๑๐. นิทฺทสวตฺถุสุตฺตวณฺณนา

๒๐. ทสเม นิทฺทสวตฺถูนีติ อาทิสทฺทโลเปนายํ นิทฺเทโสติ อาห ‘‘นิทฺทสาทิวตฺถูนี’’ติ. นตฺถิ อิทานิ อิมสฺส ทสาติ นิทฺทโส. ปโญฺหติ ญาตุํ อิจฺฉิโต อตฺโถ. ปุน ทสวสฺโส น โหตีติ เตสํ มติมตฺตเมตนฺติ ทสฺเสตุํ ‘‘โส กิรา’’ติ กิรสทฺทคฺคหณํ. นิทฺทโสติ เจตํ วจนมตฺตํ. ตสฺส นิพฺพีสาทิภาวสฺส วิย นินฺนวาทิภาวสฺส จ อิจฺฉิตตฺตาติ ทสฺเสตุํ ‘‘น เกวลญฺจา’’ติอาทิ วุตฺตํ. คาเม วิจรนฺโตติ คาเม ปิณฺฑาย จรนฺโต. น อิทํ ติตฺถิยานํ อธิวจนํ เตสุ ตนฺนิมิตฺตสฺส อภาวา, สาสเนปิ เสขสฺสปิ น อิทํ อธิวจนํ, กิมงฺคํ ปน ปุถุชฺชนสฺส. ยสฺส ปเนตํ อธิวจนํ เยน จ การเณน, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ขีณาสวสฺเสต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. อปฺปฏิสนฺธิกภาโว หิสฺส ปจฺจกฺขโต การณํ. ปรมฺปราย อิตรานิ ยานิ ปาฬิยํ อาคตานึ.

สิกฺขาย สมฺมเทว อาทานํ สิกฺขาสมาทานํ. ตํ ปนสฺสา ปาริปูริยา เวทิตพฺพนฺติ อาห ‘‘สิกฺขาตฺตยปูรเณ’’ติ. สิกฺขาย วา สมฺมเทว อาทิโต ปฏฺฐาย รกฺขณํ สิกฺขาสมาทานํ. ตญฺจ อตฺถโต ปูรเณน ปริจฺฉินฺนํ อรกฺขเณ สพฺเพน สพฺพํ อภาวโต, รกฺขเณ จ ปริปูรณโต. พลวจฺฉนฺโทติ ทฬฺหจฺฉนฺโท. อายตินฺติ อนนฺตรานาคตทิวสาทิกาโล อธิปฺเปโต, น อนาคตภโวติ อาห ‘‘อนาคเต ปุนทิวสาทีสุปี’’ติ. สิกฺขํ ปริปูเรนฺตสฺส ตตฺถ นิพทฺธภตฺติตา อวิคตเปมตา. เตภูมกธมฺมานํ อนิจฺจาทิวเสน สมฺมเทว นิชฺฌานํ ธมฺมนิสามนาติ อาห ‘‘วิปสฺสนาเยตํ อธิวจน’’นฺติ. ตณฺหาวินเยติ ภงฺคานุปสฺสนาญาณานุภาวสิทฺเธ ตณฺหาวิกฺขมฺภเน. เอกีภาเวติ คณสงฺคณิกากิเลสสงฺคณิกาวิคมสิทฺเธ วิเวกวาเส. วีริยารมฺเภติ สมฺมปฺปธานสฺส ปคฺคณฺหเน. ตํ ปน สพฺพโส วีริยสฺส ปริพฺรูหนํ โหตีติ อาห ‘‘กายิกเจตสิกสฺส วีริยสฺส ปูรเณ’’ติ. สติยญฺเจว นิปกภาเว จาติ สโตการิตาย เจว สมฺปชานการิตาย จ. สติสมฺปชญฺญพเลเนว หิ วีริยารมฺโภ อิชฺฌติ. ทิฏฺฐิปฏิเวเธติ มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยา ปฏิวิชฺฌเน. เตนาห ‘‘มคฺคทสฺสเน’’ติ.

นิทฺทสวตฺถุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อนุสยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.