๑๓. เตรสมนโย อสงฺคหิเตนสมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺตปทวณฺณนา
๔๔๘. เตรสมนยวณฺณนายํ เยหิ ตีหิปิ สงฺคเหหิ อสงฺคหิตํ วิญฺญาณเมว โหติ, เต ปาฬิยํ ‘‘รูปญฺจ ธมฺมายตน’’นฺติอาทิอุทฺทานคาถาย ทสฺสิตา พาวีส ธมฺมา ‘‘รูปกฺขนฺเธน สทิสปญฺหา ธมฺมา’’ติ วุตฺตา. เยหิ ปน ตีหิปิ สงฺคเหหิ อสงฺคหิตานิ อรูปภเวน วิย โอฬาริกายตนาเนว โหนฺติ, เต วุตฺตาวเสสา สพฺเพ อิธ อุทฺธฏา ‘‘อรูปภเวน สทิสา’’ติ วุตฺตา. เสสาติ เสสา ปญฺจมนเย อาคตา เวทนากฺขนฺธาทโย สติปิ อสงฺคาหกตฺเต อิธ วิสฺสชฺชนํ น รุหนฺตีติ น อุทฺธฏา. เย ปน อสงฺคาหกา เอว น โหนฺติ ทุกฺขสจฺจาทิธมฺมา, เตสุ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ยถา ปน เวทนากฺขนฺธาทโย น รุหนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เวทนากฺขนฺเธน หี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ เตสญฺจ สมฺปโยโค นาม นตฺถีติ รูปารูปธมฺมานํ อสมฺปโยเคหิ โวมิสฺสตาย สมฺปโยโค นตฺถีติ อตฺโถ.
ยทิ ปน เต กทาจิ อสพฺพวิญฺญาณธาตุสมฺปยุตฺตา อรูปธมฺมา รูปธมฺมา จ สิยุํ, น เตสํ วิปฺปโยโค นตฺถีติ ‘‘วิปฺปโยโค จ นตฺถี’’ติ น วุตฺตํ, น เวทนากฺขนฺเธน อสงฺคหิตานํ วิปฺปโยคสฺส อตฺถิตายาติ เวทิตพฺพํ. อุภยาภาวโต หิ เวทนากฺขนฺธาทโย อิธ น รุหนฺตีติ. เอวํ ปเนตฺถ สิยา ‘‘เวทนากฺขนฺเธน หิ ขนฺธาทิวเสน อนารมฺมณมิสฺสกา สตฺตวิญฺญาณธาตุธมฺมา อสงฺคหิตา โหนฺติ, เตสญฺจ สมฺปโยโค วิปฺปโยโค จ นตฺถี’’ติ. อนารมฺมณสหิตานญฺหิ สพฺพวิญฺญาณธาตูนํ สพฺพวิญฺญาณธาตุสมฺปยุตฺตานํ ตทุภยธมฺมานญฺจ เวทนากฺขนฺธาทิวิญฺญาณกฺขนฺธาทิจกฺขายตนาทีหิ ตีหิปิ สงฺคเหหิ อสงฺคหิตานํ สมฺปโยควิปฺปโยคาภาโว อรุหเณ การณํ. ชาติวิปฺปโยคภูมิกาลสนฺตานวิปฺปโยคโต จตุพฺพิโธ วิปฺปโยโค. ตตฺถ ชาติวิปฺปโยโค ‘‘กุสลา ธมฺมา, อกุสลา ธมฺมา’’ติอาทิ, ภูมิวิปฺปโยโค ‘‘กามาวจรา, รูปาวจรา’’ติอาทิ, กาลวิปฺปโยโค ‘‘อตีตา ธมฺมา, อนาคตา ธมฺมา’’ติอาทิ, สนฺตานวิปฺปโยโค ‘‘อชฺฌตฺตา ธมฺมา, พหิทฺธา ธมฺมา’’ติอาทิ. เอวํ วิปฺปโยโค จตุธา เวทิตพฺโพ.
เตรสมนยอสงฺคหิเตนสมฺปยุตฺตวิปฺปยุตฺตปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.