๑-๒. หิริโอตฺตปฺปสุตฺตาทิวณฺณนา

๖๕-๖๖. สตฺตมสฺส ปฐมํ อุตฺตานเมว. ทุติเย ตโย สํวฏฺฏาติ อาโปสํวฏฺโฏ, เตโชสํวฏฺโฏ, วาโยสํวฏฺโฏติ ตโย สํวฏฺฏา. ติสฺโส สํวฏฺฏสีมาติ อาภสฺสรา, สุภกิณฺหา, เวหปฺผลาติ ติสฺโส สํวฏฺฏสีมา. ยทา หิ กปฺโป เตเชน สํวฏฺฏติ วินสฺสติ, ตทา อาภสฺสรโต เหฏฺฐา อคฺคินา ฑยฺหติ. ยทา อาเปน สํวฏฺฏติ, ตทา สุภกิณฺหโต เหฏฺฐา อุทเกน วิลียติ. ยทา วายุนา สํวฏฺฏติ, ตทา เวหปฺผลโต เหฏฺฐา วายุนา วิทฺธํสติ. วิตฺถารโต ปน สทาปิ เอกํ พุทฺธกฺเขตฺตํ วินสฺสติ. พุทฺธกฺเขตฺตํ นาม ติวิธํ โหติ ชาติกฺเขตฺตํ อาณากฺเขตฺตํ วิสยกฺเขตฺตนฺติ. ตตฺถ ชาติกฺเขตฺตํ นาม ทสสหสฺสจกฺกวาฬปริยนฺตํ โหติ, ยํ ตถาคตสฺส ปฏิสนฺธิคหณาทีสุ กมฺปติ. อาณากฺเขตฺตํ โกฏิสหสฺสจกฺกวาฬปริยนฺตํ, ยตฺถ รตนสุตฺตํ (ขุ. ปา. ๖.๑ อาทโย; สุ. นิ. ๒๒๔ อาทโย) ขนฺธปริตฺตํ (อ. นิ. ๔.๖๗; จูฬว. ๒๕๑) ธชคฺคปริตฺตํ (สํ. นิ. ๑.๒๔๙). อาฏานาฏิยปริตฺตํ (ที. นิ. ๓.๒๗๕ อาทโย), โมรปริตฺตนฺติ (ชา. ๑.๒.๑๗-๑๘) อิเมสํ ปริตฺตานํ อานุภาโว วตฺตติ. วิสยกฺเขตฺตํ อนนฺตมปริมาณํ, ยํ ‘‘ยาวตา วา ปน อากงฺเขยฺยา’’ติ วุตฺตํ. เอวเมเตสุ ตีสุ พุทฺธกฺเขตฺเตสุ เอกํ อาณากฺเขตฺตํ วินสฺสติ. ตสฺมึ ปน วินสฺสนฺเต ชาติกฺเขตฺตํ วินฏฺฐเมว โหติ. วินสฺสนฺตญฺจ เอกโตว วินสฺสติ, สณฺฐหนฺตมฺปิ เอกโตว สณฺฐหติ.

ตีณิ สํวฏฺฏมูลานีติ ราคโทสโมหสงฺขาตานิ ตีณิ สํวฏฺฏการณานิ. ราคาทีสุ หิ อกุสลมูเลสุ อุสฺสนฺเนสุ โลโก วินสฺสติ. ตถา หิ ราเค อุสฺสนฺนตเร อคฺคินา วินสฺสติ, โทเส อุสฺสนฺนตเร อุทเกน, โมเห อุสฺสนฺนตเร วาเตน. เกจิ ปน ‘‘โทเส อุสฺสนฺนตเร อคฺคินา, ราเค อุทเกนา’’ติ วทนฺติ.

ตีณิ โกลาหลานีติ กปฺปโกลาหลํ, พุทฺธโกลาหลํ, จกฺกวตฺติโกลาหลนฺติ ตีณิ โกลาหลานิ. ตตฺถ ‘‘วสฺสสตสหสฺสมตฺถเก กปฺปุฏฺฐานํ นาม ภวิสฺสตี’’ติอาทินา เทวตาหิ อุคฺโฆสิตสทฺโท กปฺปโกลาหลํ นาม โหติ. ‘‘อิโต วสฺสสตสหสฺสมตฺถเก โลโก วินสฺสิสฺสติ, เมตฺตํ, มาริสา, ภาเวถ กรุณํ มุทิตํ อุเปกฺข’’นฺติ มนุสฺสปเถ เทวตา โฆสนฺติโย จรนฺติ. ‘‘วสฺสสหสฺสมตฺถเก พุทฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ พุทฺธโกลาหลํ นาม โหติ. ‘‘อิโต วสฺสสหสฺสมตฺถเก พุทฺโธ อุปฺปชฺชิตฺวา ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโน สงฺฆรตเนน ปริวาริโต ธมฺมํ เทเสนฺโต วิจริสฺสตี’’ติ เทวตา อุคฺโฆสนฺติ. ‘‘วสฺสสตมตฺถเก ปน จกฺกวตฺตี อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ จกฺกวตฺติโกลาหลํ นาม โหติ. ‘‘อิโต วสฺสสตมตฺถเก สตฺตรตนสมฺปนฺโน จาตุทฺทีปิสฺสโร สหสฺสปริวาโร เวหาสงฺคโม จกฺกวตฺตี ราชา อุปฺปชฺชิสฺสตี’’ติ เทวตา อุคฺโฆสนฺติ.

อจิรฏฺเฐน น ธุวาติ อุทกพุพฺพุฬาทโย วิย น จิรฏฺฐายิตาย ธุวภาวรหิตา. อสฺสาสรหิตาติ สุปินเก ปีตปานียํ วิย อนุลิตฺตจนฺทนํ วิย จ อสฺสาสวิรหิตา.

อุปกปฺปนเมโฆติ กปฺปวินาสกเมฆํ สนฺธาย วทติ. ยสฺมิญฺหิ สมเย กปฺโป อคฺคินา นสฺสติ, อาทิโตว กปฺปวินาสกมหาเมโฆ อุฏฺฐหิตฺวา โกฏิสตสหสฺสจกฺกวาเฬ เอกมหาวสฺสํ วสฺสติ. มนุสฺสา ตุฏฺฐหฏฺฐา สพฺพพีชานิ นีหริตฺวา วปนฺติ. สสฺเสสุ ปน โคขายิตกมตฺเตสุ ชาเตสุ คทฺรภรวํ รวนฺโต เอกพินฺทุมฺปิ น วสฺสติ, ตทา ปจฺฉินฺนํ ปจฺฉินฺนเมว วสฺสํ โหติ. เตนาห ‘‘ตทา นิกฺขนฺตพีชํ..เป… เอกพินฺทุมฺปิ เทโว น วสฺสตี’’ติ. ‘‘วสฺสสตสหสฺส อจฺจเยน กปฺปวุฏฺฐานํ ภวิสฺสตี’’ติอาทินา เทวตาหิ วุตฺตวจนํ สุตฺวา เยภุยฺเยน มนุสฺสา จ ภุมฺมเทวตา จ สํเวคชาตา อญฺญมญฺญํ มุทุจิตฺตา หุตฺวา เมตฺตาทีนิ ปุญฺญานี กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺตนฺติ, อวีจิโต ปฏฺฐาย ตุจฺโฉ โหตีติ.

ปญฺจ พีชชาตานีติ มูลพีชํ ขนฺธพีชํ ผฬุพีชํ อคฺคพีชํ พีชพีชนฺติ ปญฺจ พีชานิ ชาตานิ. ตตฺถ มูลพีชนฺติ วจา, วจตฺตํ, หลิทฺทํ, สิงฺคิเวรนฺติ เอวมาทิ. ขนฺธพีชนฺติ อสฺสตฺโถ, นิโคฺรโธติ เอวมาทิ. ผฬุพีชนฺติ อุจฺฉุ, เวฬุ, นโฬติ เอวมาทิ. อคฺคพีชนฺติ อชฺชุกํ, ผณิชฺชกนฺติ เอวมาทิ. พีชพีชนฺติ วีหิอาทิ ปุพฺพณฺณญฺเจว มุคฺคมาสาทิอปรณฺณญฺจ. ปจฺจยนฺตรสมวาเย วิสทิสุปฺปตฺติยา วิเสสการณภาวโต รุหนสมตฺเถ สารผเล นิรุโฬฺห พีช-สทฺโท ตทตฺถสิทฺธิยา มูลาทีสุปิ เกสุจิ ปวตฺตตีติ มูลาทิโต นิวตฺตนตฺถํ เอเกน พีช-สทฺเทน วิเสเสตฺวา วุตฺตํ ‘‘พีชพีช’’นฺติ ‘‘รูปรูปํ (วิสุทฺธิ. ๒.๔๔๙) ทุกฺขทุกฺข’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๓๒๗) ยถา. ยถา ผลปากปริยนฺตา โอสธิรุกฺขา เวฬุกทลิอาทโย.

ยํ กทาจีติอาทีสุ ยนฺติ นิปาตมตฺตํ. กทาจีติ กิสฺมิญฺจิ กาเล. กรหจีติ ตสฺเสว เววจนํ. ทีฆสฺส อทฺธุโนติ ทีฆสฺส กาลสฺส. อจฺจเยนาติ อติกฺกเมน. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.

หิริโอตฺตปฺปสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.