๔. อาสวสุตฺตวณฺณนา

๕๘. จตุตฺเถ สํวเรนาติ สํวเรน เหตุภูเตน วา. อิธาติ อยํ อิธ-สทฺโท สพฺพาการโต อินฺทิยสํวรสํวุตสฺส ปุคฺคลสฺส สนฺนิสฺสยภูตสาสนปริทีปโน, อญฺญสฺส ตถาภาวปฺปฏิเสธโน วาติ วุตฺตํ ‘‘อิธาติ อิธสฺมึ สาสเน’’ติ. ปฏิสงฺขาติ ปฏิสงฺขาย. สงฺขา-สทฺโท ญาณโกฏฺฐาสปญฺญตฺติคณนาทีสุ ทิสฺสติ ‘‘สงฺขาเยกํ ปฏิเสวตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๖๘) หิ ญาเณ ทิสฺสติ. ‘‘ปปญฺจสญฺญาสงฺขา สมุทาจรนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๐๒, ๒๐๔) โกฏฺฐาเส. ‘‘เตสํ เตสํ ธมฺมานํ สงฺขา สมญฺญา’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๓๑๓-๑๓๑๕) ปญฺญตฺติยํ. ‘‘น สุกรํ สงฺขาตุ’’นฺติอาทีสุ (สํ. นิ. ๒.๑๒๘) คณนาย. อิธ ปน ญาเณ ทฏฺฐพฺโพ. เตเนวาห ‘‘ปฏิสญฺชานิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวาติ อตฺโถ’’ติ. อาทีนวปจฺจเวกฺขณา อาทีนวปฏิสงฺขาติ โยชนา. สมฺปลิมฏฺฐนฺติ ฆํสิตํ. อนุพฺยญฺชนโสติ หตฺถปาทสิตอาโลกิตวิโลกิตาทิปฺปการภาคโส. ตญฺหิ อโยนิโสมนสิกโรโต กิเลสานํ อนุพฺยญฺชนโต ‘‘อนุพฺยญฺชน’’นฺติ วุจฺจติ. นิมิตฺตคฺคาโหติ อิตฺถิปุริสนิมิตฺตสฺส สุภนิมิตฺตาทิกสฺส วา กิเลสวตฺถุภูตสฺส นิมิตฺตสฺส คาโห. อาทิตฺตปริยาเยนาติ อาทิตฺตปริยาเย (สํ. นิ. ๔.๒๘; มหาว. ๕๔) อาคตนเยน เวทิตพฺโพ.

ยถา อิตฺถิยา อินฺทฺริยํ อิตฺถินฺทฺริยํ, น เอวมิทํ, อิทํ ปน จกฺขุเมว อินฺทฺริยนฺติ จกฺขุนฺทฺริยํ. เตนาห ‘‘จกฺขุเมว อินฺทฺริย’’นฺติ. ยถา อาวาเฏ นิยตฏฺฐิติโก กจฺฉโป ‘‘อาวาฏกจฺฉโป’’ติ วุจฺจติ, เอวํ ตปฺปฏิพทฺธวุตฺติตาย ตํ ฐาโน สํวโร จกฺขุนฺทฺริยสํวโร. เตนาห ‘‘จกฺขุนฺทฺริเย สํวโร จกฺขุนฺทฺริยสํวโร’’ติ. นนุ จ จกฺขุนฺทฺริเย สํวโร วา อสํวโร วา นตฺถิ. น หิ จกฺขุปสาทํ นิสฺสาย สติ วา มุฏฺฐสฺสจฺจํ วา อุปฺปชฺชติ. อปิจ ยทา รูปารมฺมณํ จกฺขุสฺส อาปาถํ อาคจฺฉติ, ตทา ภวงฺเค ทฺวิกฺขตฺตุํ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺเธ กิริยมโนธาตุ อาวชฺชนกิจฺจํ สาธยมานา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌติ. ตโต จกฺขุวิญฺญาณํ ทสฺสนกิจฺจํ, ตโต วิปากมโนธาตุ สมฺปฏิจฺฉนกิจฺจํ, ตโต วิปากมโนวิญฺญาณธาตุ สนฺตีรณกิจฺจํ, ตโต กิริยาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุ โวฏฺฐพฺพนกิจฺจํ สาธยมานา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌติ, ตทนนฺตรํ ชวนํ ชวติ. ตตฺถาปิ เนว ภวงฺคสมเย, น อาวชฺชนาทีนํ อญฺญตรสมเย จ สํวโร วา อสํวโร วา อตฺถิ. ชวนกฺขเณ ปน สเจ ทุสฺสีลฺยํ วา มุฏฺฐสฺสจฺจํ วา อญฺญาณํ วา อกฺขนฺติ วา โกสชฺชํ วา อุปฺปชฺชติ, อสํวโร โหติ. ตสฺมึ ปน สีลาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ สํวโร โหติ, ตสฺมา ‘‘จกฺขุนฺทฺริเย สํวโร’’ติ กสฺมา วุตฺตนฺติ อาห ‘‘ชวเน อุปฺปชฺชมาโนปิ เหส…เป… จกฺขุนฺทฺริยสํวโรติ วุจฺจตี’’ติ.

อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา นคเร จตูสุ ทฺวาเรสุ อสํวุเตสุ กิญฺจาปิ อนฺโตฆรทฺวารโกฏฺฐกคพฺภาทโย สุสํวุตา, ตถาปิ อนฺโตนคเร สพฺพํ ภณฺฑํ อรกฺขิตํ อโคปิตเมว โหติ. นครทฺวาเรน หิ ปวิสิตฺวา โจรา ยทิจฺฉกํ กเรยฺยุํ, เอวเมวํ ชวเน ทุสฺสีลฺยาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ตสฺมึ อสํวเร สติ ทฺวารมฺปิ อคุตฺตํ โหติ ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิ วีถิจิตฺตานิปิ. ยถา ปน นครทฺวาเรสุ สํวุเตสุ กิญฺจาปิ อนฺโตฆราทโย อสํวุตา, ตถาปิ อนฺโตนคเร สพฺพํ ภณฺฑํ สุรกฺขิตํ สุโคปิตเมว โหติ. นครทฺวาเรสุ หิ ปิหิเตสุ โจรานํ ปเวโส นตฺถิ, เอวเมวํ ชวเน สีลาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ทฺวารมฺปิ สุคุตฺตํ โหติ ภวงฺคมฺปิ อาวชฺชนาทีนิ วีถิจิตฺตานิปิ, ตสฺมา ชวนกฺขเณ อุปฺปชฺชมาโนปิ จกฺขุนฺทฺริยสํวโรติ วุตฺโตติ.

สํวเรน สมนฺนาคโต ปุคฺคโล สํวุโตติ อาห ‘‘อุเปโต’’ติ. อยเมเวตฺถ อตฺโถ สุนฺทรตโรติ อุปริ ปาฬิยํ สนฺทิสฺสนโต วุตฺตํ. เตนาห ‘‘ตถา หี’’ติอาทิ.

ยนฺติ อาเทโสติ อิมินา ลิงฺควิปลฺลาเสน สทฺธึ วจนวิปลฺลาโส กโตติ ทสฺเสติ, นิปาตปทํ วา เอตํ ปุถุวจนตฺถํ. วิฆาตกราติ จิตฺตวิฆาตกรา, กายจิตฺตทุกฺขนิพฺพตฺตกา วา. ยถาวุตฺตกิเลสเหตุกา ทาหานุพนฺธา วิปากา เอว วิปากปริฬาหา. ยถา ปเนตฺถ อาสวา อญฺเญ จ วิฆาตกรา กิเลสปริฬาหา สมฺภวนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘จกฺขุทฺวารสฺมิญฺหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว. เอตฺถ จ สํวรณูปาโย, สํวริตพฺพํ, สํวโร, ยโต โส สํวโร, ยตฺถ สํวโร, ยถา สํวโร, ยญฺจ สํวรผลนฺติ อยํ วิภาโค เวทิตพฺโพ. กถํ? ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส’’ติ หิ สํวรณูปาโย. จกฺขุนฺทฺริยํ สํวริตพฺพํ. สํวรคฺคหเณน คหิตา สติ สํวโร. ‘‘อสํวุตสฺสา’’ติ สํวรณาวธิ. อสํวรโต หิ สํวรณํ. สํวริตพฺพคฺคหณสิทฺโธ อิธ สํวรวิสโย. จกฺขุนฺทฺริยญฺหิ สํวรณํ ญาณํ รูปารมฺมเณ สํวรยตีติ อวุตฺตสิทฺโธยมตฺโถ. อาสวตนฺนิมิตฺตกิเลสปริฬาหาภาโว ผลํ. เอวํ โสตทฺวาราทีสุ โยเชตพฺพํ. สพฺพตฺเถวาติ มโนทฺวาเร ปญฺจทฺวาเร จาติ สพฺพสฺมึ ทฺวาเร.

ปฏิสงฺขา โยนิโส จีวรนฺติอาทีสุ ‘‘สีตสฺส ปฏิฆาตายา’’ติอาทินา ปจฺจเวกฺขณเมว โยนิโส ปฏิสงฺขา. อีทิสนฺติ เอวรูปํ อิฏฺฐารมฺมณํ. ภวปตฺถนาย อสฺสาทยโตติ ภวปตฺถนามุเขน ภาวิตํ อารมฺมณํ อสฺสาเทนฺตสฺส. จีวรนฺติ นิวาสนาทิ ยํ กิญฺจิจีวรํ. ปฏิเสวตีติ นิวาสนาทิวเสน ปริภุญฺชติ. ยาวเทวาติ ปโยชนปริมาณนิยมนํ. สีตปฺปฏิฆาตาทิเยว หิ โยคิโน จีวรปฺปฏิเสวนปฺปโยชนํ. สีตสฺสาติ สีตธาตุกฺโขภโต วา อุตุปริณามโต วา อุปฺปนฺนสฺส สีตสฺส. ปฏิฆาตายาติ ปฏิฆาตนตฺถํ ตปฺปจฺจยสฺส วิการสฺส วิโนทนตฺถํ. อุณฺหสฺสาติ อคฺคิสนฺตาปโต อุปฺปนฺนสฺส อุณฺหสฺส. ฑํสาทโย ปากฏาเยว. ปุน ยาวเทวาติ นิยตปฺปโยชนปริมาณนิยมนํ. นิยตญฺหิ ปโยชนํ จีวรํ ปฏิเสวนฺตสฺส หิริโกปีนปฺปฏิจฺฉาทนํ, อิตรํ กทาจิ. หิริโกปีนนฺติ สมฺพาธฏฺฐานํ. ยสฺมิญฺหิ องฺเค วิวเฏ หิรี กุปฺปติ วินสฺสติ, ตํ หิริยา โกปนโต หิริโกปีนํ, ตํปฏิจฺฉาทนตฺถํ จีวรํ ปฏิเสวติ.

ปิณฺฑปาตนฺติ ยํ กิญฺจิ อาหารํ. โส หิ ปิณฺโฑเลฺยน ภิกฺขุโน ปตฺเต ปตนโต, ตตฺถ ตตฺถ ลทฺธภิกฺขาปิณฺฑานํ ปาโต สนฺนิปาโตติ วา ‘‘ปิณฺฑปาโต’’ติ วุจฺจติ. เนว ทวายาติ น กีฬนาย. น มทายาติ น พลมทมานมทปุริสมทตฺถํ. น มณฺฑนายาติ น องฺคปจฺจงฺคานํ ปีณนภาวตฺถํ. น วิภูสนายาติ น เตสํเยว โสภตฺถํ, ฉวิสมฺปตฺติอตฺถนฺติ อตฺโถ. อิมานิ ยถากฺกมํ โมหโทสสณฺฐานวณฺณราคูปนิสฺสยปฺปหานตฺถานิ เวทิตพฺพานิ. ปุริมํ วา ทฺวยํ อตฺตโน สํกิเลสุปฺปตฺตินิเสธนตฺถํ, อิตรํ ปรสฺสปิ. จตฺตาริปิ กามสุขลฺลิกานุโยคสฺส ปหานตฺถํ วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ. กายสฺสาติ รูปกายสฺส. ฐิติยา ยาปนายาติ ปพนฺธฏฺฐิตตฺถญฺเจว ปวตฺติยา อวิจฺเฉทนตฺถญฺจ, จิรกาลฏฺฐิตตฺถํ ชีวิตินฺทฺริยสฺส ปวตฺตาปนตฺถํ. วิหึสูปรติยาติ ชิฆจฺฉาทุกฺขสฺส อุปรมตฺถํ. พฺรหฺมจริยานุคฺคหายาติ สาสนมคฺคพฺรหฺมจริยานํ อนุคฺคณฺหนตฺถํ. อิตีติ เอวํ อิมินา อุปาเยน. ปุราณญฺจ เวทนํ ปฏิหงฺขามีติ ปุราณํ อภุตฺตปจฺจยา อุปฺปชฺชนกเวทนํ ปฏิหนิสฺสามิ. นวญฺจ เวทนํ น อุปฺปาเทสฺสามีติ นวํ ภุตฺตปจฺจยา อุปฺปชฺชนกเวทนํ น อุปฺปาเทสฺสามิ. ตสฺสา หิ อนุปฺปชฺชนตฺถเมว อาหารํ ปริภุญฺชติ. เอตฺถ อภุตฺตปจฺจยา อุปฺปชฺชนกเวทนา นาม ยถาวุตฺตชิฆจฺฉานิมิตฺตา เวทนา. สา หิ อภุญฺชนฺตสฺส ภิยฺโย ภิยฺโยปวฑฺฒนวเสน อุปฺปชฺชติ, ภุตฺตปจฺจยา อนุปฺปชฺชนกเวทนาปิ ขุทานิมิตฺตาว องฺคทาหสูลาทิเวทนา อปฺปวตฺตา. สา หิ ภุตฺตปจฺจยา อนุปฺปนฺนาว น อุปฺปชฺชิสฺสติ. วิหึสานิมิตฺตตา เจตาสํ วิหึสาย วิเสโส.

ยาตฺรา จ เม ภวิสฺสตีติ ยาปนา จ เม จตุนฺนํ อิริยาปถานํ ภวิสฺสติ. ‘‘ยาปนายา’’ติ อิมินา ชีวิตินฺทฺริยยาปนา วุตฺตา, อิธ จตุนฺนํ อิริยาปถานํ อวิจฺเฉทสงฺขาตา ยาปนาติ อยเมตาสํ วิเสโส. อนวชฺชตา จ ผาสุวิหาโร จาติ อยุตฺตปริเยสนปฺปฏิคฺคหณปริโภคปริวชฺชเนน อนวชฺชตา, ปริมิตปริโภเคน ผาสุวิหาโร. อสปฺปายาปริมิตโภชนปจฺจยา อรติตนฺทีวิชมฺภิตาวิญฺญุครหาทิโทสาภาเวน วา อนวชฺชตา. สปฺปายปริมิตโภชนปจฺจยา กายพลสมฺภเวน ผาสุวิหาโร. ยาวทตฺถํ อุทราวเทหกโภชนปริวชฺชเนน วา เสยฺยสุขปสฺสสุขมิทฺธสุขาทีนํ อภาวโต อนวชฺชตา. จตุปญฺจาโลปมตฺตอูนโภชเนน จตุอิริยาปถโยคฺยตาปาทนโต ผาสุวิหาโร. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘จตฺตาโร ปญฺจ อาโลเป, อภุตฺวา อุทกํ ปิเว;

อลํ ผาสุวิหาราย, ปหิตตฺตสฺส ภิกฺขุโน’’ติ. (เถรคา. ๙๘๓; มิ. ป. ๖.๕.๑๐);

เอตฺตาวตา จ ปโยชนปริคฺคโห, มชฺฌิมา จ ปฏิปทา ทีปิตา โหติ. ยาตฺรา จ เม ภวิสฺสตีติ ปโยชนปริคฺคหทีปนา. ยาตฺรา หิ นํ อาหารูปโยคํ ปโยเชติ. ธมฺมิกสุขาปริจฺจาคเหตุโก ผาสุวิหาโร มชฺฌิมา ปฏิปทา อนฺตทฺวยปริวชฺชนโต.

เสนาสนนฺติ เสนญฺจ อาสนญฺจ. ยตฺถ วิหาราทิเก เสติ นิปชฺชติ อาสติ นิสีทติ, ตํ เสนาสนํ. อุตุปริสฺสยวิโนทนปฺปฏิสลฺลานารามตฺถนฺติ อุตุเยว ปริสหนฏฺเฐน ปริสฺสโย สรีราพาธจิตฺตวิกฺเขปกโร, ตสฺส วิโนทนตฺถํ, อนุปฺปนฺนสฺส อนุปฺปาทนตฺถํ, อุปฺปนฺนสฺส วูปสมนตฺถญฺจาติ อตฺโถ. อถ วา ยถาวุตฺโต อุตุ จ สีหพฺยคฺฆาทิปากฏปริสฺสโย จ ราคโทสาทิปฏิจฺฉนฺนปริสฺสโย จ อุตุปริสฺสโย, ตสฺส วิโนทนตฺถญฺเจว เอกีภาวผาสุกตฺถญฺจ. จีวรปฺปฏิเสวเน หิรีโกปีนปฺปฏิจฺฉาทนํ วิย ตํ นิยตปโยชนนฺติ ปุน ‘‘ยาวเทวา’’ติ วุตฺตํ.

คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารนฺติ โรคสฺส ปจฺจนีกปฺปวตฺติยา คิลานปจฺจโย, ตโต เอว ภิสกฺกสฺส อนุญฺญาตวตฺถุตาย เภสชฺชํ, ชีวิตสฺส ปริวารสมฺภารภาเวหิ ปริกฺขาโร จาติ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาโร, ตํ. เวยฺยาพาธิกานนฺติ เวยฺยาพาธโต ธาตุกฺโขภโต จ ตํนิพฺพตฺตกุฏฺฐคณฺฑปีฬกาทิโรคโต อุปฺปนฺนานํ. เวทนานนฺติ ทุกฺขเวทนานํ. อพฺยาพชฺฌปรมตายาติ นิทฺทุกฺขปรมภาวาย. ยาว ตํ ทุกฺขํ สพฺพํ ปหีนํ โหติ, ตาว ปฏิเสวามีติ โยชนา. เอวเมตฺถ สงฺเขเปเนว ปาฬิวณฺณนา เวทิตพฺพา. นวเวทนุปฺปาทโตปีติ น เกวลํ อายตึ เอว วิปากปริฬาหา, อถ โข อติโภชนปจฺจยา อลํสาฏกาทีนํ วิย นวเวทนุปฺปาทโตปิ เวทิตพฺพา.

กมฺมฏฺฐานิกสฺส จลนํ นาม กมฺมฏฺฐานปริจฺจาโคติ อาห ‘‘จลติ กมฺปติ กมฺมฏฺฐานํ วิชหตี’’ติ. ‘‘ขโม โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺสา’’ติ เอตฺถ จ โลมสนาคตฺเถรสฺส วตฺถุ กเถตพฺพํ. เถโร กิร เจติยปพฺพเต ปิยงฺคุคุหาย ปธานฆเร วิหรนฺโต อนฺตรฏฺฐเก หิมปาตสมเย โลกนฺตริกนิรยํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ อวิชหนฺโตว อพฺโภกาเส วีตินาเมสิ. คิมฺหสมเย จ ปจฺฉาภตฺตํ พหิจงฺกเม กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรโต เสทาปิสฺส กจฺเฉหิ มุจฺจนฺติ. อถ นํ อนฺเตวาสิโก อาห – ‘‘อิธ, ภนฺเต, นิสีทถ, สีตโล โอกาโส’’ติ. เถโร ‘‘อุณฺหภเยเนวมฺหิ, อาวุโส, อิธ นิสินฺโน’’ติ อวีจิมหานิรยํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา นิสีทิเยว. อุณฺหนฺติ เจตฺถ อคฺคิสนฺตาโปว เวทิตพฺโพ สูริยสนฺตาปสฺส ปรโต วุจฺจมานตฺตา. สูริยสนฺตาปวเสน ปเนตํ วตฺถุ วุตฺตํ.

โย จ เทฺว ตโย วาเร ภตฺตํ วา ปานียํ วา อลภมาโนปิ อนมตคฺเค สํสาเร อตฺตโน เปตฺติวิสยูปปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อเวธนฺโต กมฺมฏฺฐานํ น วิชหติเยว. ฑํสมกสวาตาตปสมฺผสฺเสหิ ผุฏฺโฐ เจปิ ติรจฺฉานูปปตฺตึ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อเวธนฺโต กมฺมฏฺฐานํ น วิชหติเยว. สรีสปสมฺผสฺเสน ผุฏฺโฐ จาปิ อนมตคฺเค สํสาเร สีหพฺยคฺฆาทิมุเขสุ อเนกวารํ ปริวตฺติตปุพฺพภาวํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อเวธนฺโต กมฺมฏฺฐานํ น วิชหติเยว ปธานิยตฺเถโร วิย, อยํ ‘‘ขโม ชิฆจฺฉาย…เป… สรีสปสมฺผสฺสาน’’นฺติ เวทิตพฺโพ. เถรํ กิร ขณฺฑเจลวิหาเร กณิการปธานิยฆเร อริยวํสธมฺมํ สุณนฺตญฺเญว โฆรวิโส สปฺโป ฑํสิ. เถโร ชานิตฺวาปิ ปสนฺนจิตฺโต นิสินฺโน ธมฺมํเยว สุณาติ, วิสเวโค ถทฺโธ อโหสิ. เถโร อุปสมฺปทมาฬํ อาทึ กตฺวา สีลํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ‘‘วิสุทฺธสีโลมฺหี’’ติ ปีตึ อุปฺปาเทสิ, สห ปีตุปฺปาทา วิสํ นิวตฺติตฺวา ปถวึ ปาวิสิ. เถโร ตตฺเถว จิตฺเตกคฺคตํ ลภิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ.

โย ปน อกฺโกสวเสน ทุรุตฺเต ทุรุตฺตตฺตาเยว จ ทุราคเต อปิ อนฺติมวตฺถุสญฺญิเต วจนปเถ สุตฺวา ขนฺติคุณํเยว ปจฺจเวกฺขิตฺวา น เวธติ ทีฆภาณกอภยตฺเถโร วิย, อยํ ‘‘ขโม ทุรุตฺตานํ ทุราคตานํ วจนปถาน’’นฺติ เวทิตพฺโพ. เถโร กิร ปจฺจยสนฺโตสภาวนารามตาย มหาอริยวํสปฺปฏิปทํ กเถสิ, สพฺโพ มหาคาโม อาคจฺฉติ, เถรสฺส มหาสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ. ตํ อญฺญตโร มหาเถโร อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘ทีฆภาณโก ‘อริยวํสํ กเถมี’ติ สพฺพรตฺตึ โกลาหลํ กโรตี’’ติอาทีหิ อกฺโกสิ. อุโภปิ จ อตฺตโน อตฺตโน วิหารํ คจฺฉนฺตา คาวุตมตฺตํ เอกปเถน อคมํสุ. สกลคาวุตมฺปิ โส ตํ อกฺโกสิเยว. ตโต ยตฺถ ทฺวินฺนํ วิหารานํ มคฺโค ภิชฺชติ, ตตฺถ ฐตฺวา ทีฆภาณกตฺเถโร ตํ วนฺทิตฺวา ‘‘เอโส, ภนฺเต, ตุมฺหากํ มคฺโค’’ติ อาห. โส อสฺสุณนฺโต วิย อคมาสิ. เถโรปิ วิหารํ คนฺตฺวา ปาเท ปกฺขาเลตฺวา นิสีทิ. ตเมนํ อนฺเตวาสิโก ‘‘กึ, ภนฺเต, สกลคาวุตํ ปริภาสนฺตํ น กิญฺจิ อโวจุตฺถา’’ติ อาห. เถโร ‘‘ขนฺติเยวาวุโส, มยฺหํ ภาโร, น อกฺขนฺติ, เอกปทุทฺธาเรปิ กมฺมฏฺฐานวิโยคํ น ปสฺสามี’’ติ อาห.

วจนเมว ตทตฺถํ ญาเปตุกามานญฺจ ปโถ อุปาโยติ อาห ‘‘วจนเมว วจนปโถ’’ติ. อสุขฏฺเฐน วา ติพฺพา. ยญฺหิ น สุขํ, ตํ อนิฏฺฐํ ติพฺพนฺติ วุจฺจติ. อธิวาสกชาติโก โหตีติ ยถาวุตฺตเวทนานํ อธิวาสกสภาโว โหติ. จิตฺตลปพฺพเต ปธานิยตฺเถรสฺส กิร รตฺตึ ปธาเนน วีตินาเมตฺวา ฐิตสฺส อุทรวาโต อุปฺปชฺชติ. โส ตํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต อาวตฺตติ ปริวตฺตติ. ตเมนํ จงฺกมนปสฺเส ฐิโต ปิณฺฑปาติยตฺเถโร อาห – ‘‘อาวุโส, ปพฺพชิโต นาม อธิวาสนสีโล โหตี’’ติ. โส ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ อธิวาเสตฺวา นิจฺจโล สยิ. วาโต นาภิโต ยาว หทยํ ผาเลสิ. เถโร เวทนํ วิกฺขมฺเภตฺวา วิปสฺสนฺโต มุหุตฺเตน อนาคามี หุตฺวา ปรินิพฺพายิ. เอวํ สพฺพตฺถาติ ‘‘อุเณฺหน ผุฏฺฐสฺส สีตํ ปตฺถยโต’’ติอาทินา สพฺพตฺถ อุณฺหาทินิมิตฺตํ กามาสวุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา. นตฺถิ สุคติภเว สีตํ วา อุณฺหํ วาติ อนิฏฺฐํ สีตํ วา อุณฺหํ วา นตฺถีติ อธิปฺปาโย. อตฺตคฺคาเห สติ อตฺตนิยคฺคาโหติ อาห ‘‘มยฺหํ สีตํ อุณฺหนฺติ คาโห ทิฏฺฐาสโว’’ติ.

อหํ สมโณติ ‘‘อหํ สมโณ, กึ มม ชีวิเตน วา มรเณน วา’’ติ เอวํ จินฺเตตฺวาติ อธิปฺปาโย. ปจฺจเวกฺขิตฺวาติ คามปฺปเวสปฺปโยชนาทิญฺจ ปจฺจเวกฺขิตฺวา. ปฏิกฺกมตีติ หตฺถิอาทีนํ สมีปคมนโต อปกฺกมติ. ฐายนฺติ เอตฺถาติ ฐานํ, กณฺฏกานํ ฐานํ กณฺฏกฏฺฐานํ, ยตฺถ กณฺฏกานิ สนฺติ, ตํ โอกาสนฺติ วุตฺตํ โหติ. อมนุสฺสทุฏฺฐานีติ อมนุสฺสสญฺจาเรน ทูสิตานิ, สปริสฺสยานีติ อตฺโถ. อนิยตวตฺถุภูตนฺติ อนิยตสิกฺขาปทสฺส การณภูตํ. เวสิยาทิเภทโตติ เวสิยาวิธวาถุลฺลกุมาริกาปณฺฑกปานาคารภิกฺขุนิเภทโต. สมานนฺติ สมํ, อวิสมนฺติ อตฺโถ. อกาสิ วาติ ตาทิสํ อนาจารํ อกาสิ วา. สีลสํวรสงฺขาเตนาติ กถํ ปริวชฺชนํ สีลํ? อนาสนปริวชฺชเนน หิ อนาจารปริวชฺชนํ วุตฺตํ. อนาจาราโคจรปริวชฺชนํ จาริตฺตสีลตาย สีลสํวโร. ตถา หิ ภควตา ‘‘ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรตี’’ติ (วิภ. ๕๐๘) สีลสํวรวิภชเน อาจารโคจรสมฺปตฺตึ ทสฺเสนฺเตน ‘‘อตฺถิ อนาจาโร, อตฺถิ อโคจโร’’ติอาทินา (วิภ. ๕๑๓-๕๑๔) อาจารโคจรา วิภชิตฺวา ทสฺสิตา. ‘‘จณฺฑํ หตฺถึ ปริวชฺเชตี’’ติ วจนโต หตฺถิอาทิปริวชฺชนมฺปิ ภควโต วจนานุฏฺฐานนฺติ กตฺวา อาจารสีลเมวาติ เวทิตพฺพํ.

อิติปีติ อิมินาปิ การเณน อโยนิโสมนสิการสมุฏฺฐิตตฺตาปิ, โลภาทิสหคตตฺตาปิ, กุสลปฺปฏิปกฺขโตปีติอาทีหิ การเณหิ อยํ วิตกฺโก อกุสโลติ อตฺโถ. อิมินา นเยน สาวชฺโชติอาทีสุปิ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอตฺถ จ อกุสโลติอาทินา ทิฏฺฐธมฺมิกํ กามวิตกฺกสฺส อาทีนวํ ทสฺเสติ, ทุกฺขวิปาโกติ อิมินา สมฺปรายิกํ. อตฺตพฺยาพาธาย สํวตฺตตีติอาทีสุปิ อิมินาว นเยน อาทีนววิภาวนา เวทิตพฺพา. อุปฺปนฺนสฺส กามวิตกฺกสฺส อนธิวาสนํ นาม ปุน ตาทิสสฺส อนุปฺปาทนํ. ตํ ปนสฺส ปหานํ วิโนทนํ พฺยนฺติกรณํ อนภาวคมนนฺติ จ วตฺตุํ วฏฺฏตีติ ปาฬิยํ – ‘‘อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสตี’’ติ วตฺวา ‘‘ปชหตี’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนธิวาเสนฺโต กึ กโรตี’’ติอาทิมาห. ปหานญฺเจตฺถ วิกฺขมฺภนเมว, น สมุจฺเฉโทติ ทสฺเสตุํ ‘‘วิโนเทตี’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ วิกฺขมฺภนวเสเนว อตฺโถ ทสฺสิโต. อุปฺปนฺนุปฺปนฺเนติ เตสํ ปาปวิตกฺกานํ อุปฺปาทาวตฺถาคหณํ วา กตํ สิยา อนวเสสคฺคหณํ วา. เตสุ ปฐมํ สนฺธายาห ‘‘อุปฺปนฺนมตฺเต’’ติ, สมฺปติชาเตติ อตฺโถ. อนวเสสคฺคหณํ พฺยาปนิจฺฉายํ โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘สตกฺขตฺตุมฺปิ อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน’’ติ วุตฺตํ.

ญาติวิตกฺโกติ ‘‘อมฺหากํ ญาตโย สุขชีวิโน สมฺปตฺติยุตฺตา’’ติอาทินา เคหสฺสิตเปมวเสน ญาตเก อารพฺภ อุปฺปนฺนวิตกฺโก. ชนปทวิตกฺโกติ ‘‘อมฺหากํ ชนปโท สุภิกฺโข สมฺปนฺนสสฺโส รมณีโย’’ติอาทินา เคหสฺสิตเปมวเสน ชนปทํ อารพฺภ อุปฺปนฺนวิตกฺโก. อุกฺกุฏิกปฺปธานาทีหิ ทุกฺเข นิชฺชิณฺเณ สมฺปราเย สตฺตา สุขี โหนฺติ อมราติ ทุกฺกรการิกาย ปฏิสํยุตฺโต อมรตฺถาย วิตกฺโก. ตํ วา อารพฺภ อมราวิกฺเขปทิฏฺฐิสหคโต อมโร จ โส วิตกฺโก จาติ อมราวิตกฺโก. ปรานุทฺทยตาปฏิสํยุตฺโตติ ปเรสุ อุปฏฺฐากาทีสุ สหนนฺทิตาทิวเสน ปวตฺโต อนุทฺทยตาปติรูปโก เคหสฺสิตเปมปฺปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก. ลาภสกฺการสิโลกปฺปฏิสํยุตฺโตติ จีวราทิลาเภน จ สกฺกาเรน จ กิตฺติสทฺเทน จ อารมฺมณกรณวเสน ปฏิสํยุตฺโต. อนวญฺญตฺติปฺปฏิสํยุตฺโตติ ‘‘อโห วต มํ ปเร น อวชาเนยฺยุํ, น เหฏฺฐา กตฺวา มญฺเญยฺยุํ, ปาสาณจฺฉตฺตํ วิย ครุํ กเรยฺยุ’’นฺติ อุปฺปนฺนวิตกฺโก.

กามวิตกฺโก กามสงฺกปฺปนสภาวโต กามาสวปฺปตฺติยา สาติสยตฺตา จ กามนากาโรติ อาห ‘‘กามวิตกฺโก ปเนตฺถ กามาสโว’’ติ. ตพฺพิเสโสติ กามาสววิเสโส ภวสภาวตฺตาติ อธิปฺปาโย. กามวิตกฺกาทิเก วิโนเทติ อตฺตโน สนฺตานโต นีหรติ เอเตนาติ วิโนทนํ, วีริยนฺติ อาห ‘‘วีริยสํวรสงฺขาเตน วิโนทเนนา’’ติ.

‘‘สตฺต โพชฺฌงฺคา ภาวิตา พหุลีกตา วิชฺชาวิมุตฺติโย ปริปูเรนฺตี’’ติ วจนโต วิชฺชาวิมุตฺตีนํ อนธิคโม ตโต จ สกลวฏฺฏทุกฺขานติวตฺติ อภาวนาย อาทีนโว. วุตฺตวิปริยาเยน ภควโต โอรสปุตฺตภาวาทิวเสน จ ภาวนาย อานิสํโส เวทิตพฺโพ. โถเมนฺโตติ อาสวปหานสฺส ทุกฺกรตฺตา ตาย เอว ทุกฺกรกิริยาย ตํ อภิตฺถวนฺโต. สํวเรเนว ปหีนาติ สํวเรน ปหีนา เอว. เตน วุตฺตํ ‘‘น อปฺปหีเนสุเยว ปหีนสญฺญี’’ติ.

อาสวสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.