๑. ปฐมสารณียสุตฺตวณฺณนา

๑๑. ทุติยสฺส ปฐเม สริตพฺพยุตฺตกาติ อนุสฺสรณารหา. มิชฺชติ สินิยฺหติ เอตายาติ เมตฺตา, มิตฺตภาโว. เมตฺตา เอตสฺส อตฺถีติ เมตฺตํ, กายกมฺมํ. ตํ ปน ยสฺมา เมตฺตาสหคตจิตฺตสมุฏฺฐานํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เมตฺเตน จิตฺเตน กาตพฺพํ กายกมฺม’’นฺติ. เอส นโย เสสทฺวเยปิ. อิมานีติ เมตฺตกายกมฺมาทีนิ. ภิกฺขูนํ วเสน อาคตานิ เตสํ เสฏฺฐปริสภาวโต. ยถา ปน ภิกฺขุนีสุปิ ลพฺภนฺติ, เอวํ คิหีสุปิ ลพฺภนฺติ จตุปริสสาธารณตฺตาติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ภิกฺขูนญฺหี’’ติอาทิมาห. ภิกฺขุโน สพฺพมฺปิ อนวชฺชกายกมฺมํ อาภิสมาจาริกกมฺมนฺโตคธเมวาติ อาห ‘‘เมตฺเตน จิตฺเตน…เป… กายกมฺมํ นามา’’ติ. ภตฺติวเสน ปวตฺติยมานา เจติยโพธีนํ วนฺทนา เมตฺตาสิทฺธาติ กตฺวา ตทตฺถาย คมนํ ‘‘เมตฺตํ กายกมฺม’’นฺติ วุตฺตํ. อาทิ-สทฺเทน เจติยโพธิภิกฺขูสุ วุตฺตาวเสสาปจายนาทิวเสน ปวตฺตเมตฺตาวเสน ปวตฺตํ กายิกํ กิริยํ สงฺคณฺหาติ.

เตปิฏกมฺปิ พุทฺธวจนํ กถิยมานนฺติ อธิปฺปาโย. เตปิฏกมฺปิ พุทฺธวจนํ ปริปุจฺฉนอตฺถกถนวเสน ปวตฺติยมานเมว เมตฺตํ วจีกมฺมํ นาม หิตชฺฌาสเยน ปวตฺติตพฺพโต. ตีณิ สุจริตานีติ กายวจีมโนสุจริตานิ. จินฺตนนฺติ เอวํ จินฺตนมตฺตมฺปิ มโนกมฺมํ, ปเคว ปฏิปนฺนา ภาวนาติ ทสฺเสติ.

อาวีติ ปกาสํ. ปกาสภาโว เจตฺถ ยํ อุทฺทิสฺส ตํ กายกมฺมํ กรียติ, ตสฺส สมฺมุขภาวโตติ อาห ‘‘สมฺมุขา’’ติ. รโหติ อปฺปกาสํ. อปฺปกาสตา จ ยํ อุทฺทิสฺส ตํ กายกมฺมํ กรียติ, ตสฺส อปจฺจกฺขภาวโตติ อาห ‘‘ปรมฺมุขา’’ติ. สหายภาวคมนํ เตสํ ปุรโต. เตสุ กโรนฺเตสุเยว หิ สหายภาวคมนํ สมฺมุขา กายกมฺมํ นาม โหติ. อุภเยหีติ นวเกหิ เถเรหิ จ. ปคฺคยฺหาติ ปคฺคณฺหิตฺวา อุทฺธํ กตฺวา เกวลํ ‘‘เทโว’’ติ อวตฺวา คุเณหิ ถิรภาวโชตนํ ‘‘เทวตฺเถโร’’ติ วจนํ ปคฺคยฺห วจนํ. มมตฺตโพธนํ วจนํ มมายนวจนํ. เอกนฺตปรมฺมุขสฺส มโนกมฺมสฺส สมฺมุขตา นาม วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปนวเสน โหติ, ตญฺจ โข โลเก กายกมฺมนฺติ ปากฏํ ปญฺญาตํ. หตฺถวิการาทีนิ อนามสิตฺวา เอว ทสฺเสนฺโต ‘‘นยนานิ อุมฺมีเลตฺวา’’ติอาทิมาห. กามํ เมตฺตาสิเนหสินิทฺธานํ นยนานํ อุมฺมีลนา ปสนฺเนน มุเขน โอโลกนญฺจ เมตฺตํ กายกมฺมเมว, ยสฺส ปน จิตฺตสฺส วเสน นยนานํ เมตฺตาสิเนหสินิทฺธตา มุขสฺส จ ปสนฺนตา, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘เมตฺตํ มโนกมฺมํ นามา’’ติ.

ลาภ-สทฺโท กมฺมสาธโน ‘‘ลาภา วต, โภ, ลทฺโธ’’ติอาทีสุ วิย. โส เจตฺถ ‘‘ธมฺมลทฺธา’’ติ วจนโต อตีตกาลิโกติ อาห ‘‘จีวราทโย ลทฺธปจฺจยา’’ติ. ธมฺมโต อาคตาติ ธมฺมิกา, ปริสุทฺธคมนา ปจฺจยา. เตนาห ‘‘ธมฺมลทฺธา’’ติ. อิมเมว หิ อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘กุหนาที’’ติอาทิ วุตฺตํ. น สมฺมา คยฺหมานา หิ ธมฺมลทฺธา นาม น โหนฺตีติ ตปฺปฏิเสธนตฺถํ ปาฬิยํ ‘‘ธมฺมลทฺธา’’ติ วุตฺตํ. เทยฺยํ ทกฺขิเณยฺยญฺจ อปฺปฏิวิภตฺตํ กตฺวา ภุญฺชตีติ อปฺปฏิวิภตฺตโภคี นาม โหติ. เตนาห ‘‘เทฺว ปฏิวิภตฺตานิ นามา’’ติอาทิ. จิตฺเตน วิภชนนฺติ เอเตน จิตฺตุปฺปาทมตฺเตนปิ วิภชนํ ปฏิวิภตฺตํ นาม, ปเคว ปโยคโตติ ทสฺเสติ. จิตฺเตน วิภชนปุพฺพกํ วา กาเยน วิภชนนฺติ มูลเมว ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ จิตฺเตน วิภชน’’นฺติ วุตฺตํ. เตน จิตฺตุปฺปาทมตฺเตน ปฏิวิภาโค กาตพฺโพติ ทสฺเสติ. อปฺปฏิวิภตฺตนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, อปฺปฏิวิภตฺตํ ลาภํ ภุญฺชตีติ กมฺมนิทฺเทโส วา. ตํ เนว คิหีนํ เทติ อตฺตโน อาชีวโสธนตฺถํ. น อตฺตนา ปริภุญฺชติ ‘‘มยฺหํ อสาธารณโภคิตา มา โหตู’’ติ. ปฏิคฺคณฺหนฺโต จ…เป… ปสฺสตีติ อิมินา อาคมนโต ปฏฺฐาย สาธารณพุทฺธึ อุปฏฺฐาเปติ. เอวํ หิสฺส สาธารณโภคิตา สุกรา, สารณียธมฺโม จสฺส ปูโร โหติ.

อถ วา ปฏิคฺคณฺหนฺโต จ…เป… ปสฺสตีติ อิมินา ตสฺส ลาภสฺส ตีสุ กาเลสุ สาธารณโต ฐปนํ ทสฺสิตํ. ปฏิคฺคณฺหนฺโต จ สงฺเฆน สาธารณํ โหตูติ อิมินา ปฏิคฺคหณกาโล ทสฺสิโต. คเหตฺวา…เป… ปสฺสตีติ อิมินา ปฏิคฺคหิตกาโล. ตทุภยํ ปน ตาทิเสน ปุพฺพภาเคน วินา น โหตีติ อตฺถสิทฺโธ ปุริมกาโล. ตยิทํ ปฏิคฺคหณโต ปุพฺเพวสฺส โหติ ‘‘สงฺเฆน สาธารณํ โหตูติ ปฏิคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ, ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส โหติ ‘‘สงฺเฆน สาธารณํ โหตูติ ปฏิคฺคณฺหามี’’ติ, ปฏิคฺคเหตฺวา โหติ ‘‘สงฺเฆน สาธารณํ โหตูติ หิ ปฏิคฺคหิตํ มยา’’ติ. เอวํ ติลกฺขณสมฺปนฺนํ กตฺวา ลทฺธํ ลาภํ โอสารณลกฺขณํ อวิโกเปตฺวา ปริภุญฺชนฺโต สาธารณโภคี อปฺปฏิวิภตฺตโภคี จ โหติ.

อิมํ ปน สารณียธมฺมนฺติ อิมํ จตุตฺถํ สริตพฺพยุตฺตธมํ. น หิ…เป… คณฺหนฺติ, ตสฺมา สาธารณโภคิตา ทุสฺสีลสฺส นตฺถีติ อารมฺโภปิ ตาว น สมฺภวติ, กุโต ปูรณนฺติ อธิปฺปาโย. ปริสุทฺธสีโลติ อิมินา ลาภสฺส ธมฺมิกภาวํ ทสฺเสติ. วตฺตํ อขณฺเฑนฺโตติ อิมินา อปฺปฏิวิภตฺตโภคิตํ สาธารณโภคิตญฺจ ทสฺเสติ. สติ ปน ตทุภเย สารณียธมฺโม ปูริโต เอว โหตีติ อาห ‘‘ปูเรตี’’ติ. โอทิสฺสกํ กตฺวาติ เอเตน อโนทิสฺสกํ กตฺวา ปิตุโน, อาจริยุปชฺฌายาทีนํ วา เถราสนโต ปฏฺฐาย เทนฺตสฺส สารณียธมฺโมเยว โหตีติ ทสฺเสติ. ทาตพฺพนฺติ อวสฺสํ ทาตพฺพํ. สารณียธมฺโม ปนสฺส น โหติ ปฏิชคฺคฏฺฐาเน โอทิสฺสกํ กตฺวา ทินฺนตฺตา. เตนาห ‘‘ปลิโพธชคฺคนํ นาม โหตี’’ติ. มุตฺตปลิโพธสฺส วฏฺฏติ อมุตฺตปลิโพธสฺส ปูเรตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา. ยทิ เอวํ สพฺเพน สพฺพํ สารณียธมฺมํ ปูเรนฺตสฺส โอทิสฺสกทานํ วฏฺฏติ, น วฏฺฏตีติ? โน น วฏฺฏติ ยุตฺตฏฺฐาเนติ ทสฺเสนฺโต ‘‘เตน ปนา’’ติอาทิมาห. อิมินา โอทิสฺสกทานํ ปนสฺส น สพฺพตฺถ วาริตนฺติ ทสฺเสติ. คิลานาทีนญฺหิ โอทิสฺสกํ กตฺวา ทานํ อปฺปฏิวิภาคปกฺขิกํ ‘‘อสุกสฺส น ทสฺสามี’’ติ ปฏิกฺเขปสฺส อภาวโต. พฺยติเรกปฺปธาโน หิ ปฏิภาโค. เตนาห ‘‘อวเสส’’นฺติอาทิ. อทาตุมฺปีติ ปิ-สทฺเทน ทาตุมฺปิ วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. ตญฺจ โข กรุณายนวเสน, น วตฺตปริปูรณวเสน, ตสฺมา ทุสฺสีลสฺสปิ อตฺถิกสฺส สติ สมฺภเว ทาตพฺพํ. ทานญฺหิ นาม น กสฺสจิ นิวาริตํ.

สุสิกฺขิตายาติ สารณียปูรณวิธิมฺหิ สุสิกฺขิตาย, สุกุสลายาติ อตฺโถ. อิทานิ ตสฺส โกสลฺลํ ทสฺเสตุํ ‘‘สุสิกฺขิตาย หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ทฺวาทสหิ วสฺเสหิ ปูเรหิ, น ตโต โอรนฺติ อิมินา ตสฺส ทุปฺปูรตํ ทสฺเสติ. ตถา หิ โส มหปฺผโล มหานิสํโส ทิฏฺฐธมฺมิเกหิปิ ตาวครุตเรหิ ผลานิสํเสหิ อนุคโตติ ตํสมงฺคี จ ปุคฺคโล วิเสสลาภี อริยปุคฺคโล วิย โลเก อจฺฉริยพฺภุตธมฺมสมนฺนาคโต โหติ. ตถา หิ โส ทุปฺปชหทานมยสฺส สีลมยสฺส ปุญฺญสฺส ปฏิปกฺขธมฺมํ สุทูเร วิกฺขมฺภิตํ กตฺวา วิสุทฺเธน เจตสา โลเก ปากโฏ ปญฺญาโต หุตฺวา วิหรติ. ตสฺสิมมตฺถํ พฺยติเรกโต อนฺวยโต จ วิภาเวตุํ ‘‘สเจ หี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตํ สุวิญฺเญยฺยเมว.

อิทานิสฺส สมฺปรายิเก ทิฏฺฐธมฺมิเก จ อานิสํเส ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ ปูริตสารณียธมฺมสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. เนว อิสฺสา น มจฺฉริยํ โหติ จิรกาลภาวนาย วิธุตภาวโต. มนุสฺสานํ ปิโย โหติ ปริจฺจาคสีลตาย วิสฺสุตตฺตา. เตนาห ‘‘ททํ ปิโย โหติ ภชนฺติ นํ พหู’’ติอาทิ (อ. นิ. ๕.๓๔). สุลภปจฺจโย โหติ ทานวเสน อุฬารชฺฌาสยานํ ปจฺจยลาภสฺส อิธานิสํสสภาวโต ทานสฺส. ปตฺตคตมสฺส ทิยฺยมานํ น ขียติ ปตฺตคตสฺเสว ทฺวาทสวสฺสิกสฺส มหาวตฺตสฺส อวิจฺเฉเทน ปูริตตฺตา. อคฺคภณฺฑํ ลภติ เทวสิกํ ทกฺขิเณยฺยานํ อคฺคโต ปฏฺฐาย ทานสฺส ทินฺนตฺตา. ภเย วา…เป… อาปชฺชนฺติ เทยฺยปฺปฏิคฺคาหกวิกปฺปํ อกตฺวา อตฺตนิ นิรเปกฺขจิตฺเตน จิรกาลํ ทานสฺส ปูริตตาย ปสาริตจิตฺตตฺตา.

ตตฺราติ เตสุ อานิสํเสสุ วิภาเวตพฺเพสุ. อิมานิ ผลานิ วตฺถูนิ การณานิ. มหาคิริคาโม นาม นาคทีปปสฺเส เอโก คาโมว. อลภนฺตาปีติ อปฺปปุญฺญตาย อลาภิโน สมานาปิ. ภิกฺขาจารมคฺคสภาคนฺติ สภาคํ ตพฺภาคิยํ ภิกฺขาจารมคฺคํ ชานนฺติ. อนุตฺตริมนุสฺสธมฺมตฺตา เถรานํ สํสยวิโนทนตฺถญฺจ ‘‘สารณียธมฺโม เม, ภนฺเต, ปูริโต’’ติ อาห. ตถา หิ ทุติยวตฺถุสฺมิมฺปิ เถเรน อตฺตา ปกาสิโต. ทหรกาเล เอวํ กิร สารณียธมฺมปูรโก อโหสิ. มนุสฺสานํ ปิยตาย สุลภปจฺจยตายปิ อิทํ วตฺถุเมว. ปตฺตคตาขียนสฺส ปน วิเสสํ วิภาวนโต ‘‘อิทํ ตาว…เป… เอตฺถ วตฺถู’’ติ วุตฺตํ.

คิริภณฺฑมหาปูชายาติ เจติยคิริมฺหิ สกลลงฺกาทีเป โยชนปฺปมาเณ สมุทฺเท จ นาวาสงฺฆาฏาทิเก ฐเปตฺวา ทีปปุปฺผคนฺธาทีหิ กริยมานาย มหาปูชาย. ตสฺสา จ ปฏิปตฺติยา อวญฺฌภาววิภาวนตฺถํ ‘‘เอเต มยฺหํ ปาปุณิสฺสนฺตี’’ติ อาห. ปริยาเยนปิ เลเสนปิ. อนุจฺฉวิกนฺติ ‘‘สารณียธมฺมปูรโก’’ติ ยถาภูตปเวทนํ ตุมฺหากํ อนุจฺฉวิกนฺติ อตฺโถ.

อนาโรเจตฺวาว ปลายึสุ โจรภเยน. ‘‘อตฺตโน ทุชฺชีวิกายา’’ติปิ วทนฺติ. อหํ สารณียธมฺมปูริกา, มม ปตฺตปริยาปนฺเนนปิ สพฺพาปิมา ภิกฺขุนิโย ยาเปสฺสนฺตีติ อาห ‘‘มา ตุเมฺห เตสํ คตภาวํ จินฺตยิตฺถา’’ติ. วฏฺฏิสฺสตีติ กปฺปิสฺสติ. เถรี สารณียธมฺมปูริกา อโหสิ, เถรสฺส ปน สีลเตเชเนว เทวตา อุสฺสุกฺกํ อาปชฺชิ.

นตฺถิ เอเตสํ ขณฺฑนฺติ อขณฺฑานิ. ตํ ปน เนสํ ขณฺฑํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุปสมฺปนฺนสีลานํ อุทฺเทสกฺกเมน อาทิอนฺตา เวทิตพฺพา. เตนาห ‘‘สตฺตสู’’ติอาทิ. น หิ อญฺโญ โกจิ อาปตฺติกฺขนฺธานํ อนุกฺกโม อตฺถิ, อนุปสมฺปนฺนสีลานํ สมาทานกฺกเมนปิ อาทิอนฺตา ลพฺภนฺติ. ปริยนฺเต ฉินฺนสาฏโก วิยาติ ตตฺรนฺเต ทสนฺเต วา ฉินฺนวตฺถํ วิย. วิสทิสุทาหรณญฺเจตํ ‘‘อขณฺฑานี’’ติ อิมสฺส อธิกตตฺตา. เอวํ เสสานมฺปิ อุทาหรณานิ. ขณฺฑิกตา ภินฺนตา ขณฺฑํ, ตํ เอตสฺส อตฺถีติ ขณฺฑํ, สีลํ. ฉิทฺทนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เวมชฺเฌ ภินฺนํ วินิวิชฺฌนวเสน. วิสภาควณฺเณน คาวี วิยาติ สมฺพนฺโธ. วิสภาควณฺเณน อุปฑฺฒํ ตติยภาคคตํ สมฺภินฺนวณฺณํ สพลํ, วิสภาควณฺเณเหว พินฺทูหิ อนฺตรนฺตราหิ วิมิสฺสํ กมฺมาสํ. อยํ อิเมสํ วิเสโส. สพลรหิตานิ อสพลานิ, ตถา อกมฺมาสานิ. สีลสฺส ตณฺหาทาสพฺยโต โมจนํ วิวฏฺฏูปนิสฺสยภาวาปาทนํ, ตสฺมา ตณฺหาทาสพฺยโต โมจนวจเนน เตสํ สีลานํ วิวฏฺฏูปนิสฺสยตมาห. ภุชิสฺสภาวกรณโตติ อิมินา ภุชิสฺสกรานิ ภุชิสฺสานีติ อุตฺตรปทโลเปนายํ นิทฺเทโสติ ทสฺเสติ. ยสฺมา วา ตํสมงฺคิปุคฺคโล เสรี สยํวสี ภุชิสฺโส นาม โหติ, ตสฺมาปิ ภุชิสฺสานิ. อวิญฺญูนํ อปฺปมาณตาย ‘‘วิญฺญุปฺปสตฺถานี’’ติ วุตฺตํ. สุปริสุทฺธภาเวน วา สมฺปนฺนตฺตา วิญฺญูหิ ปสตฺถานีติ วิญฺญุปฺปสตฺถานิ.

ตณฺหาทิฏฺฐีหิ อปรามฏฺฐตฺตาติ ‘‘อิมินาหํ สีเลน เทโว วา ภวิสฺสามิ เทวญฺญตโร วา’’ติ ตณฺหาปรามาเสน, ‘‘อิมินาหํ สีเลน เทโว หุตฺวา ตตฺถ นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต ภวิสฺสามี’’ติ ทิฏฺฐิปรามาเสน จ อปรามฏฺฐตฺตา. ปรามฏฺฐุนฺติ ‘‘อยํ เต สีเลสุ โทโส’’ติ จตูสุ วิปตฺตีสุ ยาย กายจิ วิปตฺติยา ทสฺสเนน ปรามฏฺฐุํ, อนุทฺธํเสตุํ โจเทตุนฺติ อตฺโถ. สีลํ นาม อวิปฺปฏิสาราทิปารมฺปริเยน ยาวเทว สมาธิสมฺปาทนตฺถนฺติ อาห ‘‘สมาธิสํวตฺตนิกานี’’ติ. สมาธิสํวตฺตนปฺปโยชนานิ สมาธิสํวตฺตนิกานิ.

สมานภาโว สามญฺญํ, ปริปุณฺณจตุปาริสุทฺธิภาเวน มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณสฺส วิย เภทาภาวโต สีเลน สามญฺญํ สีลสามญฺญํ, ตํ คโต อุปคโตติ สีลสามญฺญคโต. เตนาห ‘‘สมานภาวูปคตสีโล’’ติ, สีลสมฺปตฺติยา สมานภาวํ อุปคตสีโล สภาควุตฺติโกติ อตฺโถ. กามํ ปุถุชฺชนานมฺปิ จตุปาริสุทฺธิสีเล นานตฺตํ น สิยา, ตํ ปน น เอกนฺติกํ, อิทํ เอกนฺติกํ นิยตภาวโตติ อาห ‘‘นตฺถิ มคฺคสีเล นานตฺต’’นฺติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตนฺติ มคฺคสีลํ สนฺธาย ตํ ‘‘ยานิ ตานิ สีลานี’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ยายนฺติ ยา อยํ มยฺหญฺเจว ตุมฺหากญฺจ ปจฺจกฺขภูตา. ทิฏฺฐีติ มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ. นิทฺโทสาติ นิทฺธุตโทสา, สมุจฺฉินฺนราคาทิปาปธมฺมาติ อตฺโถ. นิยฺยาตีติ วฏฺฏทุกฺขโต นิสฺสรติ นิคฺคจฺฉติ. สยํ นิยฺยนฺตีเยว หิ ตํสมงฺคิปุคฺคลํ วฏฺฏทุกฺขโต นิยฺยาเปตีติ วุจฺจติ. ยา สตฺถุ อนุสิฏฺฐิ, ตํ กโรตีติ ตกฺกโร, ตสฺส, ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชนฺตสฺสาติ อตฺโถ. สมานทิฏฺฐิภาวนฺติ สทิสทิฏฺฐิภาวํ สจฺจสมฺปฏิเวเธน อภินฺนทิฏฺฐิภาวํ.

ปฐมสารณียสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.