(๒๒) ๒. อกฺโกสกวคฺโค
๑-๒. อกฺโกสกสุตฺตาทิวณฺณนา
๒๑๑-๒. ทุติยสฺส ปฐเม ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสโกติ ‘‘พาโลสิ, มูโฬฺหสิ, โอฏฺโฐสิ, โคโณสิ, คทฺรโภสี’’ติอาทินา ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสโก. ‘‘โหตุ, มุณฺฑกสมณ, อทณฺโฑ อหนฺติ กโรสิ, อิทานิ เต ราชกุลํ คนฺตฺวา ทณฺฑํ อาโรเปสฺสามี’’ติอาทีนิ วทนฺโต ปริภาสโก นามาติ อาห ‘‘ภยทสฺสเนน ปริภาสโก’’ติ. โลกุตฺตรธมฺมา อปายมคฺคสฺส ปริปนฺถภาวโต ปริปนฺโถ นามาติ อาห ‘‘โลกุตฺตรปริปนฺถสฺส ฉินฺนตฺตา’’ติ, โลกุตฺตรสงฺขาตสฺส อปายมคฺคปริปนฺถสฺส ฉินฺนตฺตาติ อตฺโถ. ทุติเย นตฺถิ วตฺตพฺพํ.
อกฺโกสกสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓-๑๐. สีลสุตฺตาทิวณฺณนา
๒๑๓-๒๒๐. ตติเย (ที. นิ. ฏี. ๒.๑๔๙) ทุสฺสีโลติ เอตฺถ ทุ-สทฺโท อภาวตฺโถ ‘‘ทุปฺปญฺโญ’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๔๔๙) วิย, น ครหณตฺโถติ อาห ‘‘อสีโล นิสฺสีโล’’ติ. ภินฺนสํวโรติ เอตฺถ สมาทินฺนสีโล เกนจิ การเณน สีลเภทํ ปตฺโต, โส ตาว ภินฺนสํวโร โหตุ. โย ปน สพฺเพน สพฺพํ อสมาทินฺนสีโล อาจารหีโน, โส กถํ ภินฺนสํวโร นาม โหตีติ? โสปิ สาธุสมาจารสฺส ปริหรณียสฺส เภทิตตฺตา ภินฺนสํวโร เอว นาม. วินฏฺฐสํวโร สํวรรหิโตติ หิ วุตฺตํ โหติ. ตํ ตํ สิปฺปฏฺฐานํ. มาฆาตกาเลติ ‘‘มา ฆาเตถ ปาณีน’’นฺติ เอวํ มาฆาตโฆสนํ โฆสิตทิวเส. อพฺภุคฺคจฺฉติ ปาปโก กิตฺติสทฺโท. อชฺฌาสเยน มงฺกุ โหติเยว วิปฺปฏิสาริภาวโต.
ตสฺสาติ ทุสฺสีลสฺส. สมาทาย วตฺติตฏฺฐานนฺติ อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย กตการณํ. อาปาถํ อาคจฺฉตีติ ตํ มนโส อุปฏฺฐาติ. อุมฺมีเลตฺวา อิธโลกนฺติ อุมฺมีลนกาเล อตฺตโน ปุตฺตทาราทิวเสน อิธโลกํ ปสฺสติ. นิมีเลตฺวา ปรโลกนฺติ นิมีลนกาเล คตินิมิตฺตุปฏฺฐานวเสน ปรโลกํ ปสฺสติ. เตนาห ‘‘จตฺตาโร อปายา’’ติอาทิ. ปญฺจมปทนฺติ ‘‘กายสฺส เภทา’’ติอาทินา วุตฺโต ปญฺจโม อาทีนวโกฏฺฐาโส. วุตฺตวิปริยาเยนาติ วุตฺตตฺถาย อาทีนวกถาย วิปริยาเยน ‘‘อปฺปมตฺโต ตํ ตํ กสิวณิชฺชาทึ ยถากาลํ สมฺปาเทตุํ สกฺโกตี’’ติอาทินา. ปาสํสํ สีลมสฺส อตฺถีติ สีลวา. สีลสมฺปนฺโนติ สีเลน สมนฺนาคโต สมฺปนฺนสีโลติ เอวมาทิกํ ปน อตฺถวจนํ สุกรนฺติ อนามฏฺฐํ. จตุตฺถาทีนิ อุตฺตานตฺถาเนว.
สีลสุตฺตาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อกฺโกสกวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.