฺตา. สงฺคโห อสงฺคโหติอาทีสุ สทฺเทสุ สงฺคหสทฺโท ตาว อตฺตโน อตฺถวเสน จตุพฺพิโธติ อยเญฺหตฺถตฺโถ. อตฺโถปิ วา อนิทฺธาริตวิเสโส สามญฺเญน คเหตพฺพตํ ปตฺโต ‘‘สงฺคโห อสงฺคโห’’ติอาทีสุ ‘‘สงฺคโห’’ติ วุตฺโตติ น โกจิ โทโส. นิทฺธาริเต หิ วิเสเส ตสฺส เอกวิธตา สิยา, น ตโต ปุพฺเพติ. ชาติสทฺทสฺส สาเปกฺขสทฺทตฺตา ‘‘ชาติยา สงฺคโห’’ติ วุตฺเต ‘‘อตฺตโน ชาติยา’’ติ วิญฺญายติ สมฺพนฺธารหสฺส อญฺญสฺส อวุตฺตตฺตาติ ชาติสงฺคโหติ รูปกณฺเฑ วุตฺโต สชาติสงฺคโห วุตฺโต โหติ.

เอตฺถ นยมาติกาย ‘‘สงฺคโห อสงฺคโห, สมฺปโยโค วิปฺปโยโค’’ติ อิเม เทฺว ปุจฺฉิตพฺพวิสฺสชฺชิตพฺพธมฺมวิเสสํ อนิทฺธาเรตฺวา สามญฺเญน ธมฺมานํ ปุจฺฉนวิสฺสชฺชนนยอุทฺเทสา, อวเสสา นิทฺธาเรตฺวา. ‘‘สงฺคหิเตน อสงฺคหิต’’นฺติ หิ ‘‘สงฺคหิเตน อสงฺคหิตํ อสงฺคหิต’’นฺติ วตฺตพฺเพ เอกสฺส อสงฺคหิตสทฺทสฺส โลโป ทฏฺฐพฺโพ. เตน สงฺคหิตวิเสสวิสิฏฺโฐ โย อสงฺคหิโต ธมฺมวิเสโส, ตนฺนิสฺสิโต อสงฺคหิตตาสงฺขาโต ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนนโย อุทฺทิฏฺโฐ โหติ, ‘‘สงฺคหิเตนา’’ติ จ วิเสสเน กรณวจนํ ทฏฺฐพฺพํ. เอส นโย ตติยาทีสุ ทสมาวสาเนสุ นยุทฺเทเสสุ ฉฏฺฐวชฺเชสุ. เตสุปิ หิ วุตฺตนเยน ทฺวีหิ ทฺวีหิ ปเทหิ ปุจฺฉิตพฺพวิสฺสชฺชิตพฺพธมฺมวิเสสนิทฺธารณํ กตฺวา ตตฺถ ตตฺถ อนฺติมปทสทิเสน ตติยปเทน ปุจฺฉนวิสฺสชฺชนนยา อุทฺทิฏฺฐาติ. ตตฺถ จตุตฺถปญฺจเมสุ กตฺตุอตฺเถ กรณนิทฺเทโส, สตฺตมาทีสุ จ จตูสุ สหโยเค ทฏฺฐพฺโพ, น ทุติยตติเยสุ วิย สมานาธิกรเณ วิเสสเน. ตตฺถ หิ สภาวนฺตเรน สภาวนฺตรสฺส วิเสสนํ กตํ, เอเตสุ ธมฺมนฺตเรน ธมฺมนฺตรสฺสาติ. เอกาทสมาทีสุ ปน จตูสุ อาทิปเทเนว ธมฺมวิเสสนิทฺธารณํ กตฺวา อิตเรหิ ปุจฺฉนวิสฺสชฺชนนยา อุทฺทิฏฺฐา. วิเสสเน เอว เจตฺถ กรณวจนํ ทฏฺฐพฺพํ. ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนานญฺหิ นิสฺสยภูตา ธมฺมา สงฺคหิตตาทิวิเสเสน กรณภูเตน สมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺตาทิภาวํ อตฺตโน วิเสเสนฺตีติ.

วิกปฺปโตติ วิวิธกปฺปนโต, วิภาคโตติ อตฺโถ. สนฺนิฏฺฐานวเสนาติ อธิโมกฺขสมฺปโยควเสน. สนฺนิฏฺฐานวเสน วุตฺตา จ สพฺเพ จ จิตฺตุปฺปาทา สนฺนิฏฺฐานวเสน วุตฺตสพฺพจิตฺตุปฺปาทา, เตสํ สาธารณวเสนาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อธิโมกฺโข หิ สนฺนิฏฺฐานวเสน วุตฺตานํ จิตฺตุปฺปาทานํ สาธารณวเสน วุตฺโต, อิตเร สพฺเพสนฺติ. ตตฺถ สาธารณา ปสฏา ปากฏา จาติ อาทิโต ปริคฺคเหตพฺพา, ตสฺมา เตสํ สงฺคหาทิปริคฺคหตฺถํ อุทฺเทโส กโต, อสาธารณาปิ ปน ปริคฺคเหตพฺพาวาติ เตสุ มหาวิสเยน อญฺเญสมฺปิ สงฺคหาทิปริคฺคหํ ทสฺเสตุํ อธิโมกฺโข อุทฺทิฏฺโฐ. ‘‘สนฺนิฏฺฐานวเสน วุตฺตา’’ติ จ ธมฺมสงฺคหวณฺณนายํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทวิภงฺเค จ วจนํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. สนฺนิฏฺฐานวเสน เย วุตฺตา, เตสํ สพฺเพสํ สาธารณโตติ ปน อตฺเถ สติ สาธารณาสาธารเณสุ วตฺตพฺเพสุ โย อสาธารเณสุ มหาวิสโย อธิโมกฺโข, ตสฺส วเสน วุตฺตสพฺพจิตฺตุปฺปาทสาธารณโต ผสฺสาทโย สพฺพสาธารณาติ อธิโมกฺโข จ อสาธารเณสุ มหาวิสโยติ กตฺวา วุตฺโต อญฺญสฺส ตาทิสสฺส อภาวาติ อยมธิปฺปาโย ทฏฺฐพฺโพ.

ชีวิตินฺทฺริยํ ปเนตฺถ รูปมิสฺสกตฺตา น วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ, จิตฺเตกคฺคตา ปน อสมาธิสภาวา สามญฺญสทฺเทเนว สามญฺญวิเสสสทฺเทหิ จ สมาธิสภาวา วิเสสสทฺทวจนียํ อญฺญํ พฺยาเปตพฺพํ นิวตฺเตตพฺพญฺจ นตฺถีติ อนญฺญพฺยาปกนิวตฺตกสามญฺญวิเสสทีปนโต ตสฺเสว ธมฺมสฺส เภททีปเกหิ วตฺตพฺพา, น สุขาทิสภาวา เวทนา วิย วุตฺตลกฺขณวิปรีเตหิ สามญฺญวิเสสสทฺเทเหว, ตสฺมา ‘‘จิตฺเตกคฺคตา’’ติ อยํ สามญฺญสทฺโท สมาธิสภาเว วิเสสสทฺทนิรเปกฺโข ปวตฺตมาโน สยเมว วิเสสสทฺทมาปชฺชิตฺวา อสมาธิสภาวเมว ปกาเสยฺย, อิตโร จ สมาธิสภาวเมวาติ ทฺวิธา ภินฺนา จิตฺเตกคฺคตา อสาธารณา เจว อปฺปวิสยา จาติ อิธ อุทฺเทสํ น อรหติ. อภินฺนาปิ วา ผสฺสาทีนํ วิย ปากฏตฺตาภาวโต อญฺญธมฺมนิสฺสเยน วตฺตพฺพโต จ สา ชีวิตญฺจ น อรหตีติ น อุทฺทิฏฺฐาติ.

มาติกาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. นิทฺเทสวณฺณนา

๑. ปฐมนโย สงฺคหาสงฺคหปทวณฺณนา

๑. ขนฺธปทวณฺณนา

๖. ขนฺธายตนธาตุโยมหนฺตเร อภิญฺเญยฺยธมฺมภาเวน วุตฺตา, เตสํ ปน สภาวโต อภิญฺญาตานํ ธมฺมานํ ปริญฺเญยฺยตาทิวิเสสทสฺสนตฺถํ สจฺจานิ, อธิปติยาทิกิจฺจวิเสสทสฺสนตฺถํ อินฺทฺริยาทีนิ จ วุตฺตานีติ สจฺจาทิวิเสโส วิย สงฺคหาสงฺคหวิเสโส จ อภิญฺเญยฺยนิสฺสิโต วุจฺจมาโน สุวิญฺเญยฺโย โหตีติ ‘‘ตีหิ สงฺคโห. ตีหิ อสงฺคโห’’ติ นยมุขมาติกา ฐปิตาติ เวทิตพฺพา. เอวญฺจ กตฺวา ‘‘จตูหี’’ติ วุตฺตา สมฺปโยควิปฺปโยคา จ อภิญฺเญยฺยนิสฺสเยน ขนฺธาทีเหว ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺชิตาติ. รูปกฺขนฺโธ เอเกน ขนฺเธนาติ เย ธมฺมา ‘‘รูปกฺขนฺโธ’’ติ วุจฺจนฺติ, เตสํ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ รูปกฺขนฺธภาเวน สภาคตา โหตีติ รูปกฺขนฺธภาวสงฺขาเตน, รูปกฺขนฺธวจนสงฺขาเตน วา คณเนน สงฺคหํ คณนํ ทสฺเสติ. เตนาห ‘‘ยญฺหิ กิญฺจี’’ติอาทิ. รูปกฺขนฺโธติ หิ สงฺคหิตพฺพธมฺโม ทสฺสิโต. เยน สงฺคเหน สงฺคยฺหติ, ตสฺส สงฺคหสฺส ทสฺสนํ ‘‘เอเกน ขนฺเธนา’’ติ วจนํ. ปญฺจสุ ขนฺธคณเนสุ เอเกน ขนฺธคณเนน คณิโตติ อยเญฺหตฺถ อตฺโถ. ยสฺมา จ ขนฺธาทิวจเนหิ สงฺคโห วุจฺจติ, ตสฺมา อุปริ ‘‘ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิตา’’ติอาทึ วกฺขตีติ.

อสงฺคหนยนิทฺเทเสติ อิทํ ‘‘สงฺคโห อสงฺคโห’’ติ เอตสฺเสว นยสฺส เอกเทสนยภาเวน วุตฺตํ, น นยนฺตรตายาติ ทฏฺฐพฺพํ. รูปกฺขนฺธมูลกาเยว เจตฺถ ทุกติกจตุกฺกา ทสฺสิตาติ เอเตน เวทนากฺขนฺธมูลกา ปุริเมน โยชิยมาเน วิเสโส นตฺถีติ ปจฺฉิเมเหว โยเชตฺวา ตโย ทุกา เทฺว ติกา เอโก จตุกฺโก, สญฺญากฺขนฺธมูลกา เทฺว ทุกา เอโก ติโก, สงฺขารกฺขนฺธมูลโก เอโก ทุโกติ เอเต ลพฺภนฺตีติ ทสฺเสติ. เตสํ ปน เภทโต ปญฺจกปุจฺฉาวิสฺสชฺชนานนฺตรํ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนํ กาตพฺพํ สํขิตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ, วุตฺตนเยน วา สกฺกา ญาตุนฺติ ปาฬึ น อาโรปิตนฺติ.

อายตนปทาทิวณฺณนา

๔๐. ยสฺมา จ ทุกติเกสูติ ยทิปิ เอกเกปิ สทิสํ วิสฺสชฺชนํ, เอกเก ปน สทิสวิสฺสชฺชนานํ จกฺขุนฺทฺริยโสตินฺทฺริยสุขินฺทฺริยาทีนํ ทุกาทีสุ อสทิสวิสฺสชฺชนํ ทิฏฺฐํ. น เหตฺถ จกฺขุโสตจกฺขุสุขินฺทฺริยทุกานํ อญฺญมญฺญสทิสวิสฺสชฺชนํ, นาปิ ทุเกหิ ติกสฺส, อิธ ปน ทุกฺขสมุทยทุกฺขมคฺคทุกานํ อญฺญมญฺญํ ติเกน จ สทิสํ วิสฺสชฺชนนฺติ ทุกติเกเสฺวว สทิสวิสฺสชฺชนตํ สมุทยานนฺตรํ มคฺคสจฺจสฺส วจเน การณํ วทติ.

๖. ปฏิจฺจสมุปฺปาทวณฺณนา

๖๑. ‘‘ปุจฺฉํ อนารภิตฺวา อวิชฺชา เอเกน ขนฺเธน, อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา เอเกน ขนฺเธนา’’ติ ลิขิตพฺเพปิ ปมาทวเสน ‘‘อวิชฺชา เอเกน ขนฺเธนา’’ติ อิทํ น ลิขิตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. สรูเปกเสสํ วา กตฺวา อวิชฺชาวจเนน อวิชฺชาวิสฺสชฺชนํ ทสฺสิตนฺติ. สพฺพมฺปิ วิปากวิญฺญาณนฺติ เอตฺถ วิปากคฺคหเณน วิเสสนํ น กาตพฺพํ. กุสลาทีนมฺปิ หิ วิญฺญาณานํ ธาตุกถายํ สงฺขารปจฺจยาวิญฺญาณาทิปเทหิ สงฺคหิตตา วิปฺปยุตฺเตนสงฺคหิตาสงฺคหิตปทนิทฺเทเส ‘‘วิปากา ธมฺมา’’ติ อิมสฺส วิสฺสชฺชนาสทิเสน เตสํ วิสฺสชฺชเนน ทสฺสิตา, อิธ จ นามรูปสฺส เอกาทสหายตเนหิ สงฺคหวจเนน อกมฺมชานมฺปิ สงฺคหิตตา วิญฺญายตีติ.

๗๑. ชายมานปริปจฺจมานภิชฺชมานานํ ชายมานาทิภาวมตฺตตฺตา ชาติชรามรณานิ ปรมตฺถโต วินิพฺภุชฺชิตฺวา อนุปลพฺภมานานิ ปรมตฺถานํ สภาวมตฺตภูตานิ, ตานิ รูปสฺส นิพฺพตฺติปากเภทภูตานิ รุปฺปนภาเวน คยฺหนฺตีติ รูปกฺขนฺธธมฺมสภาคานิ, อรูปานํ ปน นิพฺพตฺติอาทิภูตานิ รูปกลาปชาติอาทีนิ วิย สหุปฺปชฺชมานจตุกฺขนฺธกลาปนิพฺพตฺติอาทิภาวโต เอเกกภูตานิ เวทิยนสญฺชานนวิชานเนหิ เอกนฺตปรมตฺถกิจฺเจหิ อคยฺหมานานิ สงฺขตาภิสงฺขรเณน อเนกนฺตปรมตฺถกิจฺเจน คยฺหนฺตีติ สงฺขารกฺขนฺธธมฺมสภาคานิ, ตถา ทุวิธานิปิ ตานิ จกฺขายตนาทีหิ เอกนฺตปรมตฺถกิจฺเจหิ อคยฺหมานานิ นิสฺสตฺตฏฺเฐน ธมฺมายตนธมฺมธาตุธมฺเมหิ สภาคานิ, เตน เตหิ ขนฺธาทีหิ สงฺคยฺหนฺตีติ ‘‘ชาติ ทฺวีหิ ขนฺเธหี’’ติอาทิมาห.

ปฐมนยสงฺคหาสงฺคหปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ทุติยนโย สงฺคหิเตนอสงฺคหิตปทวณฺณนา

๑๗๑. สงฺคหิเตนอสงฺคหิตปทนิทฺเทเส ยํ ตํ อุทฺเทเส อสงฺคหิตตาย ปุจฺฉิตพฺพํ วิสฺสชฺชิตพฺพญฺจ สงฺคหิตตาวิสิฏฺฐํ อสงฺคหิตํ ธมฺมชาตํ นิทฺธาริตํ, ตเทว ตาว ทสฺเสนฺโต ‘‘จกฺขายตเนน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิตา อายตนธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา’’ติ อาห. สพฺพตฺถ ขนฺธาทิสงฺคหสามญฺญานํ นิจฺจํ วิเสสาเปกฺขตฺตา เภทนิสฺสิตตฺตา จ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนานํ สวิเสสาว ขนฺธาทิคณนา สุทฺธา. ตตฺถ สงฺคหิเตนอสงฺคหิตวจนมตฺเตน ธมฺมวิเสสสฺส นิทฺธาริตตฺตา ตีสุ สงฺคเหสุ เอเกน ทฺวีหิ วา เย สงฺคหิตา หุตฺวา อญฺเญหิ อสงฺคหิตา, เตเยว ธมฺมา ‘‘ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิตา อายตนธาตุสงฺคเหน อสงฺคหิตา’’ติ เอตฺตเกเนว ทสฺเสตพฺพา สิยุํ, เตสํ ปน เอวํวิธานํ อสมฺภวา นยมาติกาย จ อพฺภนฺตรพาหิรมาติกาเปกฺขตฺตา อุทฺเทเสปิ ยํ ยํ รูปกฺขนฺธาทีสุ อรณนฺเตสุ สงฺคาหกํ, ตํ ตํ อเปกฺขิตฺวา สงฺคหิเตนอสงฺคหิตํ นิทฺธาริตนฺติ วิญฺญายตีติ เตน เตน สงฺคาหเกน ยถานิทฺธาริตํ ธมฺมํ นิยเมตฺวา ทสฺเสตุํ ‘‘จกฺขายตเนนา’’ติอาทิมาห. ยตฺถ หิ ปุจฺฉิตพฺพวิสฺสชฺชิตพฺพธมฺมวิเสสนิทฺธารณํ นตฺถิ, ตสฺมึ ปฐมนเย ฉฏฺฐนเย จ ปุจฺฉิตพฺพวิสฺสชฺชิตพฺพภาเวน, อิตเรสุ จ ยํ ยํ ปุจฺฉิตพฺพวิสฺสชฺชิตพฺพํ นิทฺธาริตํ, ตสฺส ตสฺส นิยามกภาเวน รูปกฺขนฺธาทโย อรณนฺตา อุทฺทิฏฺฐาติ.

ตตฺถ ‘‘จกฺขายตเนน…เป… โผฏฺฐพฺพธาตุยา’’ติ กตฺตุอตฺเถ กรณนิทฺเทโส ทฏฺฐพฺโพ, ‘‘ขนฺธสงฺคเหน อายตนสงฺคเหน ธาตุสงฺคเหนา’’ติ กรณตฺเถ. เอตฺถ จ เยน เยน สงฺคาหเกน ขนฺธาทิสงฺคเหสุ เตน เตน สงฺคเหตพฺพาสงฺคเหตพฺพํ อญฺญํ อตฺถิ, ตํ ตเทว สงฺคาหกาสงฺคาหกภาเวน อุทฺธฏํ. รูปกฺขนฺเธน ปน ขนฺธสงฺคเหน สงฺคเหตพฺโพ อญฺโญ ธมฺโม นตฺถิ, ตถา เวทนากฺขนฺธาทีหิ, น จ โส เอว ตสฺส สงฺคาหโก อสงฺคาหโก วา โหติ. ยญฺจ ‘‘รูปกฺขนฺโธ เอเกน ขนฺเธน สงฺคหิโต’’ติ วุตฺตํ, ตญฺจ น ตสฺเสว เตน สงฺคหิตตํ สนฺธาย วุตฺตํ, รูปกฺขนฺธภาเวน ปน รูปกฺขนฺธวจเนน วา คหิตตํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ ปกาสิโตยมตฺโถ.

ยทิ จ โส เอว เตน สงฺคเยฺหยฺย, สงฺคหิเตนสมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺตปทนิทฺเทเส – ‘‘เวทนากฺขนฺเธน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิตา อายตนสงฺคเหน สงฺคหิตา ธาตุสงฺคเหน สงฺคหิตา, เต ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ สมฺปยุตฺตา’’ติอาทิ วตฺตพฺพํ สิยา, น จ วุตฺตํ, ตสฺมา ยถา จิตฺตํ จิตฺเตน สมฺปยุตฺตํ วิปฺปยุตฺตญฺจ น โหติ, เอวํ รูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺเธน สงฺคหิโต อสงฺคหิโต จ น โหติ, ตถา เวทนากฺขนฺธาทโย เวทนากฺขนฺธาทีหิ. น หิ โส เอว ตสฺส สภาโค วิสภาโค จาติ. เตเนว น เอกเทสา วิย สมุทายสฺส, สมุทาโย เอกเทสานํ สงฺคาหโก อสงฺคาหโก จ. ยถา รูปกฺขนฺโธ จกฺขายตนาทีนํ, ธมฺมายตนํ เวทนากฺขนฺธาทีนํ, สรณา ธมฺมา จตุนฺนํ ขนฺธานํ. สมุทายนฺโตคธานญฺหิ เอกเทสานํ น วิภาโค อตฺถิ, เยน เต สมุทายสฺส สมุทาโย จ เตสํ สภาโค วิสภาโค จ สิยาติ, ตถา น สมุทาโย เอกเทสสภาควิสภาคานํ สงฺคาหโก อสงฺคาหโก จ. ยถา ธมฺมายตนํ สุขุมรูปสภาคสฺส เวทนาทิวิสภาคสฺส จ รูปกฺขนฺเธกเทสสฺส ขนฺธสงฺคเหน, ชีวิตินฺทฺริยํ รูปารูปชีวิตสภาควิสภาคสฺส รูปกฺขนฺเธกเทสสฺส สงฺขารกฺขนฺเธกเทสสฺส จ ชีวิตวชฺชสฺส ขนฺธสงฺคเหเนว. น หิ เอกเทสสภาคํ สมุทายสภาคํ, นาปิ เอกเทสวิสภาคํ สมุทายวิสภาคนฺติ, ตสฺมา สติปิ อตฺตโต อตฺตนิ อนฺโตคธโต อตฺเตกเทสสภาคโต จ อญฺญสฺส อสงฺคาหกตฺเต สงฺคาหกตฺตเมว เอเตสํ นตฺถิ, เยน สงฺคหิตสฺส อสงฺคาหกา สิยุนฺติ สงฺคาหกตฺตาภาวโต เอว เอวรูปานํ อคฺคหณํ เวทิตพฺพํ.

ยํ ปน ‘‘ธมฺมายตนํ อสงฺขตํ ขนฺธโต ฐเปตฺวา จตูหิ ขนฺเธหิ สงฺคหิต’’นฺติ (ธาตุ. ๒๕), ‘‘จกฺขายตนญฺจ โสตายตนญฺจ เอเกน ขนฺเธน สงฺคหิต’’นฺติ (ธาตุ. ๒๖) จ วุตฺตํ, น เตน เอกเทสานํ สมุทายสงฺคาหกตฺตํ, สมุทายสฺส จ เอกเทสสงฺคาหกตฺตํ ทสฺเสติ, จตุกฺขนฺธคณนเภเทหิ ปน ธมฺมายตนสฺส คเณตพฺพาคเณตพฺพภาเวน ปญฺจธา ภินฺนตํ, จกฺขายตนาทีนํ เอกกฺขนฺธคณเนน คเณตพฺพตาย เอกวิธตญฺจ ทสฺเสติ. สงฺคาหกาสงฺคาหกนิรเปกฺขานํ คเณตพฺพาคเณตพฺพานํ ตํตํคณเนหิ คณนทสฺสนมตฺตเมว หิ ปฐมนโย กมฺมกรณมตฺตสพฺภาวา, ทุติยาทโย ปน สงฺคาหกาสงฺคาหเกหิ สงฺคหิตาสงฺคหิตานํ อคณนาทิทสฺสนานิ กตฺตุกรณกมฺมตฺตยสพฺภาวา. ตถา ปฐมนเย ตถา ตถา คเณตพฺพาคเณตพฺพภาวสงฺขาโต ตํตํขนฺธาทิภาวาภาโว สภาควิสภาคตา, ทุติยาทีสุ ยถานิทฺธาริตธมฺมทสฺสเน สงฺคาหกสงฺคเหตพฺพานํ สมานกฺขนฺธาทิภาโว สภาคตา, ตทภาโว จ วิสภาคตา. ปุจฺฉาวิสฺสชฺชเนสุ ตํตํขนฺธาทิภาวาภาโว เอวาติ อยเมเตสํ วิเสโสติ.

สมุทยสจฺจสุขินฺทฺริยสทิสานิ ปน เตหิ สงฺคเหตพฺพเมว อตฺถิ, น สงฺคหิตํ อสงฺคเหตพฺพนฺติ อสงฺคาหกตฺตาภาวโต น อุทฺธฏานิ. ทุกฺขสจฺจสทิสานิ เตหิ วิสภาคสมุทายภูเตหิ อเนกกฺขนฺเธหิ ขนฺธสงฺคเหน สงฺคเหตพฺพํ, อิตเรหิ อสงฺคเหตพฺพญฺจ นตฺถีติ สงฺคาหกตฺตาสงฺคาหกตฺตาภาวโต. เอวํ สงฺคาหกตฺตาภาวโต อสงฺคาหกตฺตาภาวโต อุภยาภาวโต จ ยถาวุตฺตสทิสานิ อนุทฺธริตฺวา สงฺคาหกตฺตาสงฺคาหกตฺตภาวโต จกฺขายตนาทีเนว อุทฺธฏานีติ เวทิตพฺพานิ. ตตฺถ ‘‘จกฺขายตเนน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิตา’’ติ จกฺขายตนวชฺชา รูปธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิตาติ เวทิตพฺพา, น รูปกฺขนฺโธติ. น หิ เอกเทโส สมุทายสงฺคาหโกติ ทสฺสิตเมตนฺติ.

อฏฺฐกถายํ ปน ขนฺธปเทนาติ ขนฺธปทสงฺคเหนาติ อตฺโถ, น สงฺคาหเกนาติ. ‘‘เกนจิ สงฺคาหเกนา’’ติ อิทํ ปน อาเนตฺวา วตฺตพฺพํ. ตํ ปน รูปกฺขนฺธาทีสุ น ยุชฺชตีติ ตํ วิสฺสชฺชนํ รูปกฺขนฺธาทีสุ สงฺคาหเกสุ น ยุชฺชตีติ อตฺโถ. รูปกฺขนฺเธน หิ…เป… สงฺคหิโตติ เอเตน นเยน จกฺขายตเนน รูปกฺขนฺโธว สงฺคหิโต, โส จ อฑฺเฒกาทสหิ อายตนธาตูหิ อสงฺคหิโต นาม นตฺถีติ เอวํ จกฺขายตนาทีนิปิ น คเหตพฺพานีติ อาปชฺชตีติ เจ? นาปชฺชติ. น หิ อญฺญมตฺตนิวารณํ เอวสทฺทสฺส อตฺโถ, อถ โข สงฺคาหกโต อญฺญนิวารณํ. โส จาติอาทิ จ น นิรเปกฺขวจนํ, อถ โข สงฺคาหกาเปกฺขนฺติ. กถํ? รูปกฺขนฺเธน หิ รูปกฺขนฺโธว สงฺคหิโตติ ยถา จกฺขายตเนน จกฺขายตนโต อญฺญมฺปิ ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิตํ อตฺถิ, ยํ อายตนธาตุสงฺคเหหิ อสงฺคหิตํ โหติ, น เอวํ รูปกฺขนฺเธน รูปกฺขนฺธโต อญฺญํ ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิตํ อตฺถิ, ยํ อายตนธาตุสงฺคเหหิ อสงฺคหิตํ สิยา, รูปกฺขนฺเธน ปน รูปกฺขนฺโธว ขนฺธสงฺคเหน สงฺคหิโตติ อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย ยุตฺโต. สิยา ปเนตํ ‘‘โส เอว รูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺเธน อายตนธาตุสงฺคเหหิ อสงฺคหิโต โหตู’’ติ, ตํ นิวาเรนฺโต อาห ‘‘โส จ อฑฺเฒกาทสหิ อายตนธาตูหิ อสงฺคหิโต นาม นตฺถี’’ติ. เอตฺถ จ ‘‘รูปกฺขนฺเธนา’’ติ อาเนตฺวา วตฺตพฺพํ. ตตฺถ รูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺธสฺส วา ตเทกเทสานํ วา จกฺขาทีนํ อายตนธาตุสงฺคเหหิ สงฺคาหโก อสงฺคาหโก จ น โหตีติ อิมินา ปริยาเยน อสงฺคหิตตาย อภาโว วุตฺโตติ ยุชฺชติ, น รูปกฺขนฺเธน รูปกฺขนฺธสฺส ตเทกเทสานํ วา อฑฺเฒกาทสหิ อายตนธาตุสงฺคเหหิ สงฺคหิตตาย. น หิ สา สงฺคหิตตา อตฺถิ. ยทิ สิยา, สงฺคหิเตนสมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺตปทนิทฺเทเส รูปกฺขนฺโธปิ อุทฺธริตพฺโพ สิยา. เตน หิ ตีหิปิ สงฺคเหหิ รูปกฺขนฺโธ ตเทกเทโส วา สงฺคหิตา สิยุํ, อตฺถิ จ เตสํ วิปฺปยุตฺตตาติ.

เอวํ อสงฺคหิตตาย อภาวโต เอตานิ, อญฺญานิ จาติ เอตฺถาปิ จกฺขายตนาทีหิ วิย เอเตหิ อญฺเญหิ จ สงฺคหิตานํ อสงฺคหิตตาย อภาวโต เอตานิ อญฺญานิ จ ยถา วา ตถา วา เอตานิ วิย อยุชฺชมานวิสฺสชฺชนตฺตา เอวรูปานิ ปทานิ สงฺคาหกภาเวน น คหิตานีติ อธิปฺปาโย.

ตตฺถ ยํ วุตฺตํ ‘‘รูปกฺขนฺเธน หิ รูปกฺขนฺโธว สงฺคหิโต’’ติ, ตํ เตเนว ตสฺส สงฺคหิตตฺตาสงฺคหิตตฺตาภาวทสฺสเนน นิวาริตํ. ยเญฺหตฺถ อคฺคหเณ การณํ วุตฺตํ, ตญฺจ สติปิ สงฺคหิตตฺเต อสงฺคหิตตาย อภาวโตติ วิญฺญายมานํ สมุทยสจฺจาทีสุ ยุชฺเชยฺย สติ เตหิ สงฺคหิเต ตทสงฺคหิตตฺตาภาวโต. รูปกฺขนฺธาทีหิ ปน สงฺคหิตเมว นตฺถิ, กุโต ตสฺส อสงฺคหิตตา ภวิสฺสติ, ตสฺมา สงฺคาหกตฺตาภาโว เอเวตฺถ อคฺคหเณ การณนฺติ ยุตฺตํ. สงฺคหิตตฺตาภาเวน อสงฺคหิตตฺตํ ยทิปิ รูปกฺขนฺธาทินา อตฺตโน อตฺตนิ อนฺโตคธสฺส อตฺเตกเทสสภาคสฺส จ นตฺถิ, อญฺญสฺส ปน อตฺถีติ น ทุกฺขสจฺจาทีสุ วิย อุภยาภาโว เจตฺถ อคฺคหเณ การณํ ภวิตุํ ยุตฺโตติ. ธมฺมายตนชีวิตินฺทฺริยาทีนญฺจ ขนฺธจตุกฺกทุกาทิสงฺคาหกตฺเต สติ น เตสํ สงฺคหิตานํ เตหิ ธมฺมายตนชีวิตินฺทฺริยาทีหิ อายตนธาตุสงฺคเหหิ อสงฺคหิตตา นตฺถีติ อสงฺคหิตตาย อภาโว อเนกนฺติโก, ตสฺมา ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว อคฺคหิตานํ อคฺคหเณ, คหิตานญฺจ คหเณ การณํ เวทิตพฺพนฺติ.

อนิทสฺสนํ ปุนเทว สปฺปฏิฆนฺติ เอตฺถ อนิทสฺสนนฺติ เอเตน ‘‘สนิทสฺสนสปฺปฏิฆ’’นฺติ เอตฺถ วุตฺเตน สปฺปฏิฆสทฺเทน สทฺธึ โยเชตฺวา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆา ทสฺสิตา. ปุนเทวาติ เอเตน ตตฺเถว อวิสิฏฺฐํ สนิทสฺสนปทํ นิวตฺเตตฺวา คณฺหนฺโต สนิทสฺสนทุกปทํ ทสฺเสติ. ‘‘จกฺขายตเนน จกฺขายตนเมเวกํ สงฺคหิต’’นฺติ อิทํ น สกฺกา วตฺตุํ. น หิ ‘‘จกฺขายตเนน จกฺขายตนํ อายตนสงฺคเหน สงฺคหิต’’นฺติ จ ‘‘อสงฺคหิต’’นฺติ จ วตฺตพฺพนฺติ ทสฺสิโตยํ นโยติ. เอวํ สพฺพตฺถ ตสฺเสว สมุทาเยกเทสานญฺจ สงฺคาหกสงฺคหิตนฺติ วจเนสุ อสงฺคาหกอสงฺคหิตนฺติ วจเนสุ จ ตทวตฺตพฺพตา โยเชตพฺพา. อสงฺคาหกตฺตาภาวโต เอว หิ จกฺขายตนาทีนิ จกฺขายตนาทีหิ อสงฺคหิตานีติ น วุจฺจนฺติ, น สงฺคาหกตฺตาภาวโตติ.

ทุติยนยสงฺคหิเตนอสงฺคหิตปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. ตติยนโย อสงฺคหิเตนสงฺคหิตปทวณฺณนา

๑๗๙. อสงฺคหิเตนสงฺคหิตปทนิทฺเทเส รูปกฺขนฺเธน ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิเตสุ เวทนาทีนํ ติณฺณํ ขนฺธานํ นิพฺพานสฺส จ สุขุมรูเปน สห อายตนธาตุสภาคตฺเต สติปิ น สุขุมรูปเมว รูปกฺขนฺโธติ รูปกฺขนฺเธน อายตนธาตุสภาคตฺตํ นตฺถิ, ตสฺมา น เตน ตานิ อายตนธาตุสงฺคเหหิ สงฺคหิตานิ. น เกวลํ สงฺคหิตาเนว, อสงฺคหิตานิปิ เตน ตานิ เตหิ สงฺคเหหิ น โหนฺเตว ตเทกเทเสน สุขุมรูเปน อายตนธาตุสภาคตฺตา, สงฺคหิตาภาโว เอว ปน อิธาธิปฺเปโต, วิญฺญาณกฺขนฺธจกฺขายตนาทีหิ ปน อสงฺคหิตา น เต เตหิ กถญฺจิ สมฺมิสฺสาติ สพฺพถา เต เตหิ น สงฺคหิตา. ทุกฺขสจฺจาทีหิ จ ปญฺจกฺขนฺธสมุทายภูเตหิ ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตํ นิพฺพานํ รูปกฺขนฺเธน วิย อายตนธาตุสงฺคเหหิ สงฺคหิตํ เตหิ น โหติ, ตสฺมา สงฺคาหกตฺตาภาวโต เอว เอวรูปานํ อสงฺคาหกภาเวน อคฺคหณํ เวทิตพฺพํ, สนิพฺพานปญฺจกฺขนฺธสมุทายภูตานํ ปน อพฺยากตธมฺมาทีนํ อสงฺคาหกตฺตาภาวโตว. น หิ ตํ กญฺจิ อตฺถิ, ยสฺส เต ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคาหกา สิยุํ, น จ อตฺตโน เอกเทโส อตฺเตกเทสสภาโค จ อตฺตนา อสงฺคหิโต โหตีติ อตฺตนา อสงฺคหิตสงฺคาหกตฺตา ปน เวทนากฺขนฺธาทีนํ คหณํ กตนฺติ.

ยํ ปน อฏฺฐกถายํ วุตฺตํ ‘‘เย ธมฺมายตเนน สงฺคหิตา’’ติ, ตํ น สกฺกา วตฺตุํ. ธมฺมายตเนน หิ น โกจิ ธมฺโม เกนจิ สงฺคเหน สงฺคหิโต อตฺถิ วิสภาคกฺขนฺธนิพฺพานสมุทายตฺตา, ขนฺธสงฺคเหน สยเมว อตฺตโน สงฺคาหกํ น โหตีติ อายตนธาตุสงฺคเหหิ จ สงฺคาหกตฺตาภาวโตติ ทสฺสิโตยํ นโยติ เอตสฺส ธมฺมายตนคณเนน คณิตาติ อตฺโถ. ยานิ…เป… คหิตานีติ เอเตน วิญฺญาณสมฺมิสฺสํ ธมฺมายตเนกเทสํ ทีเปนฺตานิ อิทฺธิปาทาทิปทานิ, โอฬาริกรูปสมฺมิสฺสํ ทีเปนฺตานิ รูปกฺขนฺธาทิปทานิ, สพฺเพน สพฺพํ ธมฺมายตนํ อทีเปนฺตานิ วิญฺญาณกฺขนฺธจกฺขายตนาทิปทานิ, สกลธมฺมายตนทีปกานิ ธมฺมายตนาทิปทานิ จ วชฺเชตฺวา ธมฺมายตเนกเทสํ อญฺญายตเนน อสมฺมิสฺสํ ทีเปนฺตานิ คหิตานีติ ทสฺเสติ.

ตติยนยอสงฺคหิเตนสงฺคหิตปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. จตุตฺถนโย สงฺคหิเตนสงฺคหิตปทวณฺณนา

๑๙๑. สงฺคหิเตนสงฺคหิตปทนิทฺเทเส ยสฺมา ยถา ทุติยตติยนยา ติณฺณํ สงฺคหานํ สงฺคหณาสงฺคหณปฺปวตฺติวิเสเสน ‘‘สงฺคหิเตน อสงฺคหิตํ, อสงฺคหิเตน สงฺคหิต’’นฺติ จ อุทฺทิฏฺฐา, เนวํ จตุตฺถปญฺจมา. สงฺคหณปฺปวตฺติยา เอว หิ สงฺคหิเตน สงฺคหิตํ อุทฺทิฏฺฐํ, อสงฺคหณปฺปวตฺติยา เอว จ อสงฺคหิเตน อสงฺคหิตนฺติ, ตสฺมา สงฺคหณปฺปวตฺติวิเสสวิรเห สงฺคหิตธมฺมาสงฺคหิตธมฺมวิเสเส นิสฺสิตา เอเต เทฺว นยาติ เอตฺถ เกนจิ สงฺคหิเตน ธมฺมวิเสเสน ปุน สงฺคหิโต ธมฺมวิเสโส สงฺคหิเตน สงฺคหิโต สงฺคหิตตาย ปุจฺฉิตพฺโพ วิสฺสชฺชิตพฺโพ จ, ตเมว ตาว ยถานิทฺธาริตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘สมุทยสจฺเจน เย ธมฺมา ขนฺธ…เป… สงฺคหิตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธ…เป… สงฺคหิตา’’ติ อาห. เอตฺถ จ เย ตีหิปิ สงฺคเหหิ น สงฺคาหกา รูปกฺขนฺธวิญฺญาณกฺขนฺธธมฺมายตนทุกฺขสจฺจาทีนิ วิย, เย จ ทฺวีหายตนธาตุสงฺคเหหิ อสงฺคาหกา จกฺขายตนาทีนิ วิย, เย จ เอเกน ขนฺธสงฺคเหเนว ธาตุสงฺคเหเนว จ น สงฺคาหกา เวทนาทิกฺขนฺธนิโรธสจฺจชีวิตินฺทฺริยาทีนิ วิย จกฺขุวิญฺญาณธาตาทโย วิย จ, เต ธมฺมา สงฺคาหกตฺตาภาวสพฺภาวา สงฺคาหกภาเวน น อุทฺธฏา, ตีหิปิ ปน สงฺคเหหิ เย สงฺคาหกา, เต สงฺคาหกตฺตาภาวาภาวโต อิธ อุทฺธฏา. เตหิ สงฺคหิตาปิ หิ เอกนฺเตน อตฺตโน สงฺคาหกสฺส สงฺคาหกา โหนฺติ, ยสฺส ปุน สงฺคโห ปุจฺฉิตพฺโพ วิสฺสชฺชิตพฺโพ จาติ.

อฏฺฐกถายํ ปน สกเลน หิ ขนฺธาทิปเทนาติ สกลวาจเกน รูปกฺขนฺธาทิปเทนาติ อตฺโถ. ยํ ปเนตํ วุตฺตํ ‘‘ยํ อตฺตโน สงฺคาหกํ สงฺคณฺหิตฺวา ปุน เตเนว สงฺคหํ คจฺเฉยฺยา’’ติ, ตํ เตน ขนฺธาทิปเทนาติ เอวํ อโยเชตฺวา ตํ อญฺญํ สงฺคหิตํ นาม นตฺถีติ เอวํ น สกฺกา วตฺตุํ. น หิ เยน ยํ สงฺคหิตํ, เตเนว ตสฺส สงฺคโห ปุจฺฉิโต วิสฺสชฺชิโต, น จ ตสฺเสว, อถ โข เตน สงฺคหิตสฺสาติ. ยถา เวทนา สทฺโท จ ขนฺโธ อายตนญฺจ, น เอวํ สุขุมรูปํ, ตํ ปน ขนฺธายตนานํ เอกเทโสว, ตสฺมา ‘‘สุขุมรูเปกเทสํ วา’’ติ อวตฺวา ‘‘สุขุมรูปํ วา’’ติ วุตฺตํ. สพฺพตฺถ จ อญฺเญน อสมฺมิสฺสนฺติ โยเชตพฺพํ. ยมฺปิ เจตํ วุตฺตํ ‘‘ตเทว เยหิ ธมฺเมหิ ขนฺธาทิวเสน สงฺคหิตํ, เต ธมฺเม สนฺธายา’’ติ, ตมฺปิ ตถา น สกฺกา วตฺตุํ. น หิ สงฺคหิเตน สงฺคหิตสฺส สงฺคหิเตน สงฺคโห เอตฺถ ปุจฺฉิโต วิสฺสชฺชิโต จ, อถ โข สงฺคโหว, ตสฺมา เอเกน ขนฺเธนาติ เอเกน ขนฺธคณเนนาติ อยเมเวตฺถ อตฺโถ, น สงฺคาหเกนาติ. น หิ เอโก ขนฺโธ อตฺตโน เอกเทสสฺส สงฺคาหโกติ.

จตุตฺถนยสงฺคหิเตนสงฺคหิตปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. ปญฺจมนโย อสงฺคหิเตนอสงฺคหิตปทวณฺณนา

๑๙๓. อสงฺคหิเตนอสงฺคหิตปทนิทฺเทเสปิ วุตฺตนเยเนว ยถานิทฺธาริตธมฺมทสฺสนํ เวทิตพฺพํ. เอตฺถ จ สสุขุมรูปวิญฺญาณสหิตธมฺมสมุทายา เย เต ทุกฺขสจฺจอนิทสฺสนอปฺปฏิฆอเจตสิกานุปาทาสทิสา สติปิ เอเกน ทฺวีหิ วา สงฺคเหหิ เกสญฺจิ อสงฺคาหกตฺเต ตีหิปิ อสงฺคเหตพฺพสฺส อภาวโต ปริปุณฺณสงฺคหาสงฺคาหกา น โหนฺติ, อพฺยากตธมฺมสทิสา เกนจิ สงฺคเหน อสงฺคเหตพฺพภาวโต อสงฺคาหกา เอว น โหนฺติ, เตน เต อสงฺคาหกภาเวน น อุทฺธฏา, อิตเร ปน ตพฺพิปริยาเยน อุทฺธฏาติ.

ยํ ปน อฏฺฐกถายํ ‘‘ตาทิเสน หิ ปเทน นิพฺพานํ ขนฺธสงฺคหมตฺตํ น คจฺเฉยฺยา’’ติ วุตฺตํ, ตํ ทุกฺขสจฺจํ สนฺธาย วุตฺตํ. อนิทสฺสนอปฺปฏิเฆสุ ปน อสงฺคาหเกสุ นิพฺพานํ อนฺโตคธํ, น จ ตเทว ตสฺส อสงฺคาหกนฺติ. สทิสวิสฺสชฺชนานํ วเสน สโมธาเนตฺวา กเตหิ สทฺธินฺติ เอวํ กเตหิ ทุติยปญฺหาทีหิ สทฺธึ ปฐมปญฺหนามรูปปญฺหาทโย สพฺเพปิ จตุตฺตึส โหนฺตีติ อตฺโถ. ยํ ปุจฺฉาย อุทฺธฏํ ปทํ, ตเทวาติ รูปกฺขนฺธาทิวิเสสกปทํ วทติ, น นิทฺธาริเต ปุจฺฉิตพฺพธมฺเม. เต หิ ลกฺขณโต ทสฺสิตา, น ปเทน สรูปโตติ. ตตฺถ ตเทวาติ เอว-สทฺเทน น ตํ กทาจิ สงฺคหิเตน อสงฺคหิตํ น โหตีติ อุทฺธฏสฺเสว อสงฺคหิเตนอสงฺคหิตภาเว นิยตตํ อญฺญสฺส จ อนิยตตํ ทสฺเสตีติ เวทิตพฺพํ. ‘‘ตเทว เยหิ อสงฺคหิต’’นฺติ เอตฺถ หิ ‘‘นิยมโต’’ติ สกฺกา วจนเสโส โยเชตุนฺติ. อถ วา ตเทวาติ ปุจฺฉาย อุทฺธฏเมว เอวํปการเมว หุตฺวา เยหิ อสงฺคหิตนฺติ ตสฺส ปุจฺฉาย อุทฺธฏภาเวน เอวํ อสงฺคหิเตนอสงฺคหิตภาวนิยมนตฺโถ เอว-สทฺโท, น อญฺญสฺส อสงฺคหิเตนอสงฺคหิตตานิวารณตฺโถติ ทฏฺฐพฺโพ. ปุจฺฉาย อุทฺธฏญฺหิ อญฺญสหิตํ อสหิตญฺจ อสงฺคหิเตน อสงฺคหิตํ โหติ. รูปกฺขนฺธาทีนิ หิ อญฺญสหิตานิ วิญฺญาณกฺขนฺธาทีนิ อสหิตานีติ.

อวเสสา สงฺคหิตาติ อิทํ อวเสสา อสงฺคหิตา น โหนฺตีติ เอวํ ทฏฺฐพฺพํ. เตหิปิ วิญฺญาณธมฺเมหิ เต รูปธมฺมาว ตีหิ สงฺคเหหิ อสงฺคหิตาติ ปุจฺฉาย อุทฺธฏา ตีหิปิ สงฺคเหหิ อสงฺคาหกา หุตฺวา อสงฺคหิตาติ อธิปฺปาโย. อนุทฺธฏา เวทนาทโยปิ หิ อสงฺคหิตา เอวาติ. เอตฺถ จ ปฐเม นเย เวทนาทโยปิ วิญฺญาเณน อสงฺคหิตาติ วุตฺตา, ทุติเย รูปธมฺมาวาติ อยํ วิเสโส. เวทนาทโย หิ รูปวิญฺญาเณเหว ขนฺธาทิสงฺคเหน อสงฺคหิตาติ โอฬาริกรูเปหิ วิญฺญาเณน จ ตีหิปิ สงฺคเหหิ อสงฺคหิตาติ อตฺโถ. รูเปกเทโส หิ เอตฺถ รูปคฺคหเณน คหิโตติ.

๑๙๖. จตุตฺถปเญฺห จกฺขายตนํ เวทนาทีหิ จตูหีติ เอตฺถ จกฺขายตนนฺติ เอเตน ปุจฺฉาย อุทฺธฏํ อสงฺคาหกํ ทสฺเสตีติ ทฏฺฐพฺพํ. จกฺขายตเนน ปน อสงฺคหิเตน อสงฺคหิตานิ ทส โอฬาริกายตนานิ น จกฺขายตนเมวาติ. ‘‘รูปญฺจ ธมฺมายตน’’นฺติอาทินา เยหิ ธมฺเมหิ ตีหิปิ สงฺคเหหิ อสงฺคหิตํ ตํ วิญฺญาณเมว โหติ, อสงฺคหิเตน เตน อสงฺคหิตญฺจ วิญฺญาณวชฺชํ สพฺพํ เตว ธมฺเม อุทาเนติ. สทิสวิสฺสชฺชนา หิ เอกโต อุทาเนตฺวา ทสฺเสตพฺพา. ตตฺถ ปฐเมน รูปกฺขนฺเธน สทิสวิสฺสชฺชเนสุ เอกโต อุทาเนตฺวา ทสฺสิเตสุ อญฺเญ วิสทิสวิสฺสชฺชนา นยทาเนน ทสฺสิตา โหนฺติ. เตนาห ‘‘รูปญฺจ ธมฺมายตนนฺติ…เป… อญฺเญนากาเรน สงฺขิปิตฺวา ทสฺสิตา’’ติ. ตตฺถ เทฺว ภวาติ อสญฺเญกโวการภวา. เทฺวติ พาหิรุปาทาธมฺเม เอว สนฺธาย วุตฺตํ. เยน อสงฺคาหเกน อสงฺคหิเตน อสงฺคหิตํ ปุจฺฉิตพฺพํ วิสฺสชฺชิตพฺพญฺจ ปริจฺฉิชฺชติ, โส รูปกฺขนฺธาทิโก ตสฺส ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนานญฺจ นิสฺสยภาวโต ‘‘วิสโย’’ติ วุตฺโต, ยถาทสฺสิตสฺส ปน อุทฺทานสฺส นยทานมตฺตตฺตา ‘‘นโย’’ติ วุตฺตํ. ‘‘เทฺววีสนโย จา’’ติปิ ปาโฐ, เทฺววีสปทิโก เอส นโย จาติ อตฺโถ.

ปญฺจมนยอสงฺคหิเตนอสงฺคหิตปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. ฉฏฺฐนโย สมฺปโยควิปฺปโยคปทวณฺณนา

๒๒๘. สมฺปโยควิปฺปโยคปเท ยํ ลพฺภติ, ยญฺจ น ลพฺภติ, ตํ สพฺพํ ปุจฺฉาย คหิตนฺติ อิทํ น รูปกฺขนฺธาทีนิ ปทานิ สนฺธาย วุตฺตํ, อถ โข สมฺปโยคปทํ วิปฺปโยคปทญฺจาติ เวทิตพฺพํ. รูปกฺขนฺธาทีสุ หิ ยํ ธมฺมายตนาทิปทํ น ลพฺภติ, ตํ ปุจฺฉายปิ น คหิตํ. สมฺปโยคปทํ ปน รูปกฺขนฺธาทีสุ อลพฺภมานมฺปิ ‘‘รูปกฺขนฺโธ กติหิ…เป… สมฺปยุตฺโต’’ติ เอวํ ปุจฺฉาย คหิตํ, เวทนากฺขนฺธาทีสุ ลพฺภมานํ, วิปฺปโยคปทํ ปน สพฺพตฺถ ลพฺภมานเมวาติ. รูปธมฺมานํ ปน รูเปน นิพฺพาเนน วา, นิพฺพานสฺส จ รูเปน สทฺธึ สมฺปโยโค นาม นตฺถีติ เอกุปฺปาทาทิสภาคตาย อภาวโต สมฺปโยคํ นิวาเรนฺเตน สา เอว เอกุปฺปาทาทิตา เอเตสํ วิสภาคตาติ ตทภาวโต วิปฺปโยโคปิ นิวาริโต เอว โหตีติ ทฏฺฐพฺโพ. จตูสุ หิ ขนฺเธสุ วิชฺชมานา เอกุปฺปาทาทิตา เตสํ อญฺญมญฺญํ สภาคตา โหติ รูปนิพฺพาเนหิ เตสํ เตหิ จ รูปนิพฺพานานํ วิสภาคตา จ, น จ รูเปกเทสสฺส นิพฺพานสฺส วา สา เอกุปฺปาทาทิตา อตฺถิ, ยา รูเปกเทเสน รูเปกเทสนิพฺพานานํ นิพฺพาเนน จ รูปสฺส วิสภาคตา สิยา. เตเนว ‘‘จตูหิ วิปฺปโยโค’’ติ วุตฺตนฺติ.

สตฺตสุ วิญฺญาณธาตูสุ เอกายปิ อวิปฺปยุตฺเตติ ยถา รูปภโว ตีหิ วิญฺญาณธาตูหิ, เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา ปญฺจหิ, อวิตกฺกอวิจารา เอกาย วิปฺปยุตฺเต อนารมฺมณมิสฺสเก ธมฺเม ทีเปนฺติ, เอวํ อทีเปตฺวา เอกายปิ วิปฺปยุตฺเต อโหนฺเต สตฺตหิปิ สมฺปยุตฺเต สตฺตปิ วา ตา ทีเปนฺตีติ อธิปฺปาโย. อวิปฺปยุตฺเตติ หิ เย วิปฺปยุตฺตา น โหนฺติ, เต ธมฺเมติ วุตฺตํ โหติ, น สมฺปยุตฺเตติ. เตน ยานิ ตาหิ สมฺปยุตฺเต ทีเปนฺติ ธมฺมายตนาทิปทานิ, ยานิ จ สมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺตภาเวหิ นวตฺตพฺพํ ทีเปนฺติ อเจตสิกาทิปทานิ, ยานิ จ สมฺปยุตฺตนวตฺตพฺพานิ ทีเปนฺติ ทุกฺขสจฺจาทิปทานิ, เตสํ สพฺเพสํ อนารมฺมณมิสฺสกธมฺมทีปกานํ อคฺคหณํ วุตฺตํ โหติ. น หิ อนารมฺมณมิสฺสกสพฺพวิญฺญาณธาตุตํสมฺปยุตฺตตทุภยสมุทายานํ ขนฺธายตนธาตูสุ เกนจิ สมฺปโยโค วิปฺปโยโค วา อตฺถีติ.

ยทิ เอวํ วิปฺปยุตฺเตนวิปฺปยุตฺตปทนิทฺเทเส ‘‘กุสเลหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา’’ติ น วตฺตพฺพํ. อกุสลาพฺยากตา หิ อนารมฺมณมิสฺโสภยธมฺมาติ? น, ยถาวุตฺตสมุทายานํ ขนฺธาทีเหว สมฺปโยควิปฺปโยคาภาววจนโต. ขนฺธาทโย หิ ตเทกเทสา ตเทกเทสญฺญสมุทายา จ, สมุทาเยกเทสานญฺจ วิภาคาภาวโต น สภาควิสภาคตา อตฺถิ, เตน เตสํ ขนฺธาทีหิ สมฺปโยควิปฺปโยคาภาโว โหติ. กุสลา ปน ธมฺมา อกุสลาพฺยากเตหิ วิภตฺตา, เต จ กุสเลหิ, น เตสํ สมุทาเยกเทสภาโว ตเทกเทสญฺญสมุทายภาโว วา, ตสฺมา ขนฺธาทีนิ อนามสิตฺวา วิปฺปยุตฺตตามตฺเตน ยถานิทฺธาริตธมฺมทสฺสเน กุสเลหิ อิตเรสํ, อิตเรหิ จ กุสลานํ วิปฺปโยโค น น โหติ วิสภาคตาสพฺภาวโตติ เตสํ อญฺญมญฺญวิปฺปยุตฺตตา วุตฺตา. เอส นโย สพฺเพสุ เอวรูเปสุ.

อุทฺทาเน ปน อฏฺฐารส ตโต ปเรติ อิทํ ‘‘โสฬสา’’ติ วตฺตพฺพํ, เตวีสนฺติ อิทญฺจ ‘‘เอกวีส’’นฺติ. สพฺพตฺถ จ กาลสนฺตานเภทรหิตารหิตพหุธมฺมสโมธานานํ สงฺขารกฺขนฺธธมฺมายตนธมฺมธาตูนํ เอกเทสา สมุทยสจฺจเวทนากฺขนฺธาทโย เอกเทสสมฺมิสฺสา จ อิทฺธิปาทาทโย อนารมฺมเณหิ อสมฺมิสฺสา รูปกฺขนฺธาทโย จ สารมฺมเณหิ อสมฺมิสฺสา สมฺปโยคีวิปฺปโยคีภาเวน สมานกาลสนฺตาเนหิ จ เอกเทสนฺตเรหิ วิภตฺตา เอว คหิตาติ เตหิ เต เกหิจิ เอกเทสนฺตเรหิ วิภตฺเตหิ ยถาโยคํ สมฺปโยคํ วิปฺปโยคญฺจ ลภนฺติ. อตฺถิ หิ เตสํ เอกุปฺปาทาทิตา สภาคตา วิสภาคตา จาติ. เตน ตตฺถ ตตฺถ ‘‘เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺต’’นฺติ จ, ‘‘เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺต’’นฺติ จ วุตฺตํ. ภินฺนกาลสมุทายา เอว ปน เวทนาสญฺญาวิญฺญาณกฺขนฺธา วตฺตมานา จ เอเกกธมฺมา เอว, ตสฺมา เตสํ สมานกาลสฺส วิภชิตพฺพสฺส อภาวโต น สุขินฺทฺริยาทีนิ เวทนากฺขนฺธสฺส วิภาคํ กโรนฺติ, จกฺขุวิญฺญาณธาตาทโย จ วิญฺญาณกฺขนฺธสฺส มนายตนสฺส จ. เตน ‘‘สุขินฺทฺริยํ เอเกน ขนฺเธน เกหิจิ วิปฺปยุตฺต’’นฺติ, ‘‘จกฺขุวิญฺญาณธาตุ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา’’ติ จ เอวมาทิ น วุตฺตํ, ขนฺธายตนวิภาควิรหิตมฺปิ ปน วิญฺญาณํ ธาตุวิภาเคน วิภตฺตเมว วุตฺตนฺติ ‘‘จกฺขุวิญฺญาณธาตุ…เป… มโนวิญฺญาณธาตุ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา’’ติ วุตฺตํ, เอวเมวํ อินฺทฺริยวิภาเคน วิภตฺตานํ สุขินฺทฺริยาทีนํ ‘‘สุขินฺทฺริเยน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา’’ติอาทีสุ ยถาโยคํ วิปฺปโยโค ทฏฺฐพฺโพ, นาวิภตฺตสฺส เวทนากฺขนฺธสฺสาติ.

๒๓๕. ยถา ตํสมฺปโยคีภาวํ สนฺธาย ‘‘สมุทยสจฺจํ ตีหิ ขนฺเธหิ สมฺปยุตฺต’’นฺติ วุตฺตํ, เอวํ ตํวิปฺปโยคีภาวํ สนฺธาย ‘‘ตีหิ ขนฺเธหิ วิปฺปยุตฺต’’นฺติ กสฺมา น วุตฺตนฺติ เจ? อวิภาเคหิ เตหิ วิปฺปโยควจนสฺส อยุตฺตตฺตา. วิภาเค หิ สติ สมุทยสจฺจํ สุขทุกฺขโทมนสฺสินฺทฺริเยหิ มโนวิญฺญาณธาตุโต อญฺญวิญฺญาณธาตูหิ วิปฺปยุตฺตนฺติ ยุตฺตํ วตฺตุํ วิภาเคเนว วิสภาคตาย สงฺคหิตตฺตา, วิภาครหิเตหิ ปน เวทนากฺขนฺธาทีหิ น ยุตฺตํ, เตหิ วิชฺชมาเนหิ วิชฺชมานสฺส สมุทยสฺส วิสภาคภาวาภาวโต. ยญฺหิ อนุปฺปนฺนา ธมฺมา วิย อามฏฺฐกาลเภทํ น โหติ สงฺขตํ อุทฺธริตพฺพํ, ตํ ปจฺจุปฺปนฺนภาวํ นิสฺสาย สมฺปโยคีวิปฺปโยคีภาเวน อุทฺธรียติ, ตญฺจ วิภาครหิเตหิ ขนฺธาทีหิ สงฺขเตหิ ปจฺจุปฺปนฺนภาวเมว นิสฺสาย อนามฏฺฐกาลเภเท อตฺถิตาย เอว นิสฺสิตพฺพตฺตา. อวิชฺชมานสฺส หิ อวิชฺชมาเนน, อวิชฺชมานสฺส จ วิชฺชมาเนน, วิชฺชมานสฺส จ อวิชฺชมาเนน สมฺปโยโค นตฺถิ, วิปฺปโยโค ปน อวิชฺชมานตาทีปเก เภเท คหิเต เตเนว วิสภาคตาปิ คหิตา เอวาติ โหติ. เภเท ปน อคฺคหิเต เตน เตน คหเณน วิสภาคตาย อคฺคหิตตฺตา สติ สภาคตฺเต วิชฺชมานตาย เอว ธมฺมานํ สภาคสฺส ปริจฺฉินฺทนโต วิชฺชมานตา ทสฺสิตาติ เอกุปฺปาทาทิภาวสงฺขาตา สภาคตาปิ คหิตา เอว โหติ. ตสฺสา จ คหิตตฺตา สมฺปโยโคว ลพฺภติ, น วิปฺปโยโค, ตสฺมา สมุทยสจฺจํ เวทนากฺขนฺธาทีหิ สมฺปยุตฺตตฺเตน วุตฺตํ, น วิปฺปยุตฺตตฺเตนาติ. เอส นโย มคฺคสจฺจาทีสุปีติ.

๒๖๒. ‘‘ทุติยชฺฌานวิจารญฺหิ ฐเปตฺวา เสสา อวิตกฺกวิจารมตฺตา’’ติ อฏฺฐกถาวจนํ เย ปธานา วิตกฺโก วิย โกฏฺฐาสนฺตรจิตฺตุปฺปาเทสุ อลีนา, เต เอว อิธ อวิตกฺกวิจารมตฺตาติ อธิปฺเปตาติ ทสฺเสติ. เตเนว หิ อนนฺตรนเย สมุทยสจฺเจน สมานคติกา น สวิตกฺกสวิจาเรหีติ เต น คหิตา. ทสโมสานนเยสุ จ เตหิ วิปฺปยุตฺเตหิ วิปฺปยุตฺตานํ เตหิ วิปฺปยุตฺตานญฺจ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปโยโค อฏฺฐารสสงฺคหิโต จ วุตฺโต. วิตกฺกสหิเตสุปิ ปน เตสุ คหิเตสุ สพฺเพปิ เต วิจาเรน สมฺปยุตฺตาติ ‘‘เอเกน ขนฺเธน เกหิจิ สมฺปยุตฺตา’’ติ สกฺกา วตฺตุํ. โส หิ สมุทาโย วิจารํ วชฺเชตฺวา อญฺเญน เกนจิ สมฺปยุตฺโต น โหติ. น หิ ตเทกเทสสฺส วิตกฺกสฺส วิจารโต อญฺเญน สมฺปโยโค สมุทายสฺส โหติ. ยถา นานาจิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชมานานํ อิทฺธิปาทานํ สมุทายสฺส อิทฺธิปาทสฺส เอกเทสานํ ตีหิ ขนฺเธหิ สมฺปโยโค สมุทายสฺส น โหติ, เอวมิธาปิ ทฏฺฐพฺพํ. ยถา ปน เตสุ เอโกปิ เวทนาสญฺญากฺขนฺเธหิ สงฺขารกฺขนฺเธกเทเสน จ อสมฺปยุตฺโต นาม นตฺถีติ สมุทายสฺส เตหิ สมฺปยุตฺตตา วุตฺตา, เอวมิธาปิ วิจาเรน อสมฺปยุตฺตสฺส อวิตกฺกวิจารมตฺตสฺส กสฺสจิ อภาวโต สมุทายสฺส เตน สมฺปยุตฺตตา น น สกฺกา วตฺตุํ. น หิ อวิตกฺกวิจารมตฺตานํ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกาทีนํ วิย สมฺปยุตฺตตา น วตฺตพฺพา. ยถา หิ ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุเกสุ เกจิ สงฺขารกฺขนฺเธกเทเสน โมเหน สมฺปยุตฺตา, เกจิ อสมฺปยุตฺตาติ น สมุทาโย เตน สมฺปยุตฺโต, นาปิ อญฺโญ โกจิ ธมฺโม อตฺถิ, เยน โส สมุทาโย สมฺปยุตฺโต สิยาติ ‘‘ทสฺสเนนปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ นตฺถี’’ติ วุตฺตํ, เอวํ ภาวนายปหาตพฺพเหตุกสเหตุกาทโยปิ. น ปเนวํ เยน อวิตกฺกวิจารมตฺตสมุทาโย สมฺปยุตฺโต สิยา, ตํ นตฺถิ อวิตกฺกวิจารมตฺเตสุ กสฺสจิ วิจาเรน อสมฺปยุตฺตสฺส อภาวา, ตสฺมา เต ‘‘สมฺปยุตฺตา’’ติ น น วตฺตพฺพาติ. สพฺพตฺถ จ เอกธมฺเมปิ เกหิจีติ พหุวจนนิทฺเทโส สงฺขาย อนิยมิตตฺตา กโตติ เวทิตพฺโพ.

ฉฏฺฐนยสมฺปโยควิปฺปโยคปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. สตฺตมนโย สมฺปยุตฺเตนวิปฺปยุตฺตปทวณฺณนา

๓๐๖. สมฺปยุตฺเตนวิปฺปยุตฺตปทนิทฺเทเส รูปกฺขนฺธาทโย เตหิ สมฺปยุตฺตาภาวโต น คหิตา. สมุทยสจฺจาทีนิ สติปิ เตหิ สมฺปยุตฺเต, สมฺปยุตฺเตหิ จ วิปฺปยุตฺเต สมฺปยุตฺเตนวิปฺปยุตฺตานํ ขนฺธาทีหิ วิปฺปโยคาภาวโต. น หิ สมุทยสจฺเจน สมฺปยุตฺเตหิ โลภสหคตจิตฺตุปฺปาเทหิ วิปฺปยุตฺตานํ ตโต อญฺญธมฺมานํ ขนฺธาทีสุ เกนจิ วิปฺปโยโค อตฺถิ. นนุ จ เต เอว จิตฺตุปฺปาทา จตฺตาโร ขนฺธา อฑฺฒทุติยานิ อายตนานิ อฑฺฒทุติยา ธาตุโย จ โหนฺตีติ เตหิ วิปฺปโยโค วตฺตพฺโพติ? น, ตทญฺญธมฺมานํ ขนฺธาทิภาวโต. น หิ เต เอว ธมฺมา จตฺตาโร ขนฺธา, อถ โข เต จ ตโต อญฺเญ จ, ตถา อฑฺฒทุติยายตนธาตุโยปิ. น จ ตทญฺญสมุทาเยหิ อญฺเญ วิปฺปยุตฺตา โหนฺติ สมุทาเยกเทสานํ เอกเทสญฺญสมุทายานญฺจ วิปฺปโยคาภาวโต. เอส นโย มคฺคสจฺจสุขินฺทฺริยาทีสุ. อวิตกฺกวิจารมตฺเตสุปิ นิรวเสเสสุ อธิปฺเปเตสุ เตสํ สวิตกฺกสวิจารสมานคติกตฺตา อคฺคหเณ การณํ น ทิสฺสติ.

อฏฺฐกถายํ ปน เอวรูปานีติ ยถา รูปกฺขนฺเธ วิสฺสชฺชนํ น ยุชฺชติ, เอวํ เยสุ อญฺเญสุปิ น ยุชฺชติ, ตานิ วิสฺสชฺชนสฺส อโยเคน ‘‘เอวรูปานี’’ติ วุตฺตานิ, น สมฺปยุตฺตาภาเวนาติ ทฏฺฐพฺพํ. ยานิ ปน ปทานิ ธมฺมธาตุยา สมฺปยุตฺเต ธมฺเม ทีเปนฺตีติ เอเตน เวทนากฺขนฺธาทิปทานิ ทสฺเสติ, วิญฺญาณญฺจ อญฺเญน อสมฺมิสฺสนฺติ วิญฺญาณกฺขนฺธมนายตนาทิปทานิ. ตตฺถ อญฺเญน อสมฺมิสฺสนฺติ อสมฺปยุตฺเตน อสมฺมิสฺสนฺติ อตฺโถ. อทุกฺขมสุขายเวทนายสมฺปยุตฺตปทานิปิ หิ สมฺปยุตฺเตหิ สมฺมิสฺสวิญฺญาณทีปกานิ อิธ คหิตานีติ. เอเตน จ ลกฺขเณน เอวรูปาเนว คหิตานีติ ทสฺเสติ, น เอวรูปานิ คหิตาเนวาติ สมุทยสจฺจาทิอิทฺธิปาทาทิปทานํ อสงฺคหิตตฺตา. ‘‘อถ ผสฺสสตฺตกํ จิตฺตํ สห ยุตฺตปเทหิ สตฺตา’’ติ ปุราณปาโฐ, อยํ ปน อูโนติ กตฺวา ‘‘อถ ผสฺสสตฺตกํ, ติเก ตโย สตฺต มหนฺตเร จา’’ติ ปาโฐ กโต.

๓๐๙. ปุจฺฉาย อุทฺธฏปเทเนว สทฺธึ วิปฺปยุตฺตานํ วเสนาติ อิทํ ปุจฺฉาย อุทฺธฏปเทน สมฺปยุตฺเตหิ วิปฺปยุตฺตา เตน สทฺธึ วิปฺปยุตฺตา โหนฺตีติ กตฺวา วุตฺตํ. ปาฬิอุทฺทานคาถายํ เทฺว จ มเนน ยุตฺตา, วิตกฺกวิจารณาติ มโนธาตุยา เอกนฺตสมฺปยุตฺตา เทฺว วิตกฺกวิจาราติ สวิตกฺกปทํ สวิจารปทญฺจ ทสฺเสติ.

สตฺตมนยสมฺปยุตฺเตนวิปฺปยุตฺตปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. อฏฺฐมนโย วิปฺปยุตฺเตนสมฺปยุตฺตปทวณฺณนา

๓๑๗. วิปฺปยุตฺเตนสมฺปยุตฺตปทนิทฺเทเส รูปกฺขนฺธาทีหิ วิปฺปยุตฺเตนสมฺปยุตฺตเมว ยถานิทฺธาริตํ นตฺถีติ ‘‘รูปกฺขนฺเธน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา, เตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา สมฺปยุตฺตา’’ติ อวตฺวา ‘‘รูปกฺขนฺเธน เย ธมฺมา วิปฺปยุตฺตา, เต ธมฺมา กติหิ ขนฺเธหิ…เป… สมฺปยุตฺตาติ นตฺถี’’ติ วุตฺตํ. เตน รูปกฺขนฺเธน วิปฺปยุตฺตานํ เกนจิ ขนฺธาทินา สมฺปโยคาภาวโต ยถานิทฺธาริตํ วิปฺปยุตฺเตนสมฺปยุตฺตเมว นตฺถิ, กุโต ตสฺส ปุน ขนฺธาทีหิ สมฺปยุตฺตตาติ ทสฺเสติ.

อฏฺฐมนยวิปฺปยุตฺเตนสมฺปยุตฺตปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. นวมนโย สมฺปยุตฺเตนสมฺปยุตฺตปทวณฺณนา

๓๑๙. สมฺปยุตฺเตนสมฺปยุตฺตปทวณฺณนายํ ยํขนฺธาทิวเสนาติ สมาสปทํ อิทํ ทฏฺฐพฺพํ, ยสฺส ขนฺธาทิโน วเสนาติ อตฺโถ. ตสฺเสวาติ จ ตสฺเสว ขนฺธาทิโนติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ อิธ สมฺปยุตฺตํ วุตฺตํ, ตํ รูปกฺขนฺธาทีสุ อรณนฺเตสุ เยน เวทนากฺขนฺธาทินา สมฺปยุตฺตํ, ปุน ตสฺเสว เวทนากฺขนฺธาทิโน ขนฺธาทีหิ สมฺปโยคํ ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺชนํ กตํ. ตญฺหิ อตฺตนา สมฺปยุตฺเตน สมฺปยุตฺตตฺตา ‘‘สมฺปยุตฺเตน สมฺปยุตฺต’’นฺติ นิทฺธาริตนฺติ. รูเปน วาติ เอเตน นิโรธสจฺจอปฺปจฺจยอสงฺขเตหิปิ อโยโค วุตฺโต โหตีติ ทฏฺฐพฺโพ, ตถา รูปมิสฺสเกหิ วาติ เอเตน อนุปาทินฺนอนุปาทานิยาทีหิ นิพฺพานมิสฺสเกหิปิ. วกฺขติ หิ ‘‘นิพฺพานํ ปน สุขุมรูปคติกเมวา’’ติ. สพฺพารูปกฺขนฺธสงฺคาหเกหีติ วตฺตมานานเมว สมฺปโยโค ลพฺภตีติ วตฺตมาเนสุ เอกมฺปิ ธมฺมํ อนปเนตฺวา อวิกลจตุกฺขนฺธสงฺคาหเกหิ อรูปภวาทีหีติ อตฺโถ. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป – เย สมฺปโยคํ น ลภนฺติ รูปกฺขนฺธาทโย, เต สพฺเพ น คหิตา, อิตเร จ เวทนากฺขนฺธาทโย สพฺเพ คหิตาติ.

นวมนยสมฺปยุตฺเตนสมฺปยุตฺตปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ทสมนโย วิปฺปยุตฺเตนวิปฺปยุตฺตปทวณฺณนา

๓๕๓. วิปฺปยุตฺเตนวิปฺปยุตฺตปทนิทฺเทเส อคฺคหิเตสุ ธมฺมายตนาทิธมฺมา อนารมฺมณมิสฺสกสพฺพจิตฺตุปฺปาทคตธมฺมภาวโต เตหิ วิปฺปยุตฺตสฺส อภาวา น คหิตา, ทุกฺขสจฺจจตุมหาภวอพฺยากตาทิธมฺมา เตหิ วิปฺปยุตฺเตหิ วิปฺปยุตฺตานํ ขนฺธาทีหิ วิปฺปโยคาภาวโตติ อยํ วิเสโส เวทิตพฺโพติ.

ทสมนยวิปฺปยุตฺเตนวิปฺปยุตฺตปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๑. เอกาทสมนโย สงฺคหิเตนสมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺตปทวณฺณนา

๔๐๙. เอกาทสมนยวณฺณนายํ ‘‘เต จ เสเสหิ ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกน มนายตเนน สตฺตหิ วิญฺญาณธาตูหี’’ติ เอเตสํ ปทานํ ‘‘สมฺปยุตฺตา นามา’’ติ เอเตน สห สมฺพนฺโธ. ‘‘เกหิจี’’ติ เอตสฺส ปนตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺขารกฺขนฺเธ ธมฺมายตนธมฺมธาตูสุ จ ฐเปตฺวา ตณฺห’’นฺติ เอเตน ‘‘เต จา’’ติ วุตฺเต สมุทยสจฺเจน ขนฺธาทิสงฺคเหน สงฺคหิตธมฺเม วิเสเสตฺวา เตสํ เอว วิเสสิตานํ อตฺตวชฺเชหิ เสเสหิ สงฺขารกฺขนฺเธ ตณฺหาย ธมฺมายตนธมฺมธาตูสุ จ ตณฺหาย เวทนาสญฺญากฺขนฺเธหิ สมฺปโยคารเหหิ สมฺปยุตฺตตํ สนฺธายาห ‘‘เสเสหิ สมฺปยุตฺตตฺตา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา นามา’’ติ.

เอกาทสมนยสงฺคหิเตนสมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺตปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๒. ทฺวาทสมนโย สมฺปยุตฺเตนสงฺคหิตาสงฺคหิตปทวณฺณนา

๔๑๗. ทฺวาทสมนเย จ นวมนเย วิย สมฺปโยคารหาว ลพฺภนฺตีติ อาห ‘‘เตเยว อุทฺธฏา’’ติ.

ทฺวาทสมนยสมฺปยุตฺเตนสงฺคหิตาสงฺคหิตปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๓. เตรสมนโย อสงฺคหิเตนสมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺตปทวณฺณนา

๔๔๘. เตรสมนยวณฺณนายํ เยหิ ตีหิปิ สงฺคเหหิ อสงฺคหิตํ วิญฺญาณเมว โหติ, เต ปาฬิยํ ‘‘รูปญฺจ ธมฺมายตน’’นฺติอาทิอุทฺทานคาถาย ทสฺสิตา พาวีส ธมฺมา ‘‘รูปกฺขนฺเธน สทิสปญฺหา ธมฺมา’’ติ วุตฺตา. เยหิ ปน ตีหิปิ สงฺคเหหิ อสงฺคหิตานิ อรูปภเวน วิย โอฬาริกายตนาเนว โหนฺติ, เต วุตฺตาวเสสา สพฺเพ อิธ อุทฺธฏา ‘‘อรูปภเวน สทิสา’’ติ วุตฺตา. เสสาติ เสสา ปญฺจมนเย อาคตา เวทนากฺขนฺธาทโย สติปิ อสงฺคาหกตฺเต อิธ วิสฺสชฺชนํ น รุหนฺตีติ น อุทฺธฏา. เย ปน อสงฺคาหกา เอว น โหนฺติ ทุกฺขสจฺจาทิธมฺมา, เตสุ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ยถา ปน เวทนากฺขนฺธาทโย น รุหนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เวทนากฺขนฺเธน หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เตสญฺจ สมฺปโยโค นาม นตฺถีติ รูปารูปธมฺมานํ อสมฺปโยเคหิ โวมิสฺสตาย สมฺปโยโค นตฺถีติ อตฺโถ.

ยทิ ปน เต กทาจิ อสพฺพวิญฺญาณธาตุสมฺปยุตฺตา อรูปธมฺมา รูปธมฺมา จ สิยุํ, น เตสํ วิปฺปโยโค นตฺถีติ ‘‘วิปฺปโยโค จ นตฺถี’’ติ น วุตฺตํ, น เวทนากฺขนฺเธน อสงฺคหิตานํ วิปฺปโยคสฺส อตฺถิตายาติ เวทิตพฺพํ. อุภยาภาวโต หิ เวทนากฺขนฺธาทโย อิธ น รุหนฺตีติ. เอวํ ปเนตฺถ สิยา ‘‘เวทนากฺขนฺเธน หิ ขนฺธาทิวเสน อนารมฺมณมิสฺสกา สตฺตวิญฺญาณธาตุธมฺมา อสงฺคหิตา โหนฺติ, เตสญฺจ สมฺปโยโค วิปฺปโยโค จ นตฺถี’’ติ. อนารมฺมณสหิตานญฺหิ สพฺพวิญฺญาณธาตูนํ สพฺพวิญฺญาณธาตุสมฺปยุตฺตานํ ตทุภยธมฺมานญฺจ เวทนากฺขนฺธาทิวิญฺญาณกฺขนฺธาทิจกฺขายตนาทีหิ ตีหิปิ สงฺคเหหิ อสงฺคหิตานํ สมฺปโยควิปฺปโยคาภาโว อรุหเณ การณํ. ชาติวิปฺปโยคภูมิกาลสนฺตานวิปฺปโยคโต จตุพฺพิโธ วิปฺปโยโค. ตตฺถ ชาติวิปฺปโยโค ‘‘กุสลา ธมฺมา, อกุสลา ธมฺมา’’ติอาทิ, ภูมิวิปฺปโยโค ‘‘กามาวจรา, รูปาวจรา’’ติอาทิ, กาลวิปฺปโยโค ‘‘อตีตา ธมฺมา, อนาคตา ธมฺมา’’ติอาทิ, สนฺตานวิปฺปโยโค ‘‘อชฺฌตฺตา ธมฺมา, พหิทฺธา ธมฺมา’’ติอาทิ. เอวํ วิปฺปโยโค จตุธา เวทิตพฺโพ.

เตรสมนยอสงฺคหิเตนสมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺตปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๔. จุทฺทสมนโย วิปฺปยุตฺเตนสงฺคหิตาสงฺคหิตปทวณฺณนา

๔๕๖. จุทฺทสมนเย ธมฺมายตนาทีนํ อนารมฺมณมิสฺสกสพฺพจิตฺตุปฺปาทคตธมฺมภาวโต วิปฺปโยคสฺส อรุหณํ ทฏฺฐพฺพํ. ชาติอาทิตฺตยสฺส เจตฺถ ธมฺมสภาวมตฺตตฺตา น กถญฺจิ สมฺปโยโค วิปฺปโยโค จ รุหติ อชฺฌตฺตพหิทฺธธมฺมานํ สพฺพธมฺมสโมธานตฺตา, อนิทสฺสนอปฺปฏิฆาทีนํ อนารมฺมณมิสฺสกสพฺพจิตฺตุปฺปาทตฺตา. ทุกฺขสจฺจาทิธมฺมาว อิธ เตหิ วิปฺปยุตฺตานํ สงฺคหาสงฺคหสพฺภาวา คหิตาติ.

ปาฬิอุทฺทานคาถายํ สมุจฺเฉเท น ลพฺภนฺตีติ ปริโยสาเน นเย น ลพฺภนฺตีติ อตฺโถ. โมฆปุจฺฉเกน จาติ อลพฺภมานา จ เต โมฆปุจฺฉเกน เหตุนา น ลพฺภนฺติ เตสํ ปุจฺฉาย โมฆตฺตาติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา โมฆปุจฺฉโก อฏฺฐโม นโย, เตน จ สห โอสานนเย เอเต ธมฺมา วิปฺปโยคสฺสปิ อภาวา สพฺพถาปิ น ลพฺภนฺตีติ อตฺโถ.

จุทฺทสมนยวิปฺปยุตฺเตนสงฺคหิตาสงฺคหิตปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ธาตุกถาปกรณ-มูลฏีกา สมตฺตา.