๑. สารนฺททสุตฺตวณฺณนา

๒๑. ตติยสฺส ปฐเม เทวายตนภาเวน จิตฺตตฺตา โลกสฺส จิตฺตีการฏฺฐานตาย จ เจติยํ อโหสิ. ยาวกีวนฺติ (ที. นิ. ฏี. ๒.๑๓๔) เอกเมเวตํ ปทํ อนิยมโต ปริมาณวาจี. กาโล เจตฺถ อธิปฺเปโตติ อาห ‘‘ยตฺตกํ กาล’’นฺติ. อภิณฺหํ สนฺนิปาตาติ นิจฺจสนฺนิปาตา. ตํ ปน นิจฺจสนฺนิปาตตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทิวสสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. สนฺนิปาตพหุลาติ ปจุรสนฺนิปาตา. โวสานนฺติ สงฺโกจํ. ‘‘วุทฺธิเยวา’’ติอาทินา วุตฺตมตฺถํ พฺยติเรกมุเขน ทสฺเสตุํ ‘‘อภิณฺหํ อสนฺนิปตนฺตา หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อากุลาติ ขุภิตา น ปสนฺนา. ภิชฺชิตฺวาติ วคฺคพนฺธโต วิภชฺช วิสุํ วิสุํ หุตฺวา.

สนฺนิปาตเภริยาติ สนฺนิปาตาโรจนเภริยา. อทฺธภุตฺตา วาติ สามิภุตฺตา วา. โอสีทมาเนติ หายมาเน.

สุงฺกนฺติ ภณฺฑํ คเหตฺวา คจฺฉนฺเตหิ ปพฺพตขณฺฑนาทิติตฺถคามทฺวาราทีสุ ราชปุริสานํ ทาตพฺพภาคํ. พลินฺติ นิปฺผนฺนสสฺสาทิโต ฉภาคํ สตฺตภาคนฺติอาทินา ลทฺธพฺพกรํ. ทณฺฑนฺติ ทสวีสติกหาปณาทิกํ อปราธานุรูปํ คเหตพฺพธนทณฺฑํ. วชฺชิธมฺมนฺติ วชฺชิราชธมฺมํ. อิทานิ อปญฺญตฺตปญฺญาปนาทีสุ ตปฺปฏิกฺเขเป จ อาทีนวานิสํเส จ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ‘‘เตส’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ปาริจริยกฺขมาติ อุปฏฺฐานกฺขมา. โปราณํ วชฺชิธมฺมนฺติ เอตฺถ ปุพฺเพ กิร วชฺชิราชาโน ‘‘อยํ โจโร’’ติ อาเนตฺวา ทสฺสิเต ‘‘คณฺหถ นํ โจร’’นฺติ อวตฺวา วินิจฺฉยมหามตฺตานํ เทนฺติ. เต วินิจฺฉินิตฺวา สเจ อโจโร โหติ, วิสฺสชฺเชนฺติ. สเจ โจโร, อตฺตนา กิญฺจิ อกตฺวา โวหาริกานํ เทนฺติ, เตปิ วินิจฺฉินิตฺวา อโจโร เจ, วิสฺสชฺเชนฺติ. โจโร เจ, สุตฺตธรานํ เทนฺติ. เตปิ วินิจฺฉินิตฺวา อโจโร เจ, วิสฺสชฺเชนฺติ. โจโร เจ, อฏฺฏกุลิกานํ เทนฺติ, เตปิ ตเถว กตฺวา เสนาปติสฺส, เสนาปติ อุปราชสฺส, อุปราชา รญฺโญ. ราชา วินิจฺฉินิตฺวา สเจ อโจโร โหติ, วิสฺสชฺเชติ. สเจ ปน โจโร โหติ, ปเวณิปณฺณกํ วาจาเปติ. ตตฺถ ‘‘เยน อิทํ นาม กตํ, ตสฺส อยํ นามทณฺโฑ’’ติ ลิขิตํ. ราชา ตสฺส กิริยํ เตน สมาเนตฺวา ตทนุจฺฉวิกํ ทณฺฑํ กโรติ. อิติ เอตํ โปราณํ วชฺชิธมฺมํ สมาทาย วตฺตนฺตานํ มนุสฺสา น อุชฺฌายนฺติ. ปรมฺปราคเตสุ อฏฺฏกุเลสุ ชาตา อคติคมนวิรตา อฏฺฏมหลฺลกปุริสา อฏฺฏกุลิกา.

สกฺการนฺติ อุปการํ. ครุภาวํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวาติ ‘‘อิเม อมฺหากํ ครุโน’’ติ ตตฺถ ครุภาวํ ปฏิ ปฏิ อุปฏฺฐเปตฺวา. มาเนสฺสนฺตีติ สมฺมาเนสฺสนฺติ. ตํ ปน สมฺมานนํ เตสุ เนสํ อตฺตมนตาปุพฺพกนฺติ อาห ‘‘มเนน ปิยายิสฺสนฺตี’’ติ. นิปจฺจการํ ปณิปาตํ. ทสฺเสนฺตีติ ครุจิตฺตภารํ ทสฺเสนฺติ. สนฺธาเนตุนฺติ สมฺพนฺธํ อวิจฺฉินฺนํ กตฺวา ฆเฏตุํ.

ปสยฺหการสฺสาติ พลกฺการสฺส. กามํ วุทฺธิยา ปูชนียตาย ‘‘วุทฺธิหานิโย’’ติ วุตฺตํ, อตฺโถ ปน วุตฺตานุกฺกเมเนว โยเชตพฺโพ. ปาฬิยํ วา ยสฺมา ‘‘วุทฺธิเยว ปาฏิกงฺขา, โน ปริหานี’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ตทนุกฺกเมน ‘‘วุทฺธิหานิโย’’ติ วุตฺตํ.

วิปจฺจิตุํ อลทฺโธกาเส ปาปกมฺเม, ตสฺส กมฺมสฺส วิปาเก วา อนวสโรว เทวโสปสคฺโค. ตสฺมึ ปน ลทฺโธกาเส สิยา เทวโตปสคฺคสฺส อวสโรติ อาห ‘‘อนุปฺปนฺนํ…เป… วฑฺเฒนฺตี’’ติ. เอเตเนว อนุปฺปนฺนํ สุขนฺติ เอตฺถาปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. พลกายสฺส ทิคุณติคุณตาทสฺสนํ ปฏิภยภาวทสฺสนนฺติ เอวมาทินา เทวตานํ สงฺคามสีเส สหายตา เวทิตพฺพา.

อนิจฺฉิตนฺติ อนิฏฺฐํ. อาวรณโตติ นิเสธนโต. ธมฺมโต อนเปตา ธมฺมิยาติ อิธ ‘‘ธมฺมิกา’’ติ วุตฺตา. มิคสูกราทิฆาตาย สุนขาทีนํ กฑฺฒิตฺวา วนจรณํ วาโช, ตตฺถ นิยุตฺตา, เต วา วาเชนฺตีติ วาชิกา, มิควธจาริโน.

สารนฺททสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.