๖. หตฺถิสาริปุตฺตสุตฺตวณฺณนา
๖๐. ฉฏฺเฐ หตฺถึ สาเรตีติ หตฺถิสารี, ตสฺส ปุตฺโตติ หตฺถิสาริปุตฺโต. โส กิร สาวตฺถิยํ หตฺถิอาจริยสฺส ปุตฺโต ภควโต สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ตีณิ ปิฏกานิ อุคฺคเหตฺวา สุขุเมสุ ขนฺธธาตุอายตนาทีสุ อตฺถนฺตเรสุ กุสโล อโหสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เถรานํ ภิกฺขูนํ อภิธมฺมกถํ กเถนฺตานํ อนฺตรนฺตรา กถํ โอปาเตตี’’ติ. ตตฺถ อนฺตรนฺตรา กถํ โอปาเตตีติ เถเรหิ วุจฺจมานสฺส กถาปพนฺธสฺส อนฺตเร อนฺตเร อตฺตโน กถํ ปเวเสตีติ อตฺโถ. ปญฺจหิ สํสคฺเคหีติ สวนสํสคฺโค, ทสฺสนสํสคฺโค, สมุลฺลาปสํสคฺโค, สมฺโภคสํสคฺโค, กายสํสคฺโคติ อิเมหิ ปญฺจหิ สํสคฺเคหิ. กิฏฺฐขาทโกติ กิฏฺฐฏฺฐาเน อุปฺปนฺนสสฺสญฺหิ กิฏฺฐนฺติ วุตฺตํ การณูปจาเรน. สิปฺปิโย สุตฺติโย. สมฺพุกาติ สงฺขมาห.
คิหิภาเว วณฺณํ กเถสีติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๒๒) กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธสฺส กิร สาสเน เทฺว สหายกา อเหสุํ, อญฺญมญฺญํ สมคฺคา เอกโตว สชฺฌายนฺติ. เตสุ เอโก อนภิรโต คิหิภาเว จิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา อิตรสฺส อาโรเจสิ. โส คิหิภาเว อาทีนวํ, ปพฺพชฺชาย อานิสํสํ ทสฺเสตฺวา โอวทิ. โส ตํ สุตฺวา อภิรมิตฺวา ปุน เอกทิวสํ ตาทิเส จิตฺเต อุปฺปนฺเน ตํ เอตทโวจ – ‘‘มยฺหํ, อาวุโส, เอวรูปํ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ, อิมาหํ ปตฺตจีวรํ ตุยฺหํ ทสฺสามี’’ติ. โส ปตฺตจีวรโลเภน ตสฺส คิหิภาเว อานิสํสํ ทสฺเสตฺวา ปพฺพชฺชาย อาทีนวํ กเถสิ. ตสฺส ตํ สุตฺวาว คิหิภาวโต จิตฺตํ นิวตฺเตตฺวา ปพฺพชฺชายเมว อภิรมิ. เอวเมส ตทา สีลวนฺตสฺส ภิกฺขุโน คิหิภาเว อานิสํสกถาย กถิตตฺตา อิทานิ ฉ วาเร วิพฺภมิตฺวา สตฺตมวาเร ปพฺพชิตฺวา มหาโมคฺคลฺลานสฺส มหาโกฏฺฐิกตฺเถรสฺส จ อภิธมฺมกถํ กเถนฺตานํ อนฺตรนฺตรา กถํ โอปาเตสิ. อถ นํ มหาโกฏฺฐิกตฺเถโร อปสาเทสิ. โส มหาสาวกสฺส กถิเต ปติฏฺฐาตุํ อสกฺโกนฺโต วิพฺภมิตฺวา คิหิ ชาโต. โปฏฺฐปาทสฺส ปนายํ คิหิสหายโก อโหสิ, ตสฺมา วิพฺภมิตฺวา ทฺวีหตีหจฺจเยน โปฏฺฐปาทสฺส สนฺติกํ คโต. อถ นํ โส ทิสฺวา – ‘‘สมฺม, กึ ตยา กตํ, เอวรูปสฺส นาม สตฺถุ สาสนา อปสกฺกนฺโตสิ, เอหิ ปพฺพชิตุํ ทานิ เต วฏฺฏตี’’ติ ตํ คเหตฺวา ภควโต สนฺติกํ อคมาสิ. ตสฺมึ ฐาเน ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ ‘‘สตฺตเม วาเร ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณี’’ติ.
หตฺถิสาริปุตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.