๔. ธมฺมญฺญูสุตฺตวณฺณนา
๖๘. จตุตฺเถ สุตฺตเคยฺยาทิธมฺมํ ชานาตีติ ธมฺมญฺญู. ตสฺส ตสฺเสว สุตฺตเคยฺยาทินา ภาสิตสฺส ตทญฺญสฺส สุตฺตปทตฺถสฺส โพธกสฺส สทฺทสฺส อตฺถกุสลตาวเสน อตฺถํ ชานาตีติ อตฺถญฺญู. ‘‘เอตฺตโกมฺหิ สีเลน สมาธินา ปญฺญายา’’ติ เอวํ ยถา อตฺตโน ปมาณชานนวเสน อตฺตานํ ชานาตีติ อตฺตญฺญู. ปฏิคฺคหณปริโภคปริเยสนวิสฺสชฺชเนสุ มตฺตํ ชานาตีติ มตฺตญฺญู. นิทฺเทเส ปน ปฏิคฺคหณมตฺตญฺญุตาย เอว ปริโภคาทิมตฺตญฺญุตา ปโพธิตา โหตีติ ปฏิคฺคหณมตฺตญฺญุตาว ทสฺสิตา. ‘‘อยํ กาโล อุทฺเทสสฺส, อยํ กาโล ปริปุจฺฉาย, อยํ กาโล โยคสฺส อธิคมายา’’ติ เอวํ กาลํ ชานาตีติ กาลญฺญู. ตตฺถ ปญฺจ วสฺสานิ อุทฺเทสสฺส กาโล, ทส ปริปุจฺฉาย, อิทํ อติสมฺพาธํ, อติกฺขปญฺญสฺส ตาวตา กาเลน ตีเรตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา ทส วสฺสานิ อุทฺเทสสฺส กาโล, วีสติ ปริปุจฺฉาย, ตโต ปรํ โยเค กมฺมํ กาตพฺพํ. ขตฺติยปริสาทิกํ อฏฺฐวิธํ ปริสํ ชานาตีติ ปริสญฺญู. ภิกฺขุปริสาทิกํ จตุพฺพิธํ, ขตฺติยปริสาทิกํ มนุสฺสปริสํเยว ปุน จตุพฺพิธํ คเหตฺวา อฏฺฐวิธํ วทนฺติ อปเร. นิทฺเทเส ปนสฺส ขตฺติยปริสาทิจตุพฺพิธปริสคฺคหณํ นิทสฺสนมตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. ‘‘อิมํ เม เสวนฺตสฺส อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ, กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ, ตสฺมา อยํ ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ, วิปริยายโต อญฺโญ อเสวิตพฺโพ’’ติ เสวิตพฺพาเสวิตพฺพปุคฺคลํ ชานาตีติ ปุคฺคลปโรปรญฺญู. เอวญฺหิ เตสํ ปุคฺคลานํ ปโรปรํ อุกฺกฏฺฐนิหีนตํ ชานาติ นาม. นิทฺเทเสปิสฺส เสวิตพฺพาเสวิตพฺพปุคฺคเล วิภาวนเมว สมณกถากตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ.
ธมฺมญฺญูสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.