๑๐. สีหนาทสุตฺตวณฺณนา
๖๔. ทสเม ตถาคตพลานีติ อญฺเญหิ อสาธารณานิ ตถาคตสฺเสว พลานิ. นนุ เจตานิ สาวกานมฺปิ เอกจฺจานิ อุปฺปชฺชนฺตีติ? กามํ อุปฺปชฺชนฺติ, ยาทิสานิ ปน พุทฺธานํ ฐานาฏฺฐานญาณาทีนิ, น ตาทิสานิ ตทญฺเญสํ กทาจิ อุปฺปชฺชนฺตีติ อญฺเญหิ อสาธารณานิ. อิมเมว หิ ยถาวุตฺตํ เลสํ อเปกฺขิตฺวา สาธารณภาวโต อาสยานุสยญาณาทีสุ เอว อสาธารณสมญฺญา นิรุฬฺหา. ยถา ปุพฺพพุทฺธานํ พลานิ ปุญฺญสฺส สมฺปตฺติยา อาคตานิ, ตถา อาคตพลานีติ วา ตถาคตพลานิ. อุสภสฺส อิทํ อาสภํ, เสฏฺฐฏฺฐานํ. ปมุขนาทนฺติ เสฏฺฐนาทํ. ปฏิเวธญาณญฺเจว เทสนาญาณญฺจาติ เอตฺถ ปญฺญาย ปภาวิตํ อตฺตโน อริยผลาวหํ ปฏิเวธญาณํ. กรุณาย ปภาวิตํ สาวกานํ อริยผลาวหํ เทสนาญาณํ. ตตฺถ ปฏิเวธญาณํ อุปฺปชฺชมานํ อุปฺปนฺนนฺติ ทุวิธํ. ตญฺหิ อภินิกฺขมนโต ยาว อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม. ตุสิตภวนโต ยาว มหาโพธิปลฺลงฺเก อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม. ทีปงฺกรโต ปฏฺฐาย ยาว อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม. เทสนาญาณมฺปิ ปวตฺตมานํ ปวตฺตนฺติ ทุวิธํ. ตญฺหิ ยาว อญฺญาตโกณฺฑญฺญสฺส โสตาปตฺติมคฺคา ปวตฺตมานํ, ผลกฺขเณ ปวตฺตํ นาม. เตสุ ปฏิเวธญาณํ โลกุตฺตรํ, เทสนาญาณํ โลกิยํ. อุภยมฺปิ ปเนตํ อญฺเญหิ อสาธารณํ, พุทฺธานญฺเญว โอรสญาณํ.
ฐานญฺจ ฐานโต ปชานาตีติ การณญฺจ การณโต ปชานาติ. ยสฺมา ตตฺถ ผลํ ติฏฺฐติ ตทายตฺตวุตฺติตาย อุปฺปชฺชติ เจว ปวตฺตติ จ, ตสฺมา ฐานนฺติ วุจฺจติ. ภควา ‘‘เย เย ธมฺมา เยสํ เยสํ ธมฺมานํ เหตู ปจฺจยา อุปฺปาทาย, ตํ ตํ ฐานํ, เย เย ธมฺมา เยยํ เยยํ ธมฺมานํ น เหตู น ปจฺจยา อุปฺปาทาย, ตํ ตํ อฏฺฐาน’’นฺติ ปชานนฺโต ฐานโต อฏฺฐานโต ยถาภูตํ ปชานาติ.
สมาทิยนฺตีติ สมาทานานิ, ตานิ ปน สมาทิยิตฺวา กตานิ โหนฺตีติ อาห ‘‘สมาทิยิตฺวา กตาน’’นฺติ. กมฺมเมว วา กมฺมสมาทานนฺติ เอเตน ‘‘สมาทาน’’นฺติ สทฺทสฺส อปุพฺพตฺถาภาวํ ทสฺเสติ มุตฺตคตสทฺเท คตสทฺทสฺส วิย. คตีติ นิรยาทิคติโย. อุปธีติ อตฺตภาโว. กาโลติ กมฺมสฺส วิปจฺจนารหกาโล. ปโยโคติ วิปากุปฺปตฺติยา ปจฺจยภูตา กิริยา.
จตุนฺนํ ฌานานนฺติ ปจฺจนีกชฺฌาปนฏฺเฐน อารมฺมณูปนิชฺฌานฏฺเฐน จ จตุนฺนํ รูปาวจรชฺฌานานํ. จตุกฺกนเยน เหตํ วุตฺตํ. อฏฺฐนฺนํ วิโมกฺขานนฺติ ‘‘รูปี รูปานิ ปสฺสตี’’ติอาทีนํ (ม. นิ. ๒.๒๔๘; ๓.๓๑๒; ธ. ส. ๒๔๘; ปฏิ. ม. ๑.๒๐๙) อฏฺฐนฺนํ วิโมกฺขานํ. ติณฺณํ สมาธีนนฺติ สวิตกฺกสวิจาราทีนํ ติณฺณํ สมาธีนํ. นวนฺนํ อนุปุพฺพสมาปตฺตีนนฺติ ปฐมชฺฌานสมาปตฺติอาทีนํ นวนฺนํ อนุปุพฺพสมาปตฺตีนํ. เอตฺถ จ ปฏิปาฏิยา อฏฺฐนฺนํ สมาธีติปิ นามํ, สมาปตฺตีติปิ จิตฺเตกคฺคตาสพฺภาวโต, นิโรธสมาปตฺติยา ตทภาวโต น สมาธีติ นามํ. หานภาคิยํ ธมฺมนฺติ อปฺปคุเณหิ ปฐมชฺฌานาทีหิ วุฏฺฐิตสฺส สญฺญามนสิการานํ กามาทิปกฺขนฺทนํ. วิเสสภาคิยํ ธมฺมนฺติ ปคุเณหิ ปฐมชฺฌานาทีหิ วุฏฺฐิตสฺส สญฺญามนสิการานํ ทุติยชฺฌานาทิปกฺขนฺทนํ. อิติ สญฺญามนสิการานํ กามาทิทุติยชฺฌานาทิปกฺขนฺทนานิ หานภาคิยวิเสสภาคิยธมฺมาติ ทสฺสิตานิ. เตหิ ปน ฌานานํ ตํสภาวตา ธมฺมสทฺเทน วุตฺตา. ตสฺมาติ วุตฺตเมวตฺถํ เหตุภาเวน ปจฺจามสติ. โวทานนฺติ ปคุณตาสงฺขาตํ โวทานํ. ตญฺหิ ปฐมชฺฌานาทีหิ วุฏฺฐหิตฺวา ทุติยชฺฌานาทีนํ อธิคมสฺส ปจฺจยตฺตา ‘‘วุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. เย ปน ‘‘นิโรธโต ผลสมาปตฺติยา วุฏฺฐานนฺติ ปาฬิ นตฺถี’’ติ วทนฺติ. เต ‘‘นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ อิมาย ปาฬิยํ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๑๗) ปฏิเสเธตพฺพา.
สีหนาทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
มหาวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.