ทุกนิทฺเทโส

อุปาทาภาชนียกถาวณฺณนา

๕๙๖. อปฺปรชกฺขาทิสตฺตสมูหทสฺสนํ พุทฺธจกฺขุ, ฉสุ อสาธารณญาเณสุ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาณํ ทฏฺฐพฺพํ. สพฺพสงฺขตาสงฺขตทสฺสนํ สมนฺตจกฺขุ. ‘‘ทุกฺขํ ปริญฺเญยฺยํ ปริญฺญาต’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๕) เอวมาทินา อากาเรน ปวตฺตํ ญาณทสฺสนํ ญาณจกฺขุ, ตมฺปิ ปุริมทฺวยมิว กามาวจรํ. จตุสจฺจธมฺมทสฺสนํ ธมฺมจกฺขุ. อุปตฺถมฺภภูตา จตุสมุฏฺฐานิกรูปสนฺตติโย สมฺภารา. สห สมฺภาเรหิ สสมฺภารํ, สมฺภารวนฺตํ. สมฺภโวติ อาโปธาตุเมว สมฺภวสมฺภูตมาห. สณฺฐานนฺติ วณฺณายตนเมว ปริมณฺฑลาทิสณฺฐานภูตํ. เตสํ ปน วิสุํ วจนํ ตถาภูตานํ อตถาภูตานญฺจ อาโปธาตุวณฺณายตนานํ ยถาวุตฺเต มํสปิณฺเฑ วิชฺชมานตฺตา. จุทฺทสสมฺภาโร หิ มํสปิณฺโฑ. สมฺภวสฺส จตุธาตุนิสฺสิเตหิ สห วุตฺตสฺส ธาตุตฺตยนิสฺสิตตา โยเชตพฺพา. อาโปธาตุวณฺณายตนานเมว วา สมฺภวสณฺฐานาภาวา วิสุํ วุตฺตาติ จตุธาตุนิสฺสิตตา จ น วิรุชฺฌติ. ยํ มํสปิณฺฑํ เสตาทินา สญฺชานนฺโต น ปสาทจกฺขุํ สญฺชานาติ, ปตฺถิณฺณตาทิวิเสสํ วตฺตุกาโม ‘‘ปถวีปิ อตฺถี’’ติอาทิ วุตฺตมฺปิ วทติ.

สรีรสณฺฐานุปฺปตฺติเทสภูเตติ เอเตน อวเสสํ กณฺหมณฺฑลํ ปฏิกฺขิปติ. เสฺนหมิว สตฺตกฺขิปฏลานิ พฺยาเปตฺวา ฐิตาเหว อตฺตโน นิสฺสยภูตาหิ จตูหิ ธาตูหิ กตูปการํ ตํนิสฺสิเตหิ เอว อายุวณฺณาทีหิ อนุปาลิตปริวาริตํ ติสนฺตติรูปสมุฏฺฐาปเกหิ อุตุจิตฺตาหาเรหิ อุปตฺถมฺภิยมานํ ติฏฺฐติ. สตฺตกฺขิปฏลานํ พฺยาปนวจเนน จ อเนกกลาปคตภาวํ จกฺขุสฺส ทสฺเสติ. ปมาณโต อูกาสิรมตฺตนฺติ อูกาสิรมตฺเต ปเทเส ปวตฺตนโต วุตฺตํ. รูปานิ มนุปสฺสตีติ ม-กาโร ปทสนฺธิกโร. อถ วา มนูติ มจฺโจ. อุปการภูเตหิ สงฺคหิโต. ปริยาเยนาติ จตุนฺนํ ปสาโท เตสุ เอกสฺส ทฺวินฺนญฺจาติปิ วตฺตุํ ยุตฺโต สมานธนานํ ธนํ วิยาติ เอเตน ปริยาเยน. สรีรํ รูปกฺขนฺโธ เอว. ปฏิฆฏฺฏนเมว นิฆํโส ปฏิฆฏฺฏนานิฆํโส. รูปาภิมุขภาเวน จกฺขุวิญฺญาณสฺส นิสฺสยภาวาปตฺติสงฺขาโต ปฏิฆฏฺฏนโต ชาโต วา นิฆํโส ปฏิฆฏฺฏนานิฆํโส.

ปริกปฺปวจนํ ‘‘สเจ อาปาถํ อาคจฺเฉยฺยา’’ติ เหตุกิริยํ, ‘‘ปสฺเสยฺยา’’ติ ผลกิริยญฺจ ปริกปฺเปตฺวา เตน ปริกปฺเปน วจนํ. เอตฺถ จ เหตุกิริยา อเนกตฺตา อวุตฺตาปิ วิญฺญายตีติ ทฏฺฐพฺพา. ‘‘ปสฺเส วา’’ติ อิมินา วจเนน ตีสุปิ กาเลสุ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นิสฺสยภาวํ อนุปคจฺฉนฺตํ จกฺขุํ สงฺคณฺหาติ. ทสฺสเน ปริณายกภาโว ทสฺสนปริณายกฏฺโฐ. ยถา หิ อิสฺสโร ‘‘อิทญฺจิทญฺจ กโรถา’’ติ วทนฺโต ตสฺมึ ตสฺมึ กิจฺเจ สปุริเส ปริณายติ ปวตฺตยติ, เอวมิทมฺปิ จกฺขุสมฺผสฺสาทีนํ นิสฺสยภาเวน เต ธมฺเม ทสฺสนกิจฺเจ อาณาเปนฺตํ วิย ปริณายตีติ จกฺขูติ วุจฺจติ. จกฺขตีติ หิ จกฺขุ, ยถาวุตฺเตน นเยน อาจิกฺขติ ปริณายตีติ อตฺโถ. อถ วา สมวิสมานิ รูปานิ จกฺขติ อาจิกฺขติ, ปกาเสตีติ วา จกฺขุ. สญฺชายนฺติ เอตฺถาติ สญฺชาติ. เก สญฺชายนฺติ? ผสฺสาทีนิ. ตถา สโมสรณํ. จกฺขุสมฺผสฺสาทีนํ อตฺตโน ติกฺขมนฺทภาวานุปวตฺตเนน อินฺทฏฺฐํ กาเรตีติ. นิจฺจํ ธุวํ อตฺตาติ คหิตสฺสปิ ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน. วฬญฺชนฺติ ปวิสนฺติ เอเตนาติ วฬญฺชนํ, ตํทฺวาริกานํ ผสฺสาทีนํ วฬญฺชนฏฺเฐน.

๕๙๗. ปุพฺเพ วุตฺโต ปริกปฺโป เอว วิกปฺปนตฺโถ. ฆฏฺฏยมานเมวาติ ปสาทสฺส อภิมุขภาววิเสสํ คจฺฉนฺตเมว.

๕๙๙. รูปํ อารพฺภ จกฺขุสมฺผสฺสาทีนํ อุปฺปตฺติวจเนเนว เตสํ ตํทฺวาริกานํ อญฺเญสญฺจ รูปํ อารพฺภ อุปฺปตฺติ วุตฺตา โหติ. ยถา จ เตสํ รูปํ ปจฺจโย โหติ, เตน ปจฺจเยน อุปฺปตฺติ วุตฺตา โหตีติ อธิปฺปาเยน ‘‘อิมินา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ จกฺขุปสาทวตฺถุกานํ ผสฺสาทีนนฺติ อิมินา วจเนน ตทาลมฺพนรูปารมฺมณตาย ตํสทิสานํ มโนธาตุอาทีนญฺจ ปุเรชาตปจฺจเยน อุปฺปตฺติ ทสฺสิตาติ ทฏฺฐพฺพา. ยตฺถ ปน วิเสโส อตฺถิ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘จกฺขุทฺวารชวนวีถิปริยาปนฺนาน’’นฺติอาทิมาห. ตานิ หิ รูปํ ครุํ กตฺวา ปวตฺตมานสฺสาทนาภินนฺทนภูตานิ ตํสมฺปยุตฺตานิ จ อารมฺมณาธิปติอารมฺมณูปนิสฺสเยหิ อุปฺปชฺชนฺติ, อญฺญานิ อารมฺมณปุเรชาเตเนวาติ เอวํ ‘‘อารพฺภา’’ติ วจนํ อารมฺมณปจฺจยโต อญฺญปจฺจยภาวสฺสปิ ทีปกํ, อารมฺมณวจนํ อารมฺมณปจฺจยภาวสฺเสวาติ อยเมเตสํ วิเสโส.

๖๐๐. สุณาตีติ โสตวิญฺญาณสฺส นิสฺสยภาเวน สุณาติ. ชิวฺหาสทฺเทน วิญฺญายมานา กิริยา สายนนฺติ กตฺวา ‘‘สายนฏฺเฐนา’’ติ อาห. กุจฺฉิตานํ ทุกฺขสมฺปยุตฺตผสฺสาทีนํ อาโยติ กาโย, ทุกฺขทุกฺขวิปริณามทุกฺขานํ วา. กายายตนสฺส พฺยาปิตาย จกฺขุปสาเท กายปสาทภาโวปิ อตฺถิ, เตน จกฺขุปสาทสฺส อนุวิทฺธตฺตา โน พฺยาปิตา จ น สิยา, วุตฺตา จ สา. ตสฺมา จกฺขุปสาทสฺส โผฏฺฐพฺพาวภาสนํ กายปสาทสฺส จ รูปาวภาสนํ อาปนฺนนฺติ ลกฺขณสมฺมิสฺสตํ โจเทติ. จกฺขุกายานํ อญฺญนิสฺสยตฺตา กลาปนฺตรคตตาย ‘‘อญฺญสฺส อญฺญตฺถ อภาวโต’’ติ อาห. รูปรสาทินิทสฺสนํ สมานนิสฺสยานญฺจ อญฺญมญฺญสภาวานุปคเมน อญฺญมญฺญสฺมึ อภาโว, โก ปน วาโท อสมานนิสฺสยานนฺติ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ.

รูปาภิฆาตารโห จ โส ภูตปฺปสาโท จาติ รูปาภิฆาตารหภูตปฺปสาโท. เอวํลกฺขณํ จกฺขุ. รูปาภิฆาโตติ จ รูเป, รูปสฺส วา อภิฆาโตติ อตฺโถ. ปริปุณฺณาปริปุณฺณายตนตฺตภาวนิพฺพตฺตกสฺส กมฺมสฺส นิทานภูตา กามตณฺหา รูปตณฺหา จ ตทายตนิกภวปตฺถนาภาวโต ทฏฺฐุกามตาทิโวหารํ อรหตีติ ทุติโย นโย สพฺพตฺถ วุตฺโต. ตตฺถ ทฏฺฐุกามตานิทานํ กมฺมํ สมุฏฺฐานเมเตสนฺติ ทฏฺฐุกามตานิทานกมฺมสมุฏฺฐานานิ, เอวํวิธานํ ภูตานํ ปสาทลกฺขณํ จกฺขุ, เอวํวิโธ วา ภูตปฺปสาโท ทฏฺฐุกามตานิ…เป… ปสาโท. เอวํลกฺขณํ จกฺขุ. รูเปสุ ปุคฺคลสฺส วา วิญฺญาณสฺส วา อาวิญฺฉนรสํ.

กาโย สพฺเพสนฺติ โก เอตฺถ วิเสโส, นนุ เตชาทิอธิกานญฺจ ภูตานํ ปสาทา สพฺเพสํเยวาติ? สจฺจเมตํ, อิทํ ปน ‘‘สพฺเพส’’นฺติ วจนํ ‘‘สมานาน’’นฺติ อิมมตฺถํ ทีเปติ อนุวตฺตมานสฺส เอกเทสาธิกภาวสฺส นิวารณวเสน วุตฺตตฺตา. เตชาทีนนฺติ ปทีปสงฺขาตสฺส เตชสฺส โอภาเสน วายุสฺส สทฺเทน ปถวิยา คนฺเธน เขฬสงฺขาตสฺส อุทกสฺส รเสนาติ ปุริมวาเท ปจฺฉิมวาเท จ ยถาโยคํ ตํตํภูตคุเณหิ อนุคฺคยฺหภาวโต รูปาทิคฺคหเณ อุปกริตพฺพโตติ อตฺโถ. รูปาทีนํ อธิกภาวทสฺสนโตติ อคฺคิมฺหิ รูปสฺส ปภสฺสรสฺส วายุมฺหิ สทฺทสฺส สภาเวน สุยฺยมานสฺส ปถวิยา สุรภิอาทิโน คนฺธสฺส อาเป จ รสสฺส มธุรสฺส วิเสสยุตฺตานํ ทสฺสนโต ‘‘รูปาทโย เตสํ คุณา’’ติ ปฐมวาที อาห. ตสฺเสว จ ‘‘อิจฺเฉยฺยามา’’ติอาทินา อุตฺตรมาห. อิมินาวุปาเยน ทุติยวาทิสฺสปิ นิคฺคโห โหตีติ.

อถ วา รูปาทิวิเสสคุเณหิ เตชอากาสปถวีอาปวายูหิ จกฺขาทีนิ กตานีติ วทนฺตสฺส กณาทสฺส วาทํ ตติยํ อุทฺธริตฺวา ตํ นิคฺคเหตุํ ‘‘อถาปิ วเทยฺยุ’’นฺติอาทิ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. อาสเว อุปลพฺภมาโนปิ คนฺโธ ปถวิยา อาโปสํยุตฺตาย กปฺปาสโต วิสทิสายาติ น กปฺปาสคนฺธสฺส อธิกภาวาปตฺตีติ เจ? น, อนภิภูตตฺตา. อาสเวหิ อุทกสํยุตฺตา ปถวี อุทเกน อภิภูตา, น กปฺปาสปถวีติ ตสฺสาเยว อธิเกน คนฺเธน ภวิตพฺพนฺติ. อุโณฺหทกสญฺญุตฺโต จ อคฺคิ อุปลพฺภนีโย มหนฺโตติ กตฺวา ตสฺส ผสฺโส วิย วณฺโณปิ ปภสฺสโร อุปลพฺภิตพฺโพติ อุโณฺหทกวณฺณโต อคฺคินา อนภิสมฺพนฺธสฺส สีตุทกสฺส วณฺโณ ปริหาเยถ. ตสฺมาติ เอตสฺสุภยสฺส อภาวา. ตทภาเวน หิ รูปาทีนํ เตชาทิวิเสสคุณตา นิวตฺติตา, ตํนิวตฺตเนน ‘‘เตชาทีนํ คุเณหิ รูปาทีหิ อนุคฺคยฺหภาวโต’’ติ อิทํ การณํ นิวตฺติตนฺติ. เอวํ ปรมฺปราย อุภยาภาโว วิเสสกปฺปนปฺปหานสฺส การณํ โหตีติ อาห ‘‘ตสฺมา ปหาเยเถต’’นฺติอาทิ. เอกกลาเปปิ รูปรสาทโย วิสทิสา, โก ปน วาโท นานากลาเป จกฺขาทโย ภูตวิเสสาภาเวปีติ ทสฺเสตุํ รูปรสาทินิทสฺสนํ วุตฺตํ.

ยทิ ภูตวิเสโส นตฺถิ, กึ ปน จกฺขาทิวิเสสสฺส การณนฺติ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ อญฺญมญฺญสฺสา’’ติอาทิมาห. เอกมฺปิ กมฺมํ ปญฺจายตนิกตฺตภาวปตฺถนานิปฺผนฺนํ จกฺขาทีนํ วิเสสเหตุตฺตา ‘‘อญฺญมญฺญสฺส อสาธารณ’’นฺติ จ ‘‘กมฺมวิเสโส’’ติ จ วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. น หิ ตํ เยน วิเสเสน จกฺขุสฺส ปจฺจโย, เตเนว โสตสฺส โหติ อินฺทฺริยนฺตราภาวปฺปตฺติโต. ‘‘ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตา เอกา เจตนา กฏตฺตารูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๒.๑๒.๗๘) วจเนน ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิชฺชมานานํ สพฺเพสํ กฏตฺตารูปานํ เอกา เจตนา กมฺมปจฺจโย โหตีติ วิญฺญายติ. นานาเจตนาย หิ ตทา อินฺทฺริยุปฺปตฺติยํ สติ ปริตฺเตน จ มหคฺคเตน จ กมฺมุนา นิพฺพตฺติตํ กฏตฺตารูปํ อาปชฺเชยฺยาติ น เจกา ปฏิสนฺธิ อเนกกมฺมนิพฺพตฺตา โหตีติ สิทฺธเมเกน กมฺเมน อเนกินฺทฺริยุปฺปตฺติ โหตีติ. อนลฺลีโน นิสฺสโย เอตสฺสาติ อนลฺลีนนิสฺสโย, รูปสทฺทสงฺขาโต วิสโย. คนฺธรสานํ นิสฺสยา ฆานชิวฺหานิสฺสเย อลฺลียนฺตีติ เต นิสฺสยวเสน อลฺลีนา, โผฏฺฐพฺพํ สยํ กายนิสฺสยอลฺลีนํ ภูตตฺตยตฺตา. ทูเร…เป… สมฺปตฺโต เอว นาม ปฏิฆฏฺฏนนิฆํสชนกโตติ อธิปฺปาโย. สทฺโท ปน ธาตุปรมฺปราย วายุ วิย อาคนฺตฺวา นิสฺสยวเสน โสตนิสฺสเย อลฺลียิตฺวา โสตํ ฆฏฺเฏตฺวา ววตฺถานํ คจฺฉนฺโต สณิกํ ววตฺถานํ คจฺฉตีติ วุตฺโต. เอวํ ปน สติจิตฺตสมุฏฺฐานํ สทฺทายตนํ โสตวิญฺญาณสฺส กทาจิปิ อารมฺมณปจฺจโย น สิยา. น หิ พหิทฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานุปฺปตฺติ อุปปชฺชตีติ.

จิเรน สุยฺเยยฺยาติ กสฺมา เอตํ วุตฺตํ, นนุ ทูเร ฐิเตหิ รชกาทิสทฺทา จิเรน สุยฺยนฺตีติ? น, ทูราสนฺนานํ ยถาปากเฏ สทฺเท คหณวิเสสโต. ยถา หิ ทูราสนฺนานํ วจนสทฺเท ยถา ปากฏีภูเต คหณวิเสสโต อาการวิเสสานํ อคฺคหณํ คหณญฺจ โหติ, เอวํ รชกาทิสทฺเทปิ อาสนฺนสฺส อาทิโต ปภุติ ยาวาวสานา กเมน ปากฏีภูเต ทูรสฺส จาวสาเน มชฺเฌ วา ปิณฺฑวเสน ปวตฺติปากฏีภูเต นิจฺฉยคหณานํ โสตวิญฺญาณวีถิยา ปรโต ปวตฺตานํ วิเสสโต ลหุกํ สุโต จิเรน สุโตติ อภิมาโน โหติ. โส ปน สทฺโท ยตฺถ อุปฺปนฺโน, ตํ นิสฺสิโตว อตฺตโน วิชฺชมานกฺขเณ โสตสฺส อาปาถมาคจฺฉติ. ทูเร ฐิโต ปน สทฺโท อญฺญตฺถ ปฏิโฆสุปฺปตฺติยา ภาชนาทิจลนสฺส จ อโยกนฺโต วิย อโยจลนสฺส ปจฺจโย โหตีติ ทฏฺฐพฺโพ. ยถา วา ฆณฺฏาภิฆาตานุชานิ ภูตานิ อนุรวสฺส นิสฺสยภูตานิ ฆฏฺฏนสภาวานิ, เอวํ ฆฏฺฏนานุชานิ ยาว โสตปฺปสาทา อุปฺปตฺติวเสน อาคตานิ ภูตานิ ฆฏฺฏนสภาวาเนวาติ ตํนิสฺสิโต สทฺโท นิสฺสยวเสน ธาตุปรมฺปราย ฆฏฺเฏตฺวา สณิกํ ววตฺถานํ คจฺฉตีติ วุตฺโต. อสุกทิสาย นามาติ น ปญฺญาเยยฺย. กสฺมา? โสตปฺปเทสสฺเสว สทฺทสฺส คหณโต.

วิสเม อชฺฌาสโย เอตสฺสาติ วิสมชฺฌาสโย, อชฺฌาสยรหิตมฺปิ จกฺขุ วิสมนินฺนตฺตา วิสมชฺฌาสยํ วิย โหตีติ ‘‘วิสมชฺฌาสย’’นฺติ วุตฺตํ. จกฺขุมโต วา ปุคฺคลสฺส อชฺฌาสยวเสน จกฺขุ ‘‘วิสมชฺฌาสย’’นฺติ วุตฺตํ.

กณฺณกูปฉิทฺเทเยว ปวตฺตนโต อารมฺมณคฺคหณเหตุโต จ ตตฺเถว ‘‘อชฺฌาสยํ กโรตี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺส โสตสฺส โสตวิญฺญาณนิสฺสยภาเวน สทฺทสวเน. อชฏากาโสปิ วฏฺฏตีติ เอตสฺส อฏฺฐกถาธิปฺปาเยน อตฺถํ วทนฺโต ‘‘อนฺโตเลณสฺมิ’’นฺติอาทิมาห. อตฺตโน อธิปฺปาเยน วทนฺโต ‘‘กึ เอตาย ธมฺมตายา’’ติอาทิมโวจ.

วาตูปนิสฺสโย คนฺโธ โคจโร เอตสฺสาติ วาตูปนิสฺสยคนฺธโคจรํ. เอตฺถ จ คนฺธคฺคหณสฺส วาโต อุปนิสฺสโย, ตพฺโพหาเรน ปน คนฺโธ ‘‘วาตูปนิสฺสโย’’ติ วุตฺโต. อถ วา วาโต เอว อุปนิสฺสโย วาตูปนิสฺสโย. กสฺสาติ? ฆานวิญฺญาณสฺส. โส สหการีปจฺจยนฺตรภูโต เอตสฺส อตฺถีติ วาตูปนิสฺสโย, คนฺโธ ปจฺจโย.

อาโป จ สหการีปจฺจยนฺตรภูโต เขฬาทิโก. ตถา ปถวี. คเหตพฺพสฺส หิ โผฏฺฐพฺพสฺส อุปฺปีฬิยมานสฺส อาธารภูตา ปถวี กายสฺส จ โผฏฺฐพฺเพน อุปฺปีฬิยมานสฺส นิสฺสยภูตานํ อาธารภูตา สพฺพทา โผฏฺฐพฺพคหณสฺส อุปนิสฺสโยติ. อุปฺปีฬเนน ปน วินา โผฏฺฐพฺพคหเณ กายายตนสฺส นิสฺสยภูตา ปถวี อุปนิสฺสโยติ ทฏฺฐพฺพา. สพฺพทาปิ จ ตสฺสา อุปนิสฺสยภาโว ยุตฺโต เอว.

ปญฺจวณฺณานนฺติ วจนํ ตทาธารานํ สุตฺตานํ นานตฺตทสฺสนตฺถํ. ปญฺจปฺปการา ปญฺจวณฺณา. เอกนฺตโตติ อิทํ สพฺพทา อุปฺปีฬเนน วินิพฺภุชฺชิตุํ อสกฺกุเณยฺยานํ กลาปนฺตรรูปานํ สพฺภาวา เตสํ นิวตฺตนตฺถํ วุตฺตํ. น หิ ตานิ เอกนฺเตน อวินิภุตฺตานิ กลาปนฺตรคตตฺตาติ.

๖๑๖. วณฺณนิภาติ รูปายตนเมว นิทฺทิฏฺฐนฺติ ตเทว อเปกฺขิตฺวา ‘‘สนิทสฺสน’’นฺติ นปุํสกนิทฺเทโส กโต. ตสฺมาติ นิปฺปริยายรูปานํ นีลาทีนํ ผุสิตฺวา อชานิตพฺพโต ทีฆาทีนญฺจ ผุสิตฺวา ชานิตพฺพโต น นิปฺปริยาเยน ทีฆํ รูปายตนํ. ตํ ตํ นิสฺสายาติ ทีฆาทิสนฺนิเวสํ ภูตสมุทายํ นิสฺสาย. ตถา ตถา ฐิตนฺติ ทีฆาทิสนฺนิเวเสน ฐิตํ วณฺณสมุทายภูตํ รูปายตนเมว ทีฆาทิโวหาเรน ภาสิตํ. อญฺญมญฺญปริจฺฉินฺนํ เอกสฺมึ อิตรสฺส อภาวา. วิสยโคจรานํ วิเสโส อนญฺญตฺถภาโว ตพฺพหุลจาริตา จ จกฺขุวิญฺญาณสฺส.

๖๒๐. เภริสทฺทาทีนญฺจ วาทิตสทฺทตฺตา ‘‘วุตฺตาวเสสาน’’นฺติ อาห. อมนุสฺสวจเนน น มนุสฺเสหิ อญฺเญ ปาณิโน เอว คหิตา, อถ โข กฏฺฐาทโยปีติ อธิปฺปาเยน ‘‘เสโส สพฺโพปี’’ติ อาห. เอวํ สนฺเตปิ วตฺถุวิเสสกิตฺตนวเสน ปาฬิยํ อนาคโต ตถา กิตฺเตตพฺโพ เย วา ปนาติ วุตฺโตติ อธิปฺปาโย.

๖๒๔. วิสฺสคนฺโธติ วิรูโป มํสาทิคนฺโธ. ลมฺพิลนฺติ มธุรมฺพิลํ.

๖๓๒. สญฺชานนฺติ เอเตนาติ สญฺชานนํ, อุปลกฺขณํ. สเกน สเกน กมฺมจิตฺตาทินา ปจฺจเยน สมุฏฺฐิตานิปิ อิตฺถิลิงฺคาทีนิ อินฺทฺริยสหิเต สรีเร อุปฺปชฺชมานานิ ตํตทาการานิ หุตฺวา อุปฺปชฺชนฺตีติ ‘‘อิตฺถินฺทฺริยํ ปฏิจฺจ สมุฏฺฐหนฺตี’’ติ วุตฺตานิ. อิตฺถิลิงฺคาทีสุ เอว จ อธิปติภาวา เอตสฺส อินฺทฺริยตา วุตฺตา, อินฺทฺริยสหิเต สนฺตาเน อิตฺถิลิงฺคาทิอาการรูปปจฺจยานํ อญฺญถา อนุปฺปาทนโต อิตฺถิคฺคหณสฺส จ เตสํ รูปานํ ปจฺจยภาวโต. ยสฺมา ปน ภาวทสเกปิ รูปานํ อิตฺถินฺทฺริยํ น ชนกํ, นาปิ อนุปาลกํ อุปตฺถมฺภกํ วา, น จ อญฺญกลาปรูปานํ, ตสฺมา ตํ ชีวิตินฺทฺริยํ วิย สกลาปรูปานํ อาหาโร วิย วา กลาปนฺตรรูปานญฺจ อินฺทฺริยอตฺถิอวิคตปจฺจโยติ น วุตฺตํ. เอส นโย ปุริสินฺทฺริเยปิ. ลิงฺคาทิอากาเรสุ รูเปสุ รูปายตนสฺส จกฺขุวิญฺเญยฺยตฺตา ลิงฺคาทีนํ จกฺขุวิญฺเญยฺยตา วุตฺตา.

๖๓๓. อุภยมฺปิ…เป… กุสเลน ปติฏฺฐาตีติ สุคตึ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ทุคฺคติยญฺหิ ปฏิสนฺธิ อกุสเลเนวาติ ตทา อุปฺปชฺชมาโน ภาโวปิ อกุสเลเนว ภเวยฺย, ปฏิสนฺธิยํ วิย ปวตฺเตปีติ. ตยิทํ ทฺวยํ ยสฺมา สนฺตาเน สห น ปวตฺตติ ‘‘ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชตีติ? โน’’ติอาทิวจนโต (ยม. ๓.อินฺทฺริยยมก.๑๘๘), ตสฺมา อุภโตพฺยญฺชนกสฺสปิ เอกเมวินฺทฺริยํ โหตีติ วุตฺตํ.

๖๓๕. เอกนฺตํ กายวิญฺญตฺติยํ กายโวหารสฺส ปวตฺติทสฺสนตฺถํ ‘‘กาเยน สํวโร สาธู’’ติ (ธ. ป. ๓๖๑; สํ. นิ. ๑.๑๑๖) สาธกสุตฺตํ อาหฏํ. ภาวสฺส คมนํ ปกาสนํ โจปนํ. ถมฺภนาติ วาโยธาตุอธิกานํ ภูตานํ ถมฺภนากาโร วิญฺญตฺตีติ อตฺโถ. อุทฺธงฺคมวาตาทโย วิย หิ โย วาตาธิโก กลาโป, ตตฺถ ภูตานํ วิญฺญตฺติอาการตา โหตีติ. เตเนว ‘‘กายํ ถมฺเภตฺวา ถทฺธํ กโรตีติ ถมฺภนา’’ติ วาโยธาตุกิจฺจวเสน วิญฺญตฺติ วุตฺตา. ตโต เอว จ ‘‘วาโยธาตุยา อากาโร กายวิญฺญตฺตี’’ติ จ วตฺตุํ วฏฺฏติ, ตถา ‘‘ปถวีธาตุยา วจีวิญฺญตฺตี’’ติ ปถวีธาตุอธิกภูตวิการโต.

๖๓๖. ปเภทคตา วาจา เอวาติ ติสฺส ผุสฺสาติ ปเภทคตา. อถ วา วจีสงฺขาเรหิ วิตกฺกวิจาเรหิ ปริคฺคหิตา สวนวิสยภาวํ อนุปนีตตาย อภินฺนา ตพฺภาวํ นียมานา วาจา ‘‘วจีเภโท’’ติ วุจฺจติ. อิริยาปถมฺปิ อุปตฺถมฺเภนฺตีติ ยถาปวตฺตํ อิริยาปถํ อุปตฺถมฺเภนฺติ. ยถา หิ อพฺโพกิณฺเณ ภวงฺเค วตฺตมาเน องฺคานิ โอสีทนฺติ ปวิฏฺฐานิ วิย โหนฺติ, น เอวํ ‘‘ทฺวตฺตึส ฉพฺพีสา’’ติ วุตฺเตสุ ชาครณจิตฺเตสุ วตฺตมาเนสุ. เตสุ ปน วตฺตมาเนสุ องฺคานิ อุปตฺถทฺธานิ ยถาปวตฺติริยาปถภาเวเนว ปวตฺตนฺตีติ. ขีณาสวานํ จุติจิตฺตนฺติ วิเสเสตฺวา วุตฺตํ, ‘‘กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา กามาวจรานํ ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ, รูปาวจเร อรูปาวจเร ปจฺฉิมภวิกานํ, เย จ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ, เตสํ จวนฺตานํ เตสํ วจีสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสติ, โน จ เตสํ กายสงฺขาโร นิรุชฺฌิสฺสตี’’ติ (ยม. ๒.สงฺขารยมก.๘๘) ปน วจนโต อญฺเญสมฺปิ จุติจิตฺตํ รูปํ น สมุฏฺฐาเปตีติ วิญฺญายติ. น หิ รูปสมุฏฺฐาปกจิตฺตสฺส คพฺภคมนาทิวินิพทฺธาภาเวน กายสงฺขาราสมุฏฺฐาปนํ อตฺถิ, น จ ยุตฺตํ ‘‘จุโต จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจสฺส ปวตฺตตี’’ติ, นาปิ ‘‘จุติจิตฺตํ รูปํ สมุฏฺฐาเปตี’’ติ ปาฬิ อตฺถีติ.

๖๓๗. น กสฺสตีติ น วิเลขิยติ. คตนฺติ วิญฺญาตํ. อสมฺผุฏฺฐํ จตูหิ มหาภูเตหีติ ยสฺมึ กลาเป ภูตานํ ปริจฺเฉโท, เตเหว อสมฺผุฏฺฐํ. วิชฺชมาเนปิ หิ กลาปนฺตรภูตานํ กลาปนฺตรภูตสมฺผุฏฺฐภาเว ตํตํภูตวิวิตฺตตา รูปปริยนฺโต อากาโสติ เยสํ โย ปริจฺเฉโท, เตหิ โส อสมฺผุฏฺโฐว, อญฺญถา ปริจฺฉินฺนภาโว น สิยา เตสํ ภูตานํ พฺยาปิตภาวาปตฺติโต. อพฺยาปิตา หิ อสมฺผุฏฺฐตาติ.

๖๓๘. ลหุตาทีนํ อญฺญมญฺญาวิชหเนน ทุพฺพิญฺเญยฺยนานตฺตตา วุตฺตาติ ตํตํวิการาธิกรูเปหิ ตํตํนานตฺตปฺปกาสนตฺถํ ‘‘เอวํ สนฺเตปี’’ติอาทิมาห. ยถาวุตฺตา จ ปจฺจยา ตํตํวิการสฺส วิเสสปจฺจยภาวโต วุตฺตา, อวิเสเสน ปน สพฺเพ สพฺเพสํ ปจฺจยาติ.

๖๔๑. อาทิโต จโย อาจโย, ปฐมุปฺปตฺติ. อุปริ จโย อุปจโย. ปพนฺโธ สนฺตติ. ตตฺถ อุทฺเทเส อวุตฺโตปิ อาจโย อุปจยสทฺเทเนว วิญฺญายตีติ ‘‘โย อายตนานํ อาจโย ปุนปฺปุนํ นิพฺพตฺตมานานํ, โสว รูปสฺส อุปจโย’’ติ อาห. ปาฬิยํ ปน อุป-สทฺโท ปฐมตฺโถ อุปริอตฺโถ จ โหตีติ ‘‘อาทิจโย อุปจโย, อุปริจโย สนฺตตี’’ติ อยมตฺโถ วิญฺญายตีติ. อญฺญถา หิ อาจยสงฺขาตสฺส ปฐมุปฺปาทสฺส อวุตฺตตา อาปชฺเชยฺย.

เอวนฺติ ‘‘โย อายตนานํ อาจโย’’ติอาทินิทฺเทเสน กึ กถิตํ โหติ? อายตเนน อาจโย กถิโต. อาจยูปจยสนฺตติโย หิ นิพฺพตฺติภาเวน อาจโย เอวาติ อายตเนหิ อาจยาทีนํ ปกาสิตตฺตา เตหิ อาจโย กถิโต. อายตนานํ อาจยาทิวจเนเนว อาจยสภาวานิ อุปฺปาทธมฺมานิ อายตนานีติ อาจเยน ตํปกติกานิ อายตนานิ กถิตานิ. ลกฺขณญฺหิ อุปฺปาโท, น รูปรูปนฺติ. เตเนวาธิปฺปาเยนาห ‘‘อายตนเมว กถิต’’นฺติ. อาจยญฺหิ ลกฺขณํ กถยนฺเตน ตํลกฺขณานิ อายตนาเนว กถิตานิ โหนฺตีติ. เอวมฺปิ กึ กถิตํ โหตีติ อายตนาจเยหิ อาจยายตเนหิ อาจยเมว อายตนเมว กเถนฺเตน อุทฺเทเส นิทฺเทเส จ อาจโยติ อิทเมว อวตฺวา อุปจยสนฺตติโย อุทฺทิสิตฺวา เตสํ วิภชนวเสน อายตเนน อาจยกถนาทินา กึ กถิตํ โหตีติ อธิปฺปาโย. อาจโยติ อุปจยมาห, อุปจโยติ จ สนฺตตึ. ตเทวุภยํ ยถากฺกมํ วิวรนฺโต ‘‘นิพฺพตฺติ วฑฺฒิ กถิตา’’ติ อาห. อุปจยสนฺตติโย หิ อตฺถโต เอกตฺตา อาจโยวาติ ตทุทฺเทสวิภชนวเสน อายตเนน อาจยกถนาทินา นิพฺพตฺติวฑฺฒิอาการนานตฺตํ อาจยสฺส กถิตนฺติ อตฺโถ. อิมเมวตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘อตฺถโต หี’’ติอาทิมาห. ยสฺมา จ อุภยมฺปิ เอตํ ชาติรูปสฺเสวาธิวจนํ, ตสฺมา ชาติรูปสฺส ลกฺขณาทิวิเสเสสุ อาจยาทีสุ ปวตฺติอาทีสุ จ อาจยาทิลกฺขณาทิโก อุปจโย, ปวตฺติอาทิลกฺขณาทิกา สนฺตตีติ เวทิตพฺพาติ อตฺโถ.

๖๔๓. ปกตินิทฺเทสาติ ผลวิปจฺจนปกติยา นิทฺเทสา, ชราย ปาปุณิตพฺพํ ผลเมว วา ปกติ. น จ ขณฺฑิจฺจาทีเนว ชราติ กลลกาลโต ปภุติ ปุริมรูปานํ ชราปตฺตกฺขเณ อุปฺปชฺชมานานิ ปจฺฉิมรูปานิ ปริปกฺกรูปานุรูปานิ ปริณตปริณตานิ อุปฺปชฺชนฺตีติ อนุกฺกเมน สุปริณตรูปปริปากกาเล อุปฺปชฺชมานานิ ขณฺฑิจฺจาทิสภาวานิ อุปฺปชฺชนฺติ. ตานิ อุทกาทิมคฺเคสุ ติณรุกฺขสํภคฺคตาทโย วิย ปริปากคตมคฺคสงฺขาเตสุ ปริปกฺกรูเปสุ อุปฺปนฺนานิ ชราย คตมคฺโคอิจฺเจว วุตฺตานิ, น ชราติ. อวิญฺญายมานนฺตรชรา อวีจิชรา. มรเณ อุปนยนรสา.

๖๔๔. ตํ ปตฺวาติ ตํ อตฺตโน เอว ขยวยสงฺขาตํ สภาวํ ปตฺวา รูปํ ขียติ เวติ ภิชฺชติ. โปเถตฺวา ปาติตสฺส ทุพฺพลตา ปราธีนตา สยนปรายณตา จ โหติ, ตถา ชราภิภูตสฺสาติ โปถกสทิสี ชรา.

๖๔๕. กตฺตพฺพโตติ กตฺตพฺพสภาวโต. วิสาณาทีนํ ตรจฺฉเขฬเตมิตานํ ปาสาณานํ วิย ถทฺธภาวาภาวโต อหิวิจฺฉิกานํ วิย สวิสตฺตาภาวโต จ สุขุมตา วุตฺตา. โอชาลกฺขโณติ เอตฺถ องฺคมงฺคานุสาริโน รสสฺส สาโร อุปตฺถมฺภพลกาโร ภูตนิสฺสิโต เอโก วิเสโส โอชาติ.

อุปาทาภาชนียกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

โนอุปาทาภาชนียกถาวณฺณนา

๖๔๖. น อุปาทิยเตวาติ น นิสฺสยติ เอว, กินฺตุ นิสฺสยติ จ นิสฺสียติ จาติ อตฺโถ.

๖๔๗. ปุริมา ปนาติ ปญฺจวิธสงฺคเห ปถวีธาตุอาโปธาตุเตโชธาตุวาโยธาตูนํ ปุริมุทฺเทสวเสน วุตฺตํ. โผฏฺฐพฺพายตนนิทฺเทเส วา วุตฺตานํ ปถวีธาตุอาทีนํ ปุริมา อุทฺเทเส วุตฺตา อาโปธาตูติ อธิปฺปาโย, วุตฺตสฺส วา โผฏฺฐพฺพายตนสฺส อตีตตาย ปจฺฉิมตา, อนาคตตาย จ อาโปธาตุยา ปุริมตา วุตฺตาติ ทฏฺฐพฺพา. อายูติ ชีวิตินฺทฺริยํ. กมฺมชเตชํ อุสฺมา. ยํ กิญฺจิ ธาตุํ…เป… เอกปฺปหาเรน นุปฺปชฺชตีติ เอกสฺมึ ขเณ อเนกาสุ ปถวีสุ อาปาถคตาสุ ตาสุ ตาสุ สห นุปฺปชฺชติ, ตถา เตชวายูสุ จาติ อตฺโถ. อเนเกสุ อารมฺมเณสุ สนฺนิปติเตสุ อาภุชิตวเสน อารมฺมณปสาทาธิมตฺตตาวเสน จ ปฐมํ กตฺถจิ อุปฺปตฺติ ทสฺสิตา, อญฺญตฺถ จ ปน อุปฺปตฺติ อตฺถิ เอว. สายํ อารมฺมณโต อารมฺมณนฺตรสงฺกนฺติ เยน อุปาเยน โหติ, ตสฺส วิชานนตฺถํ ปุจฺฉติ ‘‘กถํ ปน จิตฺตสฺส อารมฺมณโต สงฺกนฺติ โหตี’’ติ.

๖๕๑. อยปิณฺฑิอาทีสุ ปถวีธาตุ ตาทิสาย อาโปธาตุยา อนาพทฺธา สนฺตี วิสเรยฺย, ตสฺมา ‘‘ตานิ อาโปธาตุ อาพนฺธิตฺวา พทฺธานิ กโรตี’’ติ วุตฺตํ. ยถา หิ ยุตฺตปฺปมาณํ อุทกํ ปํสุจุณฺณานิ อาพนฺธิตฺวา มตฺติกาปิณฺฑํ กตฺวา ฐเปติ, เอวํ อโยปิณฺฑิอาทีสุปิ ตทนุรูปปจฺจเยหิ ตตฺเถว อุปฺปนฺนา อาโปธาตุ ตถา อาพนฺธิตฺวา ฐเปตีติ ทฏฺฐพฺพา.

อผุสิตฺวา ปติฏฺฐา โหตีติ อาโปธาตุยา อโผฏฺฐพฺพภาวโต วุตฺตํ, ตถา ‘‘อผุสิตฺวาว อาพนฺธตี’’ติ. น หิ ยถา โผฏฺฐพฺพธาตูนํ โผฏฺฐพฺพภาเวน อญฺญมญฺญนิสฺสยตา, เอวํ โผฏฺฐพฺพาโผฏฺฐพฺพธาตูนํ โหตีติ อธิปฺปาโย เวทิตพฺโพ. อวินิพฺโภควุตฺตีสุ หิ ภูเตสุ อญฺญมญฺญนิสฺสยตา อญฺญมญฺญปจฺจยภูเตสุ น สกฺกา นิวาเรตุํ, นาปิ สหชาเตสุ อวินิพฺโภคตาย เอกีภูเตสุ ผุสนาผุสนานิ วิจาเรตุํ ยุตฺตานีติ. น อุณฺหา หุตฺวา ฌายตีติ เตโชสภาวตํเยว ปฏิกฺขิปติ, น สีตตฺตํ อนุชานาติ, เตโชสภาวปฏิกฺเขเปเนว จ สีตตฺตญฺจ ปฏิกฺขิตฺตํ โหติ. เตโช เอว หิ สีตํ หิมปาตสมยาทีสุ สีตสฺส ปริปาจกตาทสฺสนโต, สีตุณฺหานญฺจ อญฺญมญฺญปฏิปกฺขภาวโต อุเณฺหน สห น สีตํ ภูตนฺตรํ ปวตฺตตีติ ยุชฺชติ. อุณฺหกลาเป ปน สีตสฺส อปฺปวตฺติ สีตกลาเป จ อุณฺหสฺส ทฺวินฺนํ อญฺญมญฺญปฏิปกฺขตฺตา เตโชวิเสสภาเว ยุชฺชตีติ. ภาวญฺญถตฺตนฺติ ขรานํ คุฬาทีนํ ทวตา มุทุตา รสาทีนญฺจ ทวานํ ขรตา ปจฺจยวิเสเสหิ โอมตฺตาธิมตฺตปถวีธาตุอาทิกานํ อุปฺปตฺติ. ลกฺขณญฺญถตฺตํ กกฺขฬาทิลกฺขณวิชหนํ, ตํ เอเตสํ น โหติ, โอมตฺตาธิมตฺตตาสงฺขาตํ ภาวญฺญถตฺตํเยว โหตีติ อตฺโถ.

๖๕๒. อนุปาทินฺนาทีนํเยวาติ เอกนฺตอนุปาทินฺนเอกนฺตนจิตฺตสมุฏฺฐานาทีนํ นิทฺเทเสสุ คหเณสุ คหิตาติ อตฺโถ. ยํ วา ปนญฺญมฺปีติ ปน วจเนน ปุริมานมฺปิ นกมฺมสฺสกตตฺตาภาวาทิกํ ทีเปติ. ตา หิ อนุปาทินฺนาทินกมฺมสฺสกตตฺตาทิวจนานํ สมานตฺถตฺตา เอเกน อวตฺตพฺพตฺเต อิตเรนปิ อวตฺตพฺพา สิยุํ, วตฺตพฺพตฺเต วา วตฺตพฺพา. ตสฺมา เอกนฺตากมฺมชาทีเสฺวว คเหตพฺพตฺตา ตา อเนกนฺเตสุ น คหิตาติ ทฏฺฐพฺพา.

๖๖๖. เอกนฺต …เป… ปญฺญายติ เตสํ วิการตฺตา, อนิปฺผนฺนตฺตา ปน ตสฺส อุปฺปาโท น เกนจิ สกฺกา วตฺตุนฺติ อธิปฺปาโย.

ทุกนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จตุกฺกนิทฺเทสวณฺณนา

๙๖๖. ปจฺฉิมปทสฺสาติ วิญฺญาตปทสฺส. สพฺพเมว หิ รูปํ วิญฺญาตนฺติ ตสฺส อภินฺทิตพฺพตฺตา วิญฺญาตโต อญฺญํ ทิฏฺฐํ สุตํ มุตญฺจ น โหตีติ ปุจฺฉํ อกตฺวาว วิสฺสชฺชิตํ. น หิ สกฺกา วิญฺญาตโต อญฺญํ ‘‘กตมํ รูปํ ทิฏฺฐ’’นฺติ ปุจฺฉิตุนฺติ อธิปฺปาโย. ยถา หิ ทฺวีสุ อุทฺทิฏฺเฐสุ โนปาทโต อญฺญตฺตํ สนฺธาย ‘‘กตมํ ตํ รูปํ อุปาทา’’ติ ปุจฺฉิตํ, เอวํ ทิฏฺฐาทีสุ จตูสุ อุทฺทิฏฺเฐสุ สุตาทีหิ ตีหิปิ อญฺญตฺตํ สนฺธาย ‘‘กตมํ ตํ รูปํ ทิฏฺฐ’’นฺติ ปุจฺฉิตพฺพํ สิยา, ตทภาโว น ปุจฺฉิตํ, เอวํ สุตาทีสุปีติ. ทสฺสนาทิคฺคหณวิเสสโต ปน ทิฏฺฐาทีหิ อญฺญสฺส วิญฺญาตสฺส สพฺภาวโต จ จตุกฺโก วุตฺโต.

ปญฺจกนิทฺเทสวณฺณนา

๙๖๙. เตโชภาวํ คตนฺติ สภาเวเนว เตโชภาวํ ปตฺตนฺติ อตฺโถ. วุตฺตสฺสปิ อญฺเญน ปกาเรน สงฺคหารหสฺส สงฺคณฺหนํ นยกรณํ อิธ ทฏฺฐพฺพํ, ตยิทํ ‘‘วิญฺญาต’’นฺติ จตุกฺกปเทปิ โยเชตพฺพํ. โผฏฺฐพฺพสฺส เภทสพฺภาโว อฏฺฐเก นโย.

ปกิณฺณกกถาวณฺณนา

๙๗๕. นตฺถิ นีวรณาติ วจเนน มิทฺธสฺสปิ นีวรณสฺส ปหานํ วุตฺตํ, น จ รูปํ ปหาตพฺพํ, น จ รูปกายเคลญฺญํ มุนิโน นตฺถีติ สกฺกา วตฺตุํ ‘‘ปิฏฺฐิ เม อาคิลายติ, ตมหํ อายมิสฺสามี’’ติ (ม. นิ. ๒.๒๒) วจนโต. สวิญฺญาณกสทฺโทติ วิญฺญาเณน ปวตฺติโต วจีโฆสาทิสทฺโท. น หิ เอตานิ ชายนฺตีติ ปริปจฺจมานสฺส รูปสฺส ปริปจฺจนํ ชรา, ขียมานสฺส ขโย อนิจฺจตาติ รูปภาวมตฺตานิ เอตานิ, น สยํ สภาววนฺตานีติ สนฺธาย วุตฺตํ. ตถา ชายมานสฺส ชนนํ ชาติ, สา จ รูปภาโวว, น สยํ สภาววตีติ ‘‘น ปน ปรมตฺถโต ชาติ ชายตี’’ติ วุตฺตํ.

เตสํ ปจฺจโย เอติสฺสาติ ตปฺปจฺจยา, ตปฺปจฺจยาย ภาโว ตปฺปจฺจยภาโว, ตปฺปจฺจยภาเวน ปวตฺโต โวหาโร ตปฺปจฺจยภาวโวหาโร, ตํ ลภติ. อภินิพฺพตฺติตธมฺมกฺขณสฺมินฺติ อภินิพฺพตฺติยมานธมฺมกฺขณสฺมินฺติ อธิปฺปาโย. น หิ ตทา เต ธมฺมา น ชายนฺตีติ ชายมานภาโวว ชาตีติ ยุตฺตา ตสฺสา กมฺมาทิสมุฏฺฐานตา ตํนิพฺพตฺตตา จ, น ปน ตทา เต ธมฺมา ชียนฺติ ขียนฺติ จ, ตสฺมา น เตสํ เต ชีรณภิชฺชนภาวา จิตฺตาทิสมุฏฺฐานา ตํนิพฺพตฺตา จาติ วจนํ อรหนฺติ. เอวมปิ อุปาทินฺน-สทฺโท อุเปเตน กมฺมุนา อาทินฺนตํ วทติ, น นิพฺพตฺตินฺติ อุปาทินฺนปากเภทานํ อุปาทินฺนตา เตสํ วตฺตพฺพาติ เจ? น, อาทินฺน-สทฺทสฺส นิพฺพตฺติวาจกตฺตา. อุเปเตน นิพฺพตฺตญฺหิ อุปาทินฺนนฺติ ปจฺจยานุภาวกฺขณญฺจ นิพฺพตฺติญฺจ คเหตฺวาว ปวตฺโต อยํ โวหาโร ตทา อภาวา ชรามรเณ น ปวตฺตตีติ. ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนานํ ธมฺมานํ ชรามรณตฺตา เตสํ อุปฺปาเท สติ ชรามรณํ โหติ, อสติ น โหติ. น หิ อชาตํ ปริปจฺจติ ภิชฺชติ วา, ตสฺมา ชาติปจฺจยตํ สนฺธาย ‘‘ชรามรณํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺน’’นฺติ วุตฺตํ.

นิสฺสยปฏิพทฺธวุตฺติโตติ ชายมานปริปจฺจมานภิชฺชมานานํ ชายมานาทิภาวมตฺตตฺตา ชายมานาทินิสฺสยปฏิพทฺธวุตฺติกา ชาติอาทโยติ วุตฺตํ โหติ. ยทิ เอวํ อุปาทายรูปานญฺจ จกฺขายตนาทีนํ อุปฺปาทาทิสภาวภูตา ชาติอาทโย ตํนิสฺสิตา โหนฺตีติ ภูตนิสฺสิตานํ เตสํ ลกฺขณานํ อุปาทายภาโว วิย อุปาทายรูปนิสฺสิตานํ อุปาทายุปาทายภาโว อาปชฺชตีติ เจ? น, ภูตปฏิพทฺธอุปาทายรูปลกฺขณานญฺจ ภูตปฏิพทฺธภาวสฺส อวินิวตฺตนโต. อปิจ เอกกลาปปริยาปนฺนานํ รูปานํ สเหว อุปฺปาทาทิปฺปวตฺติโต เอกสฺส กลาปสฺส อุปฺปาทาทโย เอเกกาว โหนฺตีติ ยถา เอเกกสฺส กลาปสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ กลาปานุปาลกํ ‘‘อุปาทายรูป’’นฺติ วุจฺจติ, เอวํ กลาปุปฺปาทาทิสภาวา ชาติอาทโย ‘‘อุปาทายรูปานิ’’จฺเจว วุจฺจนฺติ. เอวํ วิการปริจฺเฉทรูปานิ จ โยเชตพฺพานิ.

กมฺมสมุฏฺฐานสมฺพนฺธํ อุตุสมุฏฺฐานํ กมฺมวิเสเสน สุวณฺณทุพฺพณฺณสุสณฺฐิตทุสฺสณฺฐิตาทิวิเสสํ โหตีติ ‘‘กมฺมปจฺจย’’นฺติ วุตฺตํ. กมฺมวิปากานุภวนสฺส การณภูตํ พาหิรอุตุสมุฏฺฐานํ กมฺมปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานํ. กมฺมสหาโย ปจฺจโย, กมฺมสฺส วา สหายภูโต ปจฺจโย กมฺมปจฺจโย, โสว อุตุ กมฺมปจฺจยอุตุ, โส สมุฏฺฐานํ เอตสฺสาติ กมฺมปจฺจยอุตุสมุฏฺฐานนฺติ วจนตฺโถ. สีเต อุเณฺห วา กิสฺมิญฺจิ อุตุมฺหิ สมาคเต ตโต สุทฺธฏฺฐกํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส โส อุตุ สมุฏฺฐานํ. ทุติยสฺส สุทฺธฏฺฐกสฺส อุตุสมุฏฺฐานิกปฏิพนฺธกสฺส โส เอว ปุริโม อุตุ ปจฺจโย. ตติยํ ปน สุทฺธฏฺฐกํ ปุริมอุตุสหาเยน อุตุนา นิพฺพตฺตตฺตา ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว ‘‘อุตุปจฺจยอุตุสมุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. เอวมยํ ปุริโม อุตุ ติสฺโส สนฺตติโย ฆฏฺเฏติ, ตโต ปรํ อญฺญอุตุสมาคเม อญฺญสนฺตติตฺตยํ, ตโต จ อญฺเญน อญฺญนฺติ เอวํ ปวตฺติ ทฏฺฐพฺพา. ตเทตํ สีตุณฺหานํ อปฺปพหุภาเว ตํสมฺผสฺสสฺส อจิรปฺปวตฺติยา จิรปฺปวตฺติยา จ เวทิตพฺพํ, อนุปาทินฺเนน ทีปนา น สนฺตติตฺตยวเสน, อถ โข เมฆสมุฏฺฐาปกมูลอุตุวเสน ปการนฺตเรน ทฏฺฐพฺพา, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อุตุสมุฏฺฐาโน นาม วลาหโก’’ติอาทิมาห. รูปรูปานํ วิการาทิมตฺตภาวโต อปรินิปฺผนฺนตา วุตฺตา. เตสญฺหิ รูปวิการาทิภาวโต รูปตาติ อธิปฺปาโย. รูปวิการาทิภาวโต เอว ปน รูเป สติ สนฺติ, อสติ น สนฺตีติ อสงฺขตภาวนิวารณตฺถํ ปรินิปฺผนฺนตา วุตฺตาติ.

รูปกณฺฑวณฺณนา นิฏฺฐิตา.