๘. อินฺทฺริยสํวรสุตฺตวณฺณนา
๕๐. อฏฺฐเม อุปนิสีทติ ผลํ เอตฺถาติ การณํ อุปนิสา. ยถาภูตญาณทสฺสนนฺติ ยถาสภาวชานนสงฺขาตํ ทสฺสนํ. เอเตน ตรุณวิปสฺสนํ ทสฺเสติ. ตรุณวิปสฺสนา หิ พลววิปสฺสนาย ปจฺจโย โหติ. ตรุณวิปสฺสนาติ นามรูปปริคฺคเห ญาณํ, ปจฺจยปริคฺคเห ญาณํ, สมฺมสเน ญาณํ, มคฺคามคฺเค ววตฺถเปตฺวา ฐิตญาณนฺติ จตุนฺนํ ญาณานํ อธิวจนํ. นิพฺพินฺทติ เอตายาติ นิพฺพิทา. พลววิปสฺสนาติ ภยตุปฏฺฐาเน ญาณํ อาทีนวานุปสฺสเน ญาณํ มุจฺจิตุกมฺยตาญาณํ สงฺขารุเปกฺขาญาณนฺติ จตุนฺนํ ญาณานํ อธิวจนํ. ปฏิสงฺขานุปสฺสนา ปน มุจฺจิตุกมฺยตาปกฺขิกา เอว. ‘‘ยาว มคฺคามคฺคญาณทสฺสนวิสุทฺธิ, ตาว ตรุณวิปสฺสนา’’ติ หิ วจนโต อุปกฺกิเลสวิมุตฺตอุทยพฺพยญาณโต พลววิปสฺสนา. วิรชฺชติ อริโย สงฺขารโต เอเตนาติ วิราโค, อริยมคฺโค. อรหตฺตผลนฺติ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทสโต วุตฺตํ. อินฺทฺริยสํวรสฺส สีลรกฺขณเหตุตฺตา วุตฺตํ ‘‘สีลานุรกฺขณอินฺทฺริยสํวโร กถิโต’’ติ.
อินฺทฺริยสํวรสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.