๘-๙. อคฺคิกฺขนฺโธปมสุตฺตาทิวณฺณนา
๗๒-๗๓. อฏฺฐเม ปสฺสถ นูติ อปิ ปสฺสถ. มหนฺตนฺติ วิปุลํ. อคฺคิกฺขนฺธนฺติ อคฺคิสมูหํ. อาทิตฺตนฺติ ปทิตฺตํ. สมฺปชฺชลิตนฺติ สมนฺตโต ปชฺชลิตํ อจฺจิวิปฺผุลิงฺคานิ มุญฺจนฺตํ. สโชติภูตนฺติ สมนฺตโต อุฏฺฐิตาหิ ชาลาหิ เอกปฺปภาสมุทยภูตํ. ตํ กึ มญฺญถาติ ตํ อิทานิ มยา วุจฺจมานตฺถํ กึ มญฺญถาติ อนุมติคฺคหณตฺถํ ปุจฺฉติ. ยเทตฺถ สตฺถา อคฺคิกฺขนฺธาลิงฺคนํ กญฺญาลิงฺคนญฺจ อาเนสิ, ตมตฺถํ วิภาเวตุํ ‘‘อาโรจยามี’’ติอาทิมาห.
ทุสฺสีลสฺสาติ นิสฺสีลสฺส สีลวิรหิตสฺส. ปาปธมฺมสฺสาติ ทุสฺสีลตฺตา เอว หีนชฺฌาสยตาย ลามกสภาวสฺส. อสุจิสงฺกสฺสรสมาจารสฺสาติ อปริสุทฺธตาย อสุจิ หุตฺวา สงฺกาย สริตพฺพสมาจารสฺส. ทุสฺสีโล หิ กิญฺจิเทว อสารุปฺปํ ทิสฺวา ‘‘อิทํ อสุเกน กตํ ภวิสฺสตี’’ติ ปเรสํ อาสงฺกา โหติ. เกนจิเทว กรณีเยน มนฺตยนฺเต ภิกฺขู ทิสฺวา ‘‘กจฺจิ นุ โข อิเม มยา กตกมฺมํ ชานิตฺวา มนฺเตนฺตี’’ติ อตฺตโนเยว สงฺกาย สริตพฺพสมาจาโร. ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺตสฺสาติ ลชฺชิตพฺพตาย ปฏิจฺฉาเทตพฺพกมฺมนฺตสฺส. อสฺสมณสฺสาติ น สมณสฺส. สลากคฺคหณาทีสุ ‘‘อหมฺปิ สมโณ’’ติ มิจฺฉาปฏิญฺญาย สมณปฏิญฺญสฺส. อเสฏฺฐจาริตาย อพฺรหฺมจาริสฺส. อุโปสถาทีสุ ‘‘อหมฺปิ พฺรหฺมจารี’’ติ มิจฺฉาปฏิญฺญาย พฺรหฺมจาริปฏิญฺญสฺส. ปูตินา กมฺเมน สีลวิปตฺติยา อนฺโต อนุปวิฏฺฐตฺตา อนฺโตปูติกสฺส. ฉทฺวาเรหิ ราคาทิกิเลสานุสฺสวเนน ตินฺตตฺตา อวสฺสุตสฺส. สญฺชาตราคาทิกจวรตฺตา สีลวนฺเตหิ ฉฑฺเฑตพฺพตฺตา จ กสมฺพุชาตสฺส.
วาลรชฺชุยาติ วาเลหิ กตรชฺชุยา. สา หิ ขรตรา โหติ. ฆํเสยฺยาติ มถนวเสน ฆํเสยฺย. เตลโธตายาติ เตเลน นิสิตาย. ปจฺโจรสฺมินฺติ ปติอุรสฺมึ, อภิมุเข อุรมชฺเฌติ อธิปฺปาโย. อโยสงฺกุนาติ สณฺฑาเสน. เผณุทฺเทหกนฺติ เผณํ อุทฺเทเหตฺวา อุทฺเทเหตฺวา, อเนกวารํ เผณํ อุฏฺฐาเปตฺวาติ อตฺโถ. เอวเมตฺถ สงฺเขปโต ปาฬิวณฺณนา เวทิตพฺพา. นวมํ อุตฺตานเมว.
อคฺคิกฺขนฺโธปมสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.